แชร์เทคนิคเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ตามวัย ถูกใจลูกน้อย

ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง

เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้

ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน

วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ

ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ หรือฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก นึ่ง หรือเข้าตู้อบยูวีได้ จะดีมาก เพราะน้องมีโอกาสนำเข้าปากได้

นอกจากนี้ การฝึกการได้ยินเสียง ในช่วงนี้สำคัญมาก เพราะน้องๆ จะมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อเสียงต่างๆ เพราะเค้าฝึกการฟังมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว การเลือก เปลไกวไฟฟ้า ที่มีเสียงกล่อมมาให้ด้วย จะช่วยฝึกการฟังเสียง และยังช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย หากมีโมบายชนิดมีเพลง หรือการเปิดเพลงคลอ ก็จะช่วยกระตุ้นการได้ยินได้ดีเช่นกันค่ะ

และเมื่อเข้าใกล้วัย 6 เดือน น้องๆ บางคนอาจมี อาการคันเหงือก เพราะ ฟันซี่แรกกำลังจะขึ้น จึงมักชอบ คว้าจับสิ่งของเข้าปาก มากัด หรืออม ยางกัดซิลิโคน แบบมีที่จับหรือมีสายคล้องจะเหมาะกับน้องๆ วัยนี้มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 6 – 10 เดือน

ช่วงนี้น้องๆ หนูๆ จะเริ่ม พลิกคว่ำตัว ชันคอ กันได้แล้ว และเริ่มจะ เรียนรู้การคลาน โดยจะเริ่มจากการคว่ำตัว พยายามชันคอ และเริ่มใช้บริเวณหน้าท้องไถไปมาที่พื้น จนไปถึงทำท่าโก้งโค้งขยับไปมาหน้าหลัง เป็นท่าเตรียมพร้อมที่จะเริ่มหัดคลาน  การเลือกซื้อ แผ่นรองคลาน และ คอกกั้นเด็ก ให้กับลูกน้อย ควรเลือกชนิดที่ ปราศจากสารเคมี BPA FREE  เช็ดทำความสะอาดได้ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค ไม่ใช้สีที่เป็นอันตรายต่อทารก เพราะน้องๆ มักจะก้มไปเลียพื้นเวลาฝึกคลานค่ะ

นอกจากนี้ น้องๆ จะเริ่มสนใจสิ่งอื่นมากขึ้น โดยเรียนรู้จากการกด บีบ จับ แล้วก่อให้เกิดเสียง หรือเกิดแสง และยังเริ่ม จดจำรูปทรงต่างๆ ในวัยนี้ ของเล่นที่มีการขยับเขยื้อนได้ เช่น รถไฟ ลูกบอล หรือคีย์บอร์ดของเล่น  ที่กดแล้วเกิดแสงสีเสียง จะช่วยกระตุ้นให้น้องตื่นตัว หรือคลานไปคว้าจับมาเล่นได้ดีค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 10-12 เดือน

เด็กวัยนี้จะหลังแข็ง สามารถนั่งทรงตัวได้ด้วยตัวเองแล้ว และยังเป็นวัยที่ เริ่มหยิบจับได้ดีมากขึ้น เริ่มจากของที่มีน้ำหนักเบา และเมื่อเข้าใกล้วัย 1 ขวบขึ้น ก็จะ เริ่มอยากจะเกาะยืน และเดินได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นวัยที่ ชอบสำรวจสิ่งต่างๆ

ของเล่นที่เหมาะสมกับน้องๆ วัยนี้คือ ของเล่นที่ช่วยในการหัดยืน หรือหัดเกาะเดินต่างๆ จะ ช่วยให้เรียนรู้การทรงตัวได้ด้วยตนเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ ยังต้องคอยอยู่ข้างๆ หรือช่วยพยุงอยู่ในระยะนี้ค่ะ

และวัยนี้มีความ เก่งเรื่องการจดจำ ได้มาก ทั้งรูปภาพ รูปทรง สี คุณแม่สามารถฝึกเล่น Flash Card หรือบ้านกิจกรรม สนุกๆ กับลูกได้ หรือการเล่านิทานที่มีภาพ มีเสียง ก็จะถูกใจน้องๆ มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็กวัย 1-2 ขวบ

