รถเข็นเด็กยี่ห้อไหน? ที่หมอเด็กเลือกให้ลูกตัวเอง

รถเข็นเด็กยี่ห้อไหน ที่หมอเด็กเลือกให้ลูกตัวเอง โดยหมอวิน เพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ

#รถเข็นเด็ก และ #สิ่งพึงกระทำ
#อุปกรณ์ยังชีพสำหรับแม่สายชิล

บอกก่อนเลยว่า รถเข็นเด็ก นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้จำเป็นครับ หากมองในแง่ของการเลี้ยงดูและความปลอดภัย ไม่เหมือนคาร์ซีท ที่จำเป็นมาก ๆ ๆ (ไม้ยมก … ล้านตัว)

แต่ “รถเข็นเด็ก” ก็เป็น gadget ที่ยากจะปฏิเสธ เพราะมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมากครับ แต่ถ้าใครเป็นสายอุ้ม … อุ้มโลดจ้ะ แต่มันก็จะเมื่อยถึงเมื่อยมาก จริง ๆ… ดังนั้นเลือกรถเข็นเด็กที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า และความสบายตัวของลูกละกันครับ

รถเข็นเด็ก …ประโยชน์

  • ทำให้ลูกสามารถหลับได้ยามง่วงตอนไปนอกบ้าน
  • ทำให้พ่อแม่ไม่เมื่อยมืออุ้มในเด็กเล็ก เวลาลูกเมื่อยและเหนื่อยในวัยเดินได้
  • เราสามารถพาลูกไปเที่ยวได้และมั่นใจว่าลูกจะไม่วิ่งจู๊ดไปไหนจนเกิดอุบัติเหตุครับ … เพราะถูกล็อคเบื้องต้นบนรถเข็นเด็ก ทำให้ดูแลง่าย
  • ที่เด็ดที่สุดในความคิดของภรรยาหมอ คือ เอาไว้วางถุงช้อปปิ้งด้วย 555 … ไม่เมื่อยมือดี

แต่อย่างไรก็ตาม … มีการรายงานว่า สามารถเกิดอุบัติเหตุได้หากใช้รถเข็นเด็กแบบไม่เหมาะสมครับ มีหลายเคสที่มาด้วยรถคว่ำหรือไหลจากที่สูงจนคว่ำทำให้หัวลูกกระแทกพื้นได้ครับ … จน AAP หรือสมาคมกุมารเวชศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องออกมาแนะนำรถเข็นเด็ก ว่าสิ่งที่พ่อแม่พึงกระทำยามใช้รถเข็นเด็กครับ……นั่นคือ

  1. ใช้สายรัดทุกครั้งเมื่อวางเด็กในรถเข็นเด็ก ตามคู่มือของรถเข็นเด็กชนิดนั้น ๆ
  2. กรุณาใส่ของใช้ เช่น ผ้าอ้อม กระเป๋า ที่ตระกร้าใต้รถ “อย่าแขวนไว้ตรงแฮนด์รถเข็น” เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้
  3. ใส่เบรคทุกครั้งที่จอด เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล
  4. ใช้งานตามอายุและน้ำหนักที่แนะนำของรถเข็นเด็กแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ
  5. อย่าใช้รถเข็นเด็กเป็นเตียงนอนในเด็กอายุต่ำกว่า 4 เดือนครับ เพราะเด็กยังตัวเล็กมาก และสามารถเลื่อนตัวจนทำให้จมูกถูกอุด จนหายใจไม่ออกได้ครับข้อ 6-10 พ่อหมอเพิ่มเติมเอง ตามการใช้งานจริงของรถเข็นที่บ้านครับ เพื่อความสะดวกละครับ (1-5 เป็นคำแนะนำของอเมริกา)
  6. ปรับนอนราบได้ บางรุ่นปรับได้เกือบราบ (170 องศา) โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิดเพราะคอยังไม่แข็งแรง นอนง่าย และ หลับสบาย
  7. มีแผ่นรองคอและรองหลัง เป็นสิ่งที่ดีครับสำหรับเด็กแรกเกิด จะป้องกันไม่ให้หัวและสันหลังโงกเงกครับ เพราะคอยังไม่แข็ง บางยี่ห้อให้มาเลย บางยี่ห้อไม่มี ต้องไปซื้อเพิ่มมาเองครับ ลองดู พ่อหมอว่า มีก็ดีครับ
  8. หมุนได้สี่ล้อ … กลับหน้าหลังได้ อันนี้เพื่อความสะดวกสบายของคนเข็นครับ และเข็นได้ลื่นกว่า …ส่วนที่ควรกลับหน้าหลังได้ก็เพื่อให้ลูกเห็นหน้าแม่ แม่มองหน้าลูกได้ตอนเข็นครับ บางยี่ห้อกลับหน้าหลังไม่ได้ บางยี่ห้อใช้วิธียกส่วนที่นอนกลับหน้าหลังเอง บางยี่ห้อแค่โยกด้ามจับเข็นก็กลับได้แล้ว
  9. น้ำหนักควรเบา เพราะถ้าหนัก คุณแม่จะยกเข้าออกรถได้ยากครับ ที่พ่อหมอใช้หรือเพื่อน ๆ ใช้กันจะน้อยกว่า 6-7 กิโล ไม่ควรเกินนี้ หากเยอะกว่านี้ยกยากไปละ กล้ามขึ้น 555
  10. เพื่อความชิลของเบบี๋ของเรา อาจจะมีออปชั่นอื่น ๆ เพิ่มอีก เช่น
  • high chair คือ ระดับของรถสูง >50 ซม. ลดฝุ่นและสิ่งสกปรกจากพื้นได้
  • มีหลังคาคลุมกันแสงแดดและ UV
  • น้ำหนักเบา
  • โครงสร้างโปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี เพื่อความเย็นสบายของลูกครับ … เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนเนอะ ฯลฯ

และทิ้งท้ายครับ ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนนิยม รถเข็นเด็กแบบพับเล็ก ๆ ที่จับเป็นแบบก้าน ซึ่งดีในแง่การเดินทางและเอาขึ้นเครื่องเนอะ แต่หมอขอแนะนำแบบนี้ครับ

รถเข็นเด็กพับเล็กไม่เหมาะกับเด็กแรกเกิดครับ เพราะไม่มีที่รองคอ และที่นั่งมักทำให้เด็ก fix กับที่ไม่ค่อยได้ครับ รอโตกว่านี้ตอนจะไปเที่ยวต่างประเทศค่อยว่ากันครับ แต่หากลูกยังเล็กแนะนำอันที่แข็งแรงมีที่รองคอดีกว่าเนอะ …

ร้าน Baby Gift ตัวแทนจำหน่ายรถเข็นเด็ก Aprica แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่เหมาะกับคนเอเชียอย่างเรา ๆ เขาฝากมาประชาสัมพันธ์

รถเข็นเด็กด้วยนะจ๊ะ (ลูกหมอก็ใช้ยี่ห้อ Aprica อยู่ครับ ใช้โอเคเลยภรรยาบอก เพราะหมอเป็นสายอุ้มมากกว่าสายเข็น) ลองเข้าไปดูรายละเอียดและเลือกซื้อที่www.babygiftretail.com ได้นะครับ

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ข้อมูลดีๆ จาก #หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

คุณหมอวิน เลือกรถเข็นเด็กแรกเกิด Aprica Luxuna Series

Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ในความคิดหรือความเชื่อของคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่าน ยังมีความคิดและดูจากโฆษณาต่างๆ จนทำให้เชื่อว่า ตอนท้องแม่ต้องดื่มนมมากๆ  เพื่อบำรุงให้แม่และลูกแข็งแรง  ซึ่งความจริงแล้วข้อมูลนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะเรื่องของการกินอาหารและกินนมของแม่ท้องนั้น วิธีที่ดีและถูกต้องที่สุดคือกินอย่างเหมาะสม หลากหลายไม่ซ้ำและกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการกินนมในแม่ท้อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะมีข้อมูลออกมาบอกว่า การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มนมวัวมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้ลูกแพ้นมวัวได้ตั้งแต่แรกเกิด  เราจึงขอนำความรู้ดีๆ เกี่ยวกับโภชนาการและการกินนมวัวมาอธิบายให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เข้าใจ เพื่อให้กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมาฝากค่ะ แม่ท้องกินนมวัวมาก ลูกอาจแพ้ได้จริงหรือ? ข้อมูลนี้เป็นความจริงค่ะ เพราะการที่ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารอะไรมากจนเกินไป จะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ได้ตั้งแต่หลังคลอด  นั่นคือนมวัวที่กินมากไปนั้น จะไปทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมและโปรตีนนมวัว  เป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จนกระตุ้นให้เกิดการแพ้  โดยจะมีอาการแสดงของการแพ้นมวัวได้แก่ ซึ่งปกติแล้วการที่ลูกน้อยจะแพ้นมวัว แพ้อาหาร หรือเป็นภูมิแพ้ได้นั้น สาเหตุใหญ่หลักๆ คือ นอกจากนี้ยังไม่รวมกับโปรตีนในนมวัวที่คุณแม่ได้รับจากอาหารอื่นๆ ที่แฝงไปด้วยนมอีก เช่น เบเกอรี่ ไอศกรีม เนย ชีส  ยิ่งทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนจากนมวัวมากเกินไป ทำให้ลูกน้อยแพ้นมวัวได้ตั้งแต่หลังคลอด นมอะไร? ที่คุณแม่ท้องดื่มได้บ้าง โดยนมวัวที่คุณแม่ดื่มได้ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ ซึ่งนมสำหรับแม่ท้องที่แนะนำคือ นมนมสดพาสเจอไรส์ชนิดพร่องมันเนย เพราะได้คุณค่าสารอาหารที่ต้องการโดยที่ตัวแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องรับไขมันมากเกินไป แต่ข้อเสียคือนมชนิดนี้อายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นาน  กรณีที่คุณแม่ดื่มนมชนิดนี้ไม่ได้ก็อาจเลือกนมชนิดอื่นแทน เช่น […]

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 8 เดือน หลายครอบครัวเริ่มสนุกกับการเตรียมอาหารให้ลูกมากขึ้น เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้รสชาติใหม่ ๆ และฝึกทักษะการกินที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มักมีคำถามว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ พร้อมไอเดียเมนูและตัวช่วยที่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น พัฒนาการด้านอาหารของเด็กวัย 8 เดือน วัย 8 เดือนเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการด้านการกินที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มเคี้ยวและบดอาหารด้วยเหงือกได้ เริ่มจับอาหารหรือหยิบของเข้าปากเอง สนใจอาหารของคนในครอบครัว เรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วงวัยนี้จึงเหมาะสำหรับการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของอาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย ลูก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง? ควรกินวันละกี่มื้อ? โดยทั่วไป เด็กวัย 8 เดือนสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ประมาณ 2–3 มื้อต่อวัน ควบคู่กับนมแม่หรือนมตามวัย ทั้งนี้ ปริมาณอาหารอาจแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความต้องการของร่างกาย ลูก 8 เดือนไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร? หากลูกกินน้อยหรือไม่ค่อยสนใจอาหาร ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรบังคับหรือกดดันลูก เพราะอาจทำให้เกิดประสบการณ์เชิงลบกับการกินอาหารได้ 5 เมนูง่าย ๆ สำหรับลูกวัย 8 เดือน เมื่อลูกเริ่มอยากกินเอง […]

ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท#คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า เรื่องความปลอดภัย … หมอย้ำเสมอตั้งแต่เปิดเพจครับ เป็นเรื่องที่ผ่อนปรนไม่ได้#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ References: การใช้คาร์ซีทมือสอง

