ทำไมต้องคาร์ซีท??

หลังจากที่ได้เห็นข่าวที่เกี่ยวกับลูกน้อย วัยกำลังเริ่มแสบซน เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเกี่ยวกับรถที่ผู้ปกครองขับ ไม่ว่าเค้าจะชนเรา หรือเราจะชนอะไรก็ตาม มีความเสี่ยงไปหมดดดดดด คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กและทารก เพราะคาร์ซีทช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตและการบาดเจ็บร้ายแรงอื่น ๆ จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ ความเสี่ยงในที่นี้ คือ เจ้าตัวน้อยของเราสามารถกระเด็น พุ่งหลุดออกจากอ้อมอกอ้อมกอดเราได้ทุกเมื่อ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา ต่อให้ระวังแค่ไหนก็เกิดขึ้นได้ หากเด็กไม่ได้อยู่ในระบบยึดเหนี่ยวภายในรถอย่างเหมาะสม
และเหตุนี้หลากหลายประเทศถึงมีกฎหมายออกมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางโดยใช้รถ จำเป็นต้องติดตั้งคาร์ซีท ก่อนจะได้ออกจากโรงพยาบาล อ้อมกอดของคุณจะปลอดภัยไปทุกครั้ง เพราะเด็กน้อย จำเป็นต้องมีคาร์ซีท

การเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย มีมาฝากเพียง 5 ข้อ คือ
1. มาตรฐานความปลอดภัย
2. เข็มขัดนิรภัย 5 จุด
3. ความใหม่ของผลิตภัณฑ์
4. ราคา
5. ความเหมาะสมกับรถยนต์


อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของคาร์ซีทก็มีมากมาย หากไปดูหลายๆ เคสหรือหลายๆ ข่าว ก็จะมีให้เราผู้เป็นพ่อเป็นแม่เห็น ครั้งต่อไปจะมาเล่าเรื่องฝึกการนั่งคาร์ซีทให้กับลูกน้อยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ได้ลองศึกษาดูนะคะ

ขอขอบคุณบทความจาก : monkeykids

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนมักสงสัยว่า “ลูกต้องใช้หมอนไหม?” “ถ้าไม่ใช้ หัวจะไม่สวยหรือเปล่า?” คำถามนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องทั้ง “ความปลอดภัย” และ “พัฒนาการของลูก” โดยตรง ทารกแรกเกิด “จำเป็นต้องใช้หมอนไหม?” ทารกแรกเกิด (0–6 เดือน) โดยทั่วไป “ไม่จำเป็นต้องใช้หมอน” เพราะ: การนอนบนที่นอนเรียบและปลอดภัย คือสิ่งที่เหมาะที่สุดในช่วงนี้ แล้ว “หมอนหัวทุย” จำเป็นไหม? หมอนหัวทุย (Baby Head Shaping Pillow) ถูกออกแบบมาเพื่อ: แต่ “ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน” กรณีไหนที่ “อาจพิจารณาใช้หมอนหัวทุย” ควรใช้ควบคู่กับ: แนะนำหมอนทารกที่ออกแบบเพื่อความสบายและความปลอดภัย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาหมอนทารก BabyGift แนะนำให้เลือก “หมอนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเด็ก” และมีวัสดุที่ปลอดภัย 1. หมอนเด็กเวทาเจล – BALANCE ON เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการตัวช่วยดูแล “รูปทรงศีรษะ” ควบคู่กับความสบาย 2. OXY BABY Pillow หมอนหัวทุย เป็นตัวเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ในช่วงแรก สิ่งที่ต้องระวัง […]

