ความเชื่อคนท้องแบบไหน? Out ไปหมดแล้ว

คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว

ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ

เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่

มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง

ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน

เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก  หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า  อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์  จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด

ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด  และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง  ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ

คนท้องห้ามกินของดำ 

จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น  ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า การที่ลูกน้อยจะมีสีผิวแบบไหน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมสีผิวของคุณพ่อคุณแม่และญาติพี่น้อง โดยที่อาหารต่างๆ ไม่ได้มีผลต่อผิวพรรณของลูกน้อยในครรภ์แต่อย่างใด  ฉะนั้นหากอาหารนั้นมีสีดำแต่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ได้ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเจ็บป่วยท้องเสีย คุณแม่ก็สามารถกินได้นั่นเอง

แม่ท้องห้ามกินกล้วยน้ำว้า 

อีกหนึ่งความเชื่อที่เอาท์ไปแล้วคือ แม่ห้องห้ามกินกล้วยน้ำว้า เพราะเชื่อว่าจะทำให้ลูกตัวใหญ่ และทำให้คลอดยาก ซึ่งความเป็นจริงแล้วคุณแม่สามารถกินกล้วยน้ำว้าได้ เนื่องจากกล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพียงแต่คุณแม่ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะกล้วยน้ำว้ามีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลสูง หากกินมากอาจทำให้น้ำหนักคุณแม่เพิ่มขึ้นมาก รวมถึงหากกินกล้วยที่ยังไม่สุกดีหรือห่าม ก็อาจจะทำให้มีอาการท้องผูกท้องอืดง่าย นอกจากนี้ในสมัยก่อนที่ห้ามกิน เพราะหากแม่น้ำหนักมากหรืออ้วนก็จะทำให้คลอดยากเป็นอันตราย เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีการผ่าคลอด

แม่ท้องห้ามกินเนื้อสัตว์และไข่

ในบางจังหวัดหรือบางท้องถิ่นในประเทศไทย มีความเชื่อห้ามคุณแม่ท้องไม่ให้กินเนื้อสัตว์  เช่น เนื้อวัว รวมถึงกินไข่ ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้มีไขติดตามตัว ล้างออกยาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีข้อห้ามสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในการกินเนื้อวัวและไข่ คุณแม่จึงสามารถกินได้ แต่อาจเพราะส่วนใหญ่คนที่กินเนื้อวัวมักชอบกินเนื้อวัวติดมัน คุณแม่จึงควรระมัดระวังไม่กินมาก เพราะอาจจะทำให้อ้วนได้ ส่วนไข่มีคุณค่าทางอาหารสูง คุณแม่สามารถกินได้ แต่ก็ควรกินอย่างพอดี ไม่กินซ้ำๆ กินทุกวัน  แต่หากคุณแม่เชื่อแบบนี้ไม่กินไข่หรือเนื้อสัตว์เลย จะทำให้มีปัญหาขาดโปรตีนที่จำเป็น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ลูกตัวเล็ก และมีผลเสียต่อสุขภาพคุณแม่เองด้วย

ความเชื่อดีๆ ที่แม่ควรจะมีไว้

คราวนี้เรามาดูความเชื่อที่มีเหตุผลดีๆ รองรับ เพราะความเชื่อเหล่านี้เป็นอุบายของคนโบราณที่ช่วยเตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ให้ระมัดระวังตัวเอง ถือเป็นความเชื่อที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อยค่ะ

คนท้องห้ามนั่งขวางบันได

เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ โดยผู้เฒ่าผู้แก่หรือบุคคลภายในครอบครัวมักจะคอยเตือนคุณแม่ว่าไม่ให้นั่งขวางบันได โบราณถือ เพราะถึงเวลาคลอด ลูกจะคลอดยาก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของบางถิ่นที่ว่าบันไดหรือประตูมีผีคอยดูแลรักษาอยู่ คุณแม่จึงไม่ควรไปนั่ง   ซึ่งแม้ความจริงแล้วการนั่งของคุณแม่จะไม่เกี่ยวกับการคลอดยาก แต่การนั่งขวางบันไดอาจจะทำให้คุณแม่ตกบันได หน้าคว่ำ สะดุด จนเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายได้

คนท้องห้ามเย็บปักตัดเสื้อผ้า

เพราะถือกันว่าเดี๋ยวลูกออกมาจะปากแหว่งเพดานโหว่  ซึ่งความจริงแล้วเด็กหลังคลอดที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการพัฒนาอวัยวะที่ผิดปกติในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ การได้รับสารเคมีหรือสารพิษจากแม่ท้องที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการที่คุณแม่เย็บตัดผ้าขณะท้อง

แต่เชื่อว่าที่มีข้อห้ามนี้ เพราะหากคุณแม่ท้องต้องก้มๆ เงยๆ เย็บผ้า ต้องเพิ่งมอง หรือนั่งนานๆ อาจทำให้คุณแม่ปวดหัว ปวดหลัง ปวดเมื่อย และเสี่ยงต่ออาการเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมได้ง่าย ไม่ดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตรายจากอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นขอให้คุณแม่เชื่อเรื่องนี้ไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ

ห้ามอาบน้ำตอนดึก

ข้อห้ามนี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อคุณแม่ท้อง เพราะข้อห้ามอาบน้ำตอนดึกหรือตอนกลางคืนที่ปู่ย่าตายายคอยเตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ท้อง เนื่องจากในสมัยก่อนวิถีชีวิตแตกต่างากปัจจุบัน ห้องน้ำไม่ได้สะดวกสบาย อาจต้องลงไปข้างนอกหรือนอกบ้าน จนทำให้เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ  แต่ในยุคนี้แม้ห้องน้ำจะสะดวกสบาย ปลอดภัยขึ้น แต่การที่คุณแม่จะต้องออกไปนอกห้องตอนกลางคืน ที่มีความมืด อาจะสะดุด เกิดอุบัติเหตุ ลื่นหรือหกล้มได้ ฉะนั้นแนะนำให้คุณแม่อาบน้ำแต่วัน อย่ารอให้ค่ำมืด จะดีที่สุดค่ะ

ห้ามคนท้องนอนหงาย

เพราะมีโบราณห้ามไว้ว่าแม่ท้องนอนหงายลูกจะดิ้นแรง ทำให้ท้องแตกหรือคลอดก่อนกำหนดได้  แต่ความจริงแล้วเมื่อเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีอายุครรภ์มาก มีท้องใหญ่ การนอนหงายจะทำให้คุณแม่อึดอัด หายใจไม่สะดวก  นอนไม่สบาย เพราะน้ำหนักของมดลูกและตัวลูกน้อยที่มากจนทับส่วนต่างๆ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่มีความดันโลหิตต่ำ จนหน้ามืด เวียนหัว หรือเป็นลมได้นั่นเอง

คนท้องห้ามไปงานศพ 

ความเชื่อว่าคนท้องห้ามไปงานศพ เพราะจะมีสิ่งไม่ดีเข้าตัวนั้น เรื่องนี้ถือเป็นกุศโลบายเพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์หรือบรรยากาศที่ส่งผลทำให้จิตใจหดหู่เศร้าหมอง  เพราะในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรมีจิตใจที่สดชื่น ผ่อนคลายแจ่มใส แต่ในงานศพจะมีแต่ความเศร้าเสียใจ ดังนั้นหากไม่จำเป็นคุณแม่ก็ไม่ควรไปงานศพให้หดหู่ใจค่ะ

อย่างไรก็ตามหากคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่มั่นใจในเรื่องความเชื่อและข้อห้ามต่างๆ  สามารถปรึกษาแพทย์ว่าข้อควรปฏิบัติต่างๆ ที่คุณแม่ควรทำคืออะไร เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องยิ่งขึ้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

แน่นอนว่าคุณแม่ทุกบ้านจะต้องตื่นเต้นกับการทานข้าวมื้อแรกของลูก แต่นอกจากความตื่นเต้นแล้ว การฝึกลูกน้อยให้มีวินัยในการรับประทานอาหารก็ถือเป็นงานหินชิ้นนึงเลยล่ะค่ะ สำหรับคุณแม่ๆ บ้านไหนที่กำลังหาวิธีฝึกลูกน้อยให้คุ้นชินกับการทานข้าวอยู่ล่ะก็ มาดูกันดีกว่าว่าเรามีวิธีดีๆ อะไรมาฝากกันบ้าง ฝึกลูกหม่ำข้าวด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องบังคับ 1. นั่งโต๊ะและเริ่มทานข้าวพร้อมกัน  อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าเด็กมักจะชอบเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ นั่นแหละค่ะ เราลองเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวช่วยกันดีกว่า เพราะงั้นเวลาเราทานข้าว เราก็ควรให้ลูกน้อยของเรานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยเนอะ ให้เค้าเห็นว่าทุกคนมีความสุขในการรับประทานอาหาร เห็นเวลาเรานำช้อนเข้าปาก ให้เค้ารู้ว่าการทานข้าวเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทำ และเค้าก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน แม้ตอนแรกอาจจะมีร้องงอแงบ้าง แต่ก็อย่าไปยอมแพ้ค่ะ ทำบ่อยๆ ทำให้เป็นกิจวัตร เดี๋ยวเค้าก็จะชินไปเอง 2. ทานอาหารให้เป็นเวลา  คุณแม่บางบ้านอาจจะยุ่งหัวหมุนกับทั้งงานประจำและงานบ้านจนเผลอไม่ได้ทานข้าว อ๊ะๆ ถ้าคุณแม่กำลังเป็น Working Woman แบบนี้อยู่ เราขอให้คุณแม่วางงานซักนิด แล้วมาทานข้าวกับลูกน้อยเมื่อถึงเวลา เพราะเราควรฝึกให้เค้าคุ้นเคยกับเวลาที่ต้องทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น คุณแม่ก็ควรจะให้เค้าทานเวลาเดิมๆ นอกจากจะสร้างนิสัยให้เค้าแล้ว ยังเป็นการปรับระบบย่อยอาหารภายในร่างกายของลูกน้อยอีกด้วยน้า ถ้าเค้าคุ้นเคยกับเวลาแล้ว ทีนี้ล่ะ ไม่ต้องเรียกเลย พอถึงเวลาเค้าก็จะหิวขึ้นมาเอง 3. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย  เด็กหลายๆ คนเบื่อข้าว อมข้าว เพราะอาจจะเป็นเรื่องของรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือเมนูอาจจะซ้ำซากจำเจจนเกินไป การเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายเนี่ย นอกจากจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังทำให้เค้าเพลิดเพลินไปกับเมนูใหม่ๆ ด้วยนะ […]

รีวิวลูกค้าที่น่ารักจาก Baby Gift Showroom นะคะ…^^ …วันนี้คุณแม่อารมณ์ดีจร้า อากาศเย็นสบายลูกชายก็อารมณ์ดี ไม่งอแง ให้กินก็กิน ให้นอนก็นอน คุณแม่เลยได้พักผ่อนนอนกลางวันอย่างเต็มอิ่ม หลับยาวๆไป พออารมณ์ดี แล้วอากาศก็ดี แดดอ่อนๆ ตอนเย็นๆ ก็เลยคิดว่าจะพาลูกออกมาเดินเล่นสักหน่อย แม่ลูกจะไปยังไงกันอะหรอ ถ้าอุ้มเดินไปคงไมไหว คุณแม่มีตัวช่วยที่ดีที่จะพาลูกออกไปเที่ยวนอกได้อย่างสบายๆ แอ่น แอน แอ๊น !!!! รถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุดจร้า รุ่น Optia เพิ่งไปถอยมาไม่กี่วันนี้เอง บอกเลยชอบมาก ใช้ทุกวันคร้า เข็นเดินเล่นในบ้านบ้าง ออกนอกบ้านบ้าง ไปช้อปปิ้งก็สบาย ก็เพราะคุณสมบัติที่สุดยอดไปเลย คุณสมบัติแบบ Double เลิศเล่อเพอร์เฟคที่สุด ไหนๆก็ต้องออกมาเดินเล่น ก็ขอรีวิวซ่ะหน่อยน๊า!!! ก่อนจะซื้อรถเข็นเด็กก็เลือกแล้วเลือกอีก ดูหลายๆยี่ห้อ มีทั้งราคาแพงเว่อวัง แต่คุณสมบัติก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนไอ้ที่ราคาถูกๆก็เหมือนจะพังง่าย และก็เข็นน่าลำบากเหลือเกิน โยกไปโยกมาทั้งคัน ลูกนั่งคงเวียนหัวแย่!!! แต่กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น Optia ลองเข็นพื้นเรียบก็เข็นง่าย แต่พอลองเข็นกับสนมหญ้าแล้ว ว้าวเลยค่ะ […]

อาการลูกแหวะนมเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในทารกแรกเกิด แต่คุณแม่หลายท่านอาจกังวลว่าความถี่แบบไหนที่เรียกว่าปกติ หรือแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนของโรค การทำความเข้าใจสาเหตุที่ลูกแหวะนมเกิดจากอะไร จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่รับมือได้อย่างถูกวิธี เพื่อให้เจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างมีความสุขและสบายตัวในทุกมื้ออาหาร สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกแหวะนม และอาการที่ต้องระวัง แม้การที่ลูกแหวะนมจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างพัฒนาการตามวัยกับการเจ็บป่วย โดยคุณแม่ต้องสังเกตทั้งปริมาณความถี่ พฤติกรรมการกิน และสัญญาณความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของลูกน้อย ระบบย่อยอาหารทารกและการทำงานของหูรูดกระเพาะ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ลูกแหวะนมเกิดจากอะไรนั้นมาจากกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ในช่วง 4 เดือนแรก ประกอบกับกระเพาะอาหารของทารกยังมีขนาดเล็กมาก เมื่อรับน้ำนมในปริมาณที่มากเกินไป น้ำนมจึงไหลย้อนกลับออกมาได้ง่ายนั่นเอง สัญญาณเตือนภาวะกรดไหลย้อนหรืออาการแพ้นมวัว หากลูกแหวะนมบ่อยเกินไปร่วมกับอาการร้องงอแง ปฏิเสธการดูดนม หรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ อาจเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อน (GERD) หรือการแพ้นมวัว ซึ่งคุณแม่ควรสังเกตว่ามีผื่นขึ้นหรือถ่ายผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ทันที 9 เทคนิคช่วยลดอาการลูกแหวะนม ให้ลูกน้อยสบายตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการให้นมสามารถช่วยลดอาการลูกแหวะนมได้ในหลายกรณี โดยคุณแม่สามารถนำ 9 เทคนิคนี้ไปปรับใช้เพื่อให้ลูกน้อยย่อยง่ายขึ้น 1. ป้อนนมก่อนลูกหิวจัดเพื่อลดการรีบทานจนสำลัก เมื่อลูกหิวมากเกินไปจะทำให้เขารีบดูดนมอย่างรวดเร็วและกลืนอากาศเข้าไปในกระเพาะปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดแรงดันจนลูกแหวะนมออกมาได้ง่าย การให้ลูกกินนมในจังหวะที่เขายังไม่หิวจัดจึงช่วยลดโอกาสการเกิดแก๊สในท้องได้อย่างดี 2. ควบคุมจังหวะการให้นมอย่างใจเย็นไม่เร่งรีบเกินไป การรีบป้อนนมจะทำให้ลูกกลืนลมเข้าไปมากกว่าปกติ คุณแม่ควรค่อย ๆ ให้ลูกดูดนมอย่างช้า ๆ และหยุดพักเป็นระยะ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ทันจังหวะการกลืน ช่วยลดโอกาสที่น้ำนมจะล้นออกมาจนเกิดอาการลูกแหวะนมหลังมื้ออาหาร 3. จัดท่าศีรษะให้สูงกว่าลำตัวขณะลูกกำลังดูดนม ท่าทางมีผลอย่างมากต่อการเดินทางของน้ำนม คุณแม่ควรจัดให้ศีรษะของลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเสมอขณะให้นม […]

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ? จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ 4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว […]

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : เว็ปไซด์ theasianparent.com

ในช่วงแรกของการเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ คำถามที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ “ทำไมต้องใช้หมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุย” แท้จริงแล้วหมอนเหล่านี้มีประโยชน์มากมายสำหรับเจ้าตัวน้อย เนื่องจากช่วยป้องกันปัญหาหัวแบน กระดูกสันหลังบิดเบี้ยว ช่วยเพิ่มความสบายในการนอนหลับ ระบายอากาศได้ดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนมาเรียนรู้เหตุผลสำคัญที่คุณพ่อ คุณแม่ทุกคนไม่ควรมองข้ามในการเลือกหมอนสำหรับทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมห้องนอนเด็กอ่อนให้พร้อมก่อนคลอดกันค่ะ  เลือกหมอนทารกใบแรกให้ลูก ต้องเลือกยังไง ? หมอนหัวทุยจำเป็นหรือเปล่า ?  หมอนสำหรับทารกถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลเจ้าตัวน้อย แม้จะดูเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ แต่การเลือกหมอนที่เหมาะกับทารกจะส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยอย่างมาก คุณพ่อ คุณแม่คนไหนที่กำลังสงสัยว่าจะเลือกหมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุยยังไงดี ไปหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้พร้อมๆ กันเลยค่ะ  หมอนทารก คืออะไร ?  หมอนสำหรับทารก เป็นหมอนขนาดเล็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทารก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้   ควรใช้หมอนทารก เมื่อไหร่ ?  ตามคำแนะนำจากกุมารแพทย์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้มีการสรุปว่า ท่านอนที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับทารก คือการนอนหงายบนพื้นผิวแบนราบโดยไม่มีสิ่งของใดๆ อยู่บนเตียงนอน เช่น ผ้าห่ม ตุ๊กตา หมอน เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือโรคไหลตายในทารก (SIDS) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็กอายุไม่เกิน 4 เดือน การใช้หมอนอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการอุดกั้นทางเดินหายใจของทารก เมื่อทารกพลิกตัว หรือคว้าวัตถุเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid