เคล็ดลับในการดูแลดวงตาลูกน้อย

  • ใช้ดวงตาให้ถูกวิธี เด็กๆไม่ควรใช้สายตาจับจ้องเป็นเวลานาน เช่น การอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นเกม ดูโทรทัศน์นานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะการดูใกล้ ก็ถือว่าเป็นการใช้สายตามากเกินไป หรือเวลาอ่านหนังสือ ก็ควรอ่านในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพราะหากใช้สายตามาก ใช้สายตาผิดวิธี ก็อาจทำให้สายตาผิดปกติได้เร็วขึ้น
  • ตรวจสายตา หากมีอะไรผิดปกติหรือสงสัยว่าดวงตาของลูกจะมีปัญหา เช่น ตาดำดูผิดปกติ, ตาลูกเหล่ (เป็นบางครั้งหรือว่าบางเวลา), หนังตาข้างใดข้างหนึ่งตกลงโดยเฉพาะภาวะติดเชื้อ มีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเหลืองปนเขียวหรือหนังตาบวมแดงร่วมด้วย อาจมาจากฝุ่นละอองในอากาศ ไม่ควรนิ่งนอนใจรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นค่ะ
  • งดซื้อยาใช้เอง ดวงตามีเนื้อเยื่อที่บอบบาง (ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย) ดังนั้น การใช้ยากับเด็กต้องปรึกษาคุณหมอ และระมัดระวัง อย่างมาก เช่น การใช้ยาหยอดตา คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยอดตา และขณะที่หยอดต้องระวังไม่ให้หยด แตะกับตาหรือขนตา เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรเก็บยาไว้ในที่เย็นในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่นนะคะ
  • ดูแลให้ถูกวิธี การหมั่นดูแลเรื่องความสะอาด ทั้งเครื่องนอน และอุปกรณ์ ต่างๆที่ดวงตาลูกน้อยอาจสัมผัสได้ เช่น เปลี่ยนผ้ารองที่นอน หมอนที่ลูกหนุน หรือสังเกตว่า ดวงตาลูกมีขี้ตาออกมา ให้ทำความสะอาดโดยใช้สำลีชุบ น้ำต้มสุกอุ่น เช็ดจากหัวตาไปยังหางตา และควรเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่เช็ดอีกข้าง สำหรับเล็บมือ เรื่องนี้ก็สำคัญ คุณแม่ควรตัดเล็บมือ ดูแลความสะอาดเป็นประจำด้วยเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคต่างๆค่ะ
  • ระวังอุบัติเหตุ สถานที่ที่มีฝุ่น ควันเยอะๆ ลมแรง หรือแสงแดดจ้ามากๆ สถานที่เหล่านี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับดวงตาได้ง่าย ต้องเลี่ยงไว้ก่อนหรือหาทางปกป้อง รวมถึงสอนลูกไม่ให้แคะ แกะ เกา หรือทำอะไรกับดวงตาเมื่อมีอาการเกิดขึ้น เช่น คัน เป็นตุ่ม เพื่อความปลอดภัยต่อดวงตา เพราะอาจทำให้เป็นปัญหาอื่นตามมาได้ค่ะ

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย

  • ผักบุ้ง มีสารที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนเยอะมาก ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงให้ตาเป็นประกาย ไม่แสบ ไม่แห้ง
  • มันเทศ เป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยบำรุงสายตาเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มีสารต้านมะเร็งอีกด้วย

>>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]

Q: ขวดนม อุปกรณ์ปั๊มนม ต้องต้ม หรือนึ่ง ให้ปราศจากเชื้อทุกวัน ? A: การนึ่ง หรือต้มฆ่าเชื้อขวดนมและจุกนมหลังใช้งานทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ได้ช่วยป้องกันโรคให้ทารกเพิ่มขึ้นมากไปกว่าล้างด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ หรือล้างด้วยน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างขวดนมหลังใช้งาน การขยันทำให้ปลอดเชื้อมากเกินไป (over-sterilize) ไม่มีประโยชน์กลับเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เชื้อที่ทนความร้อน และสร้างสปอร์ได้เพิ่มมากขึ้น (เพราะคุณไม่ได้ใช้หม้อความดัน หรือฉายรังสี) และทารกจะอาจได้สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพแทน  สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน และ USFDA แนะนำให้ต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม และอุปกรณ์ปั๊มนมเฉพาะครั้งแรกที่ใช้งานจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาล้างขวดนมผสมน้ำอุ่น ทุกครั้งหลังใช้งานก่อนผึ่งให้แห้ง โดยไม่ให้้ใช้ผ้าเช็ด กรณีที่ต้องต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อทุกวันคือช่วงทารกป่วย เช่น ท้องร่วง หรือ เป็นฝ้าขาวในปาก คุณแม่ที่กังวลอาจนึ่งหรือต้ม ทุก 3-4 วัน สำหรับนมชง ทุก 1 สัปดาห์สำหรับนมแม่ทั้งนี้ จะต้องไม่มีการปล่อยให้นมบูดคาขวด (ถ้านมบูดคาขวดต้องต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อใหม่เสมอ) อย่างไรก็ตามไม่มีกฎตายตัว หากบ้านมีสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด อยู่ใกล้แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค อาจพิจารณาต้มหรือนึ่งให้บ่อยขึ้น สำหรับประเทศไทยที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นมีโรคเขตร้อนที่เป็นโรคทางเดินอาหารมาก และประชากรมีสุขอนามัยไม่แน่นอน กุมารแพทย์ไทยหลายท่านอาจแนะนำให้คุณแม่ต้มหรือนึ่งขวดนมทุกวัน และกรณีที่ห้องครัวมีความสกปรกอับชื้นท่อน้ำไม่สะอาด หรือมีกระบะทรายแมวในห้องครัว (ซึ่งไม่ควรมี) คุณแม่อาจเลี่ยงไปตากขวดนม และจุกนมที่อื่นที่มีอากาศถ่ายเทคุณแม่ที่ปั๊มนมห้ามใช้สบู่เหลวในห้องน้ำที่ทำงานล้างขวดนม หรือ […]

มาทำความรู้จักกับโรค Shaken Baby Syndromeสำหรับพ่อแม่คนไทยอาจไม่คุ้นหูกับโรคนี้ แต่ในต่างประเทศโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับคุณแม่มือใหม่ มิหนำซ้ำความรุนแรงยังอันตรายถึงชีวิตของลูกน้อย โรค Shaken Baby Syndrome คือโรคที่มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เกิดจากการที่พ่อแม่จับลูกเขย่าแรงๆ อาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่นั้น แรงเขย่าจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศีรษะ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก เพราะเส้นเลือดในสมองของเด็กเล็กๆยังไม่แข็งแรง โอกาสที่มีการฉีกขาดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกเป็น Shaken Baby Syndrome จนทำให้พิการ หรือถึงขั้นเสียชีวิตเพราะการเขย่ารุนแรงจนมีภาวะเสี่ยงเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นี้ มักจะไม่ทิ้งร่องรอยที่ร่างกายภายนอก ทารกจึงไม่ได้รับการรักษา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้ สติปัญญา อาจเกิดอาการเป็นลมชัก ตาบอด หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตอาการภาวะเสี่ยงเป็น Shaken Baby Syndrome– อาการอาเจียน หรือหายใจลำบาก ซึ่งอาจดูไม่รุนแรง คล้ายภาวะปวดท้อง ช่วง 3 เดือนแรก(Baby Colic) เมื่อพาลูกน้อยไปพบแพทย์ ต้องบอกด้วยว่าเด็กโดนเขย่าอย่างรุนแรง หากเกิดภาวะเสี่ยงเป็น Shaken Baby Syndrome […]