แข็งแรง ทนทาน พับ-กางง่าย ลูกน้อยนอนสบาย นี่แหละคุณสมบัติรถเข็นเด็กที่แม่ๆต้องการ 1. รถเข็นเด็กที่แข็งแรง ทนทาน ต้องไม่มีรอยต่อหรือพับเล็กมากเกินไป โครงสร้างควรเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกัน เพราะเมื่อผ่านการใช้งาน มักมีการขยับของข้อต่อ เป็นสาเหตุให้โครงสร้างไม่แข็งแรงและเกิดการสั่นสะเทือนเมื่อเข็นในที่ขรุขระ รถเข็นเด็กที่ดีควรมีการเชื่อมต่อส่วนที่สำคัญเป็นชิ้นเดียว จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงแม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน 2. พับ-กางง่าย ด้วยมือเดียว เพราะต้องพาลูกเดินทางคนเดียวบ่อยๆ แน่นอนว่าแม่ๆ ที่ต้องเลี้ยงลูกเองไปไหนมาไหนกับลูกลำพัง เช่น ไปเดินห้าง เดินสวนสาธารณะ ต้องเลือกรถเข็นเด็กที่ให้ความคล่องตัว ใช้งานง่าย พับกางง่าย ไม่ซับซ้อน คุณแม่สามารถพับรถเข็นเด็กได้เองด้วยมือเพียงข้างเดียวได้ เพราะมืออีกข้างหนึ่งต้องอุ้มลูก พับแล้วตั้งกับพื้นได้โดยไม่ล้มกองบนพื้น จะช่วยให้คุณสามารถลากไปมาสะดวกและยังปลอดจากสิ่งสกปรกบนพื้นที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ 3. ชุด Support สำหรับเด็กแรกเกิด ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารกเป็นสิ่งจำเป็นมาก รถเข็นเด็กแรกเกิด ควรมีหมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง เพราะเด็กทารกจะมีกระดูกสันหลังและคอที่ยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับสรีระตั้งแต่ศีรษะ ต้นคอ หลัง และสะโพกเพื่อให้ท่านทนที่ถูกต้องหลังไม่โค้งงอผิดรูป และไม่เกิดการปิดกั้นทางเดินทางหายใจ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

​จุดเด่นสินค้า​ ​รายละเอียดสินค้า​

หากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายมากมาย จนตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคุณแม่ท้องโตใหญ่อุ้ยอ้ายแล้ว ยังมีอาการต่างๆ ที่ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัวอื่นๆ อีก ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะคิดว่าอาการไม่สบาย ปวดโน่นนี่นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา                 แต่ทว่า…อาการปวดในบางอย่างนั้น อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกถึงภาวะเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะอาการปวดท้องผิดปกติ เราจึงชวนคุณแม่มาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ที่ชวนน่าสงสัย เพื่อให้คุณแม่รู้ว่าอาการแบบไหนที่ผิดปกติ จะได้สังเกตและรู้ทันอันตราย รีบไปพบแพทย์ก่อนอาการจะรุนแรงลุกลามบานปลายจนเกิดการสูญเสียขึ้นได้ค่ะ สังเกตอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ มาดูกันว่าอาการปวดท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ เกิดจากอะไรกันบ้าง 1. ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียดกลางอก อาจเป็นอาการของ กรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหารอักเสบ มีสาเหตุเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารมาก อาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการแน่นท้อง  หรือมีกรดไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร โดยมีอาการร่วมต่างๆ เช่น แสบร้อนกลางอก ลิ้นปี่ ลำคอ มีอาการคลื่นไส้ เรอ แน่นหน้าอก  ที่มักเกิดขึ้นหลังจากทานอาหาร หรือในช่วงเวลากลางคืน สาเหตุของอาการจุกเสียดแน่นท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดได้ทั้งจากการกินอาหารมากเกินไป กินอาหารรสจัด รสเปรี้ยว รสเผ็ด  กินผลไม้ที่มีกรด เช่น มะนาว กินอาหารที่ไขมันสูงทำให้ย่อยยาก   สาเหตุจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดการคลายตัว รวมถึงลูกในท้องที่ใหญ่ขึ้นไปดันท้องคุณแม่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้น ป้องกันดูแลได้ : ด้วยการกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ เลี่ยงอาหารรสเผ็ด […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event