คาร์ซีทแม่ท้อง นวัตกรรมเพื่อคุณแม่ยุคใหม่นั่งรถปลอดภัยทั้งแม่และลูกในครรภ์

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่

คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร 

คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย  เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย  และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก  ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย

ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง 

วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น  จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย  

วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร?

คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง? 

  1. โครงสร้างด้านในสุด ทำจากเหล็กเป็นแผ่นขนาดใหญ่ มาพร้อมตะขอเกี่ยวเหล็ก หล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทำให้แข็งแรง และทนทานต่อแรงกระชากได้สูง โดยตะขอเหล็กที่ยื่นออกมาจากตัวเบาะนั้น มีไว้สำหรับนำสายเข็มขัดนิรภัยมาเกี่ยว เพื่อช่วยให้เปลี่ยนจากการที่คาดเข็มขัดนิรภัยทับหน้าท้องมาเป็นพาดผ่านหน้าขาแทน จึงช่วยลดแรงกระตุกกลับของเข็มขัดนิรภัยไปโดนบริเวณครรภ์ได้ดี ซึ่งการเลือกใช้วัสดุเหล็กจะแข็งแรงกว่าอุปกรณ์ลักษณะคล้ายกัน ที่ทำด้วยวัสดุพลาสติก ซึ่งอาจรองรับแรงกระชากจากอุบัติเหตุได้ไม่ดีเท่าและอาจแตกหักได้ 
  2. ห่อหุ้มเหล็กด้วย เมมโมรี่โฟมหนานุ่ม ฉีดขึ้นรูปเป็นเบาะรองนั่งขนาดใหญ่พอดีกับขนาดที่นั่งของเบาะรถยนต์ การใช้เมมโมรี่โฟมจะช่วยลดแรงกดทับบริเวณก้นกบจากการนั่งเป็นระยะเวลานาน ช่วยให้นั่งแล้วไม่เมื่อย รู้สึกดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น  
  3. ผ้าคลุมเบาะทำจากผ้ากำมะหยี่ นอกจากจะให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ยังช่วยลดการลื่นไถลขณะนั่ง ไม่ไหลไปตามเบาะรถยนต์ นั่งได้สะดวกสบายกว่าการใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ หรือผ้าไนลอนทั่วไป 

คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล 

ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้ 

Crashlab ห้องทดสอบที่ได้รับการรับรองสนับสนุนด้านมาตรฐานความปลอดภัยของออสเตรเลียและกฎการออกแบบสำหรับเข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อค เบาะนั่งสำหรับเด็ก เบาะนั่งในรถบัส เพื่อป้องกันผู้โดยสารในยานพาหนะที่กระแทกด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง

ผลการทดสอบความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเดียวกันกับการทดสอบคาร์ซีท หรือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก โดยการใช้หุ่น Dummy จำลองแบบคาดเข็มขัดนิรภัยใต้ครรภ์แบบปกติทั่วไป กับหุ่นจำลองที่ใช้คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield พุ่งมาด้วยความเร็วแล้วเบรคกระทันหัน พบว่า ขาของหุ่นที่ใช้คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield (ภาพขวา) มีองศาการตีขึ้นของหน้าขาขึ้นมาทางลำตัวหรือหน้าท้องน้อยกว่า ในขณะที่ขาของหุ่นจำลองที่คาดเข็มขัดแบบปกติทั่วไป (ภาพซ้าย) ตีกลับขึ้นมาสูงถึงบริเวณลำตัว หรือโดนท้อง ซึ่งในสภาวะตั้งครรภ์หากครรภ์โดนกระแทกอย่างรุนแรงจากการตีขึ้นของหน้าขา อาจทำให้มีความเสี่ยงสูงและอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ผลการทดสอบนี้จึงช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจว่าจะช่วยลดการได้รับบาดเจ็บและลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวจากการไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้อง 

คารซีทแม่ท้องปกป้องลูกน้อยในครรภ์อย่างไรบ้าง  

ทารกที่อยู่ในครรภ์จะมีถุงน้ำคร่ำช่วยป้องกันการกระทบกระเทือน แต่หากได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงก็ส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้ การใช้คาร์ซีทแม่ท้องจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการแท้ง ปกป้องไม่ให้สายเข็มขัดนิรภัยกระแทกโดนบริเวณครรภ์จนทำให้เกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด และให้ลูกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์หลังคลอด  

ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทแม่ท้อง 

  1. ปกป้องจากแรงกระชากของเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ รองรับแรงกระชากจากการทำงานของเข็มขัดนิรภัยเมื่อเกิดการชนได้มากถึง 2 ตัน 
  2. แก้ปัญหาความอึดอัดจากการคาดสายเข็มขัดนิรภัยบริเวณหน้าท้อง เปลี่ยนเป็นการคาดผ่านบริเวณต้นขาแทน
  3. ลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งนานๆ บริเวณก้นก้บ ซึ่งเกิดจากผลของฮอร์โมนรีแล็กซิน (relaxin) เบาะเมมโมรี่โฟมจะช่วยลดแรงกดทับ ทำให้คุณแม่ท้องนั่งรถได้สบายขึ้น

นวัตกรรมสำหรับคนท้องที่ต้องเดินทางหรือขับรถยนต์เป็นประจำ  

การใช้คาร์ซีทแม่ท้องช่วยคลายความกังวล ไม่เครียด มั่นใจในการเดินทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไร คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield  ช่วยปกป้องแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์ให้ปลอดภัยจากการถูกสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนครรภ์  

ผลลัพธ์หลังใช้จากผู้ใช้จริง

“ปลอดภัยกับคนท้องมาก ที่สำคัญ safe น้องในท้องเรา ใช้งานง่าย แนะนำเลยค่ะ “  

“สบายใจทุกครั้งที่เดินทาง ไม่ต้องคอยดึงเข็มขัดนิรภัยเวลาคาด เพราะ Tummy Shield ทำให้เข็มขัดนิรภัย ไม่รัดหน้าท้อง ไม่อึดอัด แถมยังช่วยให้เจ้าตัวเล็กในครรภ์ปลอดภัย” 

“ตัดความกังวลไปได้เลยว่า เข็มขัดจะมารัดหน้าท้องไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือคนนั่ง Tummy Shield ช่วยเพิ่มความให้เรากับลูก สำหรับคนเป็นแม่ความปลอดภัยของเบบี๋สำคัญที่สุด” 

รู้จักคาร์ซีทแม่ท้องมากขึ้น คลิก https://me-qr.com/ZA1oJgah

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวพบกับเจ้าตัวน้อยในอีก 9 เดือนข้างหน้านี้ เชื่อว่าหลายๆท่าน น่าจะกำลังเตรียมให้พร้อมก่อนที่คุณแม่จะคลอด เมื่อเจ้าตัวน้อยเกิดมา จะได้มีทุกอย่างไว้อย่างครบครัน ดังนั้น BabyGift จึงได้นำ Baby Checklist ฉบับสมบูรณ์ มาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่า หมวดของใช้คุณแม่ คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นม หมวดสุขอนามัย หมวดอาบน้ำ หมวดเดินทาง หมวดทานอาหาร หมวดนอนหลับ หมวดอเนกประสงค์ หมวดเวชภัณฑ์ ยา อาหารเสริม หมวดทำความสะอาด หมวดเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เคล็ดลับในการเลือกของใช้ การเตรียมของใช้จำเป็นสำหรับแม่มือใหม่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายและราบรื่น อย่าลืมเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการของครอบครัวและคำนึงถึงคุณภาพเป็นหลัก เพื่อความสุขและความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก

ตัดเล็บทารก หน้าที่นี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะแอบเกร็งเลยใช่ไหมคะ เพราะนิ้วลูกยังเล็กมาก เล็บก็ยังอ่อนและเปราะบาง คุณพ่อคุณแม่เลยกลัวว่าจะตัดเล็บเข้าเนื้อทำให้ลูกน้อยเจ็บตัวได้ แต่อย่ากลัวเลยค่ะ เพราะเรามี ”วิธีการตัดเล็บทารก” มาแชร์ให้อ่านกัน วิธีตัดเล็บนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความมั่นใจในการตัดเล็บให้ลูกน้อยมากขึ้น ตัดเล็บทารก เรื่องง่าย ๆ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสม ตัดเล็บทารก ควรตัดบ่อยแค่ไหน เล็บมือทารกจะยาวขึ้นวันละ 0.1 มม. ส่วนเล็บเท้าจะยาวช้ากว่า เด็กเล็กจึงควรตัดเล็บมือเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และเล็บเท้า 2-3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วงเดือนแรกลูกน้อยเล็บยังนิ่ม แต่ก็สามารถบาดผิวลูกได้ จึงแนะนำให้ใช้การตะไบมากกว่าการตัด แต่หลังจากนั้นเล็บจะแข็งแรงขึ้น สามารถเลือกใช้ตะไบตัดเล็บหรือกรรไกรก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของคุณพ่อคุณแม่ วิธีตัดเล็บทารก ตัดเล็บทารกให้ไม่เข้าเนื้อ ตัดเล็บเข้าเนื้อ อันตรายกว่าที่คิด การตัดเล็บให้ลูกน้อยอย่างไม่เชี่ยวชาญ ใช้อุปกรณ์ตัดเล็บไม่เหมาะสม และไม่ระวังมากพอ อาจทำให้ตัดเข้าเนื้อ เล็บฉีก จนลูกน้อยบาดเจ็บเลือดไหล และอันตรายไปถึงขั้นติดเชื้อได้เลยนะคะ  จากข้อมูลเพจเรื่องเล่าจากโรงหมอ ได้นำเสนอข่าวเด็กวัยสิบเดือนที่ยายตัดเล็บให้ จากนั้นนิ้วโป้งเท้าของเด็กก็เริ่มบวม แดง อักเสบ มีไข้สูง เมื่อพาไปพบคุณหมอก็ได้ข้อวินิจฉัยว่าเด็กนิ้วเท้าอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด คุณหมอจึงขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่นำรูปมาโพสต์เตือนให้พ่อแม่ทุกคนระวังในการตัดเล็บลูกน้อยมากขึ้น เห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกอุปกรณ์ตัดเล็บให้เหมาะกับวัยของลูกและควรตัดอย่างระมัดระวังมากขึ้นนะคะ ที่ตัดเล็บเด็ก ควรใช้แบบไหนให้ปลอดภัย 1. กรรไกรตัดเล็บเด็ก 2. […]

นมแม่ คืออาหารมหัศจรรย์ของลูกน้อย อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่ครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งคุณค่าสารอาหารในนมแม่ สำคัญที่สุดต่อการช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกทุกด้าน ได้แก่ อุ่นนมแม่ให้ถูก ลูกได้คุณค่าเต็มที่ เมื่อรู้ว่านมแม่มีคุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยกินนมแม่ให้นานที่สุด  เพื่อให้ลูกได้รับคุณค่าน้ำนมให้มากที่สุด ด้วยการทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูก และให้ความสำคัญกับการอุ่นนมแม่ที่แช่แข็งหรือทำสต๊อกไว้มาให้ลูกกินด้วย เพราะหากอุ่นนมแม่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ลูกเจ็บป่วยท้องเสีย แถมยังสูญเสียสารอาหารที่มีคุณค่าในนมแม่ไป   เราจึงขอแนะนำวิธีการอุ่นนมที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดมาฝากกันค่ะ วิธี อุ่นนมแม่ จากช่องแช่แข็ง ปัจจุบันมีเครื่องอุ่นนม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการละลายนมแม่แช่แข็ง ซึ่งมีการทำงานที่หลากหลายทั้งอุ่นนม ละลายน้ำแข็ง อุ่นอาหาร และฆ่าเชื้อได้  โดยคุณแม่ควรพิจารณาเลือกซื้อที่มีมาตรฐานความปลอดภัย  สามารถเลือกปรับอุณหภูมิได้ตามความเหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าของนมแม่ไว้ให้ครบถ้วน ข้อควรระวัง เรื่องเข้าใจผิดของการ อุ่นนมแม่ ทำเสียคุณค่าน้ำนม  ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/HpH/admin/news_files/718_49_1.pdf, FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ,https://www.phyathai.com/https://library.thaibf.com/ (คลังข้อมูล มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย)

เชื่อว่าปัญหาที่หลายๆ บ้านจะต้องเจอก็คือ การที่ลูกรักไม่ยอมกินข้าว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป เมื่อเริ่มเดินได้คล่อง เริ่มวิ่งได้บ้าง ก็จะติดเล่น ไม่ค่อยยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย บางคนก็อมข้าว ไม่ยอมเคี้ยว หรือหันหน้าหนี กว่าจะป้อนหมดชามก็ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเป็นกังวล เพราะการที่ลูกเราไม่ยอมกินข้าวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของลูกได้ แต่ปัญหาการกินของลูกรับมือได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่ต้องให้เวลา ใช้ความเข้าใจ และต้องใจแข็งนิดหน่อย ก็จะทำให้ลูกมีวินัยในการกินมากขึ้น ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ? มาลองฝึกลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันกับ BabyGift ได้เลยค่ะ ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ ทำยังไงดี ? ชวนดูเทคนิคดีๆ ที่ทำให้ลูกกินได้มากขึ้น การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในปริมาณที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับลูกน้อย เพราะส่งผลต่อการเจริญเติบโตตามวัย หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั้นอาจทำให้ลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และสุขภาพไม่แข็งแรงได้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเด็กอายุครบ 1 ขวบจะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธอาหารหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหยิบจับอาหารเข้าปากได้เอง การปฏิเสธ หรือคายอาหารจึงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองกินสิ่งที่เป็นพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบนั้นจะเกิดขึ้นไม่นานและหายไปได้เอง แต่เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมกินยาก […]

การนับอายุครรภ์คือหนึ่งในเรื่องที่สร้างความสับสนให้คุณแม่มือใหม่หลายคน และมักจะถูกถามบ่อย ๆ ว่า “ตอนนี้ท้องกี่เดือนแล้ว?” “อายุครรภ์เท่าไหร่?” ซึ่งบางครั้งคุณแม่เองก็อาจจะยังไม่แน่ใจนัก การทราบอายุครรภ์ที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เพื่อตอบคำถาม แต่ยังเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง วันนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาไขข้อสงสัยและเรียนรู้วิธีการนับอายุครรภ์ให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดกัน การนับอายุครรภ์สำคัญอย่างไร การนับอายุครรภ์ที่ถูกต้องและแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินพัฒนาการของทารกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงวางแผนการตรวจครรภ์และติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ประโยชน์ของการนับอายุครรภ์ การนับอายุครรภ์มีประโยชน์หลายอย่างที่คุณแม่ควรรู้ ประการแรกคือช่วยให้แพทย์ประเมินพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ตรงตามช่วงอายุจริง เช่น ขนาดของทารก หรือการเต้นของหัวใจ ประการที่สองคือช่วยกำหนดวันคลอดที่คาดการณ์ไว้ (EDC) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อมเรื่องของใช้ต่าง ๆ เช่น ของเตรียมคลอด ของใช้ลูกแรกเกิด อุปกรณ์แม่และเด็กมีอะไรบ้าง หรือการวางแผนการลาคลอด ประการที่สามคือใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางการแพทย์ เช่น การให้ยา หรือการทำหัตถการต่าง ๆ อย่างปลอดภัย 6 วิธีนับอายุครรภ์ที่ทำได้ด้วยตัวเอง การนับอายุครรภ์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด คุณแม่สามารถเริ่มต้นคำนวณได้ด้วยตัวเองหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป 1. นับอายุครรภ์ที่นับตามวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับคุณแม่ที่จำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้แม่นยำ โดยสูตินรีแพทย์จะเริ่มนับอายุครรภ์จากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มา (LMP) และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งปกติแล้วการตั้งครรภ์จะครบกำหนดที่ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และสามารถนำไปคำนวณวันคลอดที่คาดไว้ได้อย่างแม่นยำ […]

การนอนกรนของแม่ท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ เช่น ท้องโตขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย การสูบฉีดเลือด ระบบไหลเวียนของเลือด รวมทั้งการเต้นของหัวใจ ซึ่งการสูบฉีดไหลเวียนเลือดที่มากขึ้น จะไปกระตุ้นเส้นเลือดในโพรงจมูก ทำให้มีภาวะบวมน้ำส่งผลให้เวลานอน จะรู้สึกหายใจไม่สะดวก และเกิดเสียงกรนนั่นเอง ประกอบกับลักษณะการนอนของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะนอนมากกว่าปกติ แต่ประสิทธิภาพ การนอนลดลง ช่วงหลับลึกและหลับฝันน้อยลง ทำให้ง่วงบ่อยและงีบในตอนกลางวัน ต่อมาช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน คุณแม่จึงจะเริ่มนอนเหมือนปกติ แต่ประสิทธิภาพการนอนจะยังไม่เหมือนเดิม ทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม พอเข้า 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อายุครรภ์ 6-9 เดือน คุณแม่จะนอนสั้นลง ประสิทธิภาพการนอนยิ่งแย่ลงไปอีกด้วย เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ และเป็นช่วงที่คุณแม่นอนกรนมากขึ้น ทั้งนอนกรนผิดปกติ หรือภาวะหยุดหัวใจขณะหลับก็จะเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอดนี้ด้วย แม้โอกาสเกิดขึ้นจะมีน้อยก็ตาม 6 ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจเพิ่ม หากคุณแม่เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ต้องติดตามและเฝ้าสังเกตอาการตัวเอง เพื่อป้องกันและรักษาต่อไป โดยกลุ่มเสี่ยงมีปัจจัยดังนี้ ขอบคุณข้อมูลสัมภาษณ์จาก : พ.อ.(พ).ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์  ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event