เมื่อลูกน้อยถึงวัยเริ่มกินอาหารเสริมนอกจากนมแม่ ซึ่งก็คือในช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป หากลูกเริ่มนั่งได้เก่งขึ้น สามารถนั่งได้เองโดยที่ไม่ต้องประคอง และเริ่มชอบเอามือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก นั่นแสดงว่าลูกน้อยของเราพร้อมที่จะกินอาหารเสริมได้แล้ว ในบางบ้านอาจจะคุ้นเคยกับการเตรียมอาหารเด็กอ่อนโดยการปั่นหรือบดละเอียดและป้อนให้ลูก แต่หลาย ๆ บ้านก็อาจจะใช้วิธีฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม อุปกรณ์สำคัญอย่างโต๊ะกินข้าวเด็กก็เป็นของที่ต้องมี และถ้าเลือกให้ดีก็จะใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่เล็กจนโต แล้วจะมีวิธีการเลือกอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี ? BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากแล้วค่ะ  โต๊ะกินข้าวเด็ก สำคัญอย่างไร ? ควรเลือกแบบไหนดี ?  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างจากโต๊ะทั่ว ๆ ไป โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโต๊ะที่เรียกว่า High Chair โดยเป็นชุดเก้าอี้กินข้าวเด็กที่มีโต๊ะพับมาให้แบบครบชุด สามารถใช้งานได้หลายแบบ บางรุ่นสามารถพกพาออกไปข้างนอกได้ด้วย และยังมีเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกเก้าอี้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งบางที่อาจเรียกว่าโต๊ะกินข้าวเด็ก หรือบางที่ก็เรียกว่าเก้าอี้กินข้าวเด็ก หรือ อาจเรียกรวม ๆ ว่าชุดโต๊ะเก้าอี้กินข้าวของเด็ก แต่จะเรียกแบบไหน ก็หมายถึง High Chair ที่นั่งกินข้าวของเด็กเล็กโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกลูกให้กินข้าวด้วยตัวเองแบบ BLW ซึ่งการฝึกลูกกินข้าวเอง […]

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]

ช่วงเวลาการเตรียมตัวเป็นพ่อแม่คนใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวลไปพร้อมกัน BabyGift เข้าใจดีว่าการจัดกระเป๋าเตรียมคลอดและการเตรียมตัวสำหรับคุณแม่มือใหม่ต้องการคำแนะนำที่ถูกต้อง เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์แม่และเด็กคุณภาพพรีเมียมไว้ในที่เดียว ของใช้เตรียมคลอดสำหรับคุณแม่มือใหม่มีอะไรบ้าง การเตรียมความพร้อมก่อนคลอดไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งของ แต่เป็นการเตรียมจิตใจและความมั่นใจ ของใช้เตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น ของใช้เตรียมคลอดสำหรับเด็ก ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลเป็นพิเศษในทุกด้าน ตั้งแต่ความอบอุ่น ความสะอาด ไปจนถึงความปลอดภัย การเลือกของใช้เตรียมคลอดสำหรับสินค้าแม่และเด็กที่มีคุณภาพจะช่วยให้ลูกน้อยปรับตัวเข้ากับโลกภายนอกได้ดีขึ้น เสื้อผ้า เสื้อผ้าเป็นสิ่งแรกที่สัมผัสกับผิวอ่อนนุ่มของทารก การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมจึงสำคัญอย่างยิ่ง เครื่องนอน การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เครื่องนอนที่ดีจะช่วยให้ลูกนอนหลับสนิทและปลอดภัย ให้นมทารก การให้นมเป็นช่วงเวลาแห่งความผูกพัน อุปกรณ์ที่มีคุณภาพจะทำให้ประสบการณ์นี้ราบรื่นและมีความสุข สุขอนามัยของเตรียมคลอดสำคัญ ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ การรักษาความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยาสามัญสำหรับทารกแรกเกิด การเตรียมยาสามัญพื้นฐานจะช่วยให้พ่อแม่จัดการกับอาการเบื้องต้นได้ทันท่วงที อุปกรณ์เซฟตี้ลูกน้อย ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องใส่ใจตั้งแต่วันแรก อุปกรณ์เซฟตี้ที่จำเป็นจะช่วยปกป้องลูกตั้งแต่การเดินทางครั้งแรก ของใช้เตรียมคลอดสำหรับคุณแม่ คุณแม่หลังคลอดต้องการการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมของใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารสำคัญ เอกสารที่ครบถ้วนจะทำให้ขั้นตอนการเข้าโรงพยาบาลและการออกใบเกิดเป็นไปอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้า ร่างกายหลังคลอดมีการเปลี่ยนแปลงมาก เสื้อผ้าที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายและมั่นใจ สุขอนามัย การดูแลสุขอนามัยส่วนตัวหลังคลอดต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ครีมดูแลผิว การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหลังคลอดส่งผลต่อสภาพผิว ครีมบำรุงที่เหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสวยสุขภาพดี ทำไมคุณแม่มือใหม่ถึงไว้วางใจเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็ก ที่ BabyGift คุณแม่มือใหม่ไว้วางใจเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็กที่ BabyGift เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านขายของ แต่เราคือที่ปรึกษาที่รู้จริง เราคัดสรรเฉพาะนวัตกรรมที่มีคุณภาพและปลอดภัยผ่านมาตรฐานระดับโลก ทั้งจากญี่ปุ่น […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid