รีวิวพาลูกน้อยสูดอากาศยามเย็น ด้วยรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia
รีวิวลูกค้าที่น่ารักจาก Baby Gift Showroom นะคะ…^^
…วันนี้คุณแม่อารมณ์ดีจร้า อากาศเย็นสบายลูกชายก็อารมณ์ดี ไม่งอแง ให้กินก็กิน ให้นอนก็นอน คุณแม่เลยได้พักผ่อนนอนกลางวันอย่างเต็มอิ่ม หลับยาวๆไป พออารมณ์ดี แล้วอากาศก็ดี แดดอ่อนๆ ตอนเย็นๆ ก็เลยคิดว่าจะพาลูกออกมาเดินเล่นสักหน่อย แม่ลูกจะไปยังไงกันอะหรอ ถ้าอุ้มเดินไปคงไมไหว คุณแม่มีตัวช่วยที่ดีที่จะพาลูกออกไปเที่ยวนอกได้อย่างสบายๆ
แอ่น แอน แอ๊น !!!! รถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุดจร้า รุ่น Optia เพิ่งไปถอยมาไม่กี่วันนี้เอง บอกเลยชอบมาก ใช้ทุกวันคร้า เข็นเดินเล่นในบ้านบ้าง ออกนอกบ้านบ้าง ไปช้อปปิ้งก็สบาย ก็เพราะคุณสมบัติที่สุดยอดไปเลย คุณสมบัติแบบ Double เลิศเล่อเพอร์เฟคที่สุด ไหนๆก็ต้องออกมาเดินเล่น ก็ขอรีวิวซ่ะหน่อยน๊า!!!
ก่อนจะซื้อรถเข็นเด็กก็เลือกแล้วเลือกอีก ดูหลายๆยี่ห้อ มีทั้งราคาแพงเว่อวัง แต่คุณสมบัติก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนไอ้ที่ราคาถูกๆก็เหมือนจะพังง่าย และก็เข็นน่าลำบากเหลือเกิน โยกไปโยกมาทั้งคัน ลูกนั่งคงเวียนหัวแย่!!! แต่กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น Optia ลองเข็นพื้นเรียบก็เข็นง่าย แต่พอลองเข็นกับสนมหญ้าแล้ว ว้าวเลยค่ะ และลูกก็ไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือน เพราะมีฟังชั่นแบบ Double เรามาดูกันอย่างละเอียดกันดีกว่าว่าตรงไหนที่เป็นบ้าง บ้างที่มีระบบ Double…

Optia มาพร้อมความใหม่ของสีน้ำเงินที่ดูสว่างสดใส โครงสร้างดูแข็งแรง ถ้าสังเกตดูจะเห็นสีแดงที่ล้อ และใต้ที่นั่ง และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความพิเศษแบบ Double

ใต้ทีนั่งมีความ Double ด้วยโช้คใต้ที่นั่งที่ดูแข็งแรง น่าจะรับแรงกระแทกได้อย่างดี ทำให้ตัวลูกเวลานั่งกับรถเข็นเด็กไม่รู้สึกถึงความสั่นสะเทือน


ที่ล้อ ทั้ง 4 ล้อ ก็มีโช้คด้วยนะ ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นที่ขรุขระได้อย่างดี เช่นกัน เท่ากับว่าลดแรงสั่นสะเทือน 2 จุด ลูกที่นั่งกับOptia ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเลยอ่ะ สุดยอดดด!!!


รุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นเบาะรองนอน Silky Air รุ่นนี้ก็เช่นกัน นวัตกรรมใหม่ที่ให้ความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี และที่เป็น Double เพราะมีผ้าระบายอากาศทุกชั้น ทำให้ระบายอากาศได้ดีขึ้นเป็น 2 เท่า

เบาะรองด้านข้างของOptia ก็เป็นผ้าระบายอากาศด้วยนะ

ที่ด้านหลังของOptia มีช่องระบายอากาศ ช่วยลดความร้อนที่หลังเวลาลูกนั่ง และ Double ด้วยแผ่นฉนวนสีเงิน ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากพื้นที่อาจร้อนแดดไม่ให้ร้อนที่หลังลูกด้วย

ยังไม่พอจร้า ด้านนอกข้างๆก็เต็มไปด้วยรูระบายอากาศ ระบายอากาศได้ดีทั้งคันแบบนี้ รับรองลูกไม่ร้อน ไม่อับชื้นไม่งอแง คุณแม่ก็สบายใจไปด้วยจร้า




เคยเห็นยี่ห้ออื่นหลังคาบังได้นิดเดียวเอง แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่Optia หลังคาปิดมิดเลย และก็มีช่องให้เปิดส่องลูกได้ด้วย กันรังสีUV ได้ตั้ง 99% คือแบบแทบไม่รู้สึกถึงความร้อน และยังกันละอองน้ำได้ แต่ถ้าฝนตกแรงก็ไม่ควรนะจ๊ะ กันไม่ได้ขนาดนั้น และอีกอย่างก็ไม่ควรนะคะ เดี๋ยวลูกไม่สบาย


นี้ไงช่องเปิด-ปิดตรงหลังคา เปิดแอบส่องลูกได้เวลาที่เข็นไปแล้วหลับ และก็เปิดไว้เพื่อระบายอากาศได้อีกทาง

รุ่น Optia เป็นแบบ Highseat 54 ขออธิบายเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่มือใหม่อาจจะไม่รู้จัก Highseat คือความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง(ตามลูกศรที่ชี้) ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะช่วยลดความร้อนและฝุ่นละอองที่มาจากพื้นได้ รุ่นนี้ Highseat 54 cm. จึงถือว่าโอเคอยู่นะ สูงกำลังดี

มีชุด Support หมอนรองศีรษะและสะโพก สำหรับเด็กแรกเกิด และ Double ด้วยโครงสร้างกว้างขึ้น 4 cm. ช่วยให้ลูกขยับแขนและขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เป็นรถเข็นเด็กที่มีระบบ CTS (Carry travel System) ฟังชั่นแบบ Double กับการใช้รถเข็นเด็ก ควบคู่กับเป้อุ้มเด็กได้ ด้านหลังมีกระเป๋าสำหรับเก็บเป้อุ้มด้วย ง่ายทั้งใช้งาน และเก็บง่ายหากไม่ได้ใช้

ส่วนอื่นๆที่เป็นคุณสมบัติหลักๆของAprica ก็ยังมีอีกหลายอย่างหลายฟังชั่น เช่น ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

ปรับเอนได้หลายระดับ เลื่อนปรับได้ตามความต้องการ ที่เลื่อนปรับอยู่หลังเบาะ บีบตัวล็อกแล้วก็รูดสายตามองศาการเอนที่ต้องการได้เลย


ปรับเข็นได้ 2 ฝั่ง เข็นง่ายล้อแบบ Auto 4 Wheels ล้อมันจะหมุนได้ทั้ง 4 ล้อ พอเราเปลี่ยนฝั่งเข็นล้อด้านหลังจะหมุน ล้อด้านหน้าจะตรง ทำให้การเลี้ยวโค้งที่แคบก็ง่ายมาก

ที่ปรับทิศทางของก้านเข็น อยู่ด้านในนะ ยกขึ้นแล้วก็เลื่อนไปหน้าหรือหลังได้เลย

ก้านเข็นปรับระดับสูง-ต่ำได้ คุณแม่ที่ตัวเล็กไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะเข็นลำบาก ปรับก้านเข็นลงมาก็เข็นง่ายเลยจร้า


มีที่กั้นหน้าเปิด-ปิดได้ ไว้กันลูกตก ไว้ให้ลูกจับ และก็อุ้มลูกขึ้น-ลง ได้ง่ายด้วยนะ ประโยชน์เยอะแยะเลย



พับกางได้ด้วยมือเดียว มืออีกข้างก็อุ้มลูกสบาย พับแล้วตั้งกับพื้นได้ไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรก แต่ถ้าสกปรก ก็ถอดซักได้ทุกชิ้นส่วนแต่ควรซักด้วยมือนะ จะได้เป็นการถนอมเนื้อผ้าให้ใช้ได้นานๆด้วยจร้า
***สรุปแล้วที่เลือกรถเข็นเด็กAprica รุ่น Optia ก็เพราะคุณสมบัติแบบ Double นี้แหละคะ คุณแม่คุณลูกสบายทั้งคู่ด้วย พร้อมเดินทางไปได้ทุกที่อย่างงง่ายดาย เลิศจร้า…^^
>>>ไว้พบกันใหม่ในรีวิวต่อๆไปนะคะว่าจะเป็นสินค้าอะไร บ๊ายบาย…^^
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม : Aprica Optia
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีแต่สีสันสดใส เพื่อให้ดูเหมาะสมกับวัย คุณแม่จึงไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าเด็กสีดำติดบ้านกันสักเท่าไหร่ บางบ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลยด้วยซ้ำ จึงใส่ชุดให้ลูกไปตามที่มี ซึ่งก็เกิดประเด็นทำให้คุณแม่เป็นกังวลอย่างมาก บ้างโดนต่อว่าด้วยคำพูด บ้างโดนตำหนิด้วยสายตา “ทำไมไม่ใส่ชุดดำให้ลูก” พลอยทำให้คุณแม่ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลย แล้วอย่างนี้ เด็กเล็กแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี สำหรับชุดไว้ทุกข์ของเด็กๆ นั้น ไม่ได้เคร่งครัดอะไร คุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ ขอให้เป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นไปได้ก็คุมโทนเสียหน่อย ด้วยโทนดำ ขาว ไข่ไก่ ครีม เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ตัวอย่างแบบเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ไว้ทุกข์มาฝากให้คุณแม่ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ดูนะคะ การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้ชาย การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าลูกสีคุมโทนตามที่กล่าวมา การซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกเพื่อใส่ไว้ทุกข์อาจไม่ใช่คำตอบ ด้วยราคาเสื้อดำที่ตอนนี้ค่อนข้างแพง และเด็กๆ เขาก็โตเร็ว ใส่ไม่เท่าไหร่ก็คับต้องยกให้คนอื่น คำนวณแล้วอาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย อาจใช้วิธีย้อมผ้าสีดำ แทนก็ได้ เพียงซื้อสีย้อมผ้าราคาย่อมเยา ก็แปลงโฉมเสื้อผ้าสีสันเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ถวายอาลัยได้แล้ว ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : เว็ปไซด์ amarinbabyandkids
วันนี้เรามีประสบการณ์จริง จากประโยชน์ของการใช้คาร์ซีท ที่คุ้มค่ามากเท่าชีวิต คุณปีใหม่ คุณแม่มือใหม่ที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับคาร์ซีท ตั้งแต่เธอเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เธอให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ช่วงนั้นค่อนข้างมีปัญหากับทางบ้านนิดหน่อย เนื่องจากคุณแม่ของเธอเป็นคนหัวโบราณ ไม่เข้าใจเรื่องคาร์ซีท และคิดว่าจะอุ้มหลานเองน่าจะปลอดภัยอยู่แล้ว เธอจึงต้องอธิบายให้คุณแม่เข้าใจอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่ จนมาวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เธอเล่าว่า วันนั้นเธอ สามีและน้องบีน่าลูกสาววัยเพียง 2 เดือน กำลังเดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี อยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี สามีใช้ความเร็วปกติ เธอนั่งที่เบาะหลัง ส่วนน้องบีน่า นอนหลับปุ๋ยอยู่ในคาร์ซีท เมื่อสามีขับออกมาจากช่องเก็บค่าทางด่วน สังเกตเห็นว่ารถคันหน้าที่ขับอยู่เลนขวา ขับช้าผิดปกติ สามีจึงจะแซงซ้ายขึ้นไป ทันใดนั้นรถคันหน้าก็เปลี่ยนเลนมาทางซ้ายกะทันหัน เลยชนเข้าอย่างแรง เมื่อรู้ตัวอีกทีคุณปีใหม่กระเด็นไปอยู่ที่เบาะหน้า เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย มีรอยฟกช้ำ ระบมไปทั้งตัว Airbag แตกรอบคัน พอมีสติก็รีบเปิดประตูรถไปดูน้องบีน่าก่อนเลย น้องบีน่ายังหลับปุ๋ยอยู่ในคาร์ซีทเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ นี่ถ้าอุ้มลูกไว้เองจะเป็นยังไงไม่อยากนึกเลย ตัวเองยังเอาไม่รอด ขอบคุณคาร์ซีทมากๆ ลูกรอดตายเพราะคาร์ซีทจริงๆ หลังจากเหตุการณ์นี้ คุณยายของน้องบีน่าก็เข้าใจประโยชน์ของคาร์ซีทแล้วว่าสำคัญมากเพียงใด ในวันนั้นคาร์ซีทได้ทำหน้าที่ปกป้องชีวิตหลานตัวน้อยเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และได้นำเรื่องนี้ไปบอกต่อ กับคนรู้จักว่า “หลานฉันรอดมาได้เพราะคาร์ซีทแท้ๆ” คุณปีใหม่ใช้คาร์ซีท Ailebebe ที่ซื้อจากร้าน Baby Gift ซึ่งทางเรามีบริการ รับประกันสินค้า เปลี่ยนคาร์ซีทตัวใหม่ให้ลูกค้า หากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ทาง Baby […]
คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ? พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ แนะนำ […]
เค้าว่ากันว่าท้องอ่อนเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งมากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณแม่ส่วนใหญ่จึงกลัวที่จะออกกำลังกายมากโดยเฉพาะการวิ่ง อันที่จริงแล้ว การแท้งส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนที่มีอายุมาก โดยจะมีอัตราความเสี่ยงที่สูงกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยค่ะ สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือความผิดปกติของตัวคุณแม่เอง อย่างผู้ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป หรือแม้แต่การใช้สารเสพติดก็นำไปสู่การแท้งได้เช่นเดียวกัน ส่วนคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อนหน้านี้ ก็มีโอกาสแท้งซ้ำได้สูงมากเหมือนกันเลยล่ะค่ะ เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของการออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายไม่ได้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการแท้งที่สำคัญ ถ้าการออกกำลังกายนั้นไม่ใช่การออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากเกินไป เราลองมาดูกันค่ะว่าการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณแม่ท้องอ่อนนั้นได้แก่อะไรบ้าง 1. การเดิน การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วเนอะ แต่การเดินที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นการเดินที่ไม่เร็วจนเกินไป ไม่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้ามากเกินไป และไม่เดินต่อเนื่องกันเป็นเวลานานมากเกินไปนะคะ นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรที่จะต้องเดินในสถานที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง เพราะอากาศที่ปลอดโปร่งจะทำให้คุณแม่หายใจสะดวกขึ้น 2. โยคะ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนท้องเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะโยคะนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หากคุณแม่เล่นท่าที่ถูกต้องและหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้คุณแม่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ 3. ว่ายน้ำ การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำมากๆ เลยค่ะ เพราะในการว่ายน้ำนั้น คุณแม่จะมีตัวช่วยพยุงเป็นน้ำนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การว่ายน้ำยังเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่ได้ใช้ร่างกายทุกส่วนอีกด้วยนะ 4. การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิกที่ไม่หักโหมมากเกินไปนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เราแนะนำสำหรับคุณแม่ท้องอ่อนเลยค่ะ แต่คุณแม่ก็ควรจะเลือกจังหวะเพลงที่ไม่เร็วเกินไป และไม่ควรออกท่าที่มีการกระโดด หรือมีการกระทบกระเทือนด้วยนะคะ ประโยชน์ของการออกกำลังกาย คุณแม่ท่านไหนที่กำลังกลัวการออกกำลังกายอยู่ก็อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ เพราะการออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นมีประโยชน์กับคุณแม่มากๆ เลย […]
ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ? ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้ Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่ เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด […]
คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]