วันนี้น้องๆ หนูๆ จะสามารถเดินได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ โดยเริ่มเดินเตาะแตะแบบช้าๆ จนไปถึงวัยที่เริ่มวิ่งจนจับตัวแทบไม่ทันเลยค่ะ และยังเป็นวัยแห่งการใช้พลัง กรี๊ดกร๊าด คึกคักสุดๆ ไปเลย ร่างกายสามารถหยิบจับ ขยับส่วนต่างๆ ได้ตามใจมากยิ่งขึ้น และ ฟังคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่รู้เรื่อง แล้วค่า จึงเป็นวัยที่พร้อมจะเรียนว่ายน้ำ ลงสระว่ายน้ำกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างปลอดภัย คุณแม่สามารถซื้อ อุปกรณ์การว่ายน้ำ เช่น ห่วงยางว่ายน้ำ แพมเพิสสำหรับลงสระว่ายน้ำ หรือสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ให้ลูกเล่นในบ้านได้ค่ะ รวมไปถึง การเล่นของเล่นที่มีการทรงตัว เช่น ม้าโยกตัวเล็กๆ หรือรถเข็น 4 ล้อขาไถ ก็สามารถฝึกได้ในตอนนี้ค่า

และน้องๆ วัยนี้ชอบทำตามพ่อแม่ ชอบเล่นบทบาทสมมติ การหาของเล่นที่คล้ายๆ กับสิ่งที่พ่อแม่ใช้ เช่น กระเป๋าแต่งหน้า กระเป๋าเชฟ กระเป๋าช่าง อุปกรณ์ช่าง จะช่วยให้น้องได้ฝึกหยิบจับ ปาได้อย่างปลอดภัยค่า

ของเล่นเด็กวัย 3 ขวบ ขึ้นไป

วัย 3 ขวบขึ้นไป พร้อมที่จะไปโรงเรียนแล้วค่า น้องๆ หนูๆ สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตนเอง จากการเรียนรู้ตามพ่อแม่ สามารถขยับร่างกาย ทรงตัว ทำงานร่วมกันระหว่างประสาทสัมผัสทางตา และมือพร้อมกันได้ดี ยืนขาเดียวได้ สามารถเล่นและเรียนรู้ในรูปแบบที่ซับซ้อนเป็นระบบมากขึ้น มีจินตนาการที่สูง

ส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ด้วยของเล่นที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บล็อกตัวเลขเสริมพัฒนาการ กล้องถ่ายรูปเด็ก จักรยาน3ล้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ได้มีพัฒนาการที่ดี และได้ใช้จินตนาการของลูกได้อย่างเต็มที่ บอกเลยน้องๆหนู ถูกใจ ร้องว้าวแน่นอนค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ คุณพ่อคุณแม่ คุณน้าคุณอาทุกท่าน เลือกซื้อของเล่นเด็ก ไปฝากลูกน้อย หรือหลานรัก ได้อย่างถูกต้องสมวัย ให้ลูกน้อยเล่นได้สนุก ส่งเสริมพัฒนาการได้ดี

