กรดไหลย้อนในทารก เกิดจากอะไร? และวิธีป้องกัน

ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่เป็นกรดไหลย้อนได้ เพราะลูกน้อยวัยทารกเบบี๋ก็เป็นได้เช่นกัน ! แถมคุณแม่รู้ไหมว่าเด็กทารกส่วนใหญ่เป็นกรดไหลย้อนได้มากถึง 25 คน จากทารกทั้งหมด 100 คนทีเดียว (ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล)

ดังนั้นเชื่อว่าทุกท่านคงจะอยากรู้ว่าทำไม? เด็กเล็กๆ จึงเป็นกรดไหลย้อนได้  สาเหตุมาจากอะไร แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไรบ้าง เพราะขนาดผู้ใหญ่อย่างเราป่วยกรดไหลย้อน ยังทรมานและใช้ชีวิตลำบาก เราจึงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกรักตัวน้อย ที่พูดบอกอาการไม่ได้ แถมยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกด้วย

ทำไม? กรดไหลย้อนจึงเกิดได้ กับลูกวัยทารก

  • เพราะลูกน้อยทารก มักจะกินนนมในท่านอน ทำให้นมและกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่าย
  • หูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายที่ต่อกับกระเพาะอาหารยังไม่แข็งแรง
  • การทำงานและการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารที่ยังช้าและไม่แข็งแรง

อาการของเบบี๋ เมื่อมีกรดไหลย้อน

  • แหวะนม สำรอกอาหาร หลายครั้งต่อวัน
  • อาเจียน หลังกินนม
  • ร้องไห้มากในขณะกินนม  กินนมได้น้อยลง
  • กระสับกระส่ายหลังกินนม ดูอึดอัด ไม่สบายท้อง
  • นอนไม่หลับ ร้องงอแง
  • น้ำหนักลูกขึ้นน้อย หรือไม่ขึ้นตามเกณฑ์ที่เหมาะสม

หากปล่อยให้ลูกเป็นเรื้องรัง อาจมีอาการไอ หลอดลมอักเสบ มีอาการที่รุนแรงลุกลาม จนอาจต้องใช้การผ่าตัดในการรักษาเพื่อให้หายได้

ป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกน้อยวันนี้!

คุณแม่จะคงจะคลายกังวลได้ หากรู้ว่าสามารถป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกน้อยได้  ด้วยวิธีการต่างๆ นั่นคือ

  • ปรับท่าการให้นม ดยให้ลูกกินนมในท่าที่ยกศีรษะสูงขึ้น
  • พยายามอุ้มลูกเพื่อให้เรอทุกครั้ง หลังกินนม
  • ไม่ให้ลูกกินนมแล้วนอนราบทันที โดยอาจจะอุ้มให้ตัวตั้งตรง หรือจับลูกนอนเอนให้ศีรษะตั้งขึ้นประมาณ 30 องศา อยู่ท่านี้สักพัก เพื่อให้น้ำนมไหลผ่านไปได้ดี ไม่ย้อนกลับขึ้นมา
  • ให้ลูกกินนมทีละน้อย  แต่บ่อยมื้อขึ้น

เตียงนอนปรับระดับศีรษะลูกน้อยได้

เป็นเตียงนอนสำหรับเด็กที่สามารถปรับระดับเตียงสูงต่ำได้ตามต้องการ ที่สำคัญยังช่วยป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกได้ เพราะสามารถปรับหัวเตียงให้ด้านศีรษะของลูกยกสูงขึ้นได้ง่ายๆ  โดยที่คุณแม่ไม่ต้องหาหมอนมาหนุนศีรษะลูก

เช่นเตียง เตียงนอนทารก Dreamie Bed Side Crib – Prince & Princess ที่สามารถปรับระดับศีรษะของลูกให้นอนสูงขึ้นได้ถึง 2 ระดับ  ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อนหลังกินนม ลดอาการปวดท้องให้ลูก

เตียงนอนรุ่นพิเศษนี้ยังเป็นเตียงนอนทารก ที่เปิดด้านข้างได้ติดตั้งข้างเตียงนอนคุณแม่ได้สะดวก  สามารถปรับสูงต่ำและมีสายล็อกยึดติดตามขนาดของเตียงนอนผู้ใหญ่ได้ ให้คุณแม่และคุณลูกใกล้ชิดให้นมแม่กันได้ยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเผลอนอนทับลูก  ร่วมกับมีฟังก์ชั่นเปลไกว ที่คุณแม่ใช้เปลี่ยนเป็นเปลแก่วงไกว กล่อมลูกน้อยนอนหลับได้ง่าย แถมยังเป็นเตียงที่ลากเข็น เคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้คุณแม่ลากเตียงลูกไปนอนในช่วงกลางวันระหว่างคุณแม่ทำกิจกรรมต่างๆ ได้สุดสะดวกทุกที่

ที่นอนกันกรดไหลย้อน

อีกหนึ่งตัวช่วยแบบ 2 in 1 ที่เป็นทั้งที่นอนแสนสบายและยังออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกได้อีก  นั่นคือ ที่นอนกันกรดไหลย้อนสำหรับทารกหรือเด็กอ่อน Elava  ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์  ให้ตัวเบาะเอียง 30 องศา  ใกล้เคียงกับองศาที่คุณแม่อุ้มลูก และยกศีรษะลูกให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนและอาการแหวะนม

ที่นอนนี้มี น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก คุณแม่สามารถพกเบาะนี้ไปได้ทุกที่ ให้ลูกหลับสบายทุกที่ ทุกเวลา

ไม่ว่าจะเป็นในช่วงที่ให้ลูกนอนกินนม หรือจะนอนหลังกินนม นอนเล่น นอนกลางวันก็สะดวกสบายใจ คุณแม่สามารถป้อนนมและให้ลูกหลับบนที่นอนได้เลย เพราะหลังกินนมลูกจะไม่ได้อยู่ในท่านอนราบ ป้องกันกรดไหลย้อนได้

นอกจากนี้ตัวเบาะที่นอนยังออกมาให้โอบรับตัวลูกน้อยได้ เพื่อให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจเวลานอน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกตลอดเวลา ช่วยให้ลูกนอนง่าย นอนได้นานและไม่ร้องกวนงอแง ที่สำคัญคือผ่านการทดสอบความปลอดภัย จากสถาบันชั้นนำในหลายประเทศว่าช่วยป้องกันไรฝุ่นและเชื้อแบคทีเรีย  พร้อมกับตัวเบาะสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

หมอนกันกรดไหลย้อน

หมอนกันกรดไหลย้อน mummom นวัตกรรมเพื่อคุณแม่และลูกน้อย ที่มีส่วนช่วยป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกทารกซึ่งคุณแม่ควรจะต้องมีติดบ้าน  ด้วยการออกแบบให้หมอนมีความเอียง 10 องศา ช่วยปรับท่านอนของลูกน้อย ให้ศีรษะยกอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหาร ทำให้กรดและนมไม่ไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารลูก  ช่วยลดอาการแหวะนม ป้องกันโรคกรดไหลย้อน ให้ลูกนอนได้นาน  รวมถึงมีส่วนช่วยลดหรือแก้อาการหายใจมีเสียงดังครืดคราด หรืออี๊ดอ๊าดของลูกได้ด้วย

หมอนกันกรดไหลย้อน ผลิตด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยมจาก Germany ที่มีความยืดหยุ่นเหมือนยางพารา ที่รับแรงกดทับได้ดี มีผิวสัมผัสหมอนที่นุ่มสบายอ่อนโยนต่อผิวลูก มีความหนาแน่นสม่ำเสมอ ไร้แรงกด ป้องกันศีรษะลูกแบน ให้ลูกน้อยสามารถนอนได้ทุกท่า นอนคว่ำ นอนตะแคง นอนหงาย ไม่ทำให้ลูกน้อยตกหมอน ที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพลูก เพราะระบายอากาศได้ดี ลูกไม่มีผดร้อน สามารถป้องกันไรฝุ่น ยับยั้งกลิ่นอับชื้นและแบคทีเรียได้ 100% ที่สำคัญหากคุณแม่ซื้อไปใช้จนถึงเวลาที่ลูกน้อยโตขึ้นหมดวัยแหวะนมแล้ว ยังเปลี่ยนไปเป็นหมอนธรรมดาให้ลูกนอนได้ถึง 5 ขวบ เรียกว่าทั้งคุ้มค่าและดีต่อสุขภาพลูกน้อยจริงๆ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

หมอนให้นม เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แม่และทารกรู้สึกสบายขณะให้นม มักจะมีรูปทรงคล้ายตัว C หรือ U ซึ่งช่วยรองรับทารก วัสดุส่วนใหญ่จะอ่อนโยน เพื่อไม่ผิวลูกเกิดอาการระคายเคือง ตัวหมอนหรือเบาะควรมีความนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift จะชวนแม่ๆ มารู้จักหมอนรองให้นมกันให้มากขึ้น พร้อมยี่ห้อดีๆ มาแนะนำกันค่ะ  รู้จัก หมอนรองให้นม ตัวช่วยคุณแม่ให้นมลูกที่สะดวก สบายขึ้น !  หมอนที่ใช้รองให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การให้นมแม่สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแม่มือใหม่หรือแม่ที่ต้องให้นมบ่อยๆ เพราะช่วยรองรับน้ำหนักทารกขณะให้นม ลดความเมื่อยล้าของแขนและไหล่แม่ หมอนให้นมจะช่วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม ทำให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลัง และคอของแม่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกที่ไม่ว่าคุณแม่น้ำนมเยอะ หรือน้ำนมน้อยต้องมีติดบ้านไว้กันเลยหล่ะค่ะ (อ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนม เพิ่มเติมได้อีก BabyGift มีเขียนไว้แล้วค่ะ)  ข้อดีของการใช้หมอนรองให้นม   การใช้หมอนเพื่อให้นมนั้น มีข้อดีหลายประการ ซึ่งช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีข้อดีอะไรบ้าง  แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมอนให้นมจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อไม่ใช้หมอน ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองและลูกที่สุดค่ะ  วิธีเลือกหมอนรองให้นม  การเลือกหมอนที่ใช้ช่วยคุณแม่สำหรับให้นมที่เหมาะกับการใช้งานนั้น สำคัญมากสำหรับความสะดวกสบายของทั้งตัวแม่และลูก ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่สบาย และผ่อนคลายมากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะ ว่าต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง  แนะนำ ท่าอุ้มลูกให้นมที่ถูกต้อง […]

โดยปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อคาร์ซีท รถเข็นเด็กไป จะไม่ค่อยได้คำนึงถึงว่าใช้งานไปนานเท่าไหร่แล้ว แล้วเมื่อไหร่ถึงจะต้องซักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค คาร์ซีท รถเข็นเด็ก จนกระทั้งเกิดความสกปรกขึ้น เช่น ฝุ่นควัน นม อาหาร หรือขนมต่างๆ หกใส่เบาะ คราบน้ำลาย คราบอาเจียน ที่ไม่สามารถเช็ดออกได้ เป็นคราบสกปรกเห็นได้ชัด ถึงจะทำความสะอาด แต่รู้ไหมว่ายิ่งทิ้งคราบแบบนั้นไว้นานเท่าไหร่ พวกเชื้อแบคทีเรียต่างๆที่เกิดขึ้นจากการหมักหม่น ก็จะเกิดการสะสมมากขึ้น ส่งผลร้ายต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความบอบบาง แพ้ง่าย ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ แนะนำการซักทำความสะอาดคาร์ซีท รถเข็นเด็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ควรซักทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน ตามการใช้งาน เพื่อช่วยให้คาร์ซีท รถเข็นเด็ก ของลูกสะอาดพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย สำหรับการซักทำความสะอาด ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งซักทำความสะอาดได้จากร้านที่ซื้อสินค้ามา เช่น ร้าน BabyGift ที่รับบริการถึง 3 สาขา ใกล้บ้าน แต่ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ ทางเราจึงมีเทคนิคการซักทำความสะอาดด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำความสะอาด คาร์ซีท รถเข็นเด็ก แยกการทำความสะอาดออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือผ้าหุ้มเบาะ […]

การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]

การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง  เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !  นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ  ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ  แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?  สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]

มือบวม-เท้าบวมเกิดจากอะไร? สำหรับคุณแม่หลายๆ ท่าน ไหนจะต้องรับมือกับท้องอันหนักอึ้งแล้ว ยังต่อเผชิญกับปัญหามือบวม-เท้าบวมอีกด้วย อาการบวมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพราะว่าคุณแม่อ้วนขึ้นหรือน้ำหนักขึ้นหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนในร่างกายที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง เอาแต่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดต่างหาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานของหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากดทับที่เส้นเลือดดำ เลือดก็เลยไหลเวียนลำบาก ทำให้มีการกักของเหลวไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้น นำไปสู่อาการมือบวม-เท้าบวมนั่นเองค่ะ อาการที่มักจะมาด้วยกัน อาการมือบวม-เท้าบวมส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้มาเดี่ยวๆ นะ เพราะอาการนี้มักจะมาร่วมกับอาการชา ใช่แล้วค่ะ! สาเหตุก็เพราะเส้นเลือดของคุณแม่ถูกกดทับอยู่นั่นแหละ คุณแม่บางคนอาจจะรู้สึกปวดเมื่อย และยิ่งจะมีอาการแย่ลงถ้าคุณแม่โหมงาน หรือยืนนานเกินไป คำเตือนก่อนจะเจอกับอาการมือบวม-เท้าบวม คุณแม่ที่สวมเครื่องประดับโดยเฉพาะแหวน ขอแนะนำให้ถอดเก็บไว้ก่อนนะคะ เพราะถ้าคุณแม่มีอาการมือบวมแล้วอาจจะถอดแหวนลำบาก หรืออาจถึงขั้นถอดไม่ได้เลย และที่สำคัญ ตอนคุณแม่จะคลอดน้องแล้วเนี่ย ต้องถอดเครื่องประดับทุกชิ้นเลยค่ะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่ไม่ถอดเตรียมไว้ก่อน อาจจะต้องใช้เครื่องตัดออกแทน เสียดายแย่เลย อย่าเพิ่งท้อใจ ยังมีวิธีรับมือ จริงอยู่ว่าไม่ใช่คุณแม่ทุกคนจะเจอกับอาการนี้ แต่คุณแม่ที่ต้องเจอกับการมือบวม-เท้าบวม ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปค่ะ วิธีรับมือกับอาการนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เดาๆ กันได้อยู่แล้ว ลองไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า 1. ไม่ยืน หรือฝืนยืนเป็นเวลานานๆ การยืนเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้อาการบวมนั้นแย่ยิ่งขึ้นนะคะ เพราะการยืนนานๆ จะทำให้คุณแม่ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาข้างใดข้างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่เต็มที่ 2. […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid