แม่ท้องไตรมาสสองควรทราบ น้ำหนักแค่ไหนเรียก “พอดี” ?
คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก

น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน?
คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย
ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ
ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น แล้วก็เป็นช่วงที่ลูกน้อยเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง
อาหารที่มีประโยชน์และไม่มีไขมันสะสม
มีคุณแม่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่คิดว่าตอนนี้จะทานอาหารมากเท่าไหร่ก็ได้เพราะต้องการให้ลูกน้อยแข็งแรง แต่แท้จริงแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ปริมาณของอาหารค่ะ แต่เป็นสารอาหารต่างหาก คุณแม่บางคนเน้นทานแป้ง ทานไขมัน เพราะคิดว่าจะทำให้ลูกน้อยตัวโต และมีน้ำหนักที่ดี หารู้ไม่ ว่าทั้งไขมันและแป้งนั้นจะกลายมาเป็นไขมันสะสมอยู่ในตัวคุณแม่ต่างหาก เพราะฉะนั้น อาหารที่เหมาะสมที่สุดคืออาหารที่มีความสมดุลทั้งห้าหมู่ เน้นไปทางผัก และเนื้อสัตว์ที่ไขมันน้อยอย่างอกไก่ หรือปลาจะดีกว่าค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่ก็ควรจะดื่มนมเป็นประจำ แต่ก็อย่าดื่มมากเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ลูกน้อยของเราแพ้นมได้ค่ะ

ส่วนสำหรับคุณแม่คนไหนที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ ทั้งที่คุมอาหารก็แล้ว หรือเลือกทานก็แล้ว ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นะคะ ทางที่ดีคือรีบไปหาคุณหมอให้เร็วที่สุด เพราะคุณแม่อาจกำลังเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ค่า
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]
การตั้งชื่อลูกเป็นหนึ่งในความสุขและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพราะนอกจากจะต้องไพเราะทันสมัยแล้ว ยังต้องเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวมไอเดียตั้งชื่อมงคลตามวันเกิดมาให้คุณแล้ว พร้อมทั้งหลักการ ตั้งชื่อลูก ที่ถูกต้อง เพื่อให้การตั้งชื่อเป็นเรื่องที่ง่ายและเต็มไปด้วยความหมายที่สุด การตั้งชื่อลูกสำคัญอย่างไร ชื่อเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต และเชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อโชคชะตาและลักษณะนิสัยของบุคคลนั้น ๆ การตั้งชื่อมงคลที่ถูกต้องตามหลักการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันเกิดหรือหลักทักษา จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการส่งเสริมชีวิตของลูกให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน หลักการตั้งชื่อลูก หลักการ ตั้งชื่อลูก ที่เป็นที่นิยม คือการพิจารณาจากวันเกิดของลูก ซึ่งจะมีการกำหนดอักษรที่เป็น กาลกิณี หรืออักษรต้องห้ามในแต่ละวันเอาไว้ การตั้งชื่อโดยไม่ใช้อักษรต้องห้ามเหล่านี้จะช่วยเสริมชื่อมงคลให้แก่ลูกน้อยได้ ตั้งชื่อลูกชาย การ ตั้งชื่อลูกชาย มักจะเน้นที่ความหมายเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีพลัง มีอำนาจ และสามารถปกป้องดูแลครอบครัวได้ในอนาคต ตั้งชื่อลูกสาว สำหรับลูกสาว การ ตั้งชื่อลูกสาว ในยุคปัจจุบันมักจะเน้นความหมายที่ทันสมัย แต่ก็ยังคงความอ่อนหวาน สง่างาม และความฉลาดเฉลียวไว้ เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและมีความสุขในชีวิต ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอาทิตย์ สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดวันอาทิตย์ […]
หนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือการคลอดลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย ลูกน้อยแรกคลอดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด แต่ปัญหาหนึ่งที่คุณแม่หลายๆ ท่านต้องพบเจอ คือภาวะคลอดก่อนกำหนด ที่ทำให้คุณแม่จำเป็นต้องคลอดก่อนเวลา ลูกน้อยต้องคลอดในขณะที่ยังตัวเล็ก มีโอกาสเจ็บป่วย และพิการ รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ยังทำงานหรือพัฒนาได้ไม่ดี เรื่องการคลอดก่อนกำหนดแบบนี้ไม่มีครอบครัวไหนอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นจะดีกว่าไหม? หากเราสามารถตรวจสอบหรือเช็กก่อนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะคลอดก่อนกำหนดร้ายนี้เกิดขึ้น รู้จักกับปัจจัยเสี่ยง เลี่ยงคลอดก่อนกำหนด ไม่มีแม่ท้องคนไหนอยากให้ลูกคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการรู้ทัน ป้องกันไว้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อทุกคน เราจึงอยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาลองสังเกตและรู้จักกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด นั่นคือ การวัดปากมดลูก ป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด เพราะความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดมีค่อนข้างมาก หากคุณแม่ได้สังเกตรู้ก่อนเพื่อป้องกันจะทำให้ลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด คือการวัดปากมดลูก แต่จะต้องทำอย่างไร มีข้อจำกัดหรืออันตรายหรือไม่…ไปดูกันค่ะ การวัดปากมดลูกคืออะไร? คือการตรวจคัดกรองว่าคุณแม่มีภาวะปากมดลูกสั้นหรือไม่ ด้วยวิธีการประเมินปากมดลูกจากการวัดความยาวของปากมดลูก ผ่านการสแกนด้วยอัลตร้าซาวนด์ทางช่องคลอด หรือโดยแพทย์ วิธีนี้เป็นการวัดความยาวและประเมินความยาวปากมดลูกของคุณแม่ตั้งครรภ์ว่ามีขนาดปกติ หรือมีความสั้นจนเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด การวัดปากมดลูกหรือัลตราซาวนด์ปากมดลูกนี้ มีความปลอดภัย คุณแม่ไม่เจ็บ ทำไมต้องวัดปากมดลูก เพราะปากมดลูกเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด ตามปกติหากคุณแม่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ปากมดลูกจะมีความยาวอย่างน้อยประมาณ 3 ซม. ซึ่งหากในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่มีปากมดลูกสั้นกว่าปกติ จะสัมพันธ์และทำให้มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ยิ่งความยาวของปากมดลูกสั้นก็จะเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดมากยิ่งขึ้น รวมถึงแพทย์จะได้ตรวจด้วยว่าคุณแม่มีการเปิดของปากมดลูกด้านในหรือเปล่า เพราะหากปากมดลูกเปิดเร็วก็อาจคลอดก่อนกำหนดเร็วด้วย ดังนั้นการที่สูติแพทย์ทำการวัดความยาวปากมดลูกโดยอัลตราซาวนด์ […]
ด้วยนวัตกรรมที่ถูกวิจัยและคิดค้นโดยกุมารแพทย์จากญี่ปุ่น จึงทำให้มี 10 คุณสมบัติพิเศษ จากรถเข็นเด็ก Aprica นี้ ที่ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ ว่าลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางแน่นอนค่ะ Sofa Cushion ที่สุดของความนุ่มสบายด้วยนวัตกรรมใหม่ ยกโซฟามาไว้ในรถเข็นเด็ก ช่วยรองรับแรงกระแทก เข็นได้กับทุกพื้นผิวให้ลูกน้อยเพลดเพลินนุ่มสบายในทุกการเดินทาง Double Shock ลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกได้ถึง 2 จุด ใต้ที่นั่ง และที่ล้อ Ergonomic Design ที่รองรับการเจริญเติบโต 3 ช่วงวัย ได้อย่างลงตัว Multi-Shockless โครงสร้างแบบลดรอยต่อ โครงสร้างของรถเข็นเด็กถูกเชื่อมต่อส่วนต่างๆเป็นชิ้นเดียวกัน จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการสั่นสะเทือนได้ดี แม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน Double Thermo System ลดความอับชื้นแบบ Double ลูกน้อยรู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสมด้วยฉนวนกับความร้อนพิเศษ ช่วยสะท้อนความร้อนจากพื้นพร้อมช่องระบายอากาศที่ด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ลดความร้อนสะสมบริเวณหลังของลูกน้อย ให้ความรู้สึกสบายตัว เบาะรองนอนทรงนาฬิกาทราย เหมาะกับสรีระของลูกน้อยวัยแรกเกิด เพราะเด็กทารกจะนอนในท่ากางแขนกางขา เบาะรองนอนทรง WM สามารถรับสรีระได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เคลื่อนไหวขยับแขนขาได้อย่างเป้นธรรมชาติ High Seat […]
คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมพร้อมคาร์ซีทให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกน้อยจะคลอด เพราะเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้วก็ต้องนั่งคาร์ซีทกลับบ้าน ทั้งเพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยเอง และเพื่อปฏิบัติตามกฏหโมายเรื่องการกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดอย่างไรดี ควรเลือกแบบไหน คาร์ซีทสำหรับเด็กมีกี่ประเภท เลือกอย่างไร BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ เลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิด อย่างไรดี ? ต้องรู้อะไร ? เลือกยังไงดี หาคำตอบได้จากบทความนี้ ! คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด และควรที่จะให้ลูกได้ใช้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากร่างกายของเด็กทารกยังไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถรับแรงกระแทกได้มากเท่าไหร่ อีกทั้งเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงควรป้องกันไว้ก่อนและเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ คาร์ซีท เด็กแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องเลือกแบบไหน คาร์ซีท มีกี่แบบ ต้องเลือกอย่างไร ? ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดมาฝากกันค่ะ เรามารู้จักประเภทของคาร์ซีทกันก่อนเลย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดได้ดังนี้ 1. New Born Only : หรือคาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก […]
เรื่อง : สิริพร ความปลอดภัยของลูกน้อยในวัยเบบี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกค่ะ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ เรื่องแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากันดูค่ะว่ามีเรื่องไหนที่เราเคยทำ แล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กกันบ้าง มีถุงพลาสติก หรือลูกโป่งอยู่ใกล้ตัวเบบี้ ? อย่ามองข้ามถุงพลาสติกที่คุณแม่ใส่ของหิ้วเข้าบ้านนะคะ เพราะหากเอาของออกแล้ว ไม่ทันเก็บให้ดี เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจเผลอหยิบเล่นเข้าปาก หรือครอบหัวจนหายใจไม่ออก ส่วนลูกโป่งหากแตก เศษลูกโป่งก็อาจกระเด็นเข้าตา หรือดีดใส่หน้าจนได้รับอันตรายได้ Safety for baby : เจ้า ตัวเล็กอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นอยากสำรวจสิ่งใกล้ตัว ฉะนั้นความสะอาด และความปลอดภัยของสิ่งของที่ลูกจะคว้าจับได้จึงสำคัญ คุณแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หากมีลูกโป่ง หรือของที่ลูกสามารถบีบแตกได้อยู่ในบริเวณที่ลูกคว้าจับได้ง่าย คุณแม่ต้องรีบเก็บให้ห่างจากมือลูกโดยเร็ว แต่หากลูกอยากเล่นของเล่นลูกกลม ๆ ก็ลองหาลูกบอลที่เป็นผ้านุ่มนิ่ม ที่ไม่อันตรายจะดีกว่าค่ คุณพ่อสูบบุหรี่ตอนเบบี้ไม่อยู่บ้าน ? ควันบุหรี่ที่ถูกพ่อออกมาเป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับที่สูบเข้าไปค่ะ ถึงคุณพ่อจะสูบตอนที่ลูกเบบี้ไม่อยู่บ้าน หรือไม่อยู่บริเวณนั้นขณะสูบ สารพิษนี้ก็คงยังล่องลอยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศและคนในบ้านแย่ตามไปด้วย Safety for baby : หากอยากจะให้เจ้าตัวเล็กของเราห่างไกลจากควันบุหรี่ คุณพ่อไม่ควรสูบบุหรี่ที่บ้านเลยดีที่สุดค่ะ และพยายามจัดบรรยากาศทั้งในและนอกบ้านให้ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ เสมอ เช่น มีการกำจัดฝุ่นตามโต๊ะ ตู้ พื้นห้องทุกวัน […]
