พาลูกขึ้นเครื่องบิน เตรียมอะไรบ้าง?

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ

4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน

เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ

» หาข้อมูลก่อนเดินทาง

ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร

เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก 

  • สอบถามข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินของเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่การจองตั๋วให้ลูกคุณพ่อคุณแม่สามารถกดจองได้ แบบปกติ โดยจองตั๋วให้ตัวเองก่อนแล้วค่อยเลือกเพิ่มผู้โดยสารที่เดินทางด้วย อย่าลืมระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเด็กทารก
  • สำหรับค่าโดยสารหากลูกน้อยยังเป็นเด็กทารกส่วนใหญ่จะอนุโลมให้นั่งตักคุณพ่อคุณแม่ในการเดินทางได้ สายการบินอาจจะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แต่หากเด็กมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ก็มักจะเก็บค่าโดยสารอัตราปกติ เหมือนผู้ใหญ่ และจะต้องจองที่นั่งแยกให้ลูก แต่อย่างไรก็ตามหากต้องเดินทางทริที่ใช้เวลานาน เพื่อความสะดวกในการดูแลลูกทารกบนเครื่องบิน แนะนำให้จองที่นั่งแยกอีก 1 ที่นั่ง เพื่อจะได้มีพื้นที่ให้ลูกนอนหลับ คุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกนั่งตักตลอดเวลา หรือจะได้มีพื้นที่วางของ หยิบจับของใช้ส่วนตัวต่างๆ เข้าออกได้ง่ายยิ่งขึ้น (แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับที่นั่งแยกเพิ่มขึ้นด้วย)
  • การเลือกที่นั่ง แนะนำให้เลือกที่นั่งติดกับทางเดิน เพื่อให้คุณแม่สะดวกในการดูแลลูกน้อย ลุกเดินหรือขอน้ำอุ่นน้ำร้อนกับพนักงานบริการบนเครื่องบินได้สะดวก จะหยิบจับสิ่งของหรืออุ้มลูก แขนขาจะได้ไม่ติดขัดหรือทำให้คนข้างๆ รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญ  และควรสอบถามสายการบินตอนจองตั๋ว เพื่อจะได้เลือกที่นั่งใกล้กับที่เปลี่ยนผ้าอ้อมที่บางสาบการบินมีติดตั้งเพื่อให้บริการไว้ หรือที่นั่งที่มีพื้นที่กว้างกว่าที่นั่งทั่วไป ก็จะได้เดินทางและดูแลลูกน้อยได้สะดวกขึ้น

แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก  

  • เมื่อคุณพ่อคุณแม่จองตั๋วการเดินทาง ต้องอย่าลืมระบุว่ามีเด็กทารกเดินทางด้วย  เพื่อที่ทางสายการบินจะได้รับทราบ และมีการเตรียมตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่ในวันเดินทาง  เพราะแม้ว่าจะมีสายการบินที่ไม่คิดค่าโดยสารเด็กทารก หรือจะให้ลูกนั่งตัก แต่การอุ้มลูกไปขึ้นเครื่องเลยดดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือเป็นการไม่เหมาะสม สายการบินมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงการจองหรืออาจยกเลิกการเดินทางได้ ดังนั้นต้องแจ้งให้สายการบินทราบตอนที่จองตั๋วทันทีว่าเราจะมีเด็กทารกเดินทางไปด้วย
  • สอบถามและจัดเตรียมเอกสารของลูกที่ใช้ในการเช็กอินขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากการเดินทางดยเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กหรือเด็กทารก พ่อแม่หรือผู้ปกครองจำเป็นจะต้องใช้ใบสูติบัตรฉบับจริง หรือพาสปอร์ตในการเช็คอินทุกครั้ง หรือผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี ในวันเดินทาง จะใช้เอกสารได้ทั้งใบสูติบัตรฉบับจริง หรือบัตรประชาชนเด็ก หรือพาสปอร์ตในการเช็คอิน รวมถึงหากเดินทางไปต่างประเทศก็จะต้องมีทั้งสูติบัตรตัวจริง พาสปอร์ต และวีซ่าของประเทศปลายทางเหมือนผู้ใหญ่ทั่วไปอีกด้วย

ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน

สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น

  • สายการบินห้ามนำนมหรืออาหารเหลวขึ้นเครื่องบินจำนวนเท่าไร อาหารหรือของใช้แบบไหนขึ้นเครื่องไม่ได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งไว้หน้า Gate  เพราะตามกฏของสายการบิน ของเหลวหรือนมที่พกพาไปต้องไม่เกิน 100 ml. ต่อชิ้น คุณแม่จะได้เตรียมนมผงแบ่งไว้ แล้วขอน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจากสายการบินเพื่อมาชงนมให้ลูก
  • เบาะนั่งของลูกบนเครื่องบิน สายการบินส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินลำใหญ่ จะมีเปลไว้อำนวยความสะดวกสำหรับเด็กทารก รวมทั้งมีที่นั่งคาร์ซีตให้สำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ และมีการเสียค่าโดยสารแบบผู้ใหญ่ ในขณะที่บางสายการบินผู้ปกครองจะต้องอุ้มเด็กทารกไว้ หรือบางสายการบินก็มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กต่ำกว่า 6 เดือนไว้บริการ ฉะนั้นหากคุณแม่ลองเช็กกับสายการบินไว้ล่วงหน้าก็จะทำให้ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์บางอย่างไปให้ยุ่งยาก
  • เช็กโควตาน้ำหนัก สัมภาระ ที่โหลดหรือนำขึ้นเครื่องบินว่าสามารถนำไปได้แค่ไหน? เพื่อจะได้จัดเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยตัวเองให้เหมาะสมพอดี ไม่ต้องหอบของพะรุงระรังเดินในสนามบินหรือหิ้วขึ้นเครื่อง หรือมีสัมภาระน้ำหนักเกินจนต้องมายุ่งยากเสียเวลาและเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกในวันเดินทางจริง 

» เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก

รถเข็นเด็ก เลือกที่พับได้สะดวก ขนาดเล็กคล่องตัว

รถเข็นเด็กถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการเดินทางทุกเวลาและทุกสถานที่ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้นั่งหรือนอนพักผ่อนในรถเข็นได้ เป็นอุปกรณ์ช่วยทุ่นแรงให้คุณพ่อคุณแม่สะดวก ไม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยล้าตลอดเวลา  ฉะนั้นแน่นอนว่าเมื่อต้องพาลูกเบบี๋เดินทางจะขาดรถเข็นเด็กไม่ได้ เพราะไม่มีใครจะอุ้มลูกเดินไปเดินมาได้ในตลอดทริป  คุณพ่อคุณแม่จึงควรรถเข็นเด็ก ประจำติดบ้านไว้ ไม่ใช่แค่เวลามีทริปต้องไปเที่ยวที่ไหน แต่เพราะเราจะต้องใช้เสมอเวลาพาลูกไปนอกบ้านรวมถึงไปโรงพยาบาลเพื่อพาลูกไปหาหมอตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน

เลือกรถเข็นเด็กเล็กให้เหมาะกับการเดินทาง

คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกรถเข็นให้ลูกที่สามารถใช้ได้คุ้มค่าตั้งแต่แรกเกิด โดยควรเลือกซื้อรถเข็นที่มีคุณภาพ แข็งแรง สามารถพับได้มีขนาดเล็ก หรือหิ้วพกพาได้ง่าย  เผื่อไว้สำหรับการเดินทาง เพื่อนำติดไปด้วยเวลาเดินทางและขึ้นเครื่องบินทุกที่ ซึ่งรถเข็นจะสามารถเช็คอินแล้วโหลดขึ้นเครื่องพร้อมกระเป๋าเดินทางของครอบครัวได้เลย แต่กรณีเราต้องใช้เข็นลูกน้อยในสยามบิน ก็สามารถใช้รถเข็นจนถึงที่หน้า Gate หรือประตูทางเข้าเครื่องบินได้  โดยที่เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องจะมีเจ้าหน้าที่ของสายการบินเอารถเข็นไปเก็บใต้ท้องเครื่องให้ และนำออกมาให้อีกครั้งเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

แต่ในเฉพาะบางสายการบิน มีการอนุญาตให้นำเรถเข็นเด็กแบบที่พับได้ มีขนาดและน้ำหนักเล็กไม่เกินตามที่กำหนด สามารถนำขึ้นเครื่องไปด้วยได้ ฉะนั้นหากเลือกซื้อรถเข็นเด็กที่พับได้ง่ายมีขนาดเล็ก ก็อาจจะนำไปเก็บบนเคบินในเครื่องได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายเมื่อโหลใต้ท้องเครื่อง  ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละครอบครัว

เป้อุ้มเด็ก เลือกที่แข็งแรงปลอดภัย อุ้มลูกทั้งวันได้สบายๆ ไม่ปวดหลังปวดไหล่ ไม่ทำให้ลูกและคุณแม่อึดอัด

เป้อุ้มเด็กเป็นอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเดินทาง  เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้สะดวกและไม่ต้องใช้พื้นที่หรือหิ้วให้ยุ่งยากไม่คล่องตัวเหมือนรถเข็น เนื่องจากสำหรับบางครอบครัวการนำรถเข็นโหลดไปกับเครื่องบิน และนำติดตัวไปในการเดินทาง อาจยุ่งยากหรือมีสัมภาระมากเกินไป จึงไม่อยากจะพกพาไปด้วย  หรือจะใช้เป้อุ้มเด็กสลับกับรถเข็นในการเดินทาง ก็จะช่วยให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามสถานการณ์ในแต่ละสถานที่

ฉะนั้นคุณแม่จึงควรมองหาเป้อุ้มเด็กคุณภาพติดไว้ใช้ประจำบ้าน เพื่อจะได้เดินทางหรือทำสิ่งต่างๆ ไปพร้อมกับมีลุกน้อยติดตัวไว้อย่างมั่นใจ โดยควรเลือกเป้อุ้มเด็กที่มีมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ทนทานแข็งแรง มีเนื้อหาหรือผิวสัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย ไม่ระคายคืองผิวลูกน้อย

กระเป๋าสัมภาระลูก เลือกที่เก็บอุณหภูมิหรือความเย็นได้ มีขนาดกำลังดี พกพาสะดวก

คุณแม่ควรมีกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระของกินของใช้ให้ลูก ในแบบที่สามารถพกพาหรือสะพายขึ้นเครื่องบินได้สะดวก มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ชวดแบ่งนม ใส่ทิชชูเปียก ใส่ผ้าอ้อมและของใช้ลูกได้หลายช่อง ควรเป็นกระเป๋าที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เปิดปิดสะดวกหยิบของใช้ได้ง่าย ยิ่งหากมีช่องหรือสามารถเก็บอุณหภูมิได้ ก็จะได้นำอาหารหรือเก็บของกินที่ต้องรักษาอุณหภูมิให้ลูกได้ไปพร้อมกัน  เท่านี้ก็จะนำของใช้จำเป็นของลูกใส่ไปในกระเปาใบนี้ได้ทั้งหมด

อุปกรณ์การกินบนเครื่อง เลือกที่เก็บได้ถูกสุขอนามัย ไม่เลื่อนหลุดตกแตกง่าย พกพาสะดวก 

แนะนำให้คุณแม่จัดเตรียมอุปกรณ์การกินบนเครื่องบินให้ลูกน้อยไว้ด้วย เช่น ช้อนตักอาหารแบบพับได้ มีกล่องเก็บ กล่องจานหรือชามอาหารแบบพกพาที่มีฝาปิด แบบที่ไม่แตกหักได้ ไม่เลื่อนหลุดจากมือหรือจากโต๊ะอาหารเวลาป้อนลูกทารก และควรเลือกอุปกรณ์การกินที่ไม่เกิดเสียงกระทบกันจนเกิดความรำคาญหรือมีเสียงดังหนวกหู กับผู้โดยสารคนอื่น

» เตรียมพร้อมเมื่อต้องเดินทาง

  • พาลูกตรวจสุขภาพ ปรึกษาคุณหมอก่อนพาลูกเดินทาง เพื่อมั่นใจว่าลูกแข็งแรงพอที่จะเดินทางได้
  • ให้ลูกพักผ่อนเต็มที่มากๆ ก่อนเดินทาง โดนเฉพาะเมื่อต้องเดินไฟลต์ยาวๆ เพื่อลดอาการงอแงหงุดหงิด และไม่ทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง เมื่อต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
  • เตรียมของใช้จำเป็นให้ลูกน้อยครบถ้วน เช่น ของในกระเป๋าใบเล็กถือขึ้นเครื่องต้องมี ผ้าอ้อมไว้ให้เพียงพอ มีนมที่แบ่งไว้ มีอาหาร หรือขนมขบเคี้ยวใหลูก ทิชชู่เปียก ยาประจำตัว จุกนมหลอก และของเล่นหรือตุ๊กตาที่ลูกชอบ เพื่อแก้เบื่อ โดยให้ลูกเล่นได้แบบไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
  • คุณแม่ควรแต่งกายให้สะดวกกับการให้นมลูก และสะดวกกับการลุกนั่งเดินทาง หากมีเครื่องปั๊มนมก็นำไปด้วยได้ ส่วนลูกน้อยควรแต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ไม่ให้ลูกร้อนหรือหนาวเกินไป
  • บอร์ดดิ้งหรือเข้าเครื่องบินเป็นคนท้ายๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องยืนรอผู้โดยสารคนอื่นจัดเก็บของ หรือให้ลูกต้องนั่งรอนานๆ ก่อนเครื่องบินขึ้นจนงอแง  แต่หากสายการบินประกาศให้ผู้ที่เดินทางกับเด็กเล็กสามารถเข้าเครื่องบินก่อนได้ ก็ควรเข้าไปก่อนได้เลย
  • ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมที่โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมที่มีให้บริการในห้องน้ำ หรือตำแหน่งบริเวณที่สายการบินจัดไว้ให้เสมอ
  • ช่วงเวลาเครื่องบินขึ้น-ลง หรือปรับระดับการบิน จะมีเสียงดังและความกดอากาศ ควรให้ลูกดูดนม น้ำ น้ำผลไม้ หรือดูดจุกนมหลอก เพื่อลดปัญหาความกดอากาศและแรงดันที่อาจทำให้ลูกปวดหู กลัวหรือร้องไห้งอแง

บ้านไหนที่มีแพลน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เร็วๆนี้ ก็หวังว่าจะได้นำทริคที่ BabyGift นำมาฝากไปใช้ไม่มากก็น้อยนะคะ และแม่ๆที่กำลังหาตัวช่วยดีๆอย่างรถเข็นเด็ก เป้อุ้ม กระเป๋าสัมภาระต่างๆ สามารถสัมผัสสินค้าตัวจริงได้ที่ BabyGift ทุกสาขาใกล้บ้านได้เลยค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

Hypochlorous Acid หรือ HOCl คืออะไร? Hypochlorous Acid หรือ กรดไฮโปคลอรัส มีชื่อเรียกทางเคมีว่า HOCl นั้น เป็นกรดอ่อน ๆ ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อการรักษาและการปกป้องร่างกาย  ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน ในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบาง  หรือดวงตา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าสารฟอกขาวประเภทคลอรีนถึง 80-120 เท่า กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “ น้ำอิเล็กโทรไลต์ “ ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) ซึ่งมีการคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี นามว่า ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) เมื่อปีทศวรรษ 1834 โดยเขาได้คิดค้นหลักการสำคัญของกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสตั้งเป็นกฎสองข้อเรียกกันว่า Faraday’s Laws of Electrolysis ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) มาจนถึงทุกวันนี้ กระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คืออะไร ? อิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คือกระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือที่ใช้แยกสารละลายด้วยไฟฟ้า มีชื่อเรียกว่า เซลล์อิเล็กโทรไลต์ หรือ อิเล็กโทรลิติกเซลล์ ประกอบด้วย […]

รอยยิ้มของลูกน้อยคือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ แต่เมื่อใดที่เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะอาการระคายเคืองจากการแพ้แพมเพิส หัวใจคนเป็นแม่คงกระวนกระวายไม่น้อย ปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม หากปล่อยไว้และไม่รีบแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจลุกลามจนกลายเป็นผื่นแดงอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทำให้ลูกน้อยเจ็บปวดและเสียสุขภาพจิตได้ บทความนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อปกป้องผิวที่บอบบางของลูกรักให้กลับมาเนียนนุ่มและแข็งแรงดังเดิม ผื่นผ้าอ้อมคืออะไร และทำไมลูกถึงมีอาการแพ้แพมเพิส? ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Dermatitis) หรือที่เรียกกันติดปากว่าอาการแพ้แพมเพิส คือภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณก้น อวัยวะเพศ ขาหนีบ และหน้าท้อง ซึ่งสัมผัสกับผ้าอ้อมโดยตรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความอับชื้นและการเสียดสีเป็นเวลานาน ผิวที่อ่อนบางของทารกจะถูกกระตุ้นจนเกิดการระคายเคือง หากสะสมไว้นานวันเกราะป้องกันผิวจะเริ่มอ่อนแอลง นำมาสู่อาการลูกแพ้แพมเพิสที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งครอบครัว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณใต้ผ้าอ้อม การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาการแพ้แพมเพิสได้ตรงจุดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้ สังเกตอาการลูกแพ้แพมเพิส มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คุณแม่ควรหมั่นสังเกตบริเวณใต้ผ้าอ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการลูกแพ้แพมเพิสในแต่ละระยะดังนี้ วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี เมื่อพบว่าลูกมีอาการผื่นคัน วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสเบื้องต้นที่ได้ผลดีเยี่ยมและควรทำทันทีคือ แนวทางป้องกันผื่นผ้าอ้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกรัก การป้องกันคือวิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถดูแลผิวลูกให้ห่างไกลจากการแพ้แพมเพิสได้ด้วยแนวทางดังนี้ ดูแลผิวลูกให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวช่วยจาก BabyGift ผู้ช่วยที่เข้าใจแม่ รู้ใจลูก การดูแลผิวพรรณในจุดบอบบางต้องการความละเอียดอ่อนสูง BabyGift มุ่งมั่นคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดจากแบรนด์ดังระดับสากล โดยเฉพาะในโซน Clean & Care ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัยไร้สารเคมี คุณแม่สามารถเข้ามาทดลองสัมผัสเนื้อผ้าของแพมเพิส หรือปรึกษาเรื่องการเลือกของใช้เตรียมคลอดที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว หากกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ เช่น การเลือกคาร์ซีทมาตรฐานโลก หรือกำลังตัดสินใจว่า เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยพยุงน้ำหนักได้ดีและระบายอากาศเยื่ยมเพื่อลดความอับชื้นสะสมบริเวณขาหนีบของลูกน้อย […]

การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการให้นม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตในช่วงแรกชีวิต เมื่อคุณพาลูกน้อยนั่ง คาร์ซีทเด็กแรกเกิด กลับถึงบ้าน ภารกิจหลักที่คุณแม่กังวลที่สุดคือลูกกินอิ่มไหม หรือกินมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้ BabyGift จะมาเผยตารางกินนม และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับนมเด็กแรกเกิด เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ปริมาณนมทารกที่เหมาะสมตามวัย เด็กแรกเกิดกินนมกี่ออนซ์ การเข้าใจธรรมชาติของกระเพาะอาหารทารกเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกเกิดกระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กเท่าลูกมะนาวเท่านั้น ปริมาณนมเด็กแรกเกิดที่ต้องการในแต่ละมื้อจึงดูเหมือนน้อย แต่เน้นความถี่แทน เรามาเจาะลึกปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสัปดาห์กันเลย ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ในสัปดาห์แรก กระเพาะของทารกจะเริ่มขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยทารกจะกินนมประมาณ 1.5-3 ออนซ์ (45-90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน หากให้นมแม่ควรให้เข้าเต้า 8-12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง ทารก 2 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทารกจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ปริมาณการกินจะเพิ่มเป็น 2-4 ออนซ์ (60-120 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ โดยยังคงรักษาความถี่ที่ […]

เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ทุกที่นั่งจะต้องมีป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 เป็น มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท เพื่อบ่งชี้ว่าเบาะตัวนั้นๆได้ผ่านตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 จะเป็นป้ายสีส้ม มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตาม Group และแบ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ทั้งหมด 4 ประเภท (4 Categories) ตามการติดตั้งและการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้เราทราบว่าเบาะนั้นๆออกแบบมาสำหรับรถเราหรือไม่ มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตามภูมิภาค จากข้อมูลในหัวข้อนี้คงพอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจความหมายและทราบถึงรายละเอียด ข้อมูลของเบาะนั้นจากป้ายมาตรฐาน ตลอดจนเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองในการเลือกซื้อเบาะให้เหมาะกับลูกหลานและรถ ที่มีแนวทางการใช้งานเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ในครั้งแรกๆ เด็กๆอาจจะร้องเพราะกลัวการถูกล็อค แต่ถ้าเขาคุ้นเคยเสียก่อน ก็จะลดการร้องไม่ยอมของเด็กได้ การที่เด็กๆร้องก็จะทรมาณใจพ่อแม่เพราะสงสารลูกๆและเป็นสาเหตุทำให้ละเลยการใช้งานเบาะนิรภัยในครั้งต่อๆไป เพราะว่าเด็กที่นั่งอยู่ในเบาะนิรภัยจะมีการป้องกันการชนด้านข้างต่ำ การนั่งในตำแหน่งกลางจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้รถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถติดตั้งตรงเบาะกลางได้ การติดตั้งทางฝั่งซ้ายหรือขวาก็สามารถทำได้ โดยที่ฝั่งตรงข้ามคนขับ (ฝั่งเดียวกับฟุตบาท) จะปลอดภัยกว่าฝั่งคนขับ  สำหรับการใช้งานเบาะนิรภัยร่วมกับรถปิกอัพให้ติดตั้งด้านหน้าข้างคนขับและห้ามใช้ถุงลมในที่นั่งด้านข้างคนขับ 1. เด็กสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี2. เด็กโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง3. เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานไม่ใช้รัดตรงท้อง4. เข็มขัดที่พาดส่วนบ่าจะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก […]

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]

เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10%  เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม  การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย  2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง  3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid