ทำไมคาร์ซีท Ailebebe ราคาแพง!!!

ไขข้อข้องใจที่ใครๆหลายๆคน พูดกันว่า ทำไม คาร์ซีท Ailebebe แพง ! มาดูกันสิว่าแพงเพราะอะไร แล้วที่ว่าแพงจริงหรือไม่ คาร์ซีท Ailebebe ทุกตัว จะถูกผลิตขึ้นจากโรงงานผู้ผลิตที่ญี่ปุ่นโดยตรง โดยมีแรงงานซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและค่าแรงสูงตามไปด้วย

คาร์ซีท เหมือนกัน…แต่วัสดุภายในไม่เหมือนกัน
Ailebebe เราไม่ได้เลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย มาช่วยรองรับแรงกระแทกที่ต่างกัน…อ่านซักนิดก่อนซื้อ คาร์ซีท ให้ลูก

ส่วนประกอบของ คาร์ซีท

1. โครงสร้าง คาร์ซีท ที่ใช้ polypropylene

ซึ่งเป็นเกรดเดียวกันที่ใช้ผลิตวัสดุภายในห้องโดยสารยนต์ มีน้ำหนักเบา แต่เหนียวทนทาน เพิ่มความแข็งแรงภายใน ด้วยการเพิ่มเส้นตาราง และFibergrass เส้นใยแก้ว เป็นวัสดุที่มักนำมาผลิตกันชน สปอร์ยเลอร์ สเกิร์ต หลังคารถหรือชิ้นส่วนรถแข่ง

2. วัสดุรองรับแรงกระแทกที่อยู่ใต้ผ้าหุ้มเบาะคาร์ซีท

ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เราจึงไม่ได้เลือกใช้วัสดุเพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่เลือกที่จะเอาข้อดีของทุกวัสดุมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง เพื่อรองรับ Impact หรือ การกระแทก ได้อย่างดีที่สุด เราจึงมีการเลือกใช้วัสดุถึง 3 ชนิด คือ
ยาง Urethane
โฟม EPS
Low Resilience Urethane Foam

ยาง Urethane

โดยพนักพิงด้านข้างของ คาร์ซีท บางรุ่นเป็นยาง Urethane ชั้นบนสุด เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ Low Impact ให้สัมผัสที่นุ่ม ซ้อนด้านล่างด้วยโฟม EPS เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ High Impact อาศัยการทำงานคู่กัน เพื่อลดการกระทบกระเทือนในลักษณะนี้ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งในทางกลับกัน หากเราใช้เฉพาะยาง Urethane อย่างเดียวโดยไม่มีโฟม EPS รองรับด้าใน ถ้ามีการกระแทกอย่างแรง ยางสจะสะท้อนแรงกลับมาที่ลูกน้อย ทำให้ตัวของลูกน้อยเด้งกระแทกหลายรอบ ก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

โฟม EPS

ส่วนใหญ่มีสีขาว มีความเหนียวทนน้อย แตกหักง่าย ถูกใช้แพร่หลาย รวมถึงการเสริมในหมวกกันน๊อค เพื่อกันกระแทก เหมาะกับอุบัติเหตุแบบมีแรงกระแทกแรง (High Impact) เพราะแรงกระแทกจะทำให้โฟม EPS แตกและส่งผ่านแรงกระแทกออกไป
แต่ถ้าเกิดอุบัติแบบไม่รุนแรง (Low Impact) โฟม EPS จะไม่แตก แต่ด้วยสัมผัสที่แข็ง อาจเกิดกระทบกระเทือนได้

Low Resilience Urethane Foam

ในจุดที่มีโอกาสเกิดการกระแทกอย่างรุนแรงได้มากที่สุด คือ… แผ่นหลังและที่รองก้น จึงควรเลือกใช้ Low Resilience Urethane Foam ซึ่งมีลักษณะคล้าย Memory Foam วางไว้ เพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อลดการกระเด้งกลับให้เหลือน้อยที่สุด
แต่หลายคนอาจสงสัยว่า Memory Foam แผ่นบางๆ แค่นี้จะเพียงพอหรือไม่ ในจุดที่รองหลังและก้นนี้… เรามีการคำนึงถึงแรงจากการเคลื่อนที่ของตัวลูกน้อยในขณะเกิดอุบัติเหตุ จึงได้ออกแบบพนักพิงให้สามารถยุบตัวได้ เมื่อได้รับการกระแทกอย่างแรง โดยพนักพิงจะถอยหลังเล็กน้อย เพื่อช่วยผ่อนแรงกระแทกตามหลัก physics ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่ล้ำมากๆอย่าง Baby-Catch Technology ซึ่งเป็นหลักการเดียวกัน กับการยุบตัวของพวงมาลัย ยุบตัวอัตโนมัติในรถหรู่หลายๆยี่ห้อเพื่อช่วยลดแรงกระแทกได้ดีที่สุด

มาตรฐานความปลอดภัย

การผลิต คาร์ซีท ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องตวามสะดวกหรือความถูกต้องในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการเคลื่อนที่หน้า-หลังของ คาร์ซีท ในขณะเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย จึงมีการคิดค้นการติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX และ Belt ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นที่มาของการแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อย

1. ISOFIX 100%

คือการล็อคด้วยระบบ ISOFIX โดยใช้ขาเหล็กทั้งแท่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท สามารถยืดออกเพื่อเตรียมล็อกเข้ากับข้อเหล็กใต้เบาะรถยนต์ได้ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะหดกลับไม่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้ คาร์ซีท ติดตั้งได้แนบกับพนักพิงเบาะมากขึ้น ลดการขยับเขยื้อนในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ยังมีจุดควบคุมการติดตั้งที่ฐานจากด้านหน้า เพื่อความสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

ISOFIX 100% ต่างจาก ISOFIX ของคาร์ซีทแบรนด์อื่นอย่างไร?

คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วย ISOFIX บางรุ่นมรการใช้สายเข็มขัดมาเย็บเข้ากับหัวล็อก ISOFIX เพื่อเอามายึดกับ คาร์ซีท อีกทีหนึ่ง ซึ่งให้ คาร์ซีท ขยับตัวได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกระแทกที่ตัวเด็กเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วยขาเหล็ก ISOFIX 100% ที่ช่วยให้ คาร์ซีท ไม่ขยับเขยื้อนหน้า-หลัง เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ

2. ระบบการติดตั้งแบบ Belt

ถึงแม้ว่าจะยังใช้ Belt รถยนต์เป็นสายรัด แต่ก็ได้มีการออกแบบให้ Belt โอบรัดฐานถึงด้านหน้า ซึ่งนอกจากจะมีตัวเลือก Belt เหมือน คาร์ซีท รุ่นก่อนๆ แล้ว ยังเสริมด้วยระบบ Power Lock ซึ่งเป็นตัวกดทับ Belt อีกขั้นหนึ่งช่วยเพิ่มความแน่นอหนาในการติดตั้งให้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้การติดตั้งที่ใช้ Belt รถยนต์ลดการเคลื่อนที่ในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ไม่แพ้การติดตั้งด้วย ISOFIX 100% เลยทีเดียว โดยการคิดค้นระบบ Power Lock นี่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการติดตั้งด้วย Belt ที่แน่นหนาปลอดภัยที่สุดขณะนี้

ดังนั้น คาร์ซีท Ailebebe ถึงราคาจะแพง แต่คุ้มค่า คุ้มเกินราคา เมื่อเปรียบเทียบกับนวัตกรรมด้านการปกป้อง ทั้งโครงสร้าง วัสดุรองรับแรงกระแทก และการติดตั้งมาตรฐานสากล กับความปลอดภัยในการเดินทางอย่างปลอดภัยของลูกน้อยที่คุณรัก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เชื่อว่าอาการปวดหลังหรืออาการปวดเมื่อยตามร่างกายนั้น ต้องเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องนั่งหรืออยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน ๆ และก็อาจจะมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างเบาะยางพาราและเบาะเมมโมรี่โฟมเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เนื่องจากวัสดุดังกล่าวให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายและช่วยคลายความปวดได้ แต่ทราบหรือไม่คะว่า ปัจจุบันนี้มีสิ่งที่เรียกว่า Vetagel (เวทาเจล) ซึ่งเป็นวัสดุเจลประเภทหนึ่งที่มีความยืดหยุ่นสูง คืนตัวได้เร็ว และลดแรงกดทับได้ดีกว่ามาก ทั้งยังเป็นที่นิยมในประเทศเกาหลีอีกด้วย vetagel คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง มีประโยชน์ทางด้านสุขภาพของเราอย่างไร ไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ   Vetagel คือ อะไร ? ชวนรู้จักเจลชนิดพิเศษเพื่อสุขภาพ นำเข้าจากเกาหลีใต้ vetagel คือวัสดุเจลชนิดหนึ่ง เป็นเจลใสสีเขียวชนิดพิเศษ ผลิตขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเจลจะมีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูงมาก แม้มีแรงกดทับหนัก ๆ ก็ไม่เสียรูปทรงง่าย สามารถกระจายแรงกดทับได้ดีและคืนตัวได้เร็ว เมื่อเรากดลงไปในเนื้อเจล เนื้อเจลจะเด้งดึ๋งคืนตัวทันที (Fast Recovery Property) ทำให้เกิดแรงกดทับได้น้อยมาก ๆ ซึ่งแตกต่างจากวัสดุชนิดอื่น ๆ เช่น เมมโมรี่โฟมหรือยางพาราที่เมื่อเราใช้มือกดลงไป วัสดุจะค่อย ๆ คืนตัวช้า ๆ […]

เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้ อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน! 1. โฟเลตโฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ 2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ […]

การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!

เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10%  เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม  การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย  2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง  3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์

แพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กเล็กที่จะใช้กันตั้งแต่แรกเกิด เพราะว่าช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดเวลาในการซักทำความสะอาด แถมเวลาออกจากบ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปื้อนเลอะ ซึ่งคุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามในใจว่าจะให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณแม่กันค่ะ ให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ชวนคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนให้ลูกเลิกใช้แพมเพิส หนึ่งในคำถามยอดนิยมของเหล่าคุณแม่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าจะให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี เนื่องจากเรื่องของค่าใช้จ่าย ความกังวลที่ว่าลูกจะติดแพมเพิส ความสะดวกสบายในการสวมใส่ของเด็ก ฯลฯ อีกมากมาย สำหรับเรื่องของช่วงเวลาของการเลิกแพมเพิสนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ เลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ถ้าจะถามว่าควรเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี จริงๆ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวค่ะ อยากให้ดูจากความพร้อมของลูก และคุณพ่อ คุณแม่ มากกว่า เด็กบางคน 8 เดือนก็เลิกได้แล้ว บางคนก็มาเลิกได้ตอนช่วงก่อนเข้าโรงเรียนในช่วง 3 – 4 ขวบ ดังนั้น BabyGift จึงพูดได้ว่าไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรไปกดดันน้องๆ ให้ลูกของเรามีความพร้อมจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องอดทนและให้กำลังใจเด็ก เพราะว่าการฝึกขับถ่ายเป็นก้าวสำคัญของพัฒนาการ และแต่ละคนมีจังหวะที่แตกต่างกัน ไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และหากว่าคุณแม่มีข้อกังวลอื่นๆ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเราพร้อมที่จะเลิกแพมเพิส ? สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือ ให้ลูกสบายใจ […]

หน้ากากอนามัย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยแสง UV ทั้ง หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยN95 แต่จะต้องถูกฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี ถึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัย เหล่านี้ได้นั้นก็คือ ใช้ แสง UV-C ในการฆ่าเชื้อ ก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เรามาดูกันว่าต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ? หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุกวันหลังการใช้งาน และสามารถซักทำความสะอาดได้ปกติ ซักได้ทุกวัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้ หลังจากตากเรียบร้อยแล้ว ก็นำ หน้ากากอนามัย มาเข้า ตู้อบแสง UV  เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ รวมถึงฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย วิธีการง่ายๆคือ นำ หน้ากากอนามัย ใส่เข้าไปใน ตู้อบแสง UV อย่างน้อย 30 นาที โดยจะต้องวางหน้ากากให้แสง UV  สามารถฉายแสงทั้งด้านนอกและด้านใน หน้ากากอนามัยN95 สำหรับการนำ หน้ากากอนามัย N95 กลับมาใช้ซ้ำ เราจะแนะนำให้ใช้ ตู้อบแสง UV  เพียงอย่างเดียวในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังมีหลายคนกังวลว่าหากนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้แสง UV แล้ว จะทำให้คุณสมบัติของ หน้ากากอนามัย ชนิดนี้จะลดลงไหม? […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event