รอยยิ้มของลูกน้อยคือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ แต่เมื่อใดที่เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะอาการระคายเคืองจากการแพ้แพมเพิส หัวใจคนเป็นแม่คงกระวนกระวายไม่น้อย ปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม หากปล่อยไว้และไม่รีบแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจลุกลามจนกลายเป็นผื่นแดงอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทำให้ลูกน้อยเจ็บปวดและเสียสุขภาพจิตได้ บทความนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อปกป้องผิวที่บอบบางของลูกรักให้กลับมาเนียนนุ่มและแข็งแรงดังเดิม ผื่นผ้าอ้อมคืออะไร และทำไมลูกถึงมีอาการแพ้แพมเพิส? ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Dermatitis) หรือที่เรียกกันติดปากว่าอาการแพ้แพมเพิส คือภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณก้น อวัยวะเพศ ขาหนีบ และหน้าท้อง ซึ่งสัมผัสกับผ้าอ้อมโดยตรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความอับชื้นและการเสียดสีเป็นเวลานาน ผิวที่อ่อนบางของทารกจะถูกกระตุ้นจนเกิดการระคายเคือง หากสะสมไว้นานวันเกราะป้องกันผิวจะเริ่มอ่อนแอลง นำมาสู่อาการลูกแพ้แพมเพิสที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งครอบครัว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณใต้ผ้าอ้อม การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาการแพ้แพมเพิสได้ตรงจุดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้ สังเกตอาการลูกแพ้แพมเพิส มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คุณแม่ควรหมั่นสังเกตบริเวณใต้ผ้าอ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการลูกแพ้แพมเพิสในแต่ละระยะดังนี้ วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี เมื่อพบว่าลูกมีอาการผื่นคัน วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสเบื้องต้นที่ได้ผลดีเยี่ยมและควรทำทันทีคือ แนวทางป้องกันผื่นผ้าอ้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกรัก การป้องกันคือวิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถดูแลผิวลูกให้ห่างไกลจากการแพ้แพมเพิสได้ด้วยแนวทางดังนี้ ดูแลผิวลูกให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวช่วยจาก BabyGift ผู้ช่วยที่เข้าใจแม่ รู้ใจลูก การดูแลผิวพรรณในจุดบอบบางต้องการความละเอียดอ่อนสูง BabyGift มุ่งมั่นคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดจากแบรนด์ดังระดับสากล โดยเฉพาะในโซน Clean & Care ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัยไร้สารเคมี คุณแม่สามารถเข้ามาทดลองสัมผัสเนื้อผ้าของแพมเพิส หรือปรึกษาเรื่องการเลือกของใช้เตรียมคลอดที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว หากกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ เช่น การเลือกคาร์ซีทมาตรฐานโลก หรือกำลังตัดสินใจว่า เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยพยุงน้ำหนักได้ดีและระบายอากาศเยื่ยมเพื่อลดความอับชื้นสะสมบริเวณขาหนีบของลูกน้อย […]

คงมีหลายครั้งที่คุณแม่มองกระจกแล้วก็รู้สึกสงสัยว่า เราทำสีผมได้มั้ยนะ? ใช่ค่ะ คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะคุณแม่ๆ สายแฟ ที่ทนเห็นผมโคนดำของตัวเองแทบไม่ไหว สมัยก่อนก็มีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับผมอยู่นะคะ ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนบอกว่าแม่ท้องไม่ควรตัดผม แล้วก็ไม่ควรทำสีผม เพราะผมเป็นเหมือนเกราะป้องกัน เป็นสิ่งที่จะคุ้มกันลูกน้อยจากอันตรายต่างๆ ส่วนบางคนก็บอกว่าแม่ท้องควรจะตัดผม เพราะว่าสารอาหารจะได้ไปเลี้ยงลูกน้อยให้เพียงพอ แต่มาสมัยนี้ ที่คุณแม่ไม่กล้าทำอะไรกับผมมากมายก็น่าจะเป็นเพราะกลัวสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นพีพีดี ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือแอมโมเนีย ที่ผสมอยู่ในสีย้อมผม แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้ว สารเคมีพวกนี้ส่งผลต่อลูกน้อยมั้ยนะ? เรามีคำตอบสำหรับคำถามนี้มาให้แล้วค่ะ มีงานวิจัยรองรับเรื่องการทำสีผมในคนท้องหรือเปล่า? ถ้าพูดกันตามตรงก็ต้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยไหนมายืนยันว่าคนท้องห้ามย้อมผม แม้สีย้อมผมจะมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่หลายชนิด แต่สารเคมีพวกนี้ก็ซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยเลยล่ะค่ะ ยาย้อมผมมีส่วนผสมของสารเคมีตัวไหนบ้าง? สารเคมีหลักๆ ในยาย้อมผมก็ได้แก่ รีซอร์ซินอล พีพีดี แอมโมเนีย แล้วก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ค่ะ ซึ่งส่วนมากผลข้างเคียงของมันก็อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ แต่มันก็จะมีผลแค่สำหรับคนที่แพ้สารพวกนี้เท่านั้นนะคะ นอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะเนื่องจากกลิ่นของมัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะมีบางกรณีที่คุณแม่บางคนอาจจะไม่ได้แพ้สารเคมีบางตัวในช่วงก่อนท้อง แต่หลังท้องแล้วกลับกลายเป็นว่าแพ้ก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องระวังนิดนึงนะ สารเคมีมีผลต่อลูกน้อยรึเปล่านะ? สารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมไม่ได้มีในปริมาณที่สูงขนาดนั้นค่ะ แล้วอีกอย่าง ปกติเวลาเรารับสารเคมีเข้าไปในร่างกาย ถ้าไม่เยอะมากจนก่อเป็นสารร้าย มันจะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ข้อสำคัญที่สุดคือ สายรกเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และเป็นเกราะคุ้มกันลูกน้อยที่ดีมากๆ เพราะมันจะช่วยกรองสารแปลกปลอมต่างๆ แทบจะไม่ให้มีหลุดรอดเข้าไปหาลูกน้อยเลยล่ะค่ะ ก่อนย้อมผมควรรู้ไว้ 1.เวลาย้อมผม เราขอแนะนำให้คุณแม่หาผ้าปิดปาก […]

สวัสดีค่ะ ^_^  อุปกรณ์คู่ใจของแม่ ๆ สุดสตรองทุกท่านก็คงหนีไม่พ้น “รถเข็นเด็ก” จริงไหมคะ..? ส่วนตัวมดเอง ลองใช้รถเข็นมาหลายยี่ห้อ แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหลายวัน รถเข็นคันเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพกพาอีกต่อไปแล้ว เพราะแค่ของใช้ก็เต็มรถแล้วค่ะ เราจึงมีโจทย์ในการหารถเข็นคันใหม่ว่า ต้องมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และแน่นอนว่าต้องเป็นแบรนด์ดังที่แม่ ๆ ไว้ใจ เหมือนสวรรค์มีตา 555 เพราะไม่กี่วันต่อมา เราก็ไปเจอใน IG คุณโอปอล์ว่า เพิ่งถอยรถเข็นใหม่ให้น้องอลิน อลันเหมือนกัน แถมยังเชียร์ว่ามันเบา ใช้งานสะดวกมากกก คุณแม่ขาช็อปอย่างเราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปซื้อตามด่วน ๆ คุณโอปอล์ซื้อรถเข็นจากร้าน BABYGIFT ค่ะ มดเองไม่มีเวลาไปที่ร้าน เลยสั่งซื้อออนไลน์ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็มีน้องเสียงสวยโทรมานัดวันจัดส่งทันที 2 วันก็ได้ของค่ะ สะดวกมากก แล้วเราก็ได้รถเข็นที่ตอบโจทย์การใช้งานมา 1 คัน และนี่คือ “Aprica Magical Air Plus Highseat” รุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ เล็ก และน้ำหนักเบา ที่สุด  ตัวนี้เค้าแนะนำสำหรับเด็กไม่เกิน 15 โล แต่ลูกบ้านนี้หนัก 16 โลก็ยังนั่งสบาย ๆ เลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 10,335 บาท อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถ้ารถเข็นต้อง Aprica”  ดังนั้นเค้าจึงมีความพิเศษค่ะรุ่นนี้น้ำหนักเบาเพียง 3.3 kg ถือมือเดียวได้สบาย ๆ และที่นั่งเป็นแบบ High Seat สูงจากพื้นดิน 52 cm. ซึ่งจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนจากพื้นนั้นห่างจากลูกยิ่งขึ้น แถมยังสามารถพับเก็บได้แบบ One Step และล้อทั้ง 4 ก็จะติดกับพื้น ลากได้สบาย ๆ […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

หากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายมากมาย จนตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคุณแม่ท้องโตใหญ่อุ้ยอ้ายแล้ว ยังมีอาการต่างๆ ที่ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัวอื่นๆ อีก ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะคิดว่าอาการไม่สบาย ปวดโน่นนี่นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา                 แต่ทว่า…อาการปวดในบางอย่างนั้น อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกถึงภาวะเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะอาการปวดท้องผิดปกติ เราจึงชวนคุณแม่มาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ที่ชวนน่าสงสัย เพื่อให้คุณแม่รู้ว่าอาการแบบไหนที่ผิดปกติ จะได้สังเกตและรู้ทันอันตราย รีบไปพบแพทย์ก่อนอาการจะรุนแรงลุกลามบานปลายจนเกิดการสูญเสียขึ้นได้ค่ะ สังเกตอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ มาดูกันว่าอาการปวดท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ เกิดจากอะไรกันบ้าง 1. ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียดกลางอก อาจเป็นอาการของ กรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหารอักเสบ มีสาเหตุเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารมาก อาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการแน่นท้อง  หรือมีกรดไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร โดยมีอาการร่วมต่างๆ เช่น แสบร้อนกลางอก ลิ้นปี่ ลำคอ มีอาการคลื่นไส้ เรอ แน่นหน้าอก  ที่มักเกิดขึ้นหลังจากทานอาหาร หรือในช่วงเวลากลางคืน สาเหตุของอาการจุกเสียดแน่นท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดได้ทั้งจากการกินอาหารมากเกินไป กินอาหารรสจัด รสเปรี้ยว รสเผ็ด  กินผลไม้ที่มีกรด เช่น มะนาว กินอาหารที่ไขมันสูงทำให้ย่อยยาก   สาเหตุจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดการคลายตัว รวมถึงลูกในท้องที่ใหญ่ขึ้นไปดันท้องคุณแม่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้น ป้องกันดูแลได้ : ด้วยการกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ เลี่ยงอาหารรสเผ็ด […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid