ซื้อขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ไปช้อปของจำเป็นให้ลูกกัน !
ขวดนมเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด ยิ่งหากว่าคุณแม่จำเป็นต้องทำงาน หรือเดินทาง การใช้ขวดนมก็จะเป็นตัวช่วยที่บุคคลอื่นสามารถช่วยให้ลูกน้อยมีนมไว้กินได้ หรือในคุณแม่บางคนที่อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด ก็ใช้ขวดนมเป็นตัวช่วยได้อีกเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มความสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยเลยหล่ะค่ะ และในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปดูยี่ห้อขวดนมคุณภาพดี ราคามิตรภาพ พร้อมคำแนะนำต่างๆ ที่ควรรู้ในการเลือกซื้อขวดนมกันค่ะ
ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? รวมยี่ห้อดี คุณภาพแน่น ที่บรรดาคุณแม่ไว้วางใจ !
ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องซื้อขวดนม ยี่ห้อไหนดี BabyGift ขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูคำแนะนำในการเลือกซื้อขวดนมกันก่อนสักหน่อยค่ะ สิ่งที่ต้องโฟกัสก็คือ วัสดุ ที่มีทั้งแก้ว หรือพาสติก รูปทรงขวด จุกนม ความง่ายในการทำความสะอาด และที่สำคัญก็คือควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพ ใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อลูกน้อยของเราค่ะ สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่อยากเข้าใจวิธีการเลือกซื้อขวดนมให้มากขึ้นกว่านี้ เราเคยเขียนบทความไว้แล้วลองอ่านเพิ่มเติมกันดูนะคะ เอาหล่ะค่ะ ตอนนี้ได้เวลาของการแนะนำขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? ที่เราเลือกมาแนะนำแล้ว ตามไปดูยี่ห้อดีๆ กันเลยค่ะ

BabyGift แนะนำ ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ?

1. HAENIM ขวดนม รุ่น NOTHING™ ขนาด 5 ออนซ์ (ไม่รวมจุกนม)
หากกำลังมองหาขวดนมที่ใสเหมือนแก้ว มองเห็นน้ำนมชัดแจ๋วต้อง ต้องเลือกขวดนม จาก HAENIM รุ่น NOTHING™ นี้เลยค่ะ นี่คือขวดนมที่เป็น Medical Grade ผ่านมาตรฐานสากล มั่นใจไร้กังวลเรื่องสารปนเปื้อน ขวดคอกว้าง ง่ายต่อการทำความสะอาด ทนความร้อนได้สูงถึง 160 องศา สามารถฆ่าเชื้อได้ทุกรูปแบบ ฝาขวดน้ำหนักเบา เปิดได้ด้วยมือเดียว พร้อมวางตั้งเป็นแก้วน้ำได้ รุ่นนี้ไม่มีจุกนมมาให้นะคะ แต่สามารถใช้จุกนมขวดทรงคอกว้างของ PIGEON หรือ Dr.Betta ได้ค่ะ
จุดเด่น
- ใช้วัสดุ PA (Polyamide)ที่ใสเหมือนแก้ว โดยไม่มีการฟอกสี หรือ เคลือบสี ทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกแตก โปร่งใส ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดีกว่าวัสดุชนิดอื่น
- ขวด 5 ออนซ์ น้ำหนักเบาเพียง 36 กรัม ช่วยลูกน้อยฝึกจับเองได้ง่าย มีขีดปริมาณละเอียดทุก 10 ml. ทำให้คำนวณการดื่มนมในแต่ละมื้อได้ง่ายขึ้น
- ขวดทรงสูง ขนาดพอเหมาะกับการจับหรือถือ มี 2 ขนาด คือ 150 ml. (5 ออนซ์) และ 270 ml. (9 ออนซ์) และมี 4 สี ให้เลือก ได้แก่ Beige, Yellow, Pink และ White

2. PIGEON ขวดนม รุ่น PPSU WN3 Howapipi ขนาด 160 มล. (แพ็ค 2 ขวด)
ขวดนม PIGEON ทรงใหม่ที่มีรูปทรงจับได้ง่ายขึ้น มาพร้อมลวดลายสุดน่ารัก และจุกนม SoftTouch ที่พัฒนามาจากการเลียนแบบการดูดตามธรรมชาติของทารก ผลิตจากซิลิคอนที่อ่อนนุ่มพิเศษ สัมผัสเสมือนเต้านมมารดามากยิ่งขึ้น หมดปัญหาเรื่องการสับสนเต้า ตรงขวดมีเส้นบอกตำแหน่งริมฝีปากเพื่อให้พอดีกับปากทารก มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด คือ ขนาด 5 ออนซ์จะมาพร้อมจุกขนาด SS และ ขนาด 8 ออนซ์จะมาพร้อมจุกขนาด M
จุดเด่น
- เป็นขวดนมสีชาทนต่อความร้อนได้สูงถึง 180 องศาเซลเซียส ส่วนจุกนมทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส
- ตัวขวดนมมีอายุการใช้งาน 1-2 ปี ปลอดสาร BPA & BPS ( BPA&BPS FREE)
- ขวดนม PIGEON มีระบบ Air Ventilation System (AVS™) ควบคุมการไหลเวียนของอากาศ ช่วยปรับสมดุลความดันอากาศภายในขวด ทำให้รู้สึกสบายท้องขณะดูด
- ส่วนของรูจุกนมออกแบบให้น้ำนมไหลตามปริมาณที่ทารกต้องการ หมดปัญหาสำลักนม

