ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนเช็กลิสต์อาหารที่คุณแม่ไม่ควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย !
การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง
เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !
นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ

ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ
- แอลกอฮอล์ : อันดับแรกเลยที่ห้ามเด็ดขาด คือแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะว่าเมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่น้ำนมได้ภายในระยะเวลา 30-60 นาทีหลังจากดื่ม และปริมาณแอลกอฮอล์ในน้ำนมจะคงอยู่นานประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อการดื่ม 1 แก้ว มีผลทำให้ทารกนอนไม่หลับ ซึม กระสับกระส่าย และที่สำคัญคือส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของลูกอีกด้วย
- คาเฟอีน : จริงๆ แล้วจะไม่แนะนำให้กินของที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนค่ะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถกินได้นะคะ แต่ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากคาเฟอีนจะถูกขับออกทางน้ำนมประมาณ 1% ของปริมาณที่แม่ได้รับ ซึ่งทารกจะไม่สามารถขับคาเฟอีนออกจากร่างกายได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ ดังนั้นหากได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้ทารกนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายได้นั่นเองค่ะ
- อาหารรสจัด : อาหารรสจัดอาจส่งผลให้น้ำนมของแม่มีรสชาติเปลี่ยนไป เมื่อลูกน้อยดื่มน้ำนมที่มีรสจัด อาจทำให้เกิดอาการ เช่น หงุดหงิด ร้องไห้ไม่หยุด นอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายตัว ตื่นบ่อย เป็นต้น
- อาหารทะเล : แม้ว่าอาหารทะเลจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 แต่แม่ให้นมก็ควรระมัดระวังในการกินค่ะ เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิดอาจมีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังน้ำนม ส่งผลเสียต่อระบบประสาทส่วนกลาง และพัฒนาการของทารกได้ แต่หากจำเป็นต้องกินให้เลือกที่สด สะอาด คุณภาพดี และกินในปริมาณที่พอเหมาะค่ะ
- ผลไม้รสเปรี้ยว : คุณแม่ให้นมลูก ห้ามกินอะไร ? หนึ่งในสิ่งที่ควรเลี่ยงก็คือ ผลไม้รสเปรี้ยวที่มีปริมาณกรดสูง เช่น ส้ม, มะนาว นั่นเองค่ะ เพราะหากว่าแม่กินมากเกินไป อาจส่งต่อน้ำนมทำให้ลูกอาจมีอาการ จุกเสียด แน่นท้อง รู้สึกไม่สบายตัว มีผื่นคันตามผิวหนัง หรือผื่นผ้าอ้อม ซึ่งหากคุณแม่ต้องการเสริมวิตามินซีในน้ำนม ก็สามารถเลือกกินผลไม้รสเปรี้ยวที่ไม่ได้มีกรดมากเกินไป เช่น สับปะรด หรือมะม่วง แทนได้ก็จะไม่ส่งผลต่อน้ำนมมากนักค่ะ
- ผักตระกูลกะหล่ำ : แม่ให้นมควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงการกินผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี, กระหล่ำดอก, บล็อกโคลี่ เป็นต้น เนื่องจากผักเหล่านี้อาจทำให้ทารกเกิดลมในกระเพาะ รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืด แน่นท้องได้นั่นเอง
- กลุ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง : อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น นมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วต่างๆ เป็นกลุ่มที่คุณแม่ให้นมไม่ควรกินค่ะ เนื่องจากเมื่อเด็กได้กินน้ำนมของแม่ที่กินอาหารพวกนี้แล้ว อาจทำให้เด็กมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้ เช่น ผื่นคัน หายใจมีเสียงดัง เป็นลมพิษ รวมถึงอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้องจากก๊าซ หรือท้องเสียได้

แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น BabyGift จะขอแนะนำเพิ่มเติมอีก 3 อย่าง ดังนี้ค่ะ
- กระเทียม : ถึงแม้ว่าเราจะแนะนำไปว่า ให้นมลูก ห้ามกินอะไรที่มีรสจัด แต่มีข้อมูลที่ระบุว่ากระเทียมกลับมีประโยชน์ เพราะมีสารอัลลิซินที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ทำให้แม่สามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปนะคะ
- หัวปลี : หัวปลี คือส่วนดอกของต้นกล้วยที่มากไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินซี แถมยังมีคาร์โบไฮเดต โปรตีน และกากใยอาหารจึงช่วยบำรุงเลือดให้กับคุณแม่หลังคลอด ช่วยขับน้ำนม มีแคลอรี่ต่ำ ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก เรียกว่าเป็นอาหารสุขภาพที่ดีทั้งกับคุณแม่ และกลุ่มผู้ลดน้ำหนัก หรือกินมังสวิรัติด้วยค่ะ
- ฟักทอง : หนึ่งในผักสารพัดประโยชน์ที่นิยมในหมู่คนลดน้ำหนัก นอกจากจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย แถมยังเป็นผักเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่หลังคลอดอีกด้วย และนอกจากอาหารคาวแล้ว ฟักทองยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำของหวานที่อร่อย และได้ประโยชน์อีกด้วยค่ะ

ให้นมลูก กินน้ำอะไรได้บ้าง ?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมที่กำลังสงสัยว่า ถ้าให้นมลูก จะกินน้ำอะไรได้บ้างนั้น เรามีไอเดียสำหรับเครื่องดื่มมาให้ลองเลือกดังนี้ค่ะ
- น้ำดื่มสะอาด น้ำเปล่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแม่ให้นม เพื่อส่งเสริมให้ร่างกายได้รับน้ำที่เพียงพอ ให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้เพียงพอนั่นเองค่ะ
- น้ำผลไม้ 100% เช่น น้ำมะพร้าว นอกจากจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังเป็นแหล่งวิตามินซี แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ควรระวังน้ำตาลที่สูงในผลไม้ ดังนั้นควรดื่มแต่พอดีนะคะ
- น้ำขิง จะช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลิตน้ำนมได้ดีขึ้นตามไปด้วย
สำหรับนมประเภทต่างๆ เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ฯลฯ ควรระมัดระวังในการดื่ม เนื่องจากลูกของเราอาจจะแพ้ หรือท้องอืดได้ค่ะ

คุณแม่ให้นม ควรออกกำลังกายแบบไหน ต้องระวังอะไรบ้าง ?
สำหรับคุณแม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ก็ไม่ควรออกกำลังกายหนักทันที เพราะอาจทำให้เหนื่อยล้า ปวดเมื่อยได้ค่ะ แต่ว่าหากเป็นคุณแม่ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว การออกกำลังกายจะทำให้มีกรดแลกติกเพิ่มขึ้นในน้ำนม ซึ่งอาจทำให้น้ำนมมีรสขม และเปรี้ยว แต่ไม่ได้เป็นอันตรายนะคะ เพียงแค่ว่าลูกของเราอาจไม่อยากกินนมเพราะรสขมหรือเปรี้ยวได้ แต่หลังจากออกกำลังกาย 30 นาทีไปแล้ว ปริมาณกรดแลคติกก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ จึงแนะนำคุณแม่ว่าควรให้นมลูก หรือปั๊มนมออกก่อนออกกำลังกาย หรือว่ารอ 30 นาทีหลังจากออกกำลังกายก่อนแล้วค่อยให้นมอีกครั้ง นอกจากนั้นคุณแม่ไม่ควรออกกำลังกายให้หนักจนเกินไป ควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ สำหรับคุณแม่ที่สนใจท่าบริหารร่างกายหลังคลอด เราเจอข้อมูลคำแนะนำจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ลองดูเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
BabyGift แนะนำสินค้าเพื่อคุณแม่ให้นม

1. MOMMY BOOSTER น้ำหัวปลีน้ำผึ้งตะไคร้ 180 ml. แพค 15 ขวด
น้ำหัวปลีออร์แกนิค Mommy Booster ทำจากหัวปลีออร์แกนิคจากสวนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดนครปฐม ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ มั่นใจในคุณภาพได้เพราะมีการรับรองด้วยงานวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เติมน้ำตาล และสารการบูด บำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และ บำรุงน้ำนม
จุดเด่น
- ดื่มได้ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ให้นม ช่วยบำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และบำรุงน้ำนม
- Mommy Booster มีส่วนผสมถึง 3 อย่าง ได้แก่ “น้ำหัวปลีเข้มข้น” ช่วยสร้างน้ำนม ทำให้น้ำนมข้น บำรุงเลือด มีการเติมความหวานจากธรรมชาติด้วย “น้ำผึ้ง” ไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี และ “ตะไคร้” ที่ช่วยล้างสารพิษ ช่วยลดการอักเสบ

