ยางกัดเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตปี 2024 พร้อมคำแนะในการใช้ยางกัดอย่างถูกต้องและปลอดภัยสำหรับลูกน้อย
เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น
แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ

ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่
สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ

ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ !
1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน
ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% จะนิ่มพิเศษกว่ายางกัดทั่วไป สามารถนวดเหงือกลูกได้ดี และลูกน้อยสามารถสัมผัสรูปทรงได้ บิดเองไปมาได้ และซิลิโคนยังทนความร้อนได้ถึง 220 องศา จะสะดวกในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค เพราะนึ่ง ต้ม และเข้าไมโครเวฟได้

2. ยางกัดเด็กแบบยางธรรมชาติ
จะผลิตจากยางจากธรรมชาติ BPA Free100% จะมีความคล้ายกับซิลิโคน แต่ยางกัดประเภทนี้จะมีรสชาติและกลิ่นของความเป็นยางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีความอ่อนนุ่ม แต่จะทำความสะอาดด้วยวิธีล้างและเช็ดทำความสะอาดเท่านั้น

3. ยางกัดเด็กแบบพลาสติก
ยางกัดเด็กแบบพลาสติก จะออกแบบให้นุ่ม ลดอาการคันเหงือกได้ดี จะผลิตจากพลาสติกแบบ BPA Free 100% แต่จะล้างทำความสะอาดได้อย่างเดียว ห้ามนึ่ง ต้ม และห้ามน้ำเข้าเครื่องอบยูวีด้วยค่ะ
วิธีเลือกยางกัดให้ลูกน้อยแบบที่ปลอดภัย ลดคันเหงือกลูกน้อยได้ดี
- เลือกขนาดยางกัด
ยางกัดเด็กไม่ควรชิ้นเล็กจนเกินไป เนื่องจากตอนลูกน้อยเอาเข้าปากอาจจะหลุดเข้าคอได้หรือ ไม่ควรชิ้นยาวเกินไป เพราะอาจทำให้สำลักได้ และส่วนใหญ่ยางกัดขนาดเล็กมากจะไม่สามารถนวดเหงือกลูกน้อยได้ดีเท่าขนาดปกติด้วยค่ะ
- เลือกจากวัสดุยางกัด
ยางกัดเด็กต้องผลิตด้วยวัสดุฟู้ดส์เกรด และสีจากธรรมชาติที่สามารถเข้าปากได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และต้อง BPA Free, 6P Free, Toxic Free ปราศจากสารตะกั่ว พร้อมผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก มอก.
- รูปทรงของยางกัดเด็ก
การเลือกรูปทรงของยางกัดเด็กก็สำคัญ เนื่องจากบนท้องตลาดทั่วไปมักจะมียางกัดรูปทรงแปลก ๆ ดูไม่เหมาะกับเด็กก็มีค่ะ ฉะนั้นให้เลือกยางกัดที่ออกแบบมาเพื่อทารกจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
- มาตฐาน หรือ รางวัลยางกัดเด็ก
ยางกัดเด็กที่ได้รับมาตฐาน หรือ รางวัล จะช่วยการันตีว่าถูกทดสอบความปลอดภัยแล้ว ว่าเหมาะกับทารกและเด็กเล็กจริง สามารถนำเข้าปากได้อย่างไม่ต้องกังวล
- ยางกัดที่มีมีคลิปกันหล่น
ยางกัดควรจะมีคลิปกันหล่นให้ หรือ สามารถซื้อแยกได้นะคะ เนื่องจากลูกน้อยยังหยิบจับของเล่นได้ไม่มั่นคง อาจทำหลุดมือตกลงพื้นที่มีแต่เชื้อโรคได้ ซึ่งการมีคลิปกันหล่นแล้วเอาหนีบกับเสื้อลูกน้อยไว้ จะช่วยให้ยางกัดไม่หล่นลงพื้นและไม่ต้องเสียเวลาล้างทำความสะอาดด้วยค่ะ

วิธีใช้ยางกัดเด็ก เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
- เมื่อลูกใช้ยางกัด จะต้องอยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ หรือ พี่เลี้ยงตลอดเวลา เพื่อจะได้ดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
- ควรเช็กยางกัดเสมอ ว่ามีรอยแตกหรือเสียหายตรงไหนหรือไม่ เพราะรอยแตก คราบต่าง ๆ อาจเป็นอันตรายต่อช่องปากของลูกน้อย
- หากยางกัดหล่นพื้น อย่าแค่เช็ดแล้วให้ลูกเอาเข้าปากต่อ ควรเริ่มทำความสะอาดใหม่เลย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูก
- ระหว่างลูกเล่นยางกัด หากน้ำลายไหลเยอะ ควรจะเช็ดทันที เพราะน้ำลายมีส่วนกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดผดผื่นได้
วิธีทำความสะอาดยางกัดเด็ก แบบสะอาดและถูกต้อง
- เมื่อลูกใช้ยางกัดเสร็จแล้ว ให้แช่ล้างทันที เพื่อป้องกันคราบติดแน่นล้างออกยาก
- ให้ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดของใช้เด็ก โดยใช้ฟองน้ำเช็ดคราบออกให้สะอาด
- ผึ่งยางกัดให้แห้งทุกครั้ง แต่ไม่ควรผึ่งแดด เพราะวัสดุอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- วัสดุที่ทนความร้อนได้ ให้ใช้วิธีนึ่งหรือต้มเพื่อฆ่าเชื้อ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่ล้าง เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
BabyGift แนะนำยี่ห้อยางกัดทารกคุณภาพดีและปลอดภัย รวมถึงมีราคาถูกเอื้อมถึงได้
1. MOMBELLA
Mushroom ยางกัดเห็ดมีรูรูปหัวใจ Version 2 ที่ Upgrade มาแล้ว
- วัสดุซิลิโคนเกรดพิเศษ นิ่มกว่ายางกัดทั่วไปในตลาด
- BPA free ปลอดภัยสำหรับทารก
- ทนความร้อนได้ถึง 220 องศา
- เข้าเครื่องนิ่งขวดนม ไมโครเวฟ และเครื่องอบ UV ได้
- น้ำหนักเบา จับง่าย ถนัดมือทารก
- น้ำหนักเบาเพียง 48 กรัม
- ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
2. MOMBELLA
Octopus ยางกัดปลาหมึก ยางกัดสุดฮอตฮิตในอังกฤษ การออกแบบที่พิถีพิถันสุด ๆ เพื่อทารกอย่างแท้จริง
- ซิลิโคนฟู้ดส์เกรด คุณภาพสูง เนื้อสัมผัสนุ่ม
- ไร้รอยต่อและรอยแตกขนาดเล็ก ที่สะสมของแบคทีเรีย
- BPA free ปลอดภัยสำหรับทารก
- ทนความร้อนได้ถึง 220 องศา
- เข้าเครื่องนิ่งขวดนม ไมโครเวฟ และเครื่องอบ UV ได้
- น้ำหนักเบาเพียง 60 กรัม
- ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
- ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

3. MOYUMM
ยางกัดรูปช้าง แบบถุงมือ สามารถปรับขนาดได้ พร้อมกับกล่องเก็บยางกัดเพื่อความปลอดภัย ที่ไม่จำเป็นต้องมีสายรัดข้อมือหรือคลิปหนีบอีกต่อไป
- น้ำหนักเบา วางตั้งได้ เพื่อสุขอนามัยของเด็ก
- วัสดุซิลิโคน 100% เกรดการแพทย์จากประเทศเกาหลี
- ออกแบบสวมข้อมือ มีส่วนช่วยในการพัฒนาฟันและกระตุ้นเหงือกทารก
- ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม -40 – 250องศา และสามารถต้มฆ่าเชื้อในน้ำร้อนและเครื่องอบ UV ได้
- ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
- ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

3. ANGE ยางกัด 3D ลายยีราฟ แบบคล้องมือ
Ange (อังจู) แบรนด์ที่มียางกัดเด็กให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบรูปสัตว์ 3D แบบคล้องมือ ด้วยการดีไซน์ที่พิถีพิถันและคำนึงถึงขนาดมือเล็ก ๆ ของหนูน้อย วัสดุปลอดสารพิษ มีความหนึบสู้เหงือกสู้ฟันไม่ยวบกลวง จึงสามารถใช้นวดเหงือกให้นิ่มลงได้อย่างเห็นผล
ช่วงอายุที่เหมาะสม : 3 เดือนขึ้นไป
ช้อปแบรนด์ Ange พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่หน้าร้านเบบี้กิ๊ฟนะคะ
BabyGift คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใส่ใจในความปลอดภัย มาตรฐานการผลิตจากหลากหลายประเทศ มาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกซื้อได้อย่างครบวงจร พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก สามารถแวะมาเลือกยางกัดเด็ก ยางกัดทารก ได้ที่ร้าน BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้านคุณ หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากกักตัวอยู่บ้านและนั่งเรียนออนไลน์มาร่วมหลายเดือน ตอนนี้หนูๆ ทั้งหลายก็คงจะจะได้กลับไปเข้าเรียนในโรงเรียนจริงๆกับเพื่อนแล้ว แต่สำหรับแม่ๆ ถึงแม้ดูเผินๆ แล้ว สถานการณ์ของเจ้าเชื้อโรคตัวร้าย COVID ดูเหมือนจะดีขึ้น 100 ทั้ง 100 ก็คงยังวางใจได้ไม่เต็มที่ ยังกังวลกันแน่นอน สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลกลัวว่า เอ๊ะลูกน้อยจะของเราจะไปติดเชื้อโรคมาไหม หรือของที่ให้ลูกไปเพียงพอไหมน้า เรานำลิสต์ของจำเป็นที่ลูกน้อยควรพกเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจาก COVID มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย! 1. อาวุธเลเวล 100 หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด เพราะหน้ากากเป็นอาวุธชั้นดีที่จะช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ใส่ และผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน และแน่นอนค่ะ คุณแม่สามารถหาซื้อไซส์เด็กได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตก็มีวางขายอยู่ทั่วไปเลยค่ะ คุณแม่อาจเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออาจเป็นแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาซักใช้ใหม่ได้ก็ได้ อย่าลืมสวมหน้ากากให้ลูกน้อยทันทีเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน จะให้ดีให้คุณแม่เตรียมหน้ากากสำรองใส่กระเป๋านักเรียนไปเผื่ออีกซักสองสามอันเผื่อเค้าทำหายระหว่างวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนแรกๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยชิน อาจมีโยเย หรือดึงหน้ากากออกบ้าง แต่ถ้าเค้าได้เห็นเพื่อนๆ ในห้องใส่ ลูกๆ ก็จะยอมใส่ตามไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ 2. กระติกน้ำส่วนตัว พกไว้อุ่นใจ ยุคนี้เป็นยุคของการไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็เพราะว่าเจ้าโรค COVID นี้มันสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูก หรือน้ำลายได้ยังไงล่ะ! เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณแม่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าการพกกระติกน้ำส่วนตัวนี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ หลายคนจะชอบทานขนมด้วยกัน ดื่มน้ำด้วยกัน […]
เกิดมาเป็นคุณแม่ยุค New Normal แม้ชื่อจะดูเท่ แต่มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากนิดๆ เพราะต้องใช้ชีวิตแบบอุปกรณ์เยอะ ไหนจะหน้ากาก ไหนจะเจลแอลกอฮอล์ แถมพิธีรีตองเยอะกว่าเดิม และโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นแบบนี้ ใช่ว่าเราจะเดินเข้าออกจากบ้านได้อย่างสบายใจเสียเมื่อไหร่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุค New Normal แบบนี้จะต้องทำอะไรบ้างก่อนออกจากบ้าน และทำอะไรบ้างเมื่อกลับมา 4 ข้อควรทำก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน 1.เช็คอัพเดทติดตามยอดผู้ป่วยกันซักนิด ถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์จะดูเบาลง แต่ก็ไม่ควรละเลยน้า ตอนนี้มีช่องทางมากมายให้คุณแม่ได้เช็คข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสดจากทางโทรทัศน์ ที่คอยรายงานข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยและสถานการณ์ COVID ในแต่ละวันอยู่ตลอด หรือจะเป็น Social Media ต่างๆ ที่สรุปข่าวมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน การติดตามสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เราอัพเดทเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าโรคร้ายเป็นประจำ แถมยังทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่กำลังระบาด จะได้หลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณแม่ชื่นชอบที่จะติดตามข่าวสารจากทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น คุณแม่อย่าลืมกรองข่าวให้ดี เพราะอย่าลืมว่า Social Media เป็นแหล่งรวมของข่าวลวงอันดับหนึ่งเลยนะ 2. พกหน้ากากให้เป็นนิสัย ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกจากบ้านเราก็มักจะส่องกระจกดูว่าแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยรึยัง แต่ตอนนี้ ก่อนออกจากบ้าน คุณแม่จะต้องส่องกระจกเพื่อเช็คดูว่าใส่หน้ากากพร้อมลุยแล้วหรือยังแทน คุณแม่ควรจะมีหน้ากากอย่าน้อยสองอันพกติดตัวไว้ เผื่อทำหายระหว่างทาง แล้วก็นอกจากจะเช็คหน้ากากของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมดูของลูกน้อยด้วยล่ะ! ตอนนี้หลายๆ […]
หมอนให้นม เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แม่และทารกรู้สึกสบายขณะให้นม มักจะมีรูปทรงคล้ายตัว C หรือ U ซึ่งช่วยรองรับทารก วัสดุส่วนใหญ่จะอ่อนโยน เพื่อไม่ผิวลูกเกิดอาการระคายเคือง ตัวหมอนหรือเบาะควรมีความนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift จะชวนแม่ๆ มารู้จักหมอนรองให้นมกันให้มากขึ้น พร้อมยี่ห้อดีๆ มาแนะนำกันค่ะ รู้จัก หมอนรองให้นม ตัวช่วยคุณแม่ให้นมลูกที่สะดวก สบายขึ้น ! หมอนที่ใช้รองให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การให้นมแม่สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแม่มือใหม่หรือแม่ที่ต้องให้นมบ่อยๆ เพราะช่วยรองรับน้ำหนักทารกขณะให้นม ลดความเมื่อยล้าของแขนและไหล่แม่ หมอนให้นมจะช่วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม ทำให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลัง และคอของแม่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกที่ไม่ว่าคุณแม่น้ำนมเยอะ หรือน้ำนมน้อยต้องมีติดบ้านไว้กันเลยหล่ะค่ะ (อ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนม เพิ่มเติมได้อีก BabyGift มีเขียนไว้แล้วค่ะ) ข้อดีของการใช้หมอนรองให้นม การใช้หมอนเพื่อให้นมนั้น มีข้อดีหลายประการ ซึ่งช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีข้อดีอะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมอนให้นมจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อไม่ใช้หมอน ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองและลูกที่สุดค่ะ วิธีเลือกหมอนรองให้นม การเลือกหมอนที่ใช้ช่วยคุณแม่สำหรับให้นมที่เหมาะกับการใช้งานนั้น สำคัญมากสำหรับความสะดวกสบายของทั้งตัวแม่และลูก ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่สบาย และผ่อนคลายมากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะ ว่าต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง แนะนำ ท่าอุ้มลูกให้นมที่ถูกต้อง […]
หนึ่งอุปกรณ์สำคัญเพื่อการเลี้ยงลูกที่คุณแม่ขาดไม่ได้คือ ขวดนม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจมองข้าม เพราะคิดและตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นมแม่ล้วนหลังคลอด ซึ่งอาจลืมไปว่าแม้จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ขวดนมก็ยังมีความสำคัญและเป็นผู้ช่วยชั้นดีของการให้นมแม่ได้แน่นอน » ขวดนมจำเป็นแค่ไหน ? » ขวดนม มีกี่แบบ ? ปัจจุบันขวดนมสำหรับเด็กผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย มีหลายประเภทและหลายรูปทรงให้เลือก วัสดุของขวดนม ขวดนมสำหรับเด็ก มีทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก และขวดที่ใช้แล้วทิ้ง(Disposable Liners)ที่ใส่ลงในขวดนมอีกที แต่ปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ที่นิยมใช้มักผลิตจากพลาสติกเพราะน้ำหนักเบา ตกไมแตก ทนความร้อนและหาซื้อง่าบ โดยมีทั้งขวดพลาสติกใส ขวดพลาสติกขาวขุ่น และขวดสีชา ที่ผลิตจากพลาสติกที่ต่างชนิดกัน 1. ขวดนม PP วัสดุ POLYPROPYLENE เป็นขวดนมที่มีสีโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 –110˚c มีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน และอาจเหลือน้อยลงหากผ่านความร้อนจากการต้มหรือนึ่งบ่อยๆ 2. ขวดนม PES วัสดุ POLYETHERSULFONE เป็นขวดพลาสติกสีชาหรือน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50–180˚c มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 6 เดือน […]
เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10% เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย 2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง 3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์
การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]


