อาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างไรให้ถูกวิธี ? และปลอดภัยต่อลูกน้อยมากที่สุด
เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ
ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด
- อ่างอาบน้ำ
- แผ่นกันลื่น
- ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่และผืนเล็ก
- ฟองน้ำถูตัวแบบนุ่ม
- สบู่เหลวอาบน้ำชนิด Head to Toe
- สำลีชุบน้ำต้มสุกสำหรับเช็ดตา
- กระดาษเปียก
- สำลี และแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดสะดือ
- ผ้าอ้อม และเสื้อผ้าที่สะอาด
- ที่รองนอนสำหรับถอดเสื้อผ้า และแต่งตัวลูกน้อย ควรหุ้มด้วยพลาสติกเพื่อกันน้ำ หรือปูด้วยผ้าขนหนูเพื่อซับน้ำ
วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก

1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อม
ผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการข่วนผิวหนังของเด็กด้วยค่ะ
2. เตรียมน้ำที่ใช้อาบ
เตรียมน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำ ซึ่งน้ำไม่ควรอุ่นหรือร้อนจนเกินไป อาจอยู่ที่ประมาณ 30 – 37 องศาเซลเซียส หรือ เป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง หากน้ำร้อนเกินไปอาจทำให้เด็กผิวแห้งได้ ทั้งนี้ควรเตรียมสภาพแวดล้อมให้มีอุณหภูมิเหมาะสมด้วย เช่น ถ้าอยู่ในห้องแอร์ก็ควรปิดแอร์ก่อน เพราะเมื่ออาบน้ำเสร็จ ลูกจะสัมผัสกับอากาศเย็นอาจทำให้หนาวสั่น และไม่สบายได้

3. สระผมให้ลูก
วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ในกรณีที่ต้องการสระผมให้ลูก ให้ประคองลูกโดยการใช้ฝ่ามือข้างที่ถนัดช้อนประคองตรงต้นคอ และศีรษะของลูกไว้ พร้อมกับใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดอุ้มลูกหันลำตัวเข้าหาเรา อาจห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูขณะสระผมก่อนก็ได้ เพื่อป้องกันเด็กหนาว จากนั้นใช้นิ้วโป้ง และนิ้วกลางของมือด้านเดียวกันกดพับหูลูกไว้ เพื่อป้องกันน้ำเข้าหู และจัดท่าทางให้ศีรษะเด็กอยู่ต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไหลย้อนไปทางศีรษะ ไม่ไหลมาทางลำตัว การสระผมสามารถใช้ฟองน้ำนุ่มๆ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบีบน้ำลงบริเวณเส้นผมของลูกเพื่อทำความสะอาดแทนการตักน้ำราด เพราะอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าตาลูกได้ หลังจากนั้นให้เช็ดผมลูกให้แห้งก่อน แล้วจึงค่อยพาไปอาบน้ำต่อ
4. อาบน้ำให้ลูกน้อย
สำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ให้ประคองลูกน้อยโดยใช้ฝ่ามือประคองที่ท้ายทอยของลูก และใช้นิ้วที่เหลือล็อคบริเวณใต้รักแร้ของเด็ก ใช้มืออีกข้างล็อคบริเวณก้นของลูกเอาไว้ และนำลงอ่างอาบน้ำ สำหรับการถูสบู่นั้น ให้ใช้มือและแขนของเราประคองตัวของลูกอยู่ตลอดเวลา ส่วนมืออีกข้างนั้นให้ใช้ถูสบู่และล้างตัวให้ลูกน้อย ในระหว่างอาบน้ำ คุณแม่อาจร้องเพลงเบาๆ เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย หรือสบตากับลูกน้อยเพื่อให้ลูกรู้สึกอุ่นใจ หรือพูดคุยกับลูกไปด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยอีกทางหนึ่ง โดยพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ สำหรับช่วง 1 – 2 เดือนแรกนั้น จะเป็นการมองจ้องหน้า สบตา ฟังเสียงคนคุยด้วย และแยกเสียงแม่จากผู้หญิงคนอื่นได้ เป็นต้น
5. อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ
เมื่อล้างสบู่ออกเรียบร้อยแล้ว ให้อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ไว การอาบน้ำเด็กแรกเกิดไม่ควรอาบน้ำเกิน 5 – 7 นาที เพราะจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้ เมื่อขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ห่อตัวลูกน้อยด้วยผ้าขนหนูเพื่อความอบอุ่น และอุ้มลูกไปวางบนเบาะที่รองนอน จากนั้นเช็ดตัวลูกน้อยให้แห้ง โดยเฉพาะตามบริเวณข้อพับต่างๆ
6. เช็ดทำความสะอาดส่วนอื่นๆ
เตรียมสำลีชุบน้ำต้มสุก เพื่อเช็ดตาให้กับลูกน้อยของเรา ควรใช้สำลีแผ่นใหม่เสมอสำหรับเช็ดดวงตาแต่ละข้าง โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ เช็ดรอบปาก และจมูกให้ทั่วใบหน้าของลูก รวมถึงบริเวณคอ และหลังหู จากนั้นเช็ดสะดือลูกด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ ซึ่งสายสะดือจะค่อยๆ แห้งและหลุดออกภายใน 2 สัปดาห์ รวมถึงการเช็ดอวัยวะเพศของลูกน้อยให้สะอาดด้วยการใช้กระดาษเปียกหรือสำลีแผ่นใหญ่ชุบน้ำต้มสุก (ควรแยกส่วนระหว่างสำลีเช็ดตากับสำลีเช็ดส่วนอื่น ๆ ให้ชัดเจนนะคะ)
7. แต่งตัวให้ลูกน้อย
เมื่อเช็ดทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาใส่เสื้อผ้าให้ลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ลูกน้อยอย่างโลชั่นหรือเบบี้ออยล์ที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่อเด็กเล็ก หรือ ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็ได้ค่ะ จากนั้นใส่ผ้าอ้อมและใส่เสื้อผ้าให้ลูกน้อย ควรเลือกเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่มนวล ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน หรือถ้าอากาศเย็นก็ควรใส่เสื้อผ้าหนาขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับลูกน้อยค่ะ
ข้อควรระวังในการอาบน้ำเด็กแรกเกิด

- ควรอาบน้ำในเวลาสาย ๆ หรือบ่าย ๆ ไม่ควรอาบตอนเช้าตรู่ หรือตอนค่ำเพราะอากาศเย็น อาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้
- ไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยอยู่เพียงลำพังอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม
- ห้ามใช้สบู่ของผู้ใหญ่อาบน้ำเด็กแรกเกิดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้
- ห้ามใช้สบู่ทุกชนิดล้างหน้าลูกน้อย แม้ว่าจะเป็นสบู่เด็กก็ตาม เพราะอาจเข้าตาลูกและทำให้แสบระคายเคือง เป็นอันตรายต่อดวงตาได้
- เมื่อต้องอาบน้ำเด็กทารก ควรเช็กอุณหภูมิของน้ำก่อนอาบน้ำให้ลูกน้อยทุกครั้ง
- ไม่ควรปล่อยให้ลูกหนาวสั่น ควรใช้ผ้าขนหนูห่อตัวขณะสระผม จากนั้นเช็ดผมให้แห้งก่อนพาลูกไปอาบน้ำเป็นลำดับต่อไป
BabyGift แนะนำตัวช่วยสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด

1. โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff – PRINCE & PRINCESS
ตัวช่วยที่ทำให้การอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายขึ้นก็คือ โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff จากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS ปรับใช้งานได้แบบ 3 in 1 ยืนอาบน้ำให้ลูกน้อยได้สะดวก ไม่ปวดหลัง ดีต่อคุณแม่ผ่าคลอด มีเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมเพื่อใช้สำหรับเช็ดตัวและแต่งตัวให้ลูก แถมยังมีอ่างอาบน้ำตั้งพื้น ใช้งานได้นาน 2 ปี ทั้งนี้ มีสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจมาก ๆ ก็คือ หากเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้ลูกบนโต๊ะ ควรระมัดระวังลูกพลัดตกจากโต๊ะเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่บนโต๊ะเพียงลำพังอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้นะคะ
จุดเด่น
- วัสดุและโครงสร้างออกแบบได้มาตรฐาน มีผลการทดสอบรับรองความปลอดภัยระดับสากล
- โครงอลูมิเนียมแข็งแรง ปลอดภัยมั่นคง
- ข้อต่อแข็งแรงพิเศษ รับน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม
- พับแล้ววางตั้งได้ พร้อมลากได้ เคลื่อนย้ายสะดวกสบาย ประหยัดพื้นที่
- ล้อเข็นมีระบบล็อค ยืนอาบน้ำลูกได้อย่างปลอดภัย
- มีช่องวางสบู่ แชมพู และชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำด้านล่าง หยิบใช้ได้สะดวก คุณแม่ไม่ห่างจากตัวลูกน้อย
- มีสายยางระบายน้ำทิ้ง สะดวกในการทำความสะอาด
- ติดตามพัฒนาการลูกได้ทุกวัน ด้วยเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมแถบวัดส่วนสูงลูก 0 – 60 เซนติเมตร
- ตากผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าของลูกได้ในตัว เป็นมากกว่าอ่างอาบน้ำลูกน้อย

2. BELLINI SPONGE ฟองน้ำธรรมชาติ รุ่น Honeycomb No.12
ฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นฟองน้ำเนื้อละเอียดนำเข้าจากประเทศอิตาลี ผ่านการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเซียน่า (University of Siena) สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผิวแพ้ง่าย ซึ่งฟองน้ำแบบ Honeycomb เป็นฟองน้ำธรรมชาติที่สามารถดูดซับ และอุ้มน้ำได้ดี อีกทั้งยังให้สัมผัสที่นุ่มละมุน อาบน้ำลูกน้อยได้อย่างสบายตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เกิดการระคายเคือง
จุดเด่น
- เป็นฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมติเตอร์เรเนียน 100%
- ฟองน้ำมีการซึมซับดีเยี่ยมมากกว่าฟองน้ำสังเคราะห์ และสามารถคลายตัวได้รวดเร็วกว่า
- ฟองน้ำมีความนุ่มพิเศษ มีผิวสัมผัสอ่อนโยนเหมาะสำหรับเด็กเล็ก
- ฟองน้ำมีความยืดหยุ่น ทนทาน ไม่เปื่อยหรือยุ่ยง่าย สามารถใช้งานได้ยาวนาน
- สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ถ้ามีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จากสภาพโครงสร้างภายในจากธรรรมชาติที่มีช่องทางการไหลผ่านของน้ำและอากาศต่อเนื่องกัน ปราศจากสารตกค้าง เช่น สบู่ โฟม ภายในฟองน้ำ
- ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิวหนัง และได้รับการรับรองจากสถาบันผู้เขี่ยวชาญด้านผิวหนังของมหาวิทยาลัย Siena
- ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100%

3. Soft แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น Baby Smile 0-3 ขวบ
สำหรับลูกน้อยที่เริ่มมีฟันขึ้นแล้ว อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลสุขอนามัยที่ดีก็คือ แปรงฟันสำหรับเด็ก ซึ่งแปรงสีฟันไฟฟ้าของแบรนด์ Soft รุ่น Baby Smile สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 0 – 3 ขวบ เป็นแปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกน้อยของเรามีสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง
จุดเด่น
- มีสีสันที่สดใส กระตุ้นให้ลูกน้อยสนุกกับการแปรงฟัน
- สั่น 17,000 ครั้งต่อนาที ด้วยระบบโซนิคไม่ทำให้เหงือนร่น
- ขนแปรงดูปองท์หนานุ่ม หน้าตัดโค้งเพื่อความนุ่มนวล
- ขนาดพอเหมาะกับปากเด็กเล็ก มีไฟ LED สีขาวเพื่อมองเห็นช่องปากได้ชัดเจน
- ด้ามแปรงออกแบบมาพิเศษเพือให้เด็กเล็กจับได้ถนัดมือและไม่ลื่น
- มี Safety lock สกรูเพิ่มความปลอดภัยกันเด็กเปิดที่ใส่ถ่าน
- กันน้ำด้วยมาตรฐาน IPX7
- มีถ้วยดูดสูญญากาศด้านล่างแปรง สามารถตั้งวางได้ ลดพื้นที่จัดเก็บและช่วยให้ขนแปรงไม่สัมพัสกับสิ่งสกปรก
- ด้ามแปรงรับประกัน 1ปี

4. แปรงสีฟันซิลิโคน แบบสวมนิ้ว Finger Toothbrush – PRINCE & PRINCESS
สำหรับทารกแรกเกิด หรือ เด็กเล็ก ที่ลิ้นเป็นคราบนมสีขาว แนะนำให้ใช้แปรงซิลิโคนทำความสะอาดได้ เพราะขนแปรงนุ่มพิเศษ มาตรฐาน Food Grade ปลอดสาร BPA Free อีกด้วย ทั้งนี้ทันตแพทย์เด็กแนะนำให้ใช้ทำความสะอาดลิ้น เหงือกและฟันของลูกน้อยเป็นประจำเพื่อสุขภาพฟันที่ดีค่ะ
จุดเด่น
- แปรงสีฟันทำจากซิลิโคนคุณภาพสูง Food Grade
- ไร้สาร BPA Free ปลอดภัยต่อทารก
- ขนแปรงซิลิโคนกลมมน อ่อนนุ่มพิเศษ ไม่ระคายเคืองเหงือกและช่องปาก
- ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพทารก
- ขึ้นรูปแปรงแบบชิ้นเดียว เพื่อความปลอดภัย
- ขนาดออกแบบให้เหมาะต่อช่องปากของทารก
- ด้านปุ่มนูนสามารถนวดเหงือกทารกได้ ทำให้เหงือกแข็งแรง
- มีกล่องเก็บแปรง ป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก พร้อมพกพาสะดวก
- เหมาะสำหรับเด็ก 6 เดือน+
เป็นยังไงบ้างคะ วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้นไม่ได้ยากจนเกินไปใช่มั้ยคะ เพียงแต่ว่ามีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายข้อหน่อย ซึ่งถ้าหากอาบน้ำอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ลูกน้อยปลอดภัย สบายตัว และมีสุขอนามัยที่ดี ทั้งนี้ หากลูกโตขึ้น จนสามารถนั่งในอ่างอาบน้ำได้แล้ว อาจเสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำโดยสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำที่ทำให้ลูกน้อยมีความสุข เช่น การเพิ่มของเล่นลอยน้ำอย่างเป็ดลอยน้ำหรือตุ๊กตาลอยน้ำเพื่อเสริมพัฒนาการด้านการหยิบจับ หรือของเล่นเสริมพัฒนาการอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างความสุข สนุกสนานขณะที่ลูกอาบน้ำได้ดี ทำให้ลูกสนุกกับการอาบน้ำและมีสุขอนามัยที่ดีค่ะ
ถ้าหากต้องการตัวช่วยในการอาบน้ำให้ลูกน้อย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้าน BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 4 สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก : https://www.youtube.com/watch?v=0yrgitV9vY8
https://www.babycenter.com/baby/bathing-body-care/when-can-my-baby-go-in-the-shower_1368466
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
แม่ใบเตย-พ่อแมน ปลื้มใจ ที่ได้ตัวช่วยดีๆอย่างรถเข็น Aprica เข็นพาลูกออกไปไหนมาไหนก็ลื่นสมูทไม่มีสะดุด ช้อปปิ้งนานแค่ไหน น้องเวทมนต์ ก็นอนสบายหลับสนิทไม่งอแง การมีรถเข็นเด็กแรกเกิดดีๆสักคันที่แม่ไว้วางใจ การพาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยากคุณแม่ใบเตยเลือก รถเข็น Aprica รุ่น Optia Cushion Premuim พา น้องเวทมนต์ ไปข้างนอกแบบสบายๆ ปรับเป็นแบบเข็นไปเห็นหน้าลูกไปก็ได้ สบายใจหายห่วงสุดๆ ตามมาส่องความน่ารัก ” น้องเวทมนต์ “ ลูกสาวตัวน้อยของแม่ใบเตย-พ่อแมนสุดน่ารักกันเลยค่า BabyGift ยินดีแนะนำรถเข็นที่เหมาะกับลูกน้อยและไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่ ทักมาปรึกษาได้เลยค่า
หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย […]
โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ? ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย การบินไทยอนุญาติให้ทารก […]
ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท อายุ ประเภทของคาร์ซีท คำแนะนำทั่วไป เด็กอ่อน คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง เด็กก่อนวัยเรียน เก้าอี้แบบหันหน้าออก เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป เด็กเล็กวัยเรียน เบาะรองนั่ง เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี เด็กโต เข็มขัดนิรภัย […]
เลือกคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุด จำเป็นต้องเลือกระบบ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ดีที่สุดด้วย…จริงหรือ? คุณพ่อคุณแม่หลายคนเห็นแบบนี้แล้วคงสงสัยว่าจริงหรือว่า ติดตั้งคาร์ซีท ระบบการติดตั้งไม่เหมือนกัน ความปลอดภัยก็ไม่เหมือนกันด้วย มาทำความรู้จักกับระบบ ติดตั้งคาร์ซีท กันก่อนว่ามีกี่ระบบ และจะเลือกการติดตั้งอย่างไรให้เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้ค่ะ ISOFIX คืออะไร? ISOFIX เป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบใหม่ที่ได้รับมาตรฐานจากสากล และมีใช้อยู่ทั่วโลกทั้งในเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท สำหรับเด็กที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างมาก โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยเพราะระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบISOFIX นั้นเป็นการยึดติดคาร์ซีทด้วยตัวยึด ISOFIX ที่มีความแข็งแรง แน่นหนาตามมาตรฐานสากล และระบบ ISOFIX ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการ ติดตั้งคาร์ซีท ให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย เนื่องจากปกติแล้วการ ติดตั้งคาร์ซีท จะมี 2 ระบบคือ (ที่เขียนรวมให้ย่อหน้านี้เพราะ ถ้าเผื่อพ่อแม่บางคนเป็นคนไม่ชอบอ่านก็จะอ่านตรงนี้แล้วรู้ว่า ISOFIX คืออะไรแล้วมันดียังไงนะคะ…^^) ISOFIX มีประโยชน์อย่างไร? ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบISOFIX ช่วยลดความผิดพลาด เรื่องการเสี่ยงต่อการ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ผิดวิธี เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางท่านอาจสับสน และ ติดตั้งคาร์ซีท ผิดพลาด เช่น ดึงสายเข็มขัดนิรภัยไม่แน่นหนาพอ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดอุบัตเหตุจริง จะทำให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ที่ใช้ ติดตั้งคาร์ซีท นั้นหลุดออก เป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้อยเกิดอันตรายได้ จากผลการทดลองเมื่อ ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบ ISOFIX จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตัวล็อกISOFIX ช่วยยึดติดกับโครงสร้างรถยนต์ได้มั่นคงกว่าจะไม่เกิดการคลาดเคลื่อนจากเบาะรถยนต์ ลดการกระทบกระเทือนกับลูกได้น้อยกว่า ระบบISOFIX ติดตั้งยังไง 1.มาตรวจสอบก่อนว่าที่รถของคุณสามารถ ติตดั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้หรือไม่ โดยการตรวจสอบตามในคลิปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 2.เมื่อรู้แล้วว่ารถของคุณ ติดตั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้ งั้นก็ลองมาติตดั้งคาร์ซีทกันเลยค่ะ โดยทำตามคลิปวิธีการ ติดตั้งคาร์ซีท จากด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ 1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย 2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ 3. […]
