ทำไมคาร์ซีท Ailebebe ราคาแพง!!!

ไขข้อข้องใจที่ใครๆหลายๆคน พูดกันว่า ทำไม คาร์ซีท Ailebebe แพง ! มาดูกันสิว่าแพงเพราะอะไร แล้วที่ว่าแพงจริงหรือไม่ คาร์ซีท Ailebebe ทุกตัว จะถูกผลิตขึ้นจากโรงงานผู้ผลิตที่ญี่ปุ่นโดยตรง โดยมีแรงงานซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและค่าแรงสูงตามไปด้วย

คาร์ซีท เหมือนกัน…แต่วัสดุภายในไม่เหมือนกัน
Ailebebe เราไม่ได้เลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย มาช่วยรองรับแรงกระแทกที่ต่างกัน…อ่านซักนิดก่อนซื้อ คาร์ซีท ให้ลูก

ส่วนประกอบของ คาร์ซีท

1. โครงสร้าง คาร์ซีท ที่ใช้ polypropylene

ซึ่งเป็นเกรดเดียวกันที่ใช้ผลิตวัสดุภายในห้องโดยสารยนต์ มีน้ำหนักเบา แต่เหนียวทนทาน เพิ่มความแข็งแรงภายใน ด้วยการเพิ่มเส้นตาราง และFibergrass เส้นใยแก้ว เป็นวัสดุที่มักนำมาผลิตกันชน สปอร์ยเลอร์ สเกิร์ต หลังคารถหรือชิ้นส่วนรถแข่ง

2. วัสดุรองรับแรงกระแทกที่อยู่ใต้ผ้าหุ้มเบาะคาร์ซีท

ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เราจึงไม่ได้เลือกใช้วัสดุเพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่เลือกที่จะเอาข้อดีของทุกวัสดุมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง เพื่อรองรับ Impact หรือ การกระแทก ได้อย่างดีที่สุด เราจึงมีการเลือกใช้วัสดุถึง 3 ชนิด คือ
ยาง Urethane
โฟม EPS
Low Resilience Urethane Foam

ยาง Urethane

โดยพนักพิงด้านข้างของ คาร์ซีท บางรุ่นเป็นยาง Urethane ชั้นบนสุด เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ Low Impact ให้สัมผัสที่นุ่ม ซ้อนด้านล่างด้วยโฟม EPS เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ High Impact อาศัยการทำงานคู่กัน เพื่อลดการกระทบกระเทือนในลักษณะนี้ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งในทางกลับกัน หากเราใช้เฉพาะยาง Urethane อย่างเดียวโดยไม่มีโฟม EPS รองรับด้าใน ถ้ามีการกระแทกอย่างแรง ยางสจะสะท้อนแรงกลับมาที่ลูกน้อย ทำให้ตัวของลูกน้อยเด้งกระแทกหลายรอบ ก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

โฟม EPS

ส่วนใหญ่มีสีขาว มีความเหนียวทนน้อย แตกหักง่าย ถูกใช้แพร่หลาย รวมถึงการเสริมในหมวกกันน๊อค เพื่อกันกระแทก เหมาะกับอุบัติเหตุแบบมีแรงกระแทกแรง (High Impact) เพราะแรงกระแทกจะทำให้โฟม EPS แตกและส่งผ่านแรงกระแทกออกไป
แต่ถ้าเกิดอุบัติแบบไม่รุนแรง (Low Impact) โฟม EPS จะไม่แตก แต่ด้วยสัมผัสที่แข็ง อาจเกิดกระทบกระเทือนได้

Low Resilience Urethane Foam

ในจุดที่มีโอกาสเกิดการกระแทกอย่างรุนแรงได้มากที่สุด คือ… แผ่นหลังและที่รองก้น จึงควรเลือกใช้ Low Resilience Urethane Foam ซึ่งมีลักษณะคล้าย Memory Foam วางไว้ เพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อลดการกระเด้งกลับให้เหลือน้อยที่สุด
แต่หลายคนอาจสงสัยว่า Memory Foam แผ่นบางๆ แค่นี้จะเพียงพอหรือไม่ ในจุดที่รองหลังและก้นนี้… เรามีการคำนึงถึงแรงจากการเคลื่อนที่ของตัวลูกน้อยในขณะเกิดอุบัติเหตุ จึงได้ออกแบบพนักพิงให้สามารถยุบตัวได้ เมื่อได้รับการกระแทกอย่างแรง โดยพนักพิงจะถอยหลังเล็กน้อย เพื่อช่วยผ่อนแรงกระแทกตามหลัก physics ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่ล้ำมากๆอย่าง Baby-Catch Technology ซึ่งเป็นหลักการเดียวกัน กับการยุบตัวของพวงมาลัย ยุบตัวอัตโนมัติในรถหรู่หลายๆยี่ห้อเพื่อช่วยลดแรงกระแทกได้ดีที่สุด

มาตรฐานความปลอดภัย

การผลิต คาร์ซีท ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องตวามสะดวกหรือความถูกต้องในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการเคลื่อนที่หน้า-หลังของ คาร์ซีท ในขณะเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย จึงมีการคิดค้นการติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX และ Belt ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นที่มาของการแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อย

1. ISOFIX 100%

คือการล็อคด้วยระบบ ISOFIX โดยใช้ขาเหล็กทั้งแท่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท สามารถยืดออกเพื่อเตรียมล็อกเข้ากับข้อเหล็กใต้เบาะรถยนต์ได้ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะหดกลับไม่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้ คาร์ซีท ติดตั้งได้แนบกับพนักพิงเบาะมากขึ้น ลดการขยับเขยื้อนในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ยังมีจุดควบคุมการติดตั้งที่ฐานจากด้านหน้า เพื่อความสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

ISOFIX 100% ต่างจาก ISOFIX ของคาร์ซีทแบรนด์อื่นอย่างไร?

คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วย ISOFIX บางรุ่นมรการใช้สายเข็มขัดมาเย็บเข้ากับหัวล็อก ISOFIX เพื่อเอามายึดกับ คาร์ซีท อีกทีหนึ่ง ซึ่งให้ คาร์ซีท ขยับตัวได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกระแทกที่ตัวเด็กเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วยขาเหล็ก ISOFIX 100% ที่ช่วยให้ คาร์ซีท ไม่ขยับเขยื้อนหน้า-หลัง เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ

2. ระบบการติดตั้งแบบ Belt

ถึงแม้ว่าจะยังใช้ Belt รถยนต์เป็นสายรัด แต่ก็ได้มีการออกแบบให้ Belt โอบรัดฐานถึงด้านหน้า ซึ่งนอกจากจะมีตัวเลือก Belt เหมือน คาร์ซีท รุ่นก่อนๆ แล้ว ยังเสริมด้วยระบบ Power Lock ซึ่งเป็นตัวกดทับ Belt อีกขั้นหนึ่งช่วยเพิ่มความแน่นอหนาในการติดตั้งให้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้การติดตั้งที่ใช้ Belt รถยนต์ลดการเคลื่อนที่ในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ไม่แพ้การติดตั้งด้วย ISOFIX 100% เลยทีเดียว โดยการคิดค้นระบบ Power Lock นี่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการติดตั้งด้วย Belt ที่แน่นหนาปลอดภัยที่สุดขณะนี้

ดังนั้น คาร์ซีท Ailebebe ถึงราคาจะแพง แต่คุ้มค่า คุ้มเกินราคา เมื่อเปรียบเทียบกับนวัตกรรมด้านการปกป้อง ทั้งโครงสร้าง วัสดุรองรับแรงกระแทก และการติดตั้งมาตรฐานสากล กับความปลอดภัยในการเดินทางอย่างปลอดภัยของลูกน้อยที่คุณรัก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

Q: ขวดนม อุปกรณ์ปั๊มนม ต้องต้ม หรือนึ่ง ให้ปราศจากเชื้อทุกวัน ? A: การนึ่ง หรือต้มฆ่าเชื้อขวดนมและจุกนมหลังใช้งานทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ได้ช่วยป้องกันโรคให้ทารกเพิ่มขึ้นมากไปกว่าล้างด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ หรือล้างด้วยน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างขวดนมหลังใช้งาน การขยันทำให้ปลอดเชื้อมากเกินไป (over-sterilize) ไม่มีประโยชน์กลับเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เชื้อที่ทนความร้อน และสร้างสปอร์ได้เพิ่มมากขึ้น (เพราะคุณไม่ได้ใช้หม้อความดัน หรือฉายรังสี) และทารกจะอาจได้สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพแทน  สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน และ USFDA แนะนำให้ต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม และอุปกรณ์ปั๊มนมเฉพาะครั้งแรกที่ใช้งานจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาล้างขวดนมผสมน้ำอุ่น ทุกครั้งหลังใช้งานก่อนผึ่งให้แห้ง โดยไม่ให้้ใช้ผ้าเช็ด กรณีที่ต้องต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อทุกวันคือช่วงทารกป่วย เช่น ท้องร่วง หรือ เป็นฝ้าขาวในปาก คุณแม่ที่กังวลอาจนึ่งหรือต้ม ทุก 3-4 วัน สำหรับนมชง ทุก 1 สัปดาห์สำหรับนมแม่ทั้งนี้ จะต้องไม่มีการปล่อยให้นมบูดคาขวด (ถ้านมบูดคาขวดต้องต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อใหม่เสมอ) อย่างไรก็ตามไม่มีกฎตายตัว หากบ้านมีสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด อยู่ใกล้แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค อาจพิจารณาต้มหรือนึ่งให้บ่อยขึ้น สำหรับประเทศไทยที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นมีโรคเขตร้อนที่เป็นโรคทางเดินอาหารมาก และประชากรมีสุขอนามัยไม่แน่นอน กุมารแพทย์ไทยหลายท่านอาจแนะนำให้คุณแม่ต้มหรือนึ่งขวดนมทุกวัน และกรณีที่ห้องครัวมีความสกปรกอับชื้นท่อน้ำไม่สะอาด หรือมีกระบะทรายแมวในห้องครัว (ซึ่งไม่ควรมี) คุณแม่อาจเลี่ยงไปตากขวดนม และจุกนมที่อื่นที่มีอากาศถ่ายเทคุณแม่ที่ปั๊มนมห้ามใช้สบู่เหลวในห้องน้ำที่ทำงานล้างขวดนม หรือ […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

คงมีหลายครั้งที่คุณแม่มองกระจกแล้วก็รู้สึกสงสัยว่า เราทำสีผมได้มั้ยนะ? ใช่ค่ะ คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะคุณแม่ๆ สายแฟ ที่ทนเห็นผมโคนดำของตัวเองแทบไม่ไหว สมัยก่อนก็มีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับผมอยู่นะคะ ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนบอกว่าแม่ท้องไม่ควรตัดผม แล้วก็ไม่ควรทำสีผม เพราะผมเป็นเหมือนเกราะป้องกัน เป็นสิ่งที่จะคุ้มกันลูกน้อยจากอันตรายต่างๆ ส่วนบางคนก็บอกว่าแม่ท้องควรจะตัดผม เพราะว่าสารอาหารจะได้ไปเลี้ยงลูกน้อยให้เพียงพอ แต่มาสมัยนี้ ที่คุณแม่ไม่กล้าทำอะไรกับผมมากมายก็น่าจะเป็นเพราะกลัวสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นพีพีดี ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือแอมโมเนีย ที่ผสมอยู่ในสีย้อมผม แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้ว สารเคมีพวกนี้ส่งผลต่อลูกน้อยมั้ยนะ? เรามีคำตอบสำหรับคำถามนี้มาให้แล้วค่ะ มีงานวิจัยรองรับเรื่องการทำสีผมในคนท้องหรือเปล่า? ถ้าพูดกันตามตรงก็ต้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยไหนมายืนยันว่าคนท้องห้ามย้อมผม แม้สีย้อมผมจะมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่หลายชนิด แต่สารเคมีพวกนี้ก็ซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยเลยล่ะค่ะ ยาย้อมผมมีส่วนผสมของสารเคมีตัวไหนบ้าง? สารเคมีหลักๆ ในยาย้อมผมก็ได้แก่ รีซอร์ซินอล พีพีดี แอมโมเนีย แล้วก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ค่ะ ซึ่งส่วนมากผลข้างเคียงของมันก็อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ แต่มันก็จะมีผลแค่สำหรับคนที่แพ้สารพวกนี้เท่านั้นนะคะ นอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะเนื่องจากกลิ่นของมัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะมีบางกรณีที่คุณแม่บางคนอาจจะไม่ได้แพ้สารเคมีบางตัวในช่วงก่อนท้อง แต่หลังท้องแล้วกลับกลายเป็นว่าแพ้ก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องระวังนิดนึงนะ สารเคมีมีผลต่อลูกน้อยรึเปล่านะ? สารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมไม่ได้มีในปริมาณที่สูงขนาดนั้นค่ะ แล้วอีกอย่าง ปกติเวลาเรารับสารเคมีเข้าไปในร่างกาย ถ้าไม่เยอะมากจนก่อเป็นสารร้าย มันจะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ข้อสำคัญที่สุดคือ สายรกเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และเป็นเกราะคุ้มกันลูกน้อยที่ดีมากๆ เพราะมันจะช่วยกรองสารแปลกปลอมต่างๆ แทบจะไม่ให้มีหลุดรอดเข้าไปหาลูกน้อยเลยล่ะค่ะ ก่อนย้อมผมควรรู้ไว้ 1.เวลาย้อมผม เราขอแนะนำให้คุณแม่หาผ้าปิดปาก […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event