3. HEGEN ขวดนม ขนาด 2 oz. / 60 ml.
ขวดนมที่ผลิตจากพลาสติก PPSU พลาสติกคุณภาพสูงที่ทนต่อความร้อนได้ถึง 180 องศาเซลเซียส มาพร้อมกับจุกนมที่ไหลช้าเป็นพิเศษที่เหมาะสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ที่ยังต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะดูดนมและกลืน ดีไซน์เก๋ไก๋ใช้งานได้หลากหลาย แถมคุณแม่ยังสามารถเปลี่ยนขวดนมให้เป็นกล่องเก็บน้ำนม ขนม หรือผลไม้ได้อีก แค่เปลี่ยนจุกนมเป็นฝาผิด (ตัวฝาปิดแยกจำหน่าย) เรียกว่าตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่เลยล่ะค่ะ
จุดเด่น
- เป็นขวดนมที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยมือข้างเดียว หรือ PCTO (กดเพื่อปิด-บิดเพื่อเปิด) หยิบถือได้ง่าย และลดการหกเลอะเทอะ
- ออกแบบให้มีช่องลมของขวดนมที่ให้ลมเข้าได้น้อย ลดการเกิดฟองอากาศและลดการสูญเสียคุณค่าของน้ำนม ช่วยลดปริมาณลมที่จะเข้าสู่ท้องของลูกน้อยจากการดื่มนม
- จุกนมเป็นรูปทรงวงรีที่เลียนแบบหัวนมของแม่เพื่อกระตุ้นการดูดนมของเด็ก ทำให้การสลับระหว่างการเข้าเต้าแม่กับขวดนมเป็นไปอย่างราบรื่น และตำแหน่งหัวจุกนมที่ไม่ได้อยู่ตรงกลางของขวด ทำให้ลูกน้อยสามารถยกดื่มด้วยองศาที่เป็นไปอย่างธรรมชาติได้
- ล้างได้ง่าย และสะอาดกว่าที่เคย เข้าถึงทุกซอกทุกมุม ด้วยการออกแบบรูปทรงขวดนมที่มีปากกว้างและไม่มีเหลี่ยมมุม

4. DR.BETTA ขวดนม คอกว้าง รุ่น Brain WS2 240 ml.
ขวดนม ยี่ห้อไหนดี อีกหนึ่งยี่ห้อที่อยากแนะนำก็คือ DR.BETTA เป็นขวดนมที่คิดค้นโดยกุมารแพทย์ชาวอเมริกา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น ออกแบบให้มีลักษณะโค้งมน ได้มุมการป้อนนมแบบเดียวกับที่มารดาให้นมบุตร รับรองคุณภาพด้วยรางวัล Kids Design Award และ Good Design Award ปลอดสาร BPA BPS วัสดุเป็นพลาสติก PPSU แบบใส ทนความร้อนได้มากถึง 180 องศาเซลเซียส มาพร้อมจุกนมที่คิดค้นจากประสบการณ์ของพยาบาลผดุงครรภ์ให้ลูกน้อยดูดนมได้ตามจังหวะที่เหมาะสมของตัวเอง
จุดเด่น
- ขวดนม Doctor Bétta คิดค้นโดยกุมารแพทย์ชาวอเมริกา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น
- มีลักษณะโค้งมน ได้มุมการป้อนนมแบบเดียวกับที่มารดาให้นมบุตร ซึ่งให้ประโยชน์ถึง 3 อย่าง ได้แก่ ปลอดภัยต่อหูชั้นกลาง ช่วยให้สะดวกในการกลืน และ ช่วยลดการกลืนอากาศที่ไม่จำเป็น อันเป็นต้นเหตุของโรคโคลิค
- จุกนมที่คิดค้นพัฒนาจากแรงบันดาลใจ และประสบการณ์จริงของพยาบาลผดุงครรภ์
- ตัวขวดนมเป็นวัสดุ PPSU ทนความร้อนได้ถึง 180 องศาเซลเซียส ฝาครอบทำจากโพลิโพรพิลีน ทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส และจุกนมทำจากซิลิโคน ทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส

5. MAM ขวดนมป้องกันโคลิค PPSU 9 oz (จุกเบอร์ 2) คละสี
MAM เป็นขวดนมป้องกันโคลิค หรืออาการจุกเสียดของเด็กที่ทำให้ทารกร้องไห้หนัก
MAM ผลิตด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป แถมยัง ปราศจากสาร BPS และ BPA มาพร้อมจุกนมที่ทำจากซิลิโคนเนื้อนุ่ม ทำให้ลูกไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการดูดนมจากเต้าของแม่ น้ำนมไหลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสำลัก ตัวขวดมีสีสัน ลวดลายน่ารัก ถูกใจเด็กน้อย มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ตามความชอบค่ะ
จุดเด่น
- ผลิตจากพลาสติก Polyphenylsulfone ปราศจากสาร BPS และ BPA ทนต่อความร้อนได้สูงถึง 180 องศาเซลเซียส ไม่ดูดซับสี และ กลิ่น แข็งแรงทนต่อแรงกระแทก
- มีฐานและวาล์วป้องกันโคลิคอยู่ใต้ขวด ซึ่งต่างจากขวดป้องกันโคลิคยี่ห้ออื่นที่มีรูระบายอากาศอยู่ที่จุกนม
- MAM ได้จดสิทธิบัตรจุกนมที่ทำให้ลูกไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการดูดนมจากเต้าแม่ ตัวจุกนมทำจากซิลิโคนเนื้อนุ่ม ปลอดสารก่อมะเร็ง

5. MOYUUM ขวดนม PPSU ขนาด 170 ml.
MOYUUM เป็นขวดนมเด็กที่ผลิตจากวัสดุ PPSU ปลอดภัยต่อลูกน้อย คุณแม่ไร้กังวล มาพร้อมกับจุกนมที่ใช้ได้กับเด็กทารก จนถึงอายุ 2 เดือน ตัวขวดนมคอกว้าง ทำให้ง่ายต่อการชงนม และทำความสะอาด น้ำหนักเบา สามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่จับขวดนมได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย และสามารถเปลี่ยนเอาจุกนมออกและใส่หลอดดูดหัดดื่มเพื่อฝึกดื่มได้ ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส มีหลายสี และหลายลวดลายน่ารัก น่าใช้
จุดเด่น
- ขวดนมใช้วัสดุ PPSU ปลอดภัย ไร้กังวล เชื่อถือได้ ใช้งานได้ดีและปลอดภัยแน่นอน
- ขวดนมเด็ก และจุกนมซิลิโคน MOYUUM มีคุณภาพระดับโลก ได้มาตรฐานการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกา
- ขวดนมใช้กับเครื่องอบฆ่าเชื้อได้ ใช้กับเครื่องล้างอัตโนมัติได้ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำร้อน-ไอน้ำได้ ทนต่อความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส
การเลือกซื้อขวดนม และความเข้าใจถึงความจำเป็นของขวดนมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพราะขวดนมคืออุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณแม่ใช้ป้อนอาหารที่ดีที่สุดให้กับเด็กทารกในตลอดช่วงแรกของชีวิตลูก ดังนั้นการเลือกขวดนมที่เหมาะสม ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเอื้อต่อการพัฒนาการการดูดกลืนน้ำนมของลูกน้อยนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ที่ควรให้ความใส่ใจนั่นเองค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนม ลองอ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนมเพิ่มเติมได้อีกนะคะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์ขวดนม ลังเลในการเลือกขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ช่วงนี้บอกได้เลยว่า กราฟความเป็นห่วงและกังวลของแม่ๆ ก็คงจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน เพราะมีเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง COVID ที่ความร้ายกาจนั้นอยู่ที่มันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเกิดมายุคไหน ก็คงจะหนีไม่พ้นจากการปลูกฝังให้ล้างมือ แต่เด็กๆ ยุคนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ที่ล้างมือค่ะ เพราะเราจะมีขั้นตอนเพื่อสุขอนามัยที่ดีที่เยอะกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่ายุคแห่งสงคราม “โรค” เช่นนี้ เราจะฝึกให้ลูกน้อยดูแลสุขอนามัยของตัวเองยังไงได้บ้าง 1. ล้างมือให้นานกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีท่า ตอนนี้คงจะพูดแค่ว่าให้ล้างมือให้สะอาดไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเน้นให้ล้างมือนานกว่าเดิม เพราะมือที่ดูเหมือนว่าสะอาดแล้ว อาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่เห็น การล้างมือที่ถูกต้องที่เราอยากให้คุณแม่ปลูกฝังลูกๆ ก็คือการล้างมือแบบ 7 ขั้นตอนค่ะ ลองมาดูกันนะ ว่าทำแบบไหนบ้าง แม้ขั้นตอนจะดูเยอะไปซักนิด แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าลูกน้อยทำครบ 7 ขั้นตอนนี้ ต่อให้เชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในซอกเล็บยังต้องกลัว! การันตีมือสะอาดหมดจด ตั้งแต่ข้อมือยันปลายเล็บเลยล่ะ! 2. มือกับหน้า ไม่ควรมาเจอกัน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับไม่ให้ลูกๆ ใช้มือสัมผัสหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้นะคะ คุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ สอนไป อาจจะแกล้งบอกเค้าว่ามือกับหน้าโกรธกันอยู่ ไม่ควรมาเจอกัน หรือเวลาลูกจะใช้มือมาจับที่หน้า อย่าดุ อย่าทำเสียงดัง หรือทำให้เค้าตกใจ แต่ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้เค้าใช้มือไปจับอย่างอื่นแทน ถ้าวิธีพวกนี้ไม่เวิร์ค เราอาจจะใช้วิธีคุยกับเค้าไปตรงๆ เล่าให้เค้าฟังว่าที่มือของเค้ามีเชื้อโรค ซึ่งมันจะมากัดที่หน้าถ้าเผลอเอามือไปจับก็ได้เช่นกันค่า […]
เค้าว่ากันว่าท้องอ่อนเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งมากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณแม่ส่วนใหญ่จึงกลัวที่จะออกกำลังกายมากโดยเฉพาะการวิ่ง อันที่จริงแล้ว การแท้งส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนที่มีอายุมาก โดยจะมีอัตราความเสี่ยงที่สูงกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยค่ะ สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือความผิดปกติของตัวคุณแม่เอง อย่างผู้ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป หรือแม้แต่การใช้สารเสพติดก็นำไปสู่การแท้งได้เช่นเดียวกัน ส่วนคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อนหน้านี้ ก็มีโอกาสแท้งซ้ำได้สูงมากเหมือนกันเลยล่ะค่ะ เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของการออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายไม่ได้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการแท้งที่สำคัญ ถ้าการออกกำลังกายนั้นไม่ใช่การออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากเกินไป เราลองมาดูกันค่ะว่าการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณแม่ท้องอ่อนนั้นได้แก่อะไรบ้าง 1. การเดิน การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วเนอะ แต่การเดินที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นการเดินที่ไม่เร็วจนเกินไป ไม่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้ามากเกินไป และไม่เดินต่อเนื่องกันเป็นเวลานานมากเกินไปนะคะ นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรที่จะต้องเดินในสถานที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง เพราะอากาศที่ปลอดโปร่งจะทำให้คุณแม่หายใจสะดวกขึ้น 2. โยคะ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนท้องเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะโยคะนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หากคุณแม่เล่นท่าที่ถูกต้องและหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้คุณแม่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ 3. ว่ายน้ำ การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำมากๆ เลยค่ะ เพราะในการว่ายน้ำนั้น คุณแม่จะมีตัวช่วยพยุงเป็นน้ำนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การว่ายน้ำยังเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่ได้ใช้ร่างกายทุกส่วนอีกด้วยนะ 4. การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิกที่ไม่หักโหมมากเกินไปนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เราแนะนำสำหรับคุณแม่ท้องอ่อนเลยค่ะ แต่คุณแม่ก็ควรจะเลือกจังหวะเพลงที่ไม่เร็วเกินไป และไม่ควรออกท่าที่มีการกระโดด หรือมีการกระทบกระเทือนด้วยนะคะ ประโยชน์ของการออกกำลังกาย คุณแม่ท่านไหนที่กำลังกลัวการออกกำลังกายอยู่ก็อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ เพราะการออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นมีประโยชน์กับคุณแม่มากๆ เลย […]
คุณแม่ฉีดวัคซีนกันหรือยังงงงง อย่ามัวแต่รีรอนะ เพราะว่าวัคซีนนั้นสำคัญมาก แต่ใครที่ฝากท้องกับคุณหมอแล้วก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็จะนัดฉีดเอง คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาท้องแล้วจะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำความรู้เกี่ยวกับวัคซีนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปกติแล้วการได้รับวัคซีนของคุณแม่ท้องจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก็คือช่วงก่อนตั้งครรภ์กับช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ด้านล่างคือวัคซีนต่างๆ ที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ 1. วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (Rubella Vaccine) ใครเตรียมตัวเป็นคุณแม่ก็ไปฉีดวัคซีนตัวนี้ล่วงหน้าสัก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ อ๊ะๆ คนที่ยังไม่ได้ฉีดกำลังตกใจกันอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนท้อง คุณแม่ก็แค่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก หลักๆ คืออย่าไปที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเลยล่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่ไอหรือจามหรือเป็นไข้อะไรพวกนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากคุณแม่ติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันตัวนี้เข้าในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก มันจะส่งผลให้ลูกในท้องมีความพิการที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู หัวใจ แขน ขาหรือสมองได้ค่ะ คุณแม่ที่เป็นหัดเยอรมันจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมนี่แหละ แต่จะแถมด้วยผื่นขึ้นตามตัว แต่ว่าถ้าคุณแม่ติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงเดือนท้ายๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะลูกของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อนี้เนื่องจากเค้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว 2. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) ไวรัสตัวนี้พบเยอะมากได้ประเทศไทยค่ะ คนที่เป็นก็จะแสดงอาการไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรงแล้วล่ะก็สามารถเสียชีวิตได้เลยค่ะ คนที่เป็นโรคนี้หนักๆ ตัวจะเหลือง อ่อนเพลียมากตลอดเวลาแล้วตับก็จะถูกทำลาย เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถติดจากแม่สู่ลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลร้ายแรงอะไรนะคะ ที่บอกว่าติดต่อก็คือว่า ถ้าเกิดคุณแม่มีเชื้อนี้ […]
เชื่อว่าอาการปวดหลังหรืออาการปวดเมื่อยตามร่างกายนั้น ต้องเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องนั่งหรืออยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน ๆ และก็อาจจะมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างเบาะยางพาราและเบาะเมมโมรี่โฟมเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เนื่องจากวัสดุดังกล่าวให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายและช่วยคลายความปวดได้ แต่ทราบหรือไม่คะว่า ปัจจุบันนี้มีสิ่งที่เรียกว่า Vetagel (เวทาเจล) ซึ่งเป็นวัสดุเจลประเภทหนึ่งที่มีความยืดหยุ่นสูง คืนตัวได้เร็ว และลดแรงกดทับได้ดีกว่ามาก ทั้งยังเป็นที่นิยมในประเทศเกาหลีอีกด้วย vetagel คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง มีประโยชน์ทางด้านสุขภาพของเราอย่างไร ไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ Vetagel คือ อะไร ? ชวนรู้จักเจลชนิดพิเศษเพื่อสุขภาพ นำเข้าจากเกาหลีใต้ vetagel คือวัสดุเจลชนิดหนึ่ง เป็นเจลใสสีเขียวชนิดพิเศษ ผลิตขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเจลจะมีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูงมาก แม้มีแรงกดทับหนัก ๆ ก็ไม่เสียรูปทรงง่าย สามารถกระจายแรงกดทับได้ดีและคืนตัวได้เร็ว เมื่อเรากดลงไปในเนื้อเจล เนื้อเจลจะเด้งดึ๋งคืนตัวทันที (Fast Recovery Property) ทำให้เกิดแรงกดทับได้น้อยมาก ๆ ซึ่งแตกต่างจากวัสดุชนิดอื่น ๆ เช่น เมมโมรี่โฟมหรือยางพาราที่เมื่อเราใช้มือกดลงไป วัสดุจะค่อย ๆ คืนตัวช้า ๆ […]
ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่? อยากฝึกให้ลูกนั่งกระโถน นั่งชักโครกขับถ่ายเองได้เริ่มเมื่อไหร่ดี? คงเป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยกันใช่ไหมคะ เพราะการฝึกลูกให้เลิกใส่ผ้าอ้อม ฝึกลูกนั่งกระโถน ไปจนฝึกให้เข้าห้องน้ำเองได้ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะเลิกใส่ผ้าอ้อม พร้อมนั่งกระโถนแล้ว มาเช็กกันเลยค่ะ ทำไมต้องฝึกลูกเรื่องขับถ่าย การฝึกลูกขับถ่ายให้เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ ที่เหมาะสมตามวัย รวมถึงเป็นการปลูกฝังด้านสุขอนามัย ความสะอาด รู้จักร่างกายตัวเอง และรู้จักการช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ หากพ่อแม่ไม่สอนลูกเรื่องการขับถ่าย ปล่อยให้ขับถ่ายในผ้าอ้อมไปจนโต จะทำให้ลูกมีการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสมตามวัย เมื่อลูกต้องไปโรงเรียน จะทำให้มีปัญหาในการดูแลความสะอาด อาจเกิดการขับถ่ายเล็ดราด หรือยังต้องใส่ผ้าอ้อมจนอึดอัด ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการตามวัยได้ ฝึกลูกนั่งชักโครก เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ตอนไหน? วัยที่มีพัฒนาการและพฤติกรรมพร้อมพี่จะเริ่มฝึกได้ ควรเริ่มเมื่ออายุ 1 ปี – 1 ปี 6 เดือน และมักจะทำได้ดีตอนอายุ 2 ปี หรือเด็กบางคนอาจจะมาฝึกตอนอายุ 2 ปี และนั่งกระโถนได้เองตอนอายุ 3 ปี หรือบางคนอาจทำได้เมื่อโตกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ที่แสดงออกมาทั้งทางร่างกาย การสื่อสาร และความต้องการของลูก ไม่ควรเกิดจากการบังคับลูก 8 สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมนั่งกระโถนเองได้แล้ว 7 เทคนิคฝึกลูกขับถ่าย […]
Q: ขวดนมที่ไม่มี BPA ปลอดภัย ใช้ได้นานกว่า ? A :ขวดนม PP ไม่มี BPA อายุการใช้งานสั้นกว่า PC ที่มี BPA โดยทั่วไป พลาสติกแต่ละชนิด จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน ยิ่งต้ม ยิ่งนึ่ง ยิ่งขัด ก็ยิ่งเสื่อมสภาพเร็ว ทั้งนี้ คุณภาพและการผลิตพลาสติกของแต่ละโรงงานย่อมต่างกัน ขวด PP ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงไม่ผสมเศษงานมักจะใสกว่า คุณแม่อาจพิจารณาเปลี่ยนขวดนมเมื่อเห็นว่าเริ่มบุบเบี้ยว หรือ ขวดนมขุ่นมากขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานจะสิ้นสุดถ้าขวดนมเป็นรอยขูดข่วน จึงควรล้างขวดนมด้วยแปรงขนนิ่ม ฟองน้ำ หรือแปรงซิลิโคน ***ดังนั้น อย่ากังวลกับฉลากและ โฆษณา “BPA-Free” ให้มากนัก หันมาดูวัสดุ และการดูแลรักษาให้ปลอดภัยจะดีกว่า ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : SS Medical Clinic โดย พ.ญ.สิทธิ์ธีราห์ ชโรเต้อร์ หรือใช้การฆ่าเชื้อด้วยแสงรังสี UV (Prince&Princess Baby UV Sterilizer) นวัตกรรมใหม่สำหรับการดูแลลูกน้อยให้พ้นจากเชิ้อโรค ได้ถึง […]
