พาลูกขึ้นเครื่องบิน เตรียมอะไรบ้าง?

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ

4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน

เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ

» หาข้อมูลก่อนเดินทาง

ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร

เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก 

  • สอบถามข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินของเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่การจองตั๋วให้ลูกคุณพ่อคุณแม่สามารถกดจองได้ แบบปกติ โดยจองตั๋วให้ตัวเองก่อนแล้วค่อยเลือกเพิ่มผู้โดยสารที่เดินทางด้วย อย่าลืมระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเด็กทารก
  • สำหรับค่าโดยสารหากลูกน้อยยังเป็นเด็กทารกส่วนใหญ่จะอนุโลมให้นั่งตักคุณพ่อคุณแม่ในการเดินทางได้ สายการบินอาจจะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แต่หากเด็กมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ก็มักจะเก็บค่าโดยสารอัตราปกติ เหมือนผู้ใหญ่ และจะต้องจองที่นั่งแยกให้ลูก แต่อย่างไรก็ตามหากต้องเดินทางทริที่ใช้เวลานาน เพื่อความสะดวกในการดูแลลูกทารกบนเครื่องบิน แนะนำให้จองที่นั่งแยกอีก 1 ที่นั่ง เพื่อจะได้มีพื้นที่ให้ลูกนอนหลับ คุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกนั่งตักตลอดเวลา หรือจะได้มีพื้นที่วางของ หยิบจับของใช้ส่วนตัวต่างๆ เข้าออกได้ง่ายยิ่งขึ้น (แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับที่นั่งแยกเพิ่มขึ้นด้วย)
  • การเลือกที่นั่ง แนะนำให้เลือกที่นั่งติดกับทางเดิน เพื่อให้คุณแม่สะดวกในการดูแลลูกน้อย ลุกเดินหรือขอน้ำอุ่นน้ำร้อนกับพนักงานบริการบนเครื่องบินได้สะดวก จะหยิบจับสิ่งของหรืออุ้มลูก แขนขาจะได้ไม่ติดขัดหรือทำให้คนข้างๆ รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญ  และควรสอบถามสายการบินตอนจองตั๋ว เพื่อจะได้เลือกที่นั่งใกล้กับที่เปลี่ยนผ้าอ้อมที่บางสาบการบินมีติดตั้งเพื่อให้บริการไว้ หรือที่นั่งที่มีพื้นที่กว้างกว่าที่นั่งทั่วไป ก็จะได้เดินทางและดูแลลูกน้อยได้สะดวกขึ้น

แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก  

  • เมื่อคุณพ่อคุณแม่จองตั๋วการเดินทาง ต้องอย่าลืมระบุว่ามีเด็กทารกเดินทางด้วย  เพื่อที่ทางสายการบินจะได้รับทราบ และมีการเตรียมตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่ในวันเดินทาง  เพราะแม้ว่าจะมีสายการบินที่ไม่คิดค่าโดยสารเด็กทารก หรือจะให้ลูกนั่งตัก แต่การอุ้มลูกไปขึ้นเครื่องเลยดดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือเป็นการไม่เหมาะสม สายการบินมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงการจองหรืออาจยกเลิกการเดินทางได้ ดังนั้นต้องแจ้งให้สายการบินทราบตอนที่จองตั๋วทันทีว่าเราจะมีเด็กทารกเดินทางไปด้วย
  • สอบถามและจัดเตรียมเอกสารของลูกที่ใช้ในการเช็กอินขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากการเดินทางดยเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กหรือเด็กทารก พ่อแม่หรือผู้ปกครองจำเป็นจะต้องใช้ใบสูติบัตรฉบับจริง หรือพาสปอร์ตในการเช็คอินทุกครั้ง หรือผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี ในวันเดินทาง จะใช้เอกสารได้ทั้งใบสูติบัตรฉบับจริง หรือบัตรประชาชนเด็ก หรือพาสปอร์ตในการเช็คอิน รวมถึงหากเดินทางไปต่างประเทศก็จะต้องมีทั้งสูติบัตรตัวจริง พาสปอร์ต และวีซ่าของประเทศปลายทางเหมือนผู้ใหญ่ทั่วไปอีกด้วย

ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน

สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น

  • สายการบินห้ามนำนมหรืออาหารเหลวขึ้นเครื่องบินจำนวนเท่าไร อาหารหรือของใช้แบบไหนขึ้นเครื่องไม่ได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งไว้หน้า Gate  เพราะตามกฏของสายการบิน ของเหลวหรือนมที่พกพาไปต้องไม่เกิน 100 ml. ต่อชิ้น คุณแม่จะได้เตรียมนมผงแบ่งไว้ แล้วขอน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจากสายการบินเพื่อมาชงนมให้ลูก
  • เบาะนั่งของลูกบนเครื่องบิน สายการบินส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินลำใหญ่ จะมีเปลไว้อำนวยความสะดวกสำหรับเด็กทารก รวมทั้งมีที่นั่งคาร์ซีตให้สำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ และมีการเสียค่าโดยสารแบบผู้ใหญ่ ในขณะที่บางสายการบินผู้ปกครองจะต้องอุ้มเด็กทารกไว้ หรือบางสายการบินก็มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กต่ำกว่า 6 เดือนไว้บริการ ฉะนั้นหากคุณแม่ลองเช็กกับสายการบินไว้ล่วงหน้าก็จะทำให้ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์บางอย่างไปให้ยุ่งยาก
  • เช็กโควตาน้ำหนัก สัมภาระ ที่โหลดหรือนำขึ้นเครื่องบินว่าสามารถนำไปได้แค่ไหน? เพื่อจะได้จัดเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยตัวเองให้เหมาะสมพอดี ไม่ต้องหอบของพะรุงระรังเดินในสนามบินหรือหิ้วขึ้นเครื่อง หรือมีสัมภาระน้ำหนักเกินจนต้องมายุ่งยากเสียเวลาและเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกในวันเดินทางจริง 

» เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก

รถเข็นเด็ก เลือกที่พับได้สะดวก ขนาดเล็กคล่องตัว

รถเข็นเด็กถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการเดินทางทุกเวลาและทุกสถานที่ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้นั่งหรือนอนพักผ่อนในรถเข็นได้ เป็นอุปกรณ์ช่วยทุ่นแรงให้คุณพ่อคุณแม่สะดวก ไม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยล้าตลอดเวลา  ฉะนั้นแน่นอนว่าเมื่อต้องพาลูกเบบี๋เดินทางจะขาดรถเข็นเด็กไม่ได้ เพราะไม่มีใครจะอุ้มลูกเดินไปเดินมาได้ในตลอดทริป  คุณพ่อคุณแม่จึงควรรถเข็นเด็ก ประจำติดบ้านไว้ ไม่ใช่แค่เวลามีทริปต้องไปเที่ยวที่ไหน แต่เพราะเราจะต้องใช้เสมอเวลาพาลูกไปนอกบ้านรวมถึงไปโรงพยาบาลเพื่อพาลูกไปหาหมอตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน

เลือกรถเข็นเด็กเล็กให้เหมาะกับการเดินทาง

คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกรถเข็นให้ลูกที่สามารถใช้ได้คุ้มค่าตั้งแต่แรกเกิด โดยควรเลือกซื้อรถเข็นที่มีคุณภาพ แข็งแรง สามารถพับได้มีขนาดเล็ก หรือหิ้วพกพาได้ง่าย  เผื่อไว้สำหรับการเดินทาง เพื่อนำติดไปด้วยเวลาเดินทางและขึ้นเครื่องบินทุกที่ ซึ่งรถเข็นจะสามารถเช็คอินแล้วโหลดขึ้นเครื่องพร้อมกระเป๋าเดินทางของครอบครัวได้เลย แต่กรณีเราต้องใช้เข็นลูกน้อยในสยามบิน ก็สามารถใช้รถเข็นจนถึงที่หน้า Gate หรือประตูทางเข้าเครื่องบินได้  โดยที่เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องจะมีเจ้าหน้าที่ของสายการบินเอารถเข็นไปเก็บใต้ท้องเครื่องให้ และนำออกมาให้อีกครั้งเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

แต่ในเฉพาะบางสายการบิน มีการอนุญาตให้นำเรถเข็นเด็กแบบที่พับได้ มีขนาดและน้ำหนักเล็กไม่เกินตามที่กำหนด สามารถนำขึ้นเครื่องไปด้วยได้ ฉะนั้นหากเลือกซื้อรถเข็นเด็กที่พับได้ง่ายมีขนาดเล็ก ก็อาจจะนำไปเก็บบนเคบินในเครื่องได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายเมื่อโหลใต้ท้องเครื่อง  ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครอบครัว

เป้อุ้มเด็ก เลือกที่แข็งแรงปลอดภัย อุ้มลูกทั้งวันได้สบายๆ ไม่ปวดหลังปวดไหล่ ไม่ทำให้ลูกและคุณแม่อึดอัด

เป้อุ้มเด็กเป็นอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเดินทาง  เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้สะดวกและไม่ต้องใช้พื้นที่หรือหิ้วให้ยุ่งยากไม่คล่องตัวเหมือนรถเข็น เนื่องจากสำหรับบางครอบครัวการนำรถเข็นโหลดไปกับเครื่องบิน และนำติดตัวไปในการเดินทาง อาจยุ่งยากหรือมีสัมภาระมากเกินไป จึงไม่อยากจะพกพาไปด้วย  หรือจะใช้เป้อุ้มเด็กสลับกับรถเข็นในการเดินทาง ก็จะช่วยให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามสถานการณ์ในแต่ละสถานที่

ฉะนั้นคุณแม่จึงควรมองหาเป้อุ้มเด็กคุณภาพติดไว้ใช้ประจำบ้าน เพื่อจะได้เดินทางหรือทำสิ่งต่างๆ ไปพร้อมกับมีลุกน้อยติดตัวไว้อย่างมั่นใจ โดยควรเลือกเป้อุ้มเด็กที่มีมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ทนทานแข็งแรง มีเนื้อหาหรือผิวสัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย ไม่ระคายคืองผิวลูกน้อย

กระเป๋าสัมภาระลูก เลือกที่เก็บอุณหภูมิหรือความเย็นได้ มีขนาดกำลังดี พกพาสะดวก

คุณแม่ควรมีกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระของกินของใช้ให้ลูก ในแบบที่สามารถพกพาหรือสะพายขึ้นเครื่องบินได้สะดวก มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ชวดแบ่งนม ใส่ทิชชูเปียก ใส่ผ้าอ้อมและของใช้ลูกได้หลายช่อง ควรเป็นกระเป๋าที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เปิดปิดสะดวกหยิบของใช้ได้ง่าย ยิ่งหากมีช่องหรือสามารถเก็บอุณหภูมิได้ ก็จะได้นำอาหารหรือเก็บของกินที่ต้องรักษาอุณหภูมิให้ลูกได้ไปพร้อมกัน  เท่านี้ก็จะนำของใช้จำเป็นของลูกใส่ไปในกระเปาใบนี้ได้ทั้งหมด

อุปกรณ์การกินบนเครื่อง เลือกที่เก็บได้ถูกสุขอนามัย ไม่เลื่อนหลุดตกแตกง่าย พกพาสะดวก 

แนะนำให้คุณแม่จัดเตรียมอุปกรณ์การกินบนเครื่องบินให้ลูกน้อยไว้ด้วย เช่น ช้อนตักอาหารแบบพับได้ มีกล่องเก็บ กล่องจานหรือชามอาหารแบบพกพาที่มีฝาปิด แบบที่ไม่แตกหักได้ ไม่เลื่อนหลุดจากมือหรือจากโต๊ะอาหารเวลาป้อนลูกทารก และควรเลือกอุปกรณ์การกินที่ไม่เกิดเสียงกระทบกันจนเกิดความรำคาญหรือมีเสียงดังหนวกหู กับผู้โดยสารคนอื่น

» เตรียมพร้อมเมื่อต้องเดินทาง

  • พาลูกตรวจสุขภาพ ปรึกษาคุณหมอก่อนพาลูกเดินทาง เพื่อมั่นใจว่าลูกแข็งแรงพอที่จะเดินทางได้
  • ให้ลูกพักผ่อนเต็มที่มากๆ ก่อนเดินทาง โดนเฉพาะเมื่อต้องเดินไฟลต์ยาวๆ เพื่อลดอาการงอแงหงุดหงิด และไม่ทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง เมื่อต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
  • เตรียมของใช้จำเป็นให้ลูกน้อยครบถ้วน เช่น ของในกระเป๋าใบเล็กถือขึ้นเครื่องต้องมี ผ้าอ้อมไว้ให้เพียงพอ มีนมที่แบ่งไว้ มีอาหาร หรือขนมขบเคี้ยวใหลูก ทิชชู่เปียก ยาประจำตัว จุกนมหลอก และของเล่นหรือตุ๊กตาที่ลูกชอบ เพื่อแก้เบื่อ โดยให้ลูกเล่นได้แบบไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
  • คุณแม่ควรแต่งกายให้สะดวกกับการให้นมลูก และสะดวกกับการลุกนั่งเดินทาง หากมีเครื่องปั๊มนมก็นำไปด้วยได้ ส่วนลูกน้อยควรแต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ไม่ให้ลูกร้อนหรือหนาวเกินไป
  • บอร์ดดิ้งหรือเข้าเครื่องบินเป็นคนท้ายๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องยืนรอผู้โดยสารคนอื่นจัดเก็บของ หรือให้ลูกต้องนั่งรอนานๆ ก่อนเครื่องบินขึ้นจนงอแง  แต่หากสายการบินประกาศให้ผู้ที่เดินทางกับเด็กเล็กสามารถเข้าเครื่องบินก่อนได้ ก็ควรเข้าไปก่อนได้เลย
  • ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมที่โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมที่มีให้บริการในห้องน้ำ หรือตำแหน่งบริเวณที่สายการบินจัดไว้ให้เสมอ
  • ช่วงเวลาเครื่องบินขึ้น-ลง หรือปรับระดับการบิน จะมีเสียงดังและความกดอากาศ ควรให้ลูกดูดนม น้ำ น้ำผลไม้ หรือดูดจุกนมหลอก เพื่อลดปัญหาความกดอากาศและแรงดันที่อาจทำให้ลูกปวดหู กลัวหรือร้องไห้งอแง

บ้านไหนที่มีแพลน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เร็วๆนี้ ก็หวังว่าจะได้นำทริคที่ BabyGift นำมาฝากไปใช้ไม่มากก็น้อยนะคะ และแม่ๆที่กำลังหาตัวช่วยดีๆอย่างรถเข็นเด็ก เป้อุ้ม กระเป๋าสัมภาระต่างๆ สามารถสัมผัสสินค้าตัวจริงได้ที่ BabyGift ทุกสาขาใกล้บ้านได้เลยค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อพี่ตู่เตรียมคาร์ซีท พาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งแรก… แต่มะลิ (แม่บ้าน) ดันถอดเบาะคาร์ซีทไปซักซะงั้น งานนี้พี่ตู่ต้องใส่ผ้าหุ้มกลับเข้าไปเหมือนเดิม เบาะทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น ที่เข้าใจง่ายๆ พี่ตู่บอกว่าง่ายมาก ทำครั้งแรกก็ได้เลย #แท็กสามี #ซักคาร์ซีทให้หน่อย เพราะคุณแม่นุชออกไปทำธุระข้างนอก การพาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งนี้มีแค่สองพ่อลูกเท่านั้น คาร์ซีทจึงจำเป็นมาก พี่ตู่เลือกคาร์ซีท Ailebebe รุ่น  Kurutto 4 Grance ผ้าหุ้มตาข่ายระบายอากาศได้ดี น้องริสานั่งแล้วสบายตัว ไม่อึดอัด ไม่งอแง สบายจังเลย…ปะป๋า ของีบแป๊บบบบนะคะ หมุนได้ 360 องศา อุ้มน้องริสาขึ้นลงคาร์ซีทได้ง่าย คาร์ซีท Ailebebe ปลอดภัยแน่นอน เพราะทุกตัวผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด จากประเทศญี่ปุ่น รีวิวคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto4

ไขข้อสงสัยที่สาวๆอยากรู้ “แม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม?” วันนี้ Baby Gift มีคำตอบค่ะ ปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงและเข้าถึงทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยเฉพาะการอัพไซส์ แม่เสริมหน้าอก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นสาวๆจะมีหน้าอกที่สวยงามและขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รวมถึงมีร่องอกที่ชิดและชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้สาวๆเกิดความมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆนิยมหันมาเสริมหน้าอก กันมากขึ้นจนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า คุณแม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะปัจจุบันการเสริมหน้าอกใช้เทคนิคใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม  ซึ่งอยู่คนละส่วนกับที่ใช้ผลิตน้ำนม และไม่ได้มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม ส่วนในกรณีที่คุณแม่เสริมหน้าอกลังเลเรื่อง คุณแม่เสริมหน้าอก สามารถปั๊มนมได้ไหม? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถปั๊มนมได้ตามปกติ โดยเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีคุณภาพ รองรับการปั๊มนมสำหรับคนที่เสริมหน้าอก  อย่างไรก็ตาม การเสริมหน้าอกควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อความสบายใจของคุณแแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการวางแผนมีลูกเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นกรณีไป ได้คำตอบแบบนี้แล้วคุณแม่มั่นใจหายห่วง เตรียมพร้อมรับมือเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันดีกว่าค่ะ

หลายครั้งที่เห็น ลูกร้องไห้ ชอบโวยวายเวลาถูกขัดใจในที่สาธารณะ บางครั้งถึงกับลงไปนอนดิ้นบนพื้นกันเลย ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ปกครอง เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะทำความทำเข้าใจในวัยของลูกก่อน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือและฝึกลูกสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ ให้ลูกได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง และฝึกควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตนเองได้ ลูกร้องไห้ ดิ้นบนพื้นในที่สาธารณะ จะแก้ไขอย่างไรดี เด็กวัยไหน ร้องไห้อาละวาดบ่อยที่สุด ลูกร้องไห้ อาละวาดในเด็ก จะพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในช่วงอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีสถิติพบว่า เด็กประมาณ 50-80% จะมีการร้องอาละวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุ 4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่การร้องอาละวาดของเด็กมักจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สาเหตุ ลูกร้องไห้ อาละวาดดิ้นบนพื้น เป็นพัฒนาการปกติที่เด็กเริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเอง (Autonomy) แต่วัย 1 – 3 ปี จะยังไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ดีนัก […]

หมอนให้นม เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แม่และทารกรู้สึกสบายขณะให้นม มักจะมีรูปทรงคล้ายตัว C หรือ U ซึ่งช่วยรองรับทารก วัสดุส่วนใหญ่จะอ่อนโยน เพื่อไม่ผิวลูกเกิดอาการระคายเคือง ตัวหมอนหรือเบาะควรมีความนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift จะชวนแม่ๆ มารู้จักหมอนรองให้นมกันให้มากขึ้น พร้อมยี่ห้อดีๆ มาแนะนำกันค่ะ  รู้จัก หมอนรองให้นม ตัวช่วยคุณแม่ให้นมลูกที่สะดวก สบายขึ้น !  หมอนที่ใช้รองให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การให้นมแม่สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแม่มือใหม่หรือแม่ที่ต้องให้นมบ่อยๆ เพราะช่วยรองรับน้ำหนักทารกขณะให้นม ลดความเมื่อยล้าของแขนและไหล่แม่ หมอนให้นมจะช่วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม ทำให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลัง และคอของแม่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกที่ไม่ว่าคุณแม่น้ำนมเยอะ หรือน้ำนมน้อยต้องมีติดบ้านไว้กันเลยหล่ะค่ะ (อ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนม เพิ่มเติมได้อีก BabyGift มีเขียนไว้แล้วค่ะ)  ข้อดีของการใช้หมอนรองให้นม   การใช้หมอนเพื่อให้นมนั้น มีข้อดีหลายประการ ซึ่งช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีข้อดีอะไรบ้าง  แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมอนให้นมจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อไม่ใช้หมอน ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองและลูกที่สุดค่ะ  วิธีเลือกหมอนรองให้นม  การเลือกหมอนที่ใช้ช่วยคุณแม่สำหรับให้นมที่เหมาะกับการใช้งานนั้น สำคัญมากสำหรับความสะดวกสบายของทั้งตัวแม่และลูก ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่สบาย และผ่อนคลายมากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะ ว่าต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง  แนะนำ ท่าอุ้มลูกให้นมที่ถูกต้อง […]

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟังดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย App : Pregnancy yoga Exercisesแอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้องดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ […]

การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ  เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ ! เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ พัฒนาการของเด็ก ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event