เทคนิคเลือกซื้อ เครื่องปั๊มนม สำหรับคุณแม่ทำงานนอกบ้าน

ด้วยคุณค่าน้ำนมแม่ที่มีสารอาหารมากมายกว่า 200 ชนิด แถมด้วยสารสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เชื่อว่าคุณแม่ทุกท่านตั้งใจมั่นที่จะให้นมจากเต้าแก่ลูกน้อยให้นานที่สุด  แต่ด้วยปัจจุบันคุณแม่หลายๆ ท่านเป็นเวิร์กกิ้งมัม ที่ต้องกลับไปทำงานหลังจากต้องลาคลอด และลางานเพื่อเลี้ยงลูก ทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ด้วยตัวเอง เครื่องปั๊มนม จึงเป็นอุปกรณ์คู่ใจ ที่จะทำให้คุณแม่ยังคงให้นมแม่แก่ลูกได้ไปยาวนาน

แต่เมื่อถึงเวลาต้องไปทำงาน หรือออกนอกบ้าน ก็มีเงื่อนไขมากมายที่อาจทำให้คุณแม่ใช้งานเครื่องปั๊มนมบางชนิดได้ไม่สะดวก ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่ทำงานนอกบ้านได้เต็มที่ พร้อมกับมีน้ำนมให้ลูกได้เพียงพอ คุณแม่จึงควรต้องรู้เทคนิคในการเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะสำหรับเวิร์กกิ้งมัม ที่จะช่วยให้ปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกน้อยได้สะดวกเสมอ

เทคนิค Working Mom เลือก เครื่องปั๊มนม    

1. มีแรงในการปั๊มนมและรอบดูดที่มีคุณภาพ

มีแรงดูดและปั๊มที่ดีมีประสิทธิภาพ  สามารถปรับได้หลายระดับ เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือต้องเร่งรีบ โดยเครื่องปั๊มนม ที่ใช้งานได้ดี ควรจะมีจังหวะการปั๊มนมและรอบดูดที่เลียนแบบการดูดของลูกน้อยทารก นั่นคือ ควรมีแรงดูดหรือปั๊มไม่น้อยกว่า 200 mmHg.และรอบการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที

ซึ่งคุณแม่ที่น้ำนมออกดีอาจใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบการดูดต่ำกว่า 40 นาทีได้ แต่เพื่อการใช้งานได้ยาวนาน และส่วนใหญ่คุณแม่ทำงานมักจะปั๊มนมและเก็บนมแม่ให้ลูกนานกว่า 4 เดือนขึ้นไป จึงควรเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบการดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป  จะช่วยทำให้ปั๊มนมแต่ละครั้งออกมาได้มากและรวดเร็วกว่านั่นเอง

2. เครื่องปั๊มนม มีฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลาย

ทั้งการนวดกระตุ้นน้ำนม การปั๊มนม การดูดน้ำนมหลายจังหวะ จะช่วยให้คุณแม่ใช้เครื่องปั๊มเป็นผู้ช่วยในการกระตุ้นน้ำนมได้ไปในตัว เพราะเครื่องปั๊มนมที่นวดกระตุ้นได้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการคัดตึงเต้านมได้ และกระตุ้นให้น้ำนมออกมาได้มากด้วย

3.เลือกที่ใช้ได้รวดเร็วคุ้มค่า

เช่นการเลือกใช้เครื่องปั๊มนมแบบปั๊มคู่ จะทำงานได้เร็วและมากกว่าแบบปั๊มเดี่ยว เพราะสามารถปั๊มนมได้พร้อมกันทีเดียวสองเต้า หรือให้ลูกดูดข้างหนึ่งและปั๊มได้อีกข้างหนึ่งไปพร้อมกันได้

4. เสียงไม่ดัง

คุณแม่ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่ไม่มีเสียงดังเวลาทำงานมากเกินไป  เพราะต้องใช้ในที่ทำงาน หรือสถานที่สาธารณะ จึงไม่ควรมีเสียงดังรบกวนผู้อื่น

5. มีขนาดเล็ก พกพาง่าย น้ำหนักเบา

ด้วยความที่คุณแม่ทำงานต้องเดินทางไป-กลับทุกวัน หรือเมื่อต้องไปธุระนอกสถานที่ ทำให้ต้องมีทั้งถุงเก็บน้ำนม หรือขวดนม รวมถึงกระติกน้ำแข็ง และเครื่องปั๊มนมติดตัวไปด้วยทุกครั้ง คุณแม่จึงควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา ไม่ต้องใช้พื้นที่เก็บมาก จะใส่กระเป๋าไปไหนก็สะดวกสบายเสมอ

6. มีแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนได้ง่าย

เพราะเครื่องปั๊มนมแต่ละชนิด จะใช้พลังงานในการดูดที่ต่างกัน หากเป็นเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ คุณแม่ทำงานก็ควรเลือกชนิดที่มีแบตเตอรี่ สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ หรือชาร์จไฟได้สะดวกทุกที่ เช่น สามารถชาร์จกับพาวเวอร์แบงก์ หรือชาร์จไฟในรถยนต์ได้ ไม่ต้องกังวลว่าปั๊มนมอยู่แล้วแบตหมดกลางคัน   หรือหาที่ชาร์จไม่ได้จนเกิดปัญหาในอนาคต

