สุขอนามัยลูกน้อยช่วง COVID ลูกปลอดภัย แม่หายห่วง

สุขอนามัยลูกน้อยช่วง COVID ลูกปลอดภัย แม่หายห่วง

ช่วงนี้บอกได้เลยว่า กราฟความเป็นห่วงและกังวลของแม่ๆ ก็คงจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน เพราะมีเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง COVID ที่ความร้ายกาจนั้นอยู่ที่มันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเกิดมายุคไหน ก็คงจะหนีไม่พ้นจากการปลูกฝังให้ล้างมือ แต่เด็กๆ ยุคนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ที่ล้างมือค่ะ เพราะเราจะมีขั้นตอนเพื่อสุขอนามัยที่ดีที่เยอะกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่ายุคแห่งสงคราม “โรค” เช่นนี้ เราจะฝึกให้ลูกน้อยดูแลสุขอนามัยของตัวเองยังไงได้บ้าง

1. ล้างมือให้นานกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีท่า  ตอนนี้คงจะพูดแค่ว่าให้ล้างมือให้สะอาดไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเน้นให้ล้างมือนานกว่าเดิม เพราะมือที่ดูเหมือนว่าสะอาดแล้ว อาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่เห็น การล้างมือที่ถูกต้องที่เราอยากให้คุณแม่ปลูกฝังลูกๆ ก็คือการล้างมือแบบ 7 ขั้นตอนค่ะ ลองมาดูกันนะ ว่าทำแบบไหนบ้าง

  1. ใช้ฝ่ามือถูกันไปมา
  2. ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งถูกหลังมือและตามซอกนิ้วแต่ละนิ้วของมืออีกข้าง
  3. ใช้มือทั้งสองข้างถูซอกนิ้วกันไปมา
  4. ใช้หลังนิ้วมือแต่ละข้างมาถูกับฝ่ามือของอีกข้างหนึ่ง
  5. ถูนิ้วหัวแม่มือให้สะอาด
  6. ทำมือเป็นรูปถ้วยแล้วถูเข้ากับฝ่ามืออีกด้านหนึ่ง
  7. อย่าลืมถูรอบๆ ข้อมือ

แม้ขั้นตอนจะดูเยอะไปซักนิด แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าลูกน้อยทำครบ 7 ขั้นตอนนี้ ต่อให้เชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในซอกเล็บยังต้องกลัว! การันตีมือสะอาดหมดจด ตั้งแต่ข้อมือยันปลายเล็บเลยล่ะ!

2. มือกับหน้า ไม่ควรมาเจอกัน  แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับไม่ให้ลูกๆ ใช้มือสัมผัสหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้นะคะ คุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ สอนไป อาจจะแกล้งบอกเค้าว่ามือกับหน้าโกรธกันอยู่ ไม่ควรมาเจอกัน หรือเวลาลูกจะใช้มือมาจับที่หน้า อย่าดุ อย่าทำเสียงดัง หรือทำให้เค้าตกใจ แต่ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้เค้าใช้มือไปจับอย่างอื่นแทน ถ้าวิธีพวกนี้ไม่เวิร์ค เราอาจจะใช้วิธีคุยกับเค้าไปตรงๆ เล่าให้เค้าฟังว่าที่มือของเค้ามีเชื้อโรค ซึ่งมันจะมากัดที่หน้าถ้าเผลอเอามือไปจับก็ได้เช่นกันค่า

3. หยิบของเข้าปากเป็นสิ่งต้องห้าม  การหยิบของเข้าปากด้วยมือที่ไม่สะอาดนั้น ไม่ได้เพียงแต่จะเป็นสาเหตุของโรค COVID แต่ยังเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ อีกด้วยนะ สำหรับเด็กเล็ก อาจจะยากซักนิดเพราะว่าเป็นวัยของเค้าที่จะชอบจับนู่นจับนี่มาเข้าปาก ตรงนี้อาจจะต้องเป็นหน้าที่ของคุณแม่แล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องคอยล้างมือให้ลูกน้อยบ่อยๆ ส่วนสำหรับเด็กโต คุณแม่อาจจะต้องคอยเตือนให้น้องๆ ล้างมือหลังจากกลับจากโรงเรียนหรือเล่นกีฬา รวมถึงก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งด้วย ที่สำคัญ พยายามให้ลูกน้อยเลือกใช้ส้อมแทนใช้มือในการนำของเข้าปากก็จะดีกว่านะคะ

4. หลีกเลี่ยงจุดสัมผัสให้ไกล  จุดสัมผัส คือจุดที่มีผู้สัมผัสร่วมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นเฟิร์สคลาสเลยล่ะค่ะ! เพราะอย่างนั้น วิธีหนึ่งที่จะทำให้ลูกน้อยห่างไกลจาก COVID ได้ก็คือ บอกเค้าให้หลีกเลี่ยงการจับจุดต่างๆ เวลาออกไปข้างนอก คุณแม่อาจจะพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้ตลอด เมื่อไหร่ที่ลูกน้อยใช้มือไปจับจุดต่างๆ เหล่านั้น ก็ให้รีบล้างมือแล้วเล่าให้เค้าฟังว่ามันอันตรายยังไง แล้วอย่าลืมบอกเค้าด้วยนะคะ ว่าถ้าเผลอไปสัมผัสแล้ว ก็ให้รีบทำความสะอาดมือทันทีเลย


5. รักเพื่อนนะ แต่ขอรักษาระยะห่าง  
การเว้นระยะห่างหรือ Social Distancing ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เด็กๆ ก็ควรทำเช่นเดียวกัน ช่วงนี้ โรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะจัดโต๊ะให้นั่งห่างกันอยู่แล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กคลุกคลีกัน อย่างไรก็แล้วแต่ ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ยังคงปล่อยให้เด็กๆ เล่นด้วยกันอยู่เลยนะคะ เพราะงั้นอาจจะต้องเป็นหน้าที่ของคุณแม่แล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องปลูกฝังให้ลูกน้อยรักษาระยะห่างกับเพื่อนๆ ไม่ให้เล่นใกล้กันมากเกินไป


6. ใช้ของร่วมกันให้พักก่อน  
โรค COVID นั้นติดต่อกันได้ผ่านสารคัดหลั่ง เพราะฉะนั้น การใช้ของร่วมกันนี่แหละ คือการแพร่เชื้อชั้นดี สิ่งที่คุณแม่ทำได้ก็คือ เตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ ใส่กระเป๋าให้กับลูกน้อย โดยเฉพาะแก้วหรือกระติกน้ำ ปลูกฝังให้เค้าดื่มน้ำจากแก้วของตัวเองและไม่ใช้แก้วหรือหลอดร่วมกับผู้เพื่อนคนอื่นๆ เพราะนอกจากการทำแบบนี้จะช่วยป้องกัน COVID แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคอื่นๆ ที่ติดต่อผ่านทางน้ำลายได้อีกด้วยน้า


7. ใส่หน้ากาก การ์ดอย่าตก  
สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น A MUST เลยทีเดียว ก็คือการใส่หน้ากาก นอกจากจะเป็นการป้องกันตัวเองแล้ว ยังเป็นการช่วยป้องกันคนอื่นไม่ให้ได้รับเชื้อโรคจากเราด้วย คุณแม่ต้องฝึกลูกน้อยให้เห็นความสำคัญของการใส่หน้ากาก แต่ก็ไม่แปลกนะคะ ที่เค้าอาจจะชอบดึงออก ถอดออกบ้างในช่วงแรกๆ ก็เหมือนเราที่ยังไม่ค่อยชินตอนใส่ใหม่ๆ แต่รับรองว่าพอเค้าเห็นคนอื่นๆ ใส่ เห็นพ่อใส่แม่ใส่ ผนวกกับเหตุผลที่เราเล่าให้เค้าฟัง เค้าก็จะยอมเองค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การได้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ภารกิจนี้อาจมาพร้อมความกังวลใจ เพราะร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่คิด การเรียนรู้ท่าอุ้มที่ถูกวิธีจึงเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อส่งต่อความอบอุ่นอย่างปลอดภัยและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ท่าอุ้ม สำคัญอย่างไรต่อสรีระและพัฒนาการของลูกน้อย การใส่ใจเรื่องท่าอุ้ม ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างร่างกายของเด็ก เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและหลังของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักศีรษะได้เอง หากอุ้มผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสรีระ หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบต่อสมองได้ การใช้ท่าอุ้มต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง รวมเทคนิคท่าอุ้มต่าง ๆ ที่คุณแม่ต้องฝึกให้ชำนาญ การเลี้ยงลูกมีหลายสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรฝึกฝนท่าอุ้มต่าง ๆ ให้หลากหลายและคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเพื่อให้นม อุ้มเพื่อระบายลม หรืออุ้มเพื่อปลอบโยน ซึ่งแต่ละท่ามีเทคนิคเฉพาะตัวดังนี้ ท่าอุ้มทารกแรกเกิด วิธีการประคองศีรษะให้มั่นคงปลอดภัย สำหรับวัยแรกเกิด ท่าอุ้มที่ปลอดภัยที่สุดคือการประคองศีรษะและท้ายทอยให้มั่นคงเสมอ โดยใช้มือหนึ่งช้อนใต้ก้นและอีกมือรองรับลำคอ จากนั้นค่อย ๆ ช้อนตัวลูกมาแนบอก ให้ศีรษะวางบนข้อพับแขนอย่างนุ่มนวล ท่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงและป้องกันการสะบัดของศีรษะที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังที่ยังบอบบาง ท่าอุ้มเรอ วิธีจับลูกเรอหลังมื้อนมเพื่อลดลมในกระเพาะ หลังอิ่มนม การใช้ท่าอุ้มเพื่อช่วยระบายลมเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณแม่อาจใช้วิธีอุ้มพาดบ่า โดยให้คางของลูกเกยบนไหล่แล้วลูบหลังเบา ๆ หรือจัดให้นั่งบนตักโดยใช้มือประคองหน้าอกและคางไว้ (หลีกเลี่ยงการกดทับลำคอ) เพื่อช่วยไล่ลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการอึดอัด และป้องกันการแหวะนมที่อาจทำให้ลูกไม่สบายตัว ท่าอุ้มเข้าเต้า 4 ท่ามาตรฐานที่ช่วยให้นมลูกได้ง่ายขึ้น การให้นมจะราบรื่นขึ้นหากเลือกท่าอุ้มที่ถูกต้อง เช่น ท่าอุ้มนอนขวาง (Cradle […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

แพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กเล็กที่จะใช้กันตั้งแต่แรกเกิด เพราะว่าช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดเวลาในการซักทำความสะอาด แถมเวลาออกจากบ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปื้อนเลอะ ซึ่งคุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามในใจว่าจะให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณแม่กันค่ะ ให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ชวนคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนให้ลูกเลิกใช้แพมเพิส หนึ่งในคำถามยอดนิยมของเหล่าคุณแม่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าจะให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี เนื่องจากเรื่องของค่าใช้จ่าย ความกังวลที่ว่าลูกจะติดแพมเพิส ความสะดวกสบายในการสวมใส่ของเด็ก ฯลฯ อีกมากมาย สำหรับเรื่องของช่วงเวลาของการเลิกแพมเพิสนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ เลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ถ้าจะถามว่าควรเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี จริงๆ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวค่ะ อยากให้ดูจากความพร้อมของลูก และคุณพ่อ คุณแม่ มากกว่า เด็กบางคน 8 เดือนก็เลิกได้แล้ว บางคนก็มาเลิกได้ตอนช่วงก่อนเข้าโรงเรียนในช่วง 3 – 4 ขวบ ดังนั้น BabyGift จึงพูดได้ว่าไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรไปกดดันน้องๆ ให้ลูกของเรามีความพร้อมจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องอดทนและให้กำลังใจเด็ก เพราะว่าการฝึกขับถ่ายเป็นก้าวสำคัญของพัฒนาการ และแต่ละคนมีจังหวะที่แตกต่างกัน ไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และหากว่าคุณแม่มีข้อกังวลอื่นๆ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเราพร้อมที่จะเลิกแพมเพิส ? สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือ ให้ลูกสบายใจ […]

Amarin Baby & Kids Awards 2024 ขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ทั่วประเทศ ที่ช่วยโหวตให้กับ #เครื่องอบยูวี 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 จนได้รับรางวัล 𝗠𝗢𝗠𝗠𝗬’𝗦 𝗖𝗵𝗼𝗶𝗰𝗲𝘀 Best Baby Bottle Sterilizer จากงาน Amarin Baby & Kids Awards 2024 ทางแบรนด์รู้สึกดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการดูแลลูกน้อยคุณพ่อคุณแม่ เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มี ‘นวัตกรรมใหม่ๆ’ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกครอบครัวอย่างดีที่สุดค่ะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2024 #ABKAWARDS2024 #สินค้าแม่และเด็ก

วันนี้ BabyGift จะมาแชร์วิธีการเลือกคาร์ซีทแรกเกิดในฉบับของคุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือ แม่ PRAEW จากเพจ PRAEW ให้ดูกันค่ะ เพื่อเป็นแนวทางให้แม่ๆทุกคน ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิดดีๆสักตัวให้เจ้าตัวน้อยอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องให้ความสำคัญตรงไหนเป็นพิเศษ วันนี้เราสรุปมาให้แล้วค่ะ 6 เทคนิคเลือกซื้อคาร์ซีทแรกเกิดในแบบของ แม่ PRAEW 1. วัสดุต้องดี แข็งแรง แม่ PRAEW ให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 โครงสร้างต้องมีมาตรฐาน วัสดุต้องดี แข็งแรงทนทาน ไม่ก๊อกแก๊ก และต้องเข้าใจด้วยค่ะว่าในแต่ละส่วนของร่างกายเด็ก หรือแรงที่เด็กจะได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุใช้วัสดุป้องกันที่แตกต่างกันในการปกป้องตัวเด็ก เช่น แรงกระแทกแรงๆ EPS Foam จะป้องกันได้ดีกว่า ส่วนแรงกระแทกเบาๆ แผ่นโพลี่ยูรีเทน จะช่วยป้องกันได้ดีกว่า คาร์ซีทที่เมอใช้อยู่ มีวัสดุที่หลากหลายมาก มีทั้ง EPS Foam ที่เป็นวัสดุโครงสร้างหลัก และแผ่นโพลี่ยูรีเทนที่เสริมเข้ามาบริเวณที่นั่ง ศีรษะและสะโพกทั้ง 2 ด้าน เรียกได้ว่าทุกส่วนออกแบบมาให้รองรับทุกส่วนอย่างดีที่สุดค่ะ  อีกสิ่งที่แพรวรู้มา คือเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ เด็กที่อยู่บนคาร์ซีทจะได้รับอันตรายจากแรงกระแทกซ้ำๆ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event