ไขข้อข้องใจ การอยู่ไฟ – ไม่อยู่ไฟ คุณแม่หลังคลอด ช่วยให้หุ่นคุณแม่กลับมาเป๊ะเร็วขึ้น

เพราะความสวย หุ่นดี เป็นสิ่งที่คู่ควรกับผู้หญิงอย่างเราอยู่เสมอ… การเป็นคุณแม่ นอกจากต้องเสียสละ ความเป็นส่วนตัวไปแล้ว ยังต้องเสียสละการมีหุ่นที่สวยเป๊ะ เหมือนสาววัยแรกแย้มอีก เพราะต้องยอมรับก่อนเลยว่าการตั้งครรภ์นี่หุ่นของคุณแม่จะพังแน่นอน และยิ่งขณะตั้งครรภ์ไม่ดูแลรูปร่างตัวเอง น้ำหนักขึ้นมาเยอะอีกหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง หลังคลอดคุณแม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหุ่นแน่ๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกปัญหามีทางออก ถ้าคุณแม่ให้ลูกกินนมแม่น้ำหนักก็จะลดเร็ว และยิ่งได้อยู่ไฟหลังคลอด ตามคำบอกเล่าโบราณอีก ก็พอทำให้หุ่นคุณแม่กลับมาเป๊ะเหมือนเดิมแน่นอน แถมบางคนยังมีผิวพรรณสดใสกว่าตอนก่อนตั้งครรภ์อีก…งานนี้แม่ๆ อยากจะรู้จักวิธีการอยู่ไฟแล้วใช่ไหม มันดียังไงกันนะ???

“อยู่ไฟ” หลังคลอด คงเป็นคำที่คุณแม่ทั้งหลายครุ่นคิดอยู่ในสมองว่า เราควรจะอยู่ไฟหลังคลอดดีไหม อยู่แล้วดีอย่างไร และควรทำที่ไหน วันนี้เราจะมาไขคำตอบคุณแม่ให้หายสงสัยกัน

เพราะร่างกายของคุณแม่หลังคลอดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกระบบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว หน้าอกขยายขึ้น เพราะมีการสร้างน้ำนมขึ้นมา ไปจนถึงมดลูกขยายตัวมาก ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคุณแม่หลังคลอด

การอยู่ไฟ เป็นการฟื้นฟูสุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับแม่หลังคลอด ซึ่งในสมัยก่อนยังไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มียาหยุดเลือด ไม่มียากระตุ้นน้ำนม การอยู่ไฟสมัยก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าให้กลับคืนสภาพปกติ แต่ในปัจจุบัน การอยู่ไฟถูกลดบทบาทลง ถ้าไม่อยู่ไฟในปัจจุบัน ถือว่าไม่อันตรายเพราะมียาครบครันกว่าสมัยก่อน ดังนั้นการอยู่ไฟจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว

ประโยชน์ที่ได้จากการอยู่ไฟ คือร่างกายคุณแม่จะฟื้นตัวเร็ว รูปร่างจะกลับมาดีขึ้น, น้ำหนักตัวลดลง, น้ำนมไหลดีขึ้น, เลือดไหลเวียนดี มีเลือดฝาด, ผิวพรรณผ่องใส, มดลูกเข้าอู่เร็ว, ร่างกายแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค, แก้ปวดเมื่อย ปวดเอว กระชับกล้ามเนื้อ แค่นี้ก็พบข้อดีของการอยู่ไฟกันไปแล้ว พอให้คุณแม่ได้มีพื้นที่ความสวยหุ่นเป๊ะอยู่บ้าง แต่ควรจะทำกันเวลาไหน ตอนไหนหล่ะ ที่นี่มีคำตอบ

สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติควรเว้นระยะให้แผลหายก่อนคือ 7-10 วันและ สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดควรเว้นระยะ อย่างน้อย 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เกิดการอักเสบติดเชื้อของแผลผ่าคลอด

การอยู่ไฟหลังคลอด มีหลากหลายวิธี ดังนี้

  1. การนวดเข้าตะเกียบ ช่วยให้สะโพกที่ขยายเข้าที่เร็วขึ้น กระชับขึ้น
  2. การทับหม้อเกลือ ซึ่งจะช่วยให้การขับน้ำคาวปลา และลดการปวดบริเวณมดลูก ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น น้ำคาวปลาเดินดีขึ้น
  3. การอบสมุนไพร จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย น้ำนมไหลดีขึ้น เพราะความร้อนจะไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  4. การอาบน้ำสมุนไพร ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยผ่อนคลาย
  5. การนั่งถ่าน จะเป็นการใช้ควันสมุนไพรรมบริเวณช่องคลอด ช่วยให้แผลแห้ง แผลปิดเร็ว ช่วยกระชับช่องคลอด ซึ่งในปัจจุบันจะมีไฟส่อง สำหรับอบแผลบริเวณช่องคลอด สามารถใช้ทดแทนการนั่งถ่านได้

ข้อห้ามสำหรับการอยู่ไฟ

  1. ไม่ทำในกรณีคุณแม่ยังตกเลือดอยู่
  2. ไม่ทำในกรณีคุณแม่มีไข้ ไม่สบาย
  3. ไม่ทำในกรณีคุณแม่อ่อนเพลีย มีความดันไม่ปกติ
  4. ไม่จำเป็นต้องพาลูกเข้าไปอยู่ไฟด้วย

ส่วนคุณแม่คนไหนไม่มีเวลา ไม่สะดวกอยู่ไฟก็ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีความเจริญก้าวหน้าไปไกลมาก คุณแม่ที่ไม่มีเวลาอยู่ไฟหลังคลอด ก็สามารถหาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย มารับประทาน เป็นตัวอย่างอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณแม่มีทางเลือกและประหยัดเวลามากขึ้น งานนี้ไม่ว่าคุณแม่จะเจอปัญหาสุขภาพหลังคลอดมาหนักแค่ไหน ก็มีสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ถูกนำมาสกัดเป็นยาบำรุงร่างกายสำหรับคุณแม่หลังคลอดโดยเฉพาะ จึงสังเกตเห็นได้ว่า คุณแม่ยุคใหม่นี้ เริ่มอยู่ไฟลดน้อยลง

งานนี้รับรองว่าจะช่วยไขข้อสงสัยคุณแม่กันได้แล้วว่า จะอยู่ไฟหลังคลอดดีไหม หรือจะเลือกกินสมุนไพรบำรุงร่างกายดี ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพึงพอใจของแต่ละบ้าน…แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็ควรทำให้ถูกวิธี เชื่อว่าคุณแม่ทั้งหลายจะกลับมายิ้มรับหุ่นใหม่ได้อีกครั้งแน่นอน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึงเป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่ายเพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุนไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วยผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุกอีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำนอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้องบางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่อองกากใยอาหารในข้าวกล้องนั้นถูกค้นพบว่า มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก เป็นข้อเสนอดีๆ ในการเลือกกินค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care

คุณแม่มือใหม่กับการเอาลูกน้อยเข้าเต้า ให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ฟังดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะการที่แขนของคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกและต้องก้มตัวให้นมลูกน้อยบ่อย ๆ อาจจะทำให้คุณแม่ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน หรือ เมื่อยล้าได้สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เพราะเห็นถึงปัญหาของคุณแม่หลังคลอด หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จึงถูกออกแบบมาเพื่อคุณแม่ให้นมโดยเฉพาะเลยค่ะ หมอนออกแบบตามสรีระศาสตร์ทารก ช่วยประคองคอและหลังของลูกน้อย พร้อมช่วยลดอาการปวดเมื่อยของคุณพ่อคุณแม่เวลาอุ้มทารกได้ด้วยค่ะ หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จำเป็นต้องมีไหม? คุณแม่ที่เชี่ยวชาญในการอุ้มทารกเป็นอย่างดี อุ้มลูกน้อยได้สบายหายห่วง เบาะอุ้มให้นมอาจจะดูไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เวลาให้นมลูกยังต้องเกร็งแขน จนต้องใช้วิธีเอาหมอนหนุนมาวางซ้อนกันหลาย ๆ ใบ เพื่อรองรับลูกน้อย ยกลูกให้ถึงเต้านม หมอนรองให้นมก็ถือว่าจำเป็นต้องมีค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยอยู่ในระดับที่ให้นมได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยของคุณแม่ และที่สำคัญหมอนทั่วไปไม่เหมาะกับการให้ทารกนอนระหว่างให้นม เพราะหมอนไม่ได้โค้งกระชับรองรับสรีระทารกค่ะ วิธีเลือกซื้อหมอนรองให้นม 1. เลือกจากรูปทรงหมอนรองให้นมมีหลายรูปแบบ เช่น รูปตัวยู, เบาะตามสรีระทารก เป็นต้น คุณแม่ควรจะเลือกแบบที่ตัวเองถนัด ที่สำคัญคุณสมบัติหลักควรจะกระชับรองรับสรีระทารกได้เป็นอย่างดี 2. กระชับแนบตัวลูก หรือ ตัวคุณแม่หมอนรองให้นมควรจะแนบกระชับตัวลูกน้อย รองรับตามสรีระเด็กทารก เพื่อให้คุณแม่อุ้มได้ถูกท่า หากเป็นแบบหมอนรูปตัวยู ควรจะปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่ ไม่ให้หมอนเลื่อนหลุดง่าย […]

นั่งดูหนังฝรั่งส่วนใหญ่ก็ฟังแค่เสียง แต่ตัวอักษรแปลด้านล่างก็มองเห็นไปพร้อมกันเพราะเลี่ยงไม่ได้  ทำให้หลายครั้งจะเกิดอาการสะดุดในการดู ด้วยมีความรู้สึกว่า”?!?” ในใจ ก็คนแปลนะสิคะ  น่าจะเก่งการแป ลแต่คงไม่เก่งเรื่องสำนวน หลายครั้งที่คำไม่ได้มีความหมายตรงตามพจนานุกรม ดูมาหลายเรื่องหลายคำโดยที่ไม่ได้ใส่ใจนัก  จนกระทั่งเจอกับคำว่า shower ซึ่งเป็นเรื่องของมารยาทและธรรรมเนียมต่างๆ เข้าพอดี ในหนังเรื่องหนึ่ง ตัวละครพูดว่า “…baby shower…” คำแปลขึ้นว่า “อาบน้ำเด็ก”  ส่วนอีกเรื่องได้ยินคำว่า “…wedding shower…”  คำแปลขึ้นว่า “รดน้ำแต่งงาน” คนดูที่ไม่ได้สนใจเสียงภาษาอังกฤษ  ก็เข้าใจตามตัวอักษรไทยที่ปรากฏ  คนที่ดูหนังจริงจังหน่อย  อาจเกิดความสงสัยว่าสิ่งที่ตัวละครพูดมันเกี่ยวกับเรื่องที่ดำเนินอยู่ยังไงหว่า? ใช่ค่ะ shower แปลว่ารดน้ำ อาบน้ำ ซึ่งถ้าละเอียดขึ้นอีกนิด ก็ต้องบอกว่าเป็นการรด หรืออาบโดยใช้ฝักบัวให้น้ำโปรยปรายลงมา ไม่ใช่นอนแช่อ่างหรือตักราดโครมๆ แต่ shower ในที่นี้ หมายถึงธรรมเนียมในการจัดงานปาร์ตี้ประเภทหนึ่ง  ซึ่งเวลาพูดจะมีคำว่า party ตามหลังหรือไม่ก็ได้ การจัดงานเพื่อให้ของขวัญล่วงหน้าแบบนี้ไม่ใช่ธรรมเนียมไทย  ถ้าจะให้ของขวัญเด็กก็ต้องรอให้คลอดออกมาซะก่อน และด้วยความที่เราไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญอะไรดี  ทุกวันนี้ก็เลยให้เงินแทนซะเลย อยากได้อะไรก็ซื้อเอาเอง ก็ดีไปอย่างค่ะ  แต่ไร้อารมณ์ไปหน่อย การจัดปาร์ตี้แบบ shower นั้น สร้างความอบอุ่น สนุกสนาน มิตรภาพ และความใกล้ชิดได้ดีมาก แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีต่อกันและกัน  เพราะเป็นงานเลี้ยงที่เจ้าภาพไม่ได้จัดให้ตัวเองแต่จัดให้กับคนที่ตนรัก กิจกรรมการเปิดของขวัญคือไฮไลต์ของงาน แต่ก็มีกิจกรรมอื่นๆ เช่น เกมหรือการแสดงก็เป็นสีสันของงานการจัดงานจะมี Theme […]

นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]

ต้องบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่นั้นโชคดีมากมาย เพราะการเลี้ยงลูกสมัยนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ช่วยทุ่นแรง ช่วยประหยัดเวลา และช่วยทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ช่วยให้นมแม่ เรียกว่ามีสารพัดตั้งแต่ช่วยให้นม ทำความสะอาด ช่วยเตรียมอาหาร ครบถ้วนทั้งอุปกรณ์การนอน การกิน การอยู่สำหรับคุณแม่และลูกน้อย และสิ่งหนึ่งที่หลายๆ บ้านขาดไม่ได้ และคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมองหา เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก นั่นคือ เป้อุ้มเด็ก เครื่องทุ่นแรงสำคัญที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา  และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม เพราะลูกเบบี๋ยังเดินไม่ได้ การกิจวัตรการดูแลลุกส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อยๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น หลายชั่วดมงต่อวัน  แถมยังต้องอุ้มลูกนานตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง   ฉะนั้นเพื่อตอกย้ำถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้เป้อุ้มเด็ก  ให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อเป้อุ้มให้ลูกดีหรือไม่  ได้เห็นถึงข้อดีว่ามีแค่ไหน…เชื่อว่าเมื่อรู้แล้วทุกท่านจะสามารถเลือกซื้อใช้กันได้มั่นใจยิ่งขึ้น 10 ข้อดี ที่ต้องมี เป้อุ้มเด็ก 1. ประหยัดแรงกาย ประหยัดแรงคน เพราะเป้อุ้มเด็ก จะช่วยทุ่นแรงคุณแม่ไม่ต้องเดินอุ้มลูก ใช้กำลังแขนกำลังมืออุ้มลูกบ่อยๆ ประหยัดแรงกาย ช่วยให้คุณแม่ไม่เมื่อยล้า แต่เป้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวของลูกน้อยด้วยเป้และสายรัดให้อยู่กับตัวคุณแม่ ประหยัดแรงคนไม่ต้องหาคนมาช่วยอุ้มลูกเวลาที่คุณแม่จะต้องทำงาน เดินซื้อของ หรือทำธุระอื่นๆ 2. ลูกปลอดภัย นั่งและนอนได้สบาย เมื่อลูกน้อยอยู่ในเป้อุ้มเด็กจะปลอดภัย เพราะตัวคุณแม่และเป้จะประคองลูกตลอดเวลา ซึ่งเป้อุ้มเด็กส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุที่ทำด้วยผ้าหนานุ่ม […]

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event