2. BUNNE & MAMALADE เสื้อชั้นในปั๊มนม รุ่น Empow-Her สีดำ
BUNNE & MAMALADE เป็นเสื้อชั้นในปั๊มนมที่มาในดีไซน์ Sport เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ไร้โครงเหล็ก แต่โอบอุ้มเต้านมให้ทรงสวยได้ตลอด เป็นมนุษย์แม่ก็เท่ ปั๊มนมได้แบบ Hands Free และสามารถทำกิจกรรมอื่นไปด้วยได้ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีมินท์, สีดำ และสีเทา
จุดเด่น
- เป็นเสื้อในดีไซน์ Sport ที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ มี ตะขอหลัง 5 ระดับ ช่วยซัพพอร์ตคอ บ่า ไหล่
- ตัวเนื้อผ้าหลักเป็นคอตตอนสัมผัสนุ่มสบาย ตัวผ้าซับเต้าที่มีรูปั๊มเป็นผ้าใยไผ่ที่จะให้สัมผัสนุ่ม และไม่ระคายเคืองผิว ทำให้สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่อึดอัด

3. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X
HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้ผลิต และนำเข้าจากประเทศเกาหลีค่ะ ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย ปั๊มนมดูดลึกอย่างนุ่มนวล ปั๊มสบายไม่เจ็บเต้า ตอบโจทย์คุณแม่มือใหม่ คุณแม่ท้องแรกที่เพิ่งเคยปั๊มนม ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ
จุดเด่น
- ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย
- มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา
- มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง
- มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี
- ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย
ในระหว่างให้นม คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ กาแฟ เนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเลที่มีสารปนเปื้อน รวมถึงอาหารรสเค็มหรือเผ็ดจัด เพื่อให้น้ำนมแม่มีคุณภาพดี เกิดประโยชน์สูงสุด และปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อลูกของเรานั่นเองค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม ให้นมลูก อยากปรึกษาเรื่องให้นมลูก ห้ามกินอะไร ควรกินอะไรเพิ่มเติม หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท อายุ ประเภทของคาร์ซีท คำแนะนำทั่วไป เด็กอ่อน คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง เด็กก่อนวัยเรียน เก้าอี้แบบหันหน้าออก เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป เด็กเล็กวัยเรียน เบาะรองนั่ง เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี เด็กโต เข็มขัดนิรภัย […]
Kids Item 2018-2019 ของเพจ Daddy’s day ได้แก่ แท่น แทน แท่น แท๊นนนนนน Aprica Nano smart คันนี้เลย หลายคนถามมาเรื่องรถเข็นเด็ก ว่าใช้รุ่นไหนยังไงดี ทาง Daddy’s Day ขอเลือกคันนี้เลย เอาจริงๆ รถเข็นที่บ้านมี 3 คัน ตั้งแต่ไฮเทคสุดแต่หนักมาก ไม่ไฮเทค พับง่ายแต่น้ำหนักยังหนักอยู่ จนมาลงตัวกับ Nano smart ที่สุด ชอบมากสุด ใช้ดีต้องบอกต่อเลย บ้านเราได้ทดลองใช้พาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เพราะต้องเดินเยอะ แถมทางที่ไปหลายที่ มีทั้งทางเรียบ ขรุขระ ขึ้นเขาลงห้วยสารพัด รถเข็นคันนี้เอาอยู่หมด ตอบโจทย์มาก #พับเล็กพร้อมเดินทาง แบบสุดๆ 1. ที่ชอบที่สุดคือน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เพราะรถเข็นน้ำหนักแค่ 5.6 kg เท่านั้น แบกสบาย ( มีกระเป๋าใส่มาให้ด้วยนะคะ แต่ทางเราไม่ได้ใช้เพราะรีบ ต้องแบกของเยอะ ) Daddy แบกของคนเดียวสบายๆเลย […]
พอใกล้คลอด คุณแม่หลายคนก็มองหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คลอดลูกง่าย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ว่าได้ คุณแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าคลอดกันอยู่เยอะ เพราะสามารถเลือกฤกษ์งามยามดี แถมไม่ต้องทนเจ็บท้อง หรือรอลุ้นว่าจะปวดท้องคลอดตอนไหน ส่วนคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติ ก็อาจจะเคยได้ยินมาว่าการเดินบ่อยๆ จะช่วยทำให้คลอดลูกได้ง่าย ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริง มันเป็นไปได้ยังไง สำหรับในบทความนี้ เรานำความรู้ดีๆ มาฝากกันค่า ประโยชน์ของการเดิน 1.การเดินเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าคุณหมอต่างก็แนะนำให้คุณแม่ท้องทุกคนออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม หรือไม่ออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดิน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับออกซิเจนได้เต็มปอด 2. การเดินช่วยกระตุ้นฮอร์โมน การเดินจะช่วยหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าออกซิโตซิน ซึ่งสร้างมาจากต่อมใต้สมอง เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกหดบีบตัว และทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างไม่นานเกินรอค่ะ 3.เรียนรู้จังหวะการหายใจ ในตอนที่คุณแม่เดิน ก็เหมือนกับคุณแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ลมหายใจ เรียนรู้การหายใจเข้า หายใจออก อย่าลืมว่าการหายใจเข้าออกแต่ละครั้งก็ควรทิ้งช่วงห่าง อย่าหายใจถี่เกินไป เพราะจะทำให้คุณแม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม คุณแม่ที่คุ้นชินกับการหายใจจะช่วยให้สามารถบังคับแรงเบ่งได้ในตอนคลอดได้ด้วยนะ ข้อเสียของการเดินที่เยอะเกินไป […]
ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย ได้แก่ แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด 1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ 2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่ 3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่ เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้
เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากกักตัวอยู่บ้านและนั่งเรียนออนไลน์มาร่วมหลายเดือน ตอนนี้หนูๆ ทั้งหลายก็คงจะจะได้กลับไปเข้าเรียนในโรงเรียนจริงๆกับเพื่อนแล้ว แต่สำหรับแม่ๆ ถึงแม้ดูเผินๆ แล้ว สถานการณ์ของเจ้าเชื้อโรคตัวร้าย COVID ดูเหมือนจะดีขึ้น 100 ทั้ง 100 ก็คงยังวางใจได้ไม่เต็มที่ ยังกังวลกันแน่นอน สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลกลัวว่า เอ๊ะลูกน้อยจะของเราจะไปติดเชื้อโรคมาไหม หรือของที่ให้ลูกไปเพียงพอไหมน้า เรานำลิสต์ของจำเป็นที่ลูกน้อยควรพกเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจาก COVID มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย! 1. อาวุธเลเวล 100 หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด เพราะหน้ากากเป็นอาวุธชั้นดีที่จะช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ใส่ และผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน และแน่นอนค่ะ คุณแม่สามารถหาซื้อไซส์เด็กได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตก็มีวางขายอยู่ทั่วไปเลยค่ะ คุณแม่อาจเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออาจเป็นแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาซักใช้ใหม่ได้ก็ได้ อย่าลืมสวมหน้ากากให้ลูกน้อยทันทีเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน จะให้ดีให้คุณแม่เตรียมหน้ากากสำรองใส่กระเป๋านักเรียนไปเผื่ออีกซักสองสามอันเผื่อเค้าทำหายระหว่างวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนแรกๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยชิน อาจมีโยเย หรือดึงหน้ากากออกบ้าง แต่ถ้าเค้าได้เห็นเพื่อนๆ ในห้องใส่ ลูกๆ ก็จะยอมใส่ตามไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ 2. กระติกน้ำส่วนตัว พกไว้อุ่นใจ ยุคนี้เป็นยุคของการไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็เพราะว่าเจ้าโรค COVID นี้มันสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูก หรือน้ำลายได้ยังไงล่ะ! เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณแม่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าการพกกระติกน้ำส่วนตัวนี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ หลายคนจะชอบทานขนมด้วยกัน ดื่มน้ำด้วยกัน […]
คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]
