แม่ตั้งครรภ์ ท้องลาย สามารถจัดการได้

แม้ผู้หญิงจะตั้งครรภ์ ก็ต้องดูแลความสวย ความงาม และดูแลตัวเองอยู่เสมอ แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ตลอด เพราะตามธรรมชาติเค้าสร้างผู้หญิงขึ้นมาเพื่อเกิดมาตั้งครรภ์ ให้กำเนิดบุตร โดยเฉพาะช่วง 9 เดือนที่ตั้งครรภ์ ร่างกายของเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด บางอย่างก็ไม่อยากให้เกิด โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณการแตกลายของบริเวณท้องนั้นเป็นสิ่งที่คุณแม่กังวลเป็นอย่างมาก แต่วิธีป้องกันคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าท้องเราเกิดแตกลายขึ้นมาแล้วจะแก้ไขอย่างไรดี

ท้องลาย หรือ รอยผิวแตกลาย เป็นเส้นที่ปรากฏบริเวณผิวหนังหน้าท้อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่มาพร้อมกับการขยายขนาดของหน้าท้องอย่างรวดเร็ว รอยแตกลายจะเป็นริ้วสีขาว สีชมพู สีแดง สีม่วง หรือสีน้ำตาล ตามแต่สภาพผิวหนัง ความตึงของผิวหนังบริเวณนั้น ของแต่ละคน

สาเหตุท้องลาย

ท้องลาย เป็นการฉีกขาดของผิวหนังชั้นหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากการขยายขนาดของท้องทำให้เห็นเส้นเลือดที่อยู่ในชั้นลึกลงไป จึงเห็นเป็นลายเข้ม ต่อมาเส้นเลือดหดตัวจึงเห็นพื้นที่ขาวมากขึ้น โดยท้องลายเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 7-9 เดือน) น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ท้องลายเป็นเพียงรอยแตกลายที่เกิดขึ้นและจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่สามารถกำจัดรอยที่เคยมีออกไปได้ทั้งหมด หรือเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ทางออกในการแก้ปัญหาท้องลาย

1. ควบคุมอาหาร

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรควบคุมเรื่องอาหาร ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งคุณแม่และลูกน้อย ไม่ควรกินอาหารที่เพิ่มน้ำหนักมากๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณท้องขยายเร็ว เกิดการแตกลายได้ง่ายขึ้น

    2. ออกกำลังกาย

    คุณแม่ตั้งครรภ์ควรแบ่งเวลาในการออกกำลังกาย เพื่อสร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่นของผิวหนัง โดยอาจจะเป็นการเดินหรือโยคะเบาๆสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ได้

    3. หากเริ่มมีรอยหน้าท้องแตกลาย

    ไม่ควรเกา เพราะการเกาจะทำให้เกิดการแตกลายเพิ่มมากขึ้น ถ้าเกิดคุณแม่ตั้งครรภ์คันมากๆแนะนำให้เปลี่ยนจากการเกาเป็นการใช้มือลูบเบา ๆ บริเวณที่คัน เหมือนกับการลูบคุยกับลูกในท้อง ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกอีกด้วย

    4. การใช้ครีม เจล หรือครีมบำรุงผิว

    คุณแม่ควรเตรียมความพร้อมของผิวหนังของคุณแม่ให้สามารถรับมือการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกน้อย โดยควรเริ่มการทาครีมให้เร็วที่สุด  คือตั้งแต่เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ก็ควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและยืดหยุ่น ที่สำคัญควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมและโลชั่นที่ปราศจากวิตามินเอสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของ โกโก้บัตเตอร์ อาแกนออยล์ วิตามินอี เชียร์บัตเตอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวเพื่อรองรับการขยายของหน้าท้องอย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ และไม่ควรมีส่วนผสมของไวเทนนิ่งเพราะอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

    5. การใช้บอดี้ออยล์บำรุงผิว (Body oil)

    บอดี้ออยล์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี แต่ควรเลือกใช้บอดี้ออยล์ที่ไม่มีส่วนผสมของ Mineral oil ที่ผลิตมาจากน้ำมันปิโตรเลียม โดยหันมาใช้บอดี้ออยล์ที่สกัดมาจากธรรมชาติ เช่น Rosehip Oil จะช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่มีริ้วรอยแตกลายให้จางลงอย่างรวดเร็วหรือ Sesame Oil ที่จะช่วยให้ผิวกายกระชับ ชุ่มชื่น และยืดหยุ่นขึ้น

    6. การปกปิดรอย

    คุณแม่ท่านไหนที่กังวลรอยแตกลาย ถึงเวลาต้องออกงานสังคม จำเป็นที่ต้องโชว์สัดส่วน ก็ควรเลือกใช้ครีมรองพื้นหรือเครื่องสำอางที่มีคุณภาพ และไม่มีสารเคมีอันตราย หาซื้อได้ตามร้านขายยาและร้านค้าชั้นนำทั่วไป ใช้ทาปกปิดผิวได้ในบริเวณที่มีรอยแตกลายขนาดเล็ก

    7. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด

    ควรอาบน้ำธรรมดาในอุณหภูมิปกติ เพราะการอาบน้ำอุ่นจะทำให้ผิวของเราแห้ง แตกเป็นขุยเพราะขาดความชุ่มชื้น เกิดอาการคันได้ง่าย โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว แนะนำคุณแม่ตั้งครรภ์ควรอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ จะลดการเกิดรอยแตกลายได้ดี

      8. การใช้เทคนิคทางการแพทย์

      ไม่ว่าจะเป็นการเลเซอร์ การกรอผิว หรือศัลยกรรมตกแต่ง ก็ถือเป็นทางออกของที่ดีของคุณแม่ทุกๆ คน แต่การรักษาวิธีเหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ และใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานเพื่อให้ผิวหนังกลับมาสู่ปกติเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าคุณแม่หลายๆ ท่านที่สนใจวิธีการใช้เทคนิคทางการแพทย์นี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าควรทำเวลาไหนถึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

        แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ท่านใดที่กังวลเรื่องท้องลายแต่ยังไม่เกิดสามารถป้องกันไว้ได้ โดยควรรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารตามที่ร่างกายคนท้องต้องการตามปกติ แต่ต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมพอดีด้วย ในด้านของอาหารและโภชนาการ ผู้ที่ตั้งครรภ์สามารถศึกษาข้อมูลพร้อมปรึกษาแพทย์ได้ตลอดการตั้งครรภ์ เพราะนอกจากควบคุมอาการท้องลายแล้ว โภชนาการที่ดีจะส่งเสริมสุขภาพของทั้งแม่และเด็กในครรภ์ในเวลาเดียวกันได้ดีอีกด้วย เพราะความสวยรอไม่ได้ ยิ่งคุณแม่มีลูกแล้วก็ต้องสวยเป๊ะตลอดเวลานะจ๊ะ

        สินค้าที่เกี่ยวข้อง

        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00
        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00
        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00
        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00
        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00
        คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

        สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

        7,700.00

        บทความแนะนำ

        วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]

        การเริ่มต้นมื้อแรกของเจ้าตัวน้อยวัย 6 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยวางรากฐานสุขภาพและพัฒนาการที่แข็งแรงในอนาคต เมื่อนมแม่อย่างเดียวเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น การเลือกข้าวเด็ก 6 เดือน ที่อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วนจึงเป็นภารกิจสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามวัยและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่รอบตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ อาหารเด็ก 6 เดือน ควรเป็นแบบไหนและทำไมคุณแม่ต้องรู้ ในช่วงวัยนี้ ระบบย่อยอาหารของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ข้าวเด็ก 6 เดือน จึงต้องมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม ละเอียด และย่อยง่ายที่สุด โดยควรนำวัตถุดิบที่ปรุงสุกมาบดหรือปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดคล้ายโยเกิร์ต เพื่อช่วยให้ลูกกลืนสะดวก ลดความเสี่ยงในการสำลัก และส่งเสริมให้ระบบทางเดินอาหารปรับตัวเข้ากับอาหารเสริมได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย สารอาหารสำคัญที่จำเป็นในเมนูข้าวเด็ก 6 เดือน เพื่อลูกรัก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่เหมาะสม การเตรียมเมนูข้าวเด็ก 6 เดือน คุณแม่ควรคัดสรรวัตถุดิบที่ให้สารอาหารหลากหลาย ดังนี้ ปริมาณข้าวเด็ก 6 เดือน ที่เหมาะสม ลูกควรทานแค่ไหนดี การเริ่มต้นป้อนข้าวเด็ก 6 เดือน ในช่วงแรกควรยึดหลัก “น้อยแต่สม่ำเสมอ” เพื่อสังเกตการตอบสนองของลูก โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้ ตารางปริมาณอาหารตามช่วงวัน เพื่อให้ระบบย่อยปรับตัวได้ดี เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพชัดเจนในการเพิ่มปริมาณข้าวเด็ก 6 เดือน สามารถทำตามตารางแนะนำด้านล่างนี้เพื่อให้ระบบย่อยอาหารของลูกค่อย ๆ ปรับตัว ลำดับวัน […]

        เลือก ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ? น้ำนมจะเหม็นหืนมั้ย ? คุณค่าน้ำนมแม่ยังอยู่ครบถ้วนรึเปล่า ? ? อีกคำถามที่แม่ๆมักสงสัย เพราะไม่ใช่แค่ถุงเก็บนมแม่ แต่นี่คือถุงใส่อาหารของลูก วันนี้ BabyGift มี 7 เทคนิค เลือกถุงเก็บน้ำนมที่คุณแม่นักปั๊มมือใหม่ ต้องชอบแน่นอน ? จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า 1. พลาสติกหนา ทึบแสง ซิปล็อค 2 ชั้น ควรเลือก ถุงเก็บน้ำนมแม่ ที่ใช้วัสดุพลาสติกหนาทึบแสง มีความแข็งแรงไม่แตกหรือไม่รั่วซึมได้ง่าย และมีซิปล็อคแบบ 2 ชั้น เพื่อลดการรั่วซึมของน้ำนมแม่ออกจากถุง ช่วยลดกลิ่นเหม็นหืนในน้ำนมได้ และสามารถคงคุณค่าของน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี 2. ขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงเวลานั้น ถุงเก็บน้ำนมแม่ ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงในเวลานั้น อย่างช่วงแรกๆที่แม่อาจจะปั๊มได้ในไม่เยอะมากก็ควรเลือกใช้ขนาดเล็กลงมาหน่อย (4-5 ออนซ์) แล้วพอคุณแม่เริ่มปั๊มนมได้เยอะมากขึ้นค่อยขยับขนาดใหญ่ขึ้นไป การเลือกขนาดถุงพอดีกับน้ำนม จะช่วยให้แม่ๆประหยัดพื้นที่จัดเก็บในตู้แช่ได้ขนาดข้างเยอะ และยังไม่เปลืองถุง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ 3. มีแถบบันทึก เขียนง่าย ชัดเจน ควรมีแถบเขียนเอาไว้จดรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น […]

        คุณแม่มือใหม่กับการเอาลูกน้อยเข้าเต้า ให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ฟังดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะการที่แขนของคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกและต้องก้มตัวให้นมลูกน้อยบ่อย ๆ อาจจะทำให้คุณแม่ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน หรือ เมื่อยล้าได้สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เพราะเห็นถึงปัญหาของคุณแม่หลังคลอด หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จึงถูกออกแบบมาเพื่อคุณแม่ให้นมโดยเฉพาะเลยค่ะ หมอนออกแบบตามสรีระศาสตร์ทารก ช่วยประคองคอและหลังของลูกน้อย พร้อมช่วยลดอาการปวดเมื่อยของคุณพ่อคุณแม่เวลาอุ้มทารกได้ด้วยค่ะ หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จำเป็นต้องมีไหม? คุณแม่ที่เชี่ยวชาญในการอุ้มทารกเป็นอย่างดี อุ้มลูกน้อยได้สบายหายห่วง เบาะอุ้มให้นมอาจจะดูไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เวลาให้นมลูกยังต้องเกร็งแขน จนต้องใช้วิธีเอาหมอนหนุนมาวางซ้อนกันหลาย ๆ ใบ เพื่อรองรับลูกน้อย ยกลูกให้ถึงเต้านม หมอนรองให้นมก็ถือว่าจำเป็นต้องมีค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยอยู่ในระดับที่ให้นมได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยของคุณแม่ และที่สำคัญหมอนทั่วไปไม่เหมาะกับการให้ทารกนอนระหว่างให้นม เพราะหมอนไม่ได้โค้งกระชับรองรับสรีระทารกค่ะ วิธีเลือกซื้อหมอนรองให้นม 1. เลือกจากรูปทรงหมอนรองให้นมมีหลายรูปแบบ เช่น รูปตัวยู, เบาะตามสรีระทารก เป็นต้น คุณแม่ควรจะเลือกแบบที่ตัวเองถนัด ที่สำคัญคุณสมบัติหลักควรจะกระชับรองรับสรีระทารกได้เป็นอย่างดี 2. กระชับแนบตัวลูก หรือ ตัวคุณแม่หมอนรองให้นมควรจะแนบกระชับตัวลูกน้อย รองรับตามสรีระเด็กทารก เพื่อให้คุณแม่อุ้มได้ถูกท่า หากเป็นแบบหมอนรูปตัวยู ควรจะปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่ ไม่ให้หมอนเลื่อนหลุดง่าย […]

        คุณแม่ทั้งหลายรู้สึกถึงลูกดิ้นกันรึยังจ้ะ ที่เค้าว่ากันว่าเวลาลูกดิ้นเป็นช่วงที่แฮปปี้สุดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องโม้นะ เพราะว่ามันเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าตื่นเต้น เหมือนโลกหยุดหมุนเลยล่ะ คุณแม่ๆ มือใหม่ทั้งหลายก็คงกำลังรอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่ออยู่ใช่มั้ยคะ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าลูกของคุณแม่ๆ ทั้งหลายจะเริ่มดิ้นกันตอนไหน ท้องเริ่มใหญ่แล้วแต่ลูกไม่เห็นดิ้นซักที… จริงๆ แล้วขนาดท้องก็ไม่ได้บ่งบอกถึงขนาดตัวลูกในท้องของคุณแม่นะ คุณแม่จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกเร็วหรือช้านั้นจะขึ้นอยู่กับผนังหน้าท้องของคุณแม่ต่างหากล่ะ คุณแม่ท่านไหนที่ดั้งเดิมเป็นคนตัวเล็ก ผนังหน้าท้องบาง ก็จะรู้สึกได้เร็วกว่าคุณแม่ที่มีผนังหน้าท้องที่หนาค่ะ ในช่วงท้องอ่อนๆ ขนาดตัวของลูกจะยังเล็กมาก ต่อให้ดิ้นเป็นวงกลมม้วนสิบตลบก็ไม่มีทางมาชนกับผนังหน้าท้องให้คุณแม่รู้สึกได้ค่ะ สำหรับคุณแม่ท้องแรกจะรู้สึกถึงลูกดิ้นตอนประมาณสัปดาห์ที่ 18-25 ส่วนคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมาแล้วจะรู้สึกตอนประมาณสัปดาห์ที่ 13-14 ค่ะ ความรู้สึกแรกคือคุณแม่จะรู้สึกเหมือนโดนปลาตอดที่หน้าท้องเบาๆ อาจจะรู้สึกจั๊กจี้นิดนึง แต่มีความสุขสุดๆ ไปเลย ลูกดิ้นตอนไหนบ้างนะ? ลูกน้อยของเรามักจะหลับซะเยอะค่ะ แต่มักจะชอบตื่นมาแดนซ์ตอนช่วงดึกๆ ตั้งแต่ 3 ทุ่มจนเข้าตี 1 ตี 2 ราวกับจะเปิดผับในท้องของเราอย่างนั้นแหละ เอาจริงๆ แล้วลูกน้อยในท้องจะยังตื่นไม่เป็นเวลา เพราะเค้ายังไม่รู้จักกลางวันกลางคืน ส่วนใหญ่ลูกจะดิ้นหลังอาหารทั้งสามมื้อ เวลาคุณแม่ทานอะไรหวานๆ เวลาที่คุณแม่ได้ออกกำลังกายเบาๆ หรือแม้แต่เวลาที่คุณแม่หิวก็อาจจะทำให้ลูกดิ้น เพราะว่าเสียงท้องร้องของคุณแม่อาจจะกำลังกวนเค้าอยู่ พอคุณแม่เริ่มท้องแก่สักประมาณ 36 สัปดาห์ ความรู้สึกถึงการดิ้นของลูกอาจจะเปลี่ยนไปค่ะ จะช้าๆ เนิบๆ เพราะเค้าตัวใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่ในมดลูกแคบลง จะมาขยับปุปปับเหมือนเดิมก็คงไม่ได้ละ ลูกดิ้นสำคัญอย่างไร ในช่วงท้องอ่อนๆ จะเป็นช่วงที่คุณแม่กังวลมากว่าลูกยังอยู่กับเรารึเปล่าเพราะเราไม่รู้สึกถึงการขยับของเค้าเลย แต่พอเรารู้สึกว่าเค้าดิ้น เราจะอุ่นใจมากๆ ค่ะ เพราะการดิ้นของลูกน้อยทำให้เรารู้ว่าเค้ายังแข็งแรงดีอยู่นั่นเอง การนับลูกดิ้น คุณแม่มือใหม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องการนับลูกดิ้น แต่ก็อาจจะยังคงงงๆ ว่าจะนับยังไง การนับลูกดิ้นจริงๆ แล้วก็มีหลายวิธีนะ […]

        เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]

        All Categories

        Menu
        All Categories
        All Brands
        All Ages
        BabyGift Care
        News & Event
        All Categories
        All Brands
        All Ages

        Kid