เคล็ดลับในการดูแลดวงตาลูกน้อย

  • ใช้ดวงตาให้ถูกวิธี เด็กๆไม่ควรใช้สายตาจับจ้องเป็นเวลานาน เช่น การอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นเกม ดูโทรทัศน์นานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะการดูใกล้ ก็ถือว่าเป็นการใช้สายตามากเกินไป หรือเวลาอ่านหนังสือ ก็ควรอ่านในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพราะหากใช้สายตามาก ใช้สายตาผิดวิธี ก็อาจทำให้สายตาผิดปกติได้เร็วขึ้น
  • ตรวจสายตา หากมีอะไรผิดปกติหรือสงสัยว่าดวงตาของลูกจะมีปัญหา เช่น ตาดำดูผิดปกติ, ตาลูกเหล่ (เป็นบางครั้งหรือว่าบางเวลา), หนังตาข้างใดข้างหนึ่งตกลงโดยเฉพาะภาวะติดเชื้อ มีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเหลืองปนเขียวหรือหนังตาบวมแดงร่วมด้วย อาจมาจากฝุ่นละอองในอากาศ ไม่ควรนิ่งนอนใจรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นค่ะ
  • งดซื้อยาใช้เอง ดวงตามีเนื้อเยื่อที่บอบบาง (ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย) ดังนั้น การใช้ยากับเด็กต้องปรึกษาคุณหมอ และระมัดระวัง อย่างมาก เช่น การใช้ยาหยอดตา คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยอดตา และขณะที่หยอดต้องระวังไม่ให้หยด แตะกับตาหรือขนตา เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรเก็บยาไว้ในที่เย็นในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่นนะคะ
  • ดูแลให้ถูกวิธี การหมั่นดูแลเรื่องความสะอาด ทั้งเครื่องนอน และอุปกรณ์ ต่างๆที่ดวงตาลูกน้อยอาจสัมผัสได้ เช่น เปลี่ยนผ้ารองที่นอน หมอนที่ลูกหนุน หรือสังเกตว่า ดวงตาลูกมีขี้ตาออกมา ให้ทำความสะอาดโดยใช้สำลีชุบ น้ำต้มสุกอุ่น เช็ดจากหัวตาไปยังหางตา และควรเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่เช็ดอีกข้าง สำหรับเล็บมือ เรื่องนี้ก็สำคัญ คุณแม่ควรตัดเล็บมือ ดูแลความสะอาดเป็นประจำด้วยเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคต่างๆค่ะ
  • ระวังอุบัติเหตุ สถานที่ที่มีฝุ่น ควันเยอะๆ ลมแรง หรือแสงแดดจ้ามากๆ สถานที่เหล่านี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับดวงตาได้ง่าย ต้องเลี่ยงไว้ก่อนหรือหาทางปกป้อง รวมถึงสอนลูกไม่ให้แคะ แกะ เกา หรือทำอะไรกับดวงตาเมื่อมีอาการเกิดขึ้น เช่น คัน เป็นตุ่ม เพื่อความปลอดภัยต่อดวงตา เพราะอาจทำให้เป็นปัญหาอื่นตามมาได้ค่ะ

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย

  • ผักบุ้ง มีสารที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนเยอะมาก ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงให้ตาเป็นประกาย ไม่แสบ ไม่แห้ง
  • มันเทศ เป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยบำรุงสายตาเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีสารต้านมะเร็งอีกด้วย

>>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

หลังคลอดลูกน้อย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณแม่ต้องทำบ่อยที่สุดคือ การให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้า หรือการป้อนนมจากขวด ซึ่งต้องใช้เวลานั่งอุ้มลูกครั้งละนานถึง 20–40 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน หากนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ หรือเมื่อยแขนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การให้นมลูกสบายขึ้น และช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า เก้าอี้ให้นมคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร ความหมายของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นม (Nursing Chair / Feeding Chair) หรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้คุณแม่ คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของคุณแม่ขณะให้นมลูกโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดแรงกดที่หลัง คอ ไหล่ และแขน จากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน ลักษณะเด่นของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติดังนี้ ทำไมคุณแม่หลังคลอดควรมีเก้าอี้ให้นม การให้นมลูกเป็นกิจวัตรประจำวันที่ใช้พลังงานและเวลามาก หากนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้ ประโยชน์ของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมมีกี่แบบ 1. เก้าอี้ให้นมแบบธรรมดา เหมาะกับ: คุณแม่ที่มีพื้นที่จำกัด หรือใช้งานเป็นบางเวลา […]

ตัดเล็บทารก หน้าที่นี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะแอบเกร็งเลยใช่ไหมคะ เพราะนิ้วลูกยังเล็กมาก เล็บก็ยังอ่อนและเปราะบาง คุณพ่อคุณแม่เลยกลัวว่าจะตัดเล็บเข้าเนื้อทำให้ลูกน้อยเจ็บตัวได้ แต่อย่ากลัวเลยค่ะ เพราะเรามี ”วิธีการตัดเล็บทารก” มาแชร์ให้อ่านกัน วิธีตัดเล็บนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความมั่นใจในการตัดเล็บให้ลูกน้อยมากขึ้น ตัดเล็บทารก เรื่องง่าย ๆ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสม ตัดเล็บทารก ควรตัดบ่อยแค่ไหน เล็บมือทารกจะยาวขึ้นวันละ 0.1 มม. ส่วนเล็บเท้าจะยาวช้ากว่า เด็กเล็กจึงควรตัดเล็บมือเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และเล็บเท้า 2-3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วงเดือนแรกลูกน้อยเล็บยังนิ่ม แต่ก็สามารถบาดผิวลูกได้ จึงแนะนำให้ใช้การตะไบมากกว่าการตัด แต่หลังจากนั้นเล็บจะแข็งแรงขึ้น สามารถเลือกใช้ตะไบตัดเล็บหรือกรรไกรก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของคุณพ่อคุณแม่ วิธีตัดเล็บทารก ตัดเล็บทารกให้ไม่เข้าเนื้อ ตัดเล็บเข้าเนื้อ อันตรายกว่าที่คิด การตัดเล็บให้ลูกน้อยอย่างไม่เชี่ยวชาญ ใช้อุปกรณ์ตัดเล็บไม่เหมาะสม และไม่ระวังมากพอ อาจทำให้ตัดเข้าเนื้อ เล็บฉีก จนลูกน้อยบาดเจ็บเลือดไหล และอันตรายไปถึงขั้นติดเชื้อได้เลยนะคะ  จากข้อมูลเพจเรื่องเล่าจากโรงหมอ ได้นำเสนอข่าวเด็กวัยสิบเดือนที่ยายตัดเล็บให้ จากนั้นนิ้วโป้งเท้าของเด็กก็เริ่มบวม แดง อักเสบ มีไข้สูง เมื่อพาไปพบคุณหมอก็ได้ข้อวินิจฉัยว่าเด็กนิ้วเท้าอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด คุณหมอจึงขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่นำรูปมาโพสต์เตือนให้พ่อแม่ทุกคนระวังในการตัดเล็บลูกน้อยมากขึ้น เห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกอุปกรณ์ตัดเล็บให้เหมาะกับวัยของลูกและควรตัดอย่างระมัดระวังมากขึ้นนะคะ ที่ตัดเล็บเด็ก ควรใช้แบบไหนให้ปลอดภัย 1. กรรไกรตัดเล็บเด็ก 2. […]

นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]

มือบวม-เท้าบวมเกิดจากอะไร? สำหรับคุณแม่หลายๆ ท่าน ไหนจะต้องรับมือกับท้องอันหนักอึ้งแล้ว ยังต่อเผชิญกับปัญหามือบวม-เท้าบวมอีกด้วย อาการบวมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพราะว่าคุณแม่อ้วนขึ้นหรือน้ำหนักขึ้นหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนในร่างกายที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง เอาแต่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดต่างหาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานของหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากดทับที่เส้นเลือดดำ เลือดก็เลยไหลเวียนลำบาก ทำให้มีการกักของเหลวไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้น นำไปสู่อาการมือบวม-เท้าบวมนั่นเองค่ะ อาการที่มักจะมาด้วยกัน อาการมือบวม-เท้าบวมส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้มาเดี่ยวๆ นะ เพราะอาการนี้มักจะมาร่วมกับอาการชา ใช่แล้วค่ะ! สาเหตุก็เพราะเส้นเลือดของคุณแม่ถูกกดทับอยู่นั่นแหละ คุณแม่บางคนอาจจะรู้สึกปวดเมื่อย และยิ่งจะมีอาการแย่ลงถ้าคุณแม่โหมงาน หรือยืนนานเกินไป คำเตือนก่อนจะเจอกับอาการมือบวม-เท้าบวม คุณแม่ที่สวมเครื่องประดับโดยเฉพาะแหวน ขอแนะนำให้ถอดเก็บไว้ก่อนนะคะ เพราะถ้าคุณแม่มีอาการมือบวมแล้วอาจจะถอดแหวนลำบาก หรืออาจถึงขั้นถอดไม่ได้เลย และที่สำคัญ ตอนคุณแม่จะคลอดน้องแล้วเนี่ย ต้องถอดเครื่องประดับทุกชิ้นเลยค่ะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่ไม่ถอดเตรียมไว้ก่อน อาจจะต้องใช้เครื่องตัดออกแทน เสียดายแย่เลย อย่าเพิ่งท้อใจ ยังมีวิธีรับมือ จริงอยู่ว่าไม่ใช่คุณแม่ทุกคนจะเจอกับอาการนี้ แต่คุณแม่ที่ต้องเจอกับการมือบวม-เท้าบวม ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปค่ะ วิธีรับมือกับอาการนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เดาๆ กันได้อยู่แล้ว ลองไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า 1. ไม่ยืน หรือฝืนยืนเป็นเวลานานๆ การยืนเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้อาการบวมนั้นแย่ยิ่งขึ้นนะคะ เพราะการยืนนานๆ จะทำให้คุณแม่ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาข้างใดข้างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่เต็มที่ 2. […]

คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก 4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้ คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024 Ailebebe รุ่น Kurutto R The First จุดเด่น  การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี  การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  Ailebebe รุ่น Kurutto R […]

เนื่องในเดือนแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโรงเรียนทอสีได้จัดสัมนาเรื่อง“เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า” โดยคุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา อดีตข้าหลวงในพระองค์มาร่วมเล่าประสบการณ์และแบ่งปันคำสอนของสมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทยเมื่อฟังแล้วรู้สึกอยากจะบอกต่อ ถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกของพระองค์ ที่มีทั้งความปราดเปรื่องหลักแหลมและมีเป้าหมายที่ชัดเจนสมควรใช้เป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น : คำพังเพยที่เราได้ยินบ่อยๆ แต่น้อยครั้งนักจะทำความเข้าใจอย่างจริงจังในขณะที่ตัวอย่างมีให้เห็นทั้งในทางที่ดีและทางที่ไม่ดีในเรื่องของการเลี้ยงดูบุตร สมเด็จย่าทรงเริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ทำเป็นต้นแบบในเรื่องของการมีวินัย การรักการค้นคว้าศึกษาหาความรู้ การประพฤติตัวที่ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ทั้งหมดนี้คือการตั้งตนเป็นต้นแบบให้กับลูกเพราะเด็กเล็กจะมีพฤติกรรมเลียนแบบจากคนใกล้ชิดเพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องลองตั้งคำถามกลับมาที่ตัวเองว่าทุกวันนี้ที่เราอยากให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้แล้วเราล่ะเป็นแล้วหรือยัง ตั้งเป้าหมายในการเลี้ยงลูก: สมเด็จย่าทรงเป็นพระมารดาที่มีเป้าหมายในการเลี้ยงลูกอย่างชัดเจนคือทรงตั้งใจอบรมพัฒนาลูกๆ ให้ดีในทุกๆ ด้านเพื่อให้เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ทรงไม่คิดถึงประโยชน์ของพระองค์เอง ประโยชน์ของพระโอรส หรือพระธิดา แต่ทรงมองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในปัจจุบันหลายครั้งที่เราเห็นพ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษในทุกวิชาโดยที่ไม่ได้ถามลูกว่าลูกอยากเรียนอะไร หรือพ่อแม่ที่คาดหวังเรื่องผลการเรียนสูงๆ จากลูกเหล่านั้นคือการตั้งเป้าหมายกับลูกซึ่งเป็นการเอาความคาดหวังของตัวเองไปให้กับลูก เราจึงต้องมองย้อนกลับมาดูใหม่ว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้หรือความคาดหวังนั้นเป็นไปเพื่อใคร เพื่อลูก เพื่อตัวเราเอง หรือเพื่อคนอื่นๆ ด้วย ถ้าพ่อแม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเลี้ยงลูกก็จะทำให้เราสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของเด็กๆ ได้สูงยิ่งขึ้น จัดแบบแผนและสร้างระเบียบวินัยตั้งแต่ลูกยังเล็ก: สมเด็จย่าทรงวางแผนการดำเนินชีวิตให้กับพระโอรสพระธิดาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เนื่องจากต้องทรงเป็นทั้ง “พ่อ” และ “แม่” ในเวลาเดียวกันทรงจัดการทุกอย่างเป็นเวลา โดยมีผู้ช่วยคือพระพี่เลี้ยงเพียงหนึ่งคนเท่านั้นเนื่องจากในเวลาที่เด็กยังเล็กเขาไม่มีความรู้เรื่องขอบเขตของเวลา พ่อแม่จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดเวลาให้กับพวกเขาเช่นนอน รับประทานอาหาร เล่น ไปโรงเรียน อาบน้ำ ออกกำลังกาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสร้างวินัยให้กับลูกซึ่งสมเด็จย่าทรงเน้นเรื่องวินัยในการดำเนินชีวิตพระองค์รับสั่งถึงคำว่า “ระเบียบวินัยอย่างมีหลักการ” คือการกำหนดขอบเขตของเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิตซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตของเด็กๆ ต่อไป เล่นอย่างถูกวิธี : เมื่อถึงเวลาเล่นจะทรงปล่อยให้พระโอรสและพระธิดาเล่นอย่างอิสระ โดยจะทรงให้เล่นกับธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำทรงเน้นให้เล่นกับสิ่งที่มีในธรรมชาติมากกว่าของเล่น ทรงอนุญาตให้พระโอรสเล่นจุดไฟแต่จะทรงบอกวิธีในการเล่นที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ผลจากการที่พระโอรสและพระธิดาได้ทรงเล่นคลุกดินคลุกทรายหรือได้ทำการทดลองกับธรรมชาติเหล่านี้ส่งผลให้ทั้งสามพระองค์ได้พัฒนาความคิดและความสามารถโดยที่ไม่ทรงรู้ตัว ตัวอย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างหลุมที่เกิดจากการปลูกต้นไม้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ทดลองขุดดิน ใส่น้ำ ปลูกต้นไม้ จะสามารถสร้างแอ่งน้ำขึ้นมาได้ด้วยพระองค์เอง […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event