เบบี้กิ๊ฟ ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ตัวแทนนำเข้าของเล่นเด็กคุณภาพ โดยเราคัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อทารก ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อให้ลูกน้อยเล่นได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล สามารถรับ ช้อปสินค้าผ่าน Website BabyGift หรือ เข้าสัมผัสสินค้าตัวจริงได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน ทีมงานเบบี้กิ๊ฟ ยินดีให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็กให้กับทุกท่านค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” เปลี่ยนไปตลอดการเติบโต เมื่อกำลังเลือกคาร์ซีทให้ลูกเป็นครั้งแรก หลายครอบครัวมักเริ่มจากคำถามเดียวกัน “คาร์ซีทรุ่นนี้ใช้ได้กี่ปี?” เป็นคำถามที่ไม่ผิด เพราะคาร์ซีทเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง หลายคนจึงอยากเลือกแบบที่ใช้งานได้นานที่สุด เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง ยังมีคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ คาร์ซีทรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของลูก ในช่วงวัยที่กำลังใช้งานอยู่หรือไม่ เพราะเด็กทุกคนจะเติบโตขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีเพียงอายุหรือน้ำหนักเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุด คือ สรีระของร่างกาย ทั้งส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของไหล่ ความกว้างของสะโพก รวมถึงตำแหน่งที่เข็มขัดนิรภัยควรวางพาดเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และนี่เอง คือเหตุผลที่ผู้ผลิตคาร์ซีททั่วโลกยังคงพัฒนาคาร์ซีทหลายประเภท แทนที่จะออกแบบเพียงรุ่นเดียวให้รองรับเด็กทุกช่วงวัย สรุปสั้น ๆ คาร์ซีท 0–4 ปี เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการคาร์ซีทที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของเด็กเล็กโดยเฉพาะ คาร์ซีท 0–7 ปี เน้นความสมดุลระหว่างการรองรับและการใช้งานต่อเนื่อง คาร์ซีท 0–12 ปี เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้งานหลายช่วงวัย เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” ของเด็กเปลี่ยนไปตลอดเวลา ลองนึกภาพเด็กแรกเกิดที่มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เทียบกับเด็กวัยประถมที่มีความสูงมากกว่า 130 เซนติเมตร […]

การทำความสะอาดและ ฆ่าเชื้อขวดนม เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจมาก ๆ ไม่แพ้ขั้นตอนการ “เลือกขวดนม” และเลือกน้ำยาสำหรับ “ล้างขวดนม” เลยค่ะ เพราะลูกน้อยเบบี๋วัยแรกเกิดยังไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคต่าง ๆ เหมือนผู้ใหญ่ การละเลย ไม่ใส่ใจในขั้นตอนการฆ่าเชื้อขวดนมนี้ อาจส่งผลให้ลูกน้อยเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นได้ จากแต่เดิมวิธี ฆ่าเชื้อขวดนม ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าคือวิธีการ “ฆ่าเชื้อด้วยการต้ม” ซึ่งต้องใช้เวลานานเกินครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้น้ำร้อนถึงจุดเดือดที่จะสามารถฆ่าเชื้อได้ ซึ่งวิธีนี้ก็ยังทำให้ขวดนมเสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการฆ่าเชื้อขวดนม ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของการทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนมได้มากขึ้น มีวิธีใดบ้างนั้นเรามาดูกันค่ะ 1.การฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งไฟฟ้า การฆ่าเชื้อด้วยการนึ่ง ถือเป็นวิธีการที่ง่าย และใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการต้ม เพียงแค่เติมน้ำตามปริมาณที่กำหนด วางฐานรองนึ่งให้เข้าที่ นำขวดนมที่ถอดชิ้นส่วนล้างอย่างสะอาดแล้ว มาวางคว่ำลง แล้วปิดฝากดปุ่มให้เครื่องทำงาน เครื่องจะทำให้น้ำที่เราเติมไปเดือดและละเหยไอน้ำให้ลอยขึ้นไปฆ่าเชื้อ หลังจากเครื่องทำงานเสร็จ เพียงนำที่คีบขวดนมออกมามาผึ่งให้แห้งก็สามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างสบายใจค่ะ ข้อดี  – สะดวก ใช้งานง่าย และเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นวิธีที่ผู้ใหญ่ในบ้านน่าจะคุ้นเคยกันดีข้อเสีย  – ต้องหมั่นล้างคราบตระกรันบริเวณถาดใส่น้ำด้านล่างให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเชื้อรา และเชื้อโรคบางชนิดแอบแฝงได้ 2.การฆ่าเชื้อด้วยไมโครเวฟ วิธีนี้ถือเป็นหลักการเดียวกับเครื่องนึ่งไฟฟ้า คือเป็นการทำให้น้ำเดือดและละเหยเป็นไอน้ำขึ้นมาฆ่าเชื้อ เหมาะสำหรับบ้านที่มีเครื่องไมโครเวฟอยู่แล้ว หรือผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา […]

คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท ( อ่านบทความประเภทของคาร์ซีท Click ) แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก 4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้ คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024 Ailebebe รุ่น Kurutto R The First จุดเด่น  การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี  การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  Ailebebe รุ่น Kurutto R […]

การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!

วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8  ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ  […]

การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid