ลูกงอแง ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี?

ลูกงอแง ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี?

คู่มือคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เข้าใจสาเหตุและวิธีแก้แบบได้ผล

หนึ่งในปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเจอแทบทุกบ้านคือ
“ลูกงอแง ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน”
“พอจะนอนทีไร ร้องไห้ตลอด”

ความจริงแล้วพฤติกรรมนี้ “ปกติมาก” สำหรับเด็กแรกเกิด
แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจสาเหตุ และช่วยให้ลูกนอนหลับได้อย่างสบายขึ้น

ทำไมลูกถึงงอแงตอนกลางคืน?

1. ยังแยกกลางวัน-กลางคืนไม่ออก

ทารกแรกเกิดยังไม่มี “นาฬิกาชีวภาพ” (Body Clock) ทำให้ตื่น–นอนสลับเวลาได้ตลอด

2. ไม่สบายตัว (หิว / อึดอัด / ง่วงเกินไป)

หิว, ผ้าอ้อมเปียก หรือ ง่วงมากเกินไป (Overtired) เด็กที่ง่วงเกินไป มักจะงอแงและหลับยากกว่าปกติ

3. ต้องการความอบอุ่นและความใกล้ชิด

ช่วงแรกเกิด เด็กคุ้นเคยกับการอยู่ในท้องแม่ เมื่อออกมาโลกภายนอก อาจรู้สึกไม่ปลอดภัย

4. สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะกับการนอน

แสงสว่างเกินไป มีเสียงรบกวน ที่นอนไม่สบาย หรือร้อนเกินไป

วิธีช่วยให้ลูกนอนหลับง่ายขึ้น

1. สร้าง Routine ก่อนนอน (Sleep Routine)

เช่น:

  • อาบน้ำ → ป้อนนม → เปิดไฟสลัว → กล่อมนอน

ทำซ้ำทุกวัน จะช่วยให้ลูกรู้ว่า “ถึงเวลานอนแล้ว”

2. ปรับบรรยากาศให้เหมาะกับการนอน

  • เปิดไฟสลัว
  • ลดเสียงรบกวน
  • ใช้ White Noise (เสียงพัดลม / เสียงฝนเบา ๆ)

3. ให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

  • ห่อตัว (Swaddle)
  • อุ้มเบา ๆ
  • วางบนที่นอนที่นุ่มสบายและรองรับตัวได้ดี

ตัวช่วยที่ช่วยให้ลูกนอนสบายขึ้น (เลือกให้เหมาะกับแต่ละครอบครัว)

นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว “อุปกรณ์การนอน” ก็มีส่วนช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด

1. เปลไกวไฟฟ้า Prince & Princess รุ่น Sleep & Play Auto Swing

เหมาะกับ: เด็กที่งอแง ต้องการการไกวช่วยกล่อม

  • ระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยกล่อมให้หลับง่ายขึ้น
  • ลดภาระการอุ้มของคุณพ่อคุณแม่
  • ออกแบบรองรับสรีระเด็กแรกเกิด

เหมาะมากสำหรับบ้านที่ลูก “ติดอุ้ม” หรือหลับยาก

2. เตียงเด็ก Idawin Bed Baby Grand Smart 3in1

เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการเตียงที่ใช้ได้ยาวและปรับฟังก์ชันได้

  • ปรับใช้งานได้หลายรูปแบบ (3in1)
  • ช่วยจัดพื้นที่นอนให้ลูก “เป็นสัดส่วน”
  • นอนใกล้พ่อแม่ได้ เพิ่มความอุ่นใจ

ช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับการนอนบนเตียงมากขึ้น ลดการงอแงระยะยาว

3. เตียงเด็ก Tutti Bambini CoZee XL Newborn Set

เหมาะกับ: พ่อแม่ที่อยากให้ลูกนอนใกล้ แต่ยังปลอดภัย

  • เตียงแบบ Co-sleeping (นอนชิดเตียงพ่อแม่)
  • หยิบลูกมาป้อนนมกลางคืนได้สะดวก
  • ช่วยให้ลูกหลับต่อได้ง่าย ไม่สะดุ้งตื่น

ตอบโจทย์ช่วงกลางคืนที่ต้องตื่นบ่อย

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อุ้มจนลูก “ติดอุ้ม” ตลอด
  • เปลี่ยนวิธีการนอนบ่อยเกินไป
  • ปล่อยให้ลูกง่วงเกินไปจนงอแงหนัก

สรุปแบบเข้าใจง่าย

✔ ลูกงอแงตอนกลางคืน = เรื่องปกติ
✔ สาเหตุหลัก = ยังไม่ปรับตัว + ไม่สบายตัว
✔ วิธีแก้ = Routine + บรรยากาศ + อุปกรณ์ช่วยเสริม

ไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน แต่การ “ลองและปรับให้เหมาะกับลูก” คือคำตอบที่ดีที่สุด

ให้ BabyGift ช่วยดูแลการนอนของลูกคุณ

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ตัวช่วยให้ลูกนอนหลับง่ายขึ้น หรืออยากลองสินค้าเพื่อหาที่นอนที่เหมาะกับลูกสามารถเข้ามาทดลองได้ที่ BabyGift Showroom หรือ เลือกช้อปผ่านเว็บไซต์ พร้อมคำแนะนำจากทีมงาน

เพราะ “การนอนที่ดีของลูก” คือจุดเริ่มต้นของความสบายใจของทั้งครอบครัว

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

Renolux บริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อแม่และเด็ก มานานกว่า 40 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในเมือง Nord-Isère ใกล้กับเมือง Lyon เป็นผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะในด้านการผลิตคาร์ซีท จนในปัจจุบันมีการพัฒนากระบวนการผลิตโฟมโพลียูรีเทนแบบพิเศษ ที่เป็นเอกสิทธ์เฉพาะของบริษัท          ทำให้จากความเชี่ยวชาญและความรู้ที่สั่งสมมาช่วยให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์และควบคุมแต่ละขั้นตอนของการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กของเราทุกขั้นตอนภายในไซต์ 17,000 ตารางเมตรที่ตั้งอยู่ใน Nord-Isère ได้อย่างมีประสิทธิภาพ          ปัจจุบันความรู้ทางอุตสาหกรรมของ Renolux ช่วยให้เราเชี่ยวชาญในเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคพอลิเมอไรเซชันผ่านกระบวนการจดสิทธิบัตรของเรา (โฟมโพลียูรีเทน) งานโลหะ (การเจาะการตัดการรัดการเชื่อม) สิ่งทอ (การเคลือบการตัดการทำ) และการประกอบในที่สุด มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกวัน          เพราะฉะนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ของ Renolux จะไม่ใช่แค่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้ความเชี่ยวชาญมากกว่า 40 ปี ในการให้บริการผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กที่มีคุณภาพของ Renolux           คาร์ซีท Renolux Renofix คาร์ซีทเด็กโตที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กน้ำหนัก 15 – 36 KG. […]

สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ   คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ  ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ  คนท้องขับรถได้ไหม ?   โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ    คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ  คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนอาจเคยได้ยินว่า การดื่มนมวัวมากในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้ลูกแพ้นมวัว จนเกิดความกังวลว่าควรงดนมไปเลยหรือควรเปลี่ยนไปดื่มนมชนิดอื่นแทน คำตอบคือ คุณแม่ที่ไม่แพ้นมวัวสามารถดื่มนมได้ตามปกติ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการดื่มนมวัวในปริมาณปกติระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกแพ้นมวัว สิ่งที่สำคัญกว่าการงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง คือการกินอาหารให้หลากหลาย สมดุล และเหมาะกับสุขภาพของคุณแม่แต่ละคน แม่ท้องจำเป็นต้องงดนมวัวเพื่อป้องกันลูกแพ้หรือไม่? โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องงด หากคุณแม่ไม่มีอาการแพ้นมวัวหรือไม่ได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ การงดนม ไข่ ถั่ว ปลา หรืออาหารที่มักก่อให้เกิดภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์ ยังไม่พบว่าช่วยลดโอกาสที่ลูกจะเกิดอาการแพ้อาหารได้ และการจำกัดอาหารโดยไม่จำเป็นอาจทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีน แคลเซียม หรือสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ หากจำเป็นต้องงดนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนหาแหล่งโปรตีนและแคลเซียมทดแทนอย่างเหมาะสม แล้วแม่ท้องควรดื่มนมมากแค่ไหน? ไม่มีปริมาณเดียวที่เหมาะกับคุณแม่ทุกคน เพราะความต้องการขึ้นอยู่กับอาหารที่กินในแต่ละวัน สุขภาพ น้ำหนักตัว และคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแลครรภ์ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มนมในปริมาณมากเพียงเพราะตั้งครรภ์ แต่ควรเน้นอาหารที่หลากหลายและได้รับสารอาหารครบถ้วน (อ่านบทความเพิ่มเติม : รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก) นมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นเพียงหนึ่งในแหล่งโปรตีนและแคลเซียมเท่านั้น แคลเซียมยังพบได้ในอาหารอื่น เช่น เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย งา ถั่ว และผักใบเขียวบางชนิด เลือกนมแบบไหนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์? คุณแม่สามารถเลือกดื่มนมได้ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากโภชนาการและสุขภาพของตัวเอง ผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ถือว่าปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากนมดิบหรือไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงจากเชื้อโรคในอาหาร หากคุณแม่แพ้นมวัวหรือดื่มแล้วไม่สบายท้อง ควรทำอย่างไร? อาการแพ้โปรตีนนมวัวและภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้เป็นภาวะเดียวกัน […]

หลากหลายฟังก์ชั่น ช่วงอายุการใช้งานยาวนาน รองรับเด็กมีความสูง 76 ถึง 150 ซมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย I-size R 129 และการรับรองจากสภาบันชั้นนำ เบาะกว้าง นั่งสบาย นุ่มกว่าที่เคยสัมผัสรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐาน  ECE R44-04และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำในยุโรป พกพาสะดวก ติดตั้งง่ายรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44-04 

แม้ผู้หญิงจะตั้งครรภ์ ก็ต้องดูแลความสวย ความงาม และดูแลตัวเองอยู่เสมอ แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ตลอด เพราะตามธรรมชาติเค้าสร้างผู้หญิงขึ้นมาเพื่อเกิดมาตั้งครรภ์ ให้กำเนิดบุตร โดยเฉพาะช่วง 9 เดือนที่ตั้งครรภ์ ร่างกายของเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด บางอย่างก็ไม่อยากให้เกิด โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณการแตกลายของบริเวณท้องนั้นเป็นสิ่งที่คุณแม่กังวลเป็นอย่างมาก แต่วิธีป้องกันคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าท้องเราเกิดแตกลายขึ้นมาแล้วจะแก้ไขอย่างไรดี ท้องลาย หรือ รอยผิวแตกลาย เป็นเส้นที่ปรากฏบริเวณผิวหนังหน้าท้อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่มาพร้อมกับการขยายขนาดของหน้าท้องอย่างรวดเร็ว รอยแตกลายจะเป็นริ้วสีขาว สีชมพู สีแดง สีม่วง หรือสีน้ำตาล ตามแต่สภาพผิวหนัง ความตึงของผิวหนังบริเวณนั้น ของแต่ละคน สาเหตุท้องลาย ท้องลาย เป็นการฉีกขาดของผิวหนังชั้นหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากการขยายขนาดของท้องทำให้เห็นเส้นเลือดที่อยู่ในชั้นลึกลงไป จึงเห็นเป็นลายเข้ม ต่อมาเส้นเลือดหดตัวจึงเห็นพื้นที่ขาวมากขึ้น โดยท้องลายเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 7-9 เดือน) น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ท้องลายเป็นเพียงรอยแตกลายที่เกิดขึ้นและจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่สามารถกำจัดรอยที่เคยมีออกไปได้ทั้งหมด หรือเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ทางออกในการแก้ปัญหาท้องลาย 1. ควบคุมอาหาร คุณแม่ตั้งครรภ์ควรควบคุมเรื่องอาหาร ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งคุณแม่และลูกน้อย ไม่ควรกินอาหารที่เพิ่มน้ำหนักมากๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณท้องขยายเร็ว […]

ลดอาการแพ้ท้อง ตอนตั้งครรภ์ทำให้คุณแม่หลายคนคิดว่าการจะมีลูกซักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก อาการหลัก ๆ ก็เลยจะมีวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าหากคุณแม่มีอาการนี้แบบนี้อยู่ หรืออยากลดอาการแพ้ท้อง เราเลยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่มาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องมาฝากกันค่ะ แพ้ท้อง เกิดจากอะไร? อาการแพ้ท้องเกิดจากฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกายของคุณแม่เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทางร่างกายและจิตใจ จนมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอื่น ๆ  8 เคล็ดลับที่ช่วยลดอาการแพ้ท้อง 1. กลิ่นหอมสดชื่นเบา ๆ ช่วยได้ คุณแม่ที่ได้กลิ่นน้ำหอมฉุน กลิ่นเทียน กลิ่นธูป หรืออื่น ๆ แล้วมีอาการคลื่นไส้ ให้รีบออกมาจากตรงนั้นเลยค่ะ เพราะเรื่องกลิ่นก็มีผลกับอาการแพ้ท้อง คุณแม่ควรจะอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท หากลิ่นสดชื่นธรรมชาติ ไม่ฉุน ก็จะช่วยให้คุณแม่อาการดีขึ้น รู้สึกเวียนหัวน้อยลง แล้วก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ด้วย 2. ดื่มน้ำลดอาการหน้ามืด อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของการอาเจียน การดื่มน้ำเปล่าอุณภูมิปกติหรือน้ำส้มคั้นสักแก้วก็จะช่วยให้คุณแม่สดชื่นขึ้นได้ ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำด้วยค่ะ และที่สำคัญคุณแม่ต้องดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำด้วยนะคะ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event