สอน ใช้เครื่องปั๊มนม ครั้งแรก พร้อมเทคนิคปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า
ใช้เครื่องปั๊มนม ดียังไงนะ? คุณแม่รู้ไหมว่า การปั๊มนมมีส่วนช่วยคุณแม่และลูกน้อยได้มากมายกว่าที่คิด
- การปั๊มนม เป็นการเก็บสำรองน้ำนมแม่ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับคุณค่านมแม่ได้เต็มที่และต่อเนื่องเสมอ แม้คุณแม่จะไม่อยู่กับลูก ต้องไปทำงาน ไปธุระหรืออื่นๆ ช่วยให้คุณแม่สะดวก ประหยัดเวลา ลูกน้อยได้สารอาหารจากนมแม่เหมือนเดิม
- การปั๊มนมช่วยเพิ่มปริมาณนมแม่ได้ ทำให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องน้ำนมไม่เพียงพอให้ลูก กลัวลูกกินไม่อิ่ม เพราะน้ำนมแม่ที่ปั๊มและแช่เก็บไว้ แค่นำมาละลายก็สามารถให้ลูกกินได้ทันที
- ช่วยกักเก็บน้ำนมไว้ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อคุณแม่เจ็บป่วยไม่สบายจำเป็นต้องใช้ยา ที่มีผลส่งผ่านจากน้ำนมแม่ไปสู่ลูกน้อย
- การปั๊มนม มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดจากการคัดเต้านม และยังช่วยระบายน้ำนมออก เพื่อสร้างน้ำนมใหม่ต่อเนื่อง
แต่เชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ การปั๊มนมครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีความกังวลใจต่างๆ นาๆ ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการปั๊มนมครั้งแรก พร้อมกับเทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้ ใช้เครื่องปั๊มนมได้เก่ง คุ้มค่าอย่างมืออาชีพ ลูกน้อยก็มีน้ำนมแม่กินอิ่มอยู่เสมอค่ะ

สอนคุณแม่ ใช้เครื่องปั๊มนม
- เริ่มต้นเรียนรู้ ศึกษาข้อมูล วิธีการใช้ โดยการอ่านข้อมูลคำแนะนำ การประกอบอุปกรณ์ต่างๆ และวิธีการใช้อย่างละเอียด และทำความคุ้มเคยกับเครื่องปั๊มน
- ทำความสะอาดอุปกรณ์ให้ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค ก่อนนำมาทดลองใช้ ด้วยการล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนมจุกนมที่อ่อนโยนปลอดภัย และนำไปฆ่าเชื้อ คุณแม่จะใช้เครื่องนึ่งขวดนม หรือเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อฆ่าเชื้อกรวยปั๊มนม ขวดนมที่ปั๊ม ก็ได้ เสร็จแล้วจึงนำมาทดลองใช้กับเต้านม เพราะหากไม่ทำความสะอาดก่อน อาจมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนติดตัวคุณแม่ได้
- ทดลองใช้ให้คุ้นเคย ด้วยการลองครอบกรวยปั๊มกับเต้านม ลองปรับรอบของการดูดหรือแรงปั๊มนม ว่าแรงไปหรือไม่ เจ็บหรือเปล่า อาจลองค่อย ๆ ปรับไป ซึ่งหากคุณแม่ลองใช้เครื่องปั๊มหลังคลอดใหม่ ครั้งแรก ๆ อาจจะไม่ได้น้ำนม รู้สึกว่าแรงปั๊มไม่มี ควรค่อย ๆ หาสาเหตุ แล้วแก้ไข ลองปรับวาล์วว่าแน่นดีหรือไม่ และใส่ทุกอย่างให้ถูกต้อง
- เริ่มปั๊มนมหลังคลอด เนื่องจากในช่วง 3-4 วันแรกลูกน้อยยังนอนหลับมาก จึงมักไม่ตื่นขึ้นมาดูดนมแม่บ่อยๆ ทำให้คุณแม่ต้องปลุกลูกน้อยมาดูดกระตุ้นเต้านมทุก 2-3 ชม. ดังนั้นคุณแม่จึงอาจลองเริ่มปั๊มนมได้ในช่วงที่ลูกหลับนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นน้ำนมให้มาเร็วขึ้นและมากขึ้น
แม้คุณแม่จะลองปั๊มนมแล้ว น้ำนมจะยังไม่มี ก็ไม่ควรเครียด หรือตกใจ คิดว่าตัวเองไม่มีน้ำนม เพราะการปั๊มนมช่วงนี้เป็นการปั๊มนมเพื่อกระตุ้น และฝึก ใช้เครื่องปั๊มนมให้คุ้นเคย เมื่อคุณแม่ได้ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกับให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยๆ น้ำนมแม่จะมาเร็วขึ้น

เมื่อ ใช้เครื่องปั๊มนม
- ให้คุณแม่ล้างมือ ล้างอุปกรณ์ปั๊มนม และขวดนมให้สะอาดแล้วฆ่าเชื้อ
- จับกรวยครอบเต้านมสำหรับปั๊มนม วางลงบนหัวนมโดยให้กรวยอยู่บริเวณตรงกลางหัวนม
- ใช้มือข้างหนึ่งประคองเต้านม ให้นิ้วโป้งอยู่ด้านบน ส่วนนิ้วที่เหลือประคองอยู่ด้านใต้เต้านม ประคองเต้านมกับกรวยให้ครอบกันพอดี ระวังอย่าดันหัวนมกับกรวยเต้านมแรงเกินไป เพราะคุณแม่อาจเจ็บหรือมีรอยแผลที่เต้านม
- ปรับความเร็วและอัตราการปั๊มนมตามคู่มือการใช้เครื่อง โดยเริ่มต้นจากอัตราการปั๊มที่ต่ำและเร็วก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดูดมากทำคุณแม่เจ็บเต้านม
- เมื่อน้ำนมคุณแม่เริ่มไหลคงที่ อาจใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที จากนั้นจึงค่อยๆปรับความเร็วให้ช้าลงและเพิ่มอัตราการปั๊มให้สูงขึ้นได้ ในช่วงแรก แนะนำคุณแม่ไม่ปั๊มนมนานหรือแรงเกินไป เพราะอาจทำให้หัวนมแตกได้ อาจเริ่มต้นปั๊มนมครั้งละประมาณ 3-5 นาทีก่อน เมื่อเริ่มปรับตัวได้จึงเพิ่มเวลาในการปั๊มนมขึ้น ประมาณข้างละ 15-20 นาที
- หลังจากปั๊มนมเสร็จ ให้คุณแม่ค่อย ๆ นำกรวยเครื่องปั๊มออกจากเต้านม จากนั้นนำน้ำนมที่ได้ เขียนวันเวลาแล้วไปแช่เย็นเก็บทันที เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมแม่ไว้ให้นานที่สุด
- หลังเก็บน้ำนมแล้ว ให้ทำความสะอาดเครื่องปั๊มนมตามคู่มือการใช้งาน และเก็บให้มิดชิดเพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรก
- ปกติแล้วการใช้เครื่องปั๊มนมจะไม่ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บขณะปั๊ม แต่หากคุณแม่มีอาการเจ็บแสดงว่าใช้กรวยปั๊มนมผิดขนาด หรือปรับอัตราแรงปั๊มนมสูงเกินไป จึงควรตั้งค่าและปรับการปั๊มให้คุณแม่รู้สึกสบายที่สุดและได้น้ำนมมากที่สุด
- หากคุณแม่ใช้เครื่องปั๊มนมแล้วเจ็บทุกครั้ง แม้จะลองปรับเปลี่ยนต่างๆ แล้ว ลองปรึกษาผู้ผลิตเครื่องปั๊มนม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ เพื่อช่วยหาสาเหตุและการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง

ปั๊มนมแบบไหน? ให้เกลี้ยงเต้า
การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า คือการระบายน้ำนมให้หมดจากเต้านมคุณแม่ในครั้งนั้นๆ เพื่อให้เต้านมคุณแม่ได้มีพื้นที่สำหรับการผลิตน้ำนมขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพราะน้ำนมแม่จะมีรอบของการผลิตใหม่ๆ ในเต้านมตลอดเวลา เมื่อน้ำนมผลิตจนเต็มเต้า เต็มพื้นที่เก็บน้ำนม จะทำให้เต้านมคุณแม่คัดตึง ต้องให้ลูกน้อยดูดหรือปั๊มนมระบายออกมา ซึ่งการปั๊มนมออกมานั้น ยิ่งระบายน้ำนมออกได้เกลี้ยงเต้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้นมแม่ผลิตออกมาสม่ำเสมอได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ
เทคนิคปั๊มเกลี้ยงเต้า
- ปั๊มนมแม่โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีต่อข้าง ในการปั๊มนมแต่ละครั้ง ซึ่งเท่าๆ กับระยะเวลาที่ลูกดูดนมแม่จนเกลี้ยงเต้านั่นเอง หากปั๊มถึง 15 นาทีแล้วยังมีน้ำนมไหลออกมาอยู่ ยังสามารถปั๊มต่อได้อีกประมาณ 2-5 นาที เพื่อให้เกลี้ยงเต้า แต่ไม่ควรนานเกินไปเพราะคุณแม่จะเจ็บเต้านมได้
- ควรปั๊มนมแม่ให้หมดจากเต้าทีละข้าง เป็นข้างๆ ไป
- ปั๊มนมไปพร้อมกับให้ลูกดูดนมจากเต้าอีกข้าง หรือปั๊มนมพร้อมกันสองข้างในครั้งเดียว ก็จะช่วยให้ระบายน้ำนมแม่ออกได้ดี และเร่งการผลิตน้ำนมให้มีมากยิ่งขึ้น
- ปั๊มนมแม่ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง ไม่ปล่อยให้รู้สึกคัดเต้าหรือเจ็บเต้านม โดยกำหนดเวลาปั๊มนมที่แน่นอน ตรงเวลาทุกๆ วัน จะเป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างนมแม่ ให้น้ำนมไหลดีอย่างต่อเนื่อง
คุณแม่จะรู้ได้ว้าน้ำนมที่ปั๊มนั้นเกลี้ยงเต้าแล้ว เมื่อรู้สึกได้ว่าเต้านมอ่อนนุ่มนิ่มลง อาการคัดตึงเต้านมก่อนที่จะปั๊มนม (เพราะมีน้ำนมอยู่เต็มเต้านม) ก็จะหายไปด้วย
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม ! นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ? สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]
พอใกล้คลอด คุณแม่หลายคนก็มองหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คลอดลูกง่าย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ว่าได้ คุณแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าคลอดกันอยู่เยอะ เพราะสามารถเลือกฤกษ์งามยามดี แถมไม่ต้องทนเจ็บท้อง หรือรอลุ้นว่าจะปวดท้องคลอดตอนไหน ส่วนคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติ ก็อาจจะเคยได้ยินมาว่าการเดินบ่อยๆ จะช่วยทำให้คลอดลูกได้ง่าย ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริง มันเป็นไปได้ยังไง สำหรับในบทความนี้ เรานำความรู้ดีๆ มาฝากกันค่า ประโยชน์ของการเดิน 1.การเดินเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าคุณหมอต่างก็แนะนำให้คุณแม่ท้องทุกคนออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม หรือไม่ออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดิน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับออกซิเจนได้เต็มปอด 2. การเดินช่วยกระตุ้นฮอร์โมน การเดินจะช่วยหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าออกซิโตซิน ซึ่งสร้างมาจากต่อมใต้สมอง เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกหดบีบตัว และทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างไม่นานเกินรอค่ะ 3.เรียนรู้จังหวะการหายใจ ในตอนที่คุณแม่เดิน ก็เหมือนกับคุณแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ลมหายใจ เรียนรู้การหายใจเข้า หายใจออก อย่าลืมว่าการหายใจเข้าออกแต่ละครั้งก็ควรทิ้งช่วงห่าง อย่าหายใจถี่เกินไป เพราะจะทำให้คุณแม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม คุณแม่ที่คุ้นชินกับการหายใจจะช่วยให้สามารถบังคับแรงเบ่งได้ในตอนคลอดได้ด้วยนะ ข้อเสียของการเดินที่เยอะเกินไป […]
การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการให้นม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตในช่วงแรกชีวิต เมื่อคุณพาลูกน้อยนั่ง คาร์ซีทเด็กแรกเกิด กลับถึงบ้าน ภารกิจหลักที่คุณแม่กังวลที่สุดคือลูกกินอิ่มไหม หรือกินมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้ BabyGift จะมาเผยตารางกินนม และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับนมเด็กแรกเกิด เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ปริมาณนมทารกที่เหมาะสมตามวัย เด็กแรกเกิดกินนมกี่ออนซ์ การเข้าใจธรรมชาติของกระเพาะอาหารทารกเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกเกิดกระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กเท่าลูกมะนาวเท่านั้น ปริมาณนมเด็กแรกเกิดที่ต้องการในแต่ละมื้อจึงดูเหมือนน้อย แต่เน้นความถี่แทน เรามาเจาะลึกปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสัปดาห์กันเลย ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ในสัปดาห์แรก กระเพาะของทารกจะเริ่มขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยทารกจะกินนมประมาณ 1.5-3 ออนซ์ (45-90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน หากให้นมแม่ควรให้เข้าเต้า 8-12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง ทารก 2 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทารกจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ปริมาณการกินจะเพิ่มเป็น 2-4 ออนซ์ (60-120 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ โดยยังคงรักษาความถี่ที่ […]
การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]
Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น
คุณแม่รู้ไหม? ในช่วงตั้งครรภ์นอกเหนือจากบทบาทว่าที่คุณแม่แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สวมบทบาทสนุกๆ อีก 10 อย่างเพื่อการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 1.นักออกกำลังกาย : สุขภาพ ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 โดยต้องเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ไม่ใช้แรงหรือมีการกระแทก เช่น การว่ายน้ำ เดิน เต้นแอโรบิกเบาๆ บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ขี่จักรยาน อยู่กับที่ ควรหาโอกาสออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและไม่อ่อนแรงง่าย 2. นักสำรวจ : หมั่นสำรวจ และ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก อย่างผิวพรรณ เส้นผม เล็บ เพื่อบำรุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน อาการหรือความผิดปกติต่างๆ การดิ้น ของลูก โรคประจำตัว จดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้นำไปถามคุณหมอเมื่อนัดตรวจครรภ์ หรือถ้ามีความผิดปกติที่ร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันค่ะ 3. นักโภชนาการ : การพิถี พิถันเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่ทราบกันดี อยู่แล้ว ซึ่งการกินอาหารครบ 5หมู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่าง กายให้กับลูกในท้อง รวมถึงต้องกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารสำเร็จรูปเพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง หากอยากกินน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือขนมต่างๆ ก็สามารถกินได้ให้พอหายอยาก ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้อ้วนและยังมีสารต่างๆ จากส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายค่ะ 4. นักกิจกรรม : วันว่างอย่าลืม ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ไปเดินผ่อนคลายเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ฟังการเสวนาหรือเข้าอบรมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะช่วยให้ได้รับความรู้และพัก ผ่อนในวันหยุด 5. […]