7.เครื่องปั๊มนมที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

หมายถึงคุณแม่ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่ใช้งานได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว กดปุ่มด้วยมือข้างเดียวก็ทำงานได้แล้ว  รวมถึงวิธีการประกอบอุปกรณ์ต่างๆ การถอดการใส่ไม่ควรต้องทำอะไรให้ซับซ้อนยุ่งยาก เพื่อให้คุณแม่ใช้ปั๊มนมได้ทันที และรวดเร็วตามต้องการในช่วงเวลาที่จำกัด

8. มีข้อมูลหรือวิธีการใช้ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย

สุดท้ายคือเครื่องปั๊มนมที่คุณแม่ทำงานควรเลือกต้องมีข้อมูลและวิธีการใช้งานที่อธิบายชัดเจนเข้าใจง่าย  อาจมีคู่มือการใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีการรับประกันแบตเตอรี่หรือสินค้า มีอุปกรณ์เสริมกรณีชำรุด บริการหลังการขายในเรื่องซ่อมหรือมีอะไหล่ทดแทน ให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าเครื่องปั๊มนมที่ใช้นั้น ซื้อเพียงครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานได้คุ้มค่า สมราคา เกิดประโยชน์ต่อการมอบน้ำนมแม่แก่ลูกน้อยได้มากที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

แม้ตอนนี้ข่าว PM2.5 จะดูซาๆ ลงไป เพราะมีข่าวดังอย่าง COVID-19 มาแทนที่ แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะเจ้าฝุ่นนี้ก็ยังคงไม่ได้หายไปไหนนะคะ ความน่ากลัวคือเจ้าฝุ่นนี้มันมีขนาดเล็กมาก มากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูของจริง เพราะถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ภัยร้ายนั้นขอบอกว่าเพียบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มเสี่ยงอย่าเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ส่วนหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นเป้าหมายของเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้ก็เพราะ ในช่วงตั้งครรภ์นี้คุณแม่จะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติค่ะ ทำให้เวลาคุณแม่หายใจเอาเจ้าฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้เข้าไป มันจะส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณแม่ได้รุนแรงกว่าคนทั่วไป เรามาดูกันดีกว่าว่าโรคร้ายอะไรบ้างที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 ได้ โรคร้ายที่สามารถเกิดได้จากฝุ่น PM2.5 1. โรคมะเร็งปอด เมื่อเราหายใจนำฝุ่นเข้าไป ฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเหล่านี้จะสามารถวิ่งเข้าไปได้ลึกถึงถุงลมปอดเลยล่ะค่ะ ซ้ำร้าย บางส่วนของฝุ่นอาจจะซึมผ่านถุงลมปอดเข้าไปในกระแสเลือดอีก ทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันต่างๆ ตามมา และการที่ฝุ่นเข้าไปนี้เองที่ทำให้ระบบในร่างกายแปรปรวนจนทำให้เซลล์พยายามกลายพันธุ์ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่จะเปลี่ยนเป็นมะเร็งเลยนะ 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างที่บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าฝุ่น PM2.5 นั้นสามารถซึมผ่านถุงลมปอดได้ง่ายๆ ทำให้มันสามารถแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างกายโดยเฉพาะในกระแสเลือด เมื่อสะสมเป็นจำนวนมากๆ เข้า จะทำให้เส้นเลือดอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากปล่อยให้เรื้อรังอาจเกิดเส้นเลือดตีบได้เลยค่ะ 3. โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจเป็นโรคที่เกิดจาก PM2.5 ที่พบได้มากที่สุด เนื่องจากทางเดินหายใจเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับเจ้าฝุ่นพวกนี้ การที่เราหายใจเอาฝุ่นเข้าไปจำนวนมากนั้นจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายจมูก โรคทางเดินหายใจที่เรารู้จักกันดี […]

การเลือก “เครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับตัวเอง” จะช่วยให้การให้นมลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น และลดความเครียดของคุณแม่ได้มาก เครื่องปั๊มนมคืออะไร? ทำไมคุณแม่ยุคนี้ “ต้องมี” เครื่องปั๊มนม (Breast Pump) คืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดน้ำนมออกจากเต้านม เพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูก เหมาะสำหรับ: ปัจจุบันเครื่องปั๊มนมถูกออกแบบให้ “ใช้ง่าย เงียบ และสบายขึ้น” วิธีเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับคุณแม่ 1. เลือกประเภทเครื่องปั๊ม แบบมือ (Manual) ราคาย่อมเยา เหมาะกับใช้งานเป็นครั้งคราว แบบไฟฟ้า (Electric) สะดวก ประหยัดเวลา เหมาะกับคุณแม่ที่ปั๊มทุกวัน แบบไร้สาย / Hands-free ใส่ในบราปั๊มได้ เคลื่อนไหวได้ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้อง Multitask 2. ความนุ่มนวลและแรงดูด จุดสำคัญที่สุดคือ “ปั๊มแล้วไม่เจ็บ” 3. ความเงียบ 4. ความสะดวกในการพกพา 5. มาตรฐานความปลอดภัย แนะนำเครื่องปั๊มนมยอดนิยม (BabyGift) 1. HAENIM รุ่น 7X เหมาะกับ: คุณแม่ที่ปั๊มนมทุกวัน ต้องการเครื่องที่ครบและคุ้มค่าในระยะยาว […]

Amarin Baby & Kids Awards 2024 ขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ทั่วประเทศ ที่ช่วยโหวตให้กับ #เครื่องอบยูวี 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 จนได้รับรางวัล 𝗠𝗢𝗠𝗠𝗬’𝗦 𝗖𝗵𝗼𝗶𝗰𝗲𝘀 Best Baby Bottle Sterilizer จากงาน Amarin Baby & Kids Awards 2024 ทางแบรนด์รู้สึกดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการดูแลลูกน้อยคุณพ่อคุณแม่ เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มี ‘นวัตกรรมใหม่ๆ’ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกครอบครัวอย่างดีที่สุดค่ะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2024 #ABKAWARDS2024 #สินค้าแม่และเด็ก

การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ  เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ ! เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ พัฒนาการของเด็ก ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น […]

คาร์ซีทปลอดภัย สำหรับเด็กแรกเกิด จะต้องดูจากอะไรบ้าง วันนี้ BabyGift จะมาบอกวิธีดูคาร์ซีทที่ปลอดภัย แบบลึกซึ้งถึงโครงสร้างกันเลยค่ะ เพราะทุกวัสดุที่ประกอบอยู่ในคาร์ซีทนั้น มีผลต่อความปลอดภัยของลูกน้อยมาก และก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้เลยค่ะ   โครงคาร์ซีท ทำจากอะไร แบบไหนที่ปลอดภัย      1. โครงพลาสติกทั่วไป (PP)  พลาสติกมีความแข็งแรง ทนต่อการกระแทก มีน้ำหนักเบา ส่วนใหญ่มักจะใช้ภายในห้องโดยสารรถยนต์ เช่น แผงประตู หรือ คอนโซลรถ  เมื่อใช้พลาสติก 100% ทำเป็นโครงคาร์ซีทสำหรับเด็กโตโดยเฉพาะ ที่น้องมีสรีระแข็งแรงแล้ว ก็เพียงพอต่อการปกป้องน้องให้ปลอดภัยค่ะ   แต่สำหรับเด็กแรกเกิด ที่สรีระบอบบาง ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ การใช้พลาสติก 100% เลย อาจจะไม่พียงพอ โครงคาร์ซีทควรจะเสริมด้วยวัสดุอื่น ๆ เพิ่มความแข็งแรงด้วย เช่น เสริมด้วยไฟเบอร์กลาส       2. โครงพลาสติก เสริมไฟเบอร์กลาส ไฟเบอร์กลาส หรือ เส้นใยแก้ว จะใช้เพื่อเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ ใช้แทนโลหะได้เลย เช่น ทำชิ้นส่วนเครื่องบินเล็ก ทำชิ้นส่วนรถแข่ง เพราะทนต่อการถูกกระแทก ทนต่อการฉีกขาด มีน้ำหนักเบา และยังสามารถดัดโค้งจัดรูปทรงได้ ไม่เปราะง่าย  ในการทำโครงคาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]

หนึ่งอุปกรณ์สำคัญเพื่อการเลี้ยงลูกที่คุณแม่ขาดไม่ได้คือ ขวดนม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจมองข้าม เพราะคิดและตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นมแม่ล้วนหลังคลอด ซึ่งอาจลืมไปว่าแม้จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ขวดนมก็ยังมีความสำคัญและเป็นผู้ช่วยชั้นดีของการให้นมแม่ได้แน่นอน » ขวดนมจำเป็นแค่ไหน ? » ขวดนม มีกี่แบบ ? ปัจจุบันขวดนมสำหรับเด็กผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย มีหลายประเภทและหลายรูปทรงให้เลือก วัสดุของขวดนม ขวดนมสำหรับเด็ก มีทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก และขวดที่ใช้แล้วทิ้ง(Disposable Liners)ที่ใส่ลงในขวดนมอีกที  แต่ปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ที่นิยมใช้มักผลิตจากพลาสติกเพราะน้ำหนักเบา ตกไมแตก ทนความร้อนและหาซื้อง่าบ โดยมีทั้งขวดพลาสติกใส ขวดพลาสติกขาวขุ่น และขวดสีชา ที่ผลิตจากพลาสติกที่ต่างชนิดกัน 1. ขวดนม PP วัสดุ POLYPROPYLENE เป็นขวดนมที่มีสีโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 –110˚c มีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน และอาจเหลือน้อยลงหากผ่านความร้อนจากการต้มหรือนึ่งบ่อยๆ 2. ขวดนม PES วัสดุ POLYETHERSULFONE เป็นขวดพลาสติกสีชาหรือน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50–180˚c มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 6 เดือน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event