เครื่องปั๊มนม จำเป็นไหม? ควรซื้อเมื่อไหร่ดี?

น้ำนมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และยูนิเซฟ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด  และควรให้นมแม่แก่ลูกน้อยเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตลอดจนให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีคุณค่า ปลอดภัยและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่า หรือนานที่สุดตราบเท่าที่ลูกและแม่ยังมีความต้องการนมแม่อยู่

ด้วยเพราะนมแม่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเพื่อพัฒนาลูกทุกด้านทั้งด้านสมอง ความฉลาด การเจริญเติบโต อารมณ์จิตใจ แถมการให้นมแม่ยังช่วยให้ครอบครัวประหยัด  นมแม่สะอาด และสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกคนตั้งใจที่จะให้นมแม่หลังคลอดทันที  ตลอดจนมองหาอุปกรณ์ช่วยในการให้นมแม่ได้สำเร็จ เพื่อให้ลูกรักได้ประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่และยาวนาน

“ เครื่องปั๊มนม ”  ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ยุคใหม่ให้นมแม่ได้สะดวกมากขึ้น  และเป็นตัวช่วยสำคัญในการปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกนมแม่ไว้ในยามที่ต้องไปทำงาน  ทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านต้องซื้อเป็นของใช้ประจำตัว

แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าเครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นหรือไม่? เพราะลูกน้อยทารกสามารถดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้   เราจึงมาชี้ให้เห็นถึงข้อดีของเครื่องปั๊มนมว่ามีความจำเป็นหรือช่วยคุณแม่ได้แค่ไหน พร้อมคำแนะนำว่าคุณแม่ควรซื้อเมื่อไร จึงจะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด

เครื่องปั๊มนม ช่วยแม่ให้นมลูกได้อย่างไรบ้าง?

  1. กระตุ้นให้น้ำนมแม่มีต่อเนื่อง ในยามที่ลูกไม่ได้ดูดกระตุ้น หรือต้องออกไปข้างนอก  เพราะกระบวนการสร้างน้ำนมแม่ในร่างกาย จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นให้ระบายออกและผลิตใหม่ หมุนเวียนกันไปอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหากคุณแม่ไม่ได้ให้ลูกดูดนม หรือปั๊มนมเพื่อกระตุ้นและระบายน้ำนมออกทุกๆ  2-3 ชั่วโมงสม่ำเสมอ  น้ำนมแม่ก็จะผลิตน้อยลง จนหดหายไป ลูกก็จะไม่ได้กินนมแม่เต็มที่และยาวนาน
  2. ช่วยกระตุ้นเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่ ให้มีมากเพียงพอต่อลูกน้อย การให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าเป็นการกระตุ้นน้ำนม และช่วยสร้างน้ำนมได้ดีที่สุด แต่การใช้เครื่องปั๊มนมจะยิ่งช่วยกระตุ้นเสริ ม ให้ร่างกายคุณแม่มีการสร้างน้ำนมมาชดเชยเพิ่มมากขึ้น เช่นหลังจากให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าเสร็จแล้ว อาจปั๊มนมต่ออีกนิด หรือปั๊มนมจากเต้านมอีกข้าง  หรือให้ลูกน้อยดูดนมจากเต้า สลับกับการใช้เครื่องปั๊มนม และปั๊มนมอย่างมีวินัย จะยิ่งทำให้น้ำนมแม่มามาก และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยเสมอ
  3. เป็นตัวช่วยสร้างวินัยในการให้นมแม่  เนื่องจากการให้นมแม่ได้สำเร็จตั้งแต่หลังคลอด และให้นมแม่ได้นานที่สุด คุณแม่จำเป็นต้องให้ลูกน้อยดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นและระบายน้ำนมออกจากเต้าสม่ำเสมอ โดยไม่ควรทิ้งช่วงไว้นาน  แม้ลูกจะหลับยังต้องปลุกมาเพื่อดูดนมแม่กระตุ้นทุก 2-3 ชั่วโมง แต่หากคุณแม่มีเครื่องปั๊มนม จะทำให้คุณแม่ปั๊มนมได้สม่ำเสมอ  กระตุ้นและระบายน้ำนมออกจากเต้าได้ตามเวลาที่ต้องการ หรือทำได้ทันทีเมื่อเต้านมคัด  แม้เวลาที่ลูกหลับ
  4. ช่วยให้คุณแม่ทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้  ไม่ต้องซื้อหานมใดๆ เสริม เพราะคุณแม่จะสามารถปั๊มนม เก็บน้ำนมแม่ แช่ตู้เย็น หรือตู้แช่แข็งไว้ให้ลูกกินได้ เมื่อต้องไปไปธุระนอกบ้าน  หรือเมื่อต้องกลับไปทำงานหลังคลอด ทำให้ลูกได้กินนมแม่ต่อเนื่องยาวนาน สม่ำเสมอ  โดยไม่จำเป็นต้องใช้นมผสมเสริม  ลูกน้อยจึงได้คุณค่าสารอาหารเต็มที่ พร้อมๆ กับครอบครัวได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วย 
  5. แบ่งเบาภาระคุณแม่  เวลาเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เมื่อต้องให้นมลูกตอนกลางคืน หรือในช่วงที่ต้องการพักผ่อน  การใช้เครื่องปั๊มนมเพื่อปั๊มนมแม่เก็บไว้ล่วงหน้า จะทำให้คุณแม่ลดความอ่อนล้า ในการอดนอน หรือความเมื่อยเนื้อตัว เมื่อต้องอยู่ในท่าให้นมนานๆ ได้
  6. เพิ่มความมั่นใจ ว่าจะให้นมแม่ได้นานที่สุด เพราะเครื่องปั๊มนมจะอยู่คู่กายคุณแม่ ช่วยปั๊ม ช่วยกระตุ้น และช่วยทำสต๊อกนมแม่ให้คุณแม่ให้นมลูกได้สำเร็จและยาวนานที่สุด ตามที่ตั้งใจไว้  ยิ่งให้ลูกดูดเต้านมสลับกับการปั๊มนมได้สม่ำเสมอเท่าไร  ลูกรักก็จะได้คุณค่าจากนมแม่เพื่อภูมิต้านทาน พัฒนาการสมองและเติบโตได้นานไปจนโต  เพราะคุณแม่บางท่าน สามารถปั๊มนาทำสต๊อกนมแม่ และให้นมแม่กับลูกได้ไปจนถึงวัยอนุบาลเลยทีเดียว
  7. ใช้ได้คุ้มค่า และยาวนาน  นอกจากเครื่องปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ ในแบบที่ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อนมอื่นใด มาเสริมให้ลูกน้อยแล้ว เครื่องปั๊มนมส่วนใหญ่จะใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่า หากคุณแม่เลือกซื้อที่ผลิตมาได้มาตรฐาน  มีความคงทน  ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ใช้ถูกวิธี  อาจต้องมีเปลี่ยนอะไหล่หรือชิ้นส่วนบ้างตามกาลเวลาหรือความเหมาะสม แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า  เพราะซื้อเครื่องปั๊มนมแม่แค่ 1 ชิ้น แต่จะมีนมแม่ให้ลูกกินไปจนโต

เครื่องปั๊มนมได้ เลือกซื้อได้ตามทรัพย์และสไตล์ครอบครัว

สำหรับบางบ้านที่คุณแม่สะดวกและมีเวลาเต็มที่เพื่อให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก  เพราะอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมได้  แต่จากสื่อและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าเครื่องปั๊มนมในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลายราคา  ทำให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้หลายแบบหลายชนิดตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง   ดังนั้นเครื่องปั๊มนมจึงถือว่าไม่ได้เป็นของใช้ที่สิ้นเปลืองเท่าไร   คุณแม่พอใจหรือสะดวกแบบไหนก็เลือกได้แบบนั้นเลยค่ะ

ซื้อเครื่องปั๊มนมเมื่อไรดี?

  1. วางแผนซื้อได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ หากคุณแม่วางแผนที่จะให้ลูกน้อยได้คุณค่านมแม่เต็มที่และนานที่สุด  ควรเริ่มมองหาหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ โดยควรเลือกและวางแผนดูว่าควรจะใช้เครื่องปั๊มนมแบบไหนให้เหมาะกับการเลี้ยงลูก  ลองทดสอบ สอบถามผู้ที่มีประสบการณ์ อ่านข้อมูลความรู้ต่างๆ  และไปดูด้วยตัวเองล่วงหน้าก่อนคลอดเพื่อให้ในช่วงหลังคลอด คุณแม่จะได้มีตัวช่วยในการปั๊มนมแม่กระตุ้น ร่วมกับให้ลูกทารกแรกเกิดดูดกระตุ้นได้ทันที ไม่ต้องหาซื้อในช่วงพักฟื้น หรือกำลังเลี้ยงลูกแรกเกิด ให้เกิดฉุกละหุก
  2. เลือกซื้อ เปรียบเทียบกันตอนหลังคลอด * แต่หากคุณแม่ไม่ได้วางแผน เตรียมไว้ หรือซื้อในช่วงตั้งครรภ์  หลังคลอดก็ยังสามารถเลือกซื้อได้ เพียงหาเวลาไปศึกษาหรือเลือกดูสักนิด ยิ่งในปัจจุบันคุณแม่สามารถเลือกซื้อ เปรียบเทียบสินค้า และสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ ก็ยิ่งทำให้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการเลี้ยงลูกหรือออกไปข้างนอก  ก็มีเครื่องปั๊มนมใช้ ทำสต๊อกนมแม่ หรือกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้ลูกรักได้ง่ายดาย

ส่วนจะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบไหนดี  และมีความแตกต่างอย่างไร? เรามีบทความแนะนำเอาไว้ให้คุณแม่หาข้อมูลช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อไว้ในเว็บนี้แล้วค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

บ้านไหน ? กำลังวางแผนซื้อรถเข็นให้ลูกอยู่บ้างเอ่ยยย พ่อแม่หลายคนถาม หมอแอม เข้ามากันเยอะมาๆๆ ว่าเวลาซื้อรถเข็นให้ลูกควรดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกรถเข็นให้ลูกยังไง? ให้เหมาะกับสถานการณ์โควิด และสภาพแดดบ้านเราแบบนี้ ?? วันนี้ หมอแอม มีหลักการเลือกรถเข็นเด็ก ง่ายๆ สไตล์คุณหมอมาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ                    ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงช่วงนี้ที่มีสถานการณ์โควิดระบาด และคิดว่าน่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพัก  เด็กเล็ก 0-2 ขวบที่ยังใส่แมสก์เหมือนผู้ใหญ่ไม่ได้ คำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา และกรมอนามัย คือ แนะนำว่าเด็กเล็กๆให้หาผ้าคลุม หรือใช้รถเข็นเด็กแล้วคลุมผ้าไว้แทนการใส่แมสก์ได้ค่ะ  ทีนี้จะเลือกรถเข็นยังไงล่ะ? ให้เหมาะกับลูก เหมาะกับบ้านเรา และเหมาะกับสถานการณ์โควิด หรือสารพัดโรคระบาดของเด็กเล็กได้ วันนี้หมอแอมมีหลักการเลือกรถเข็นเด็กมาฝากค่ะ หลักการเลือกรถเข็นเด็ก 5 ข้อ เพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม 1) อันดับแรกที่ หมอแอม ดู คือ โครงสร้างต้องแข็งแรง และมีระบบลดการสั่นสะเทือน […]

การเป็นแม่มือใหม่คือการเผชิญหน้ากับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพของลูกน้อย เพราะสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตและพัฒนาการของเด็กๆ ในวัยเด็กแรกเกิด ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ดูยากในตอนเริ่มต้น แต่แม่มือใหม่สามารถเริ่มต้นด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพดีได้ มาดูกันว่า 10 เคล็ดลับที่จะช่วยเลี้ยงลูกให้สุขภาพดีมีอะไรบ้างค่ะ 1. ให้นมแม่เป็นหลัก การให้นมแม่เป็นการมอบสารอาหารที่ดีที่สุดแก่ลูกในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต นมแม่มีทั้งสารอาหารที่ครบถ้วนและภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็ก เคล็ดลับ: 2. เริ่มอาหารเสริมเมื่อถึงเวลา เมื่อเด็กครบ 6 เดือน ควรเริ่มให้อาหารเสริมเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต การเลือกอาหารที่เหมาะสมจะช่วยพัฒนาร่างกายและสมองของลูกได้อย่างดี เคล็ดลับ: 3. ส่งเสริมการนอนหลับที่เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กและช่วยพัฒนาสมอง เด็กเล็กต้องการการนอนหลับมากในแต่ละวัน เคล็ดลับ: 4. ฉีดวัคซีนตามกำหนด การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง เช่น โรคหัด คอตีบ หรือบาดทะยัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม เคล็ดลับ: 5. ให้ลูกได้รับการเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพัฒนาการร่างกายและสมองของลูก การให้ลูกมีโอกาสเคลื่อนไหวตามวัย เช่น การคลาน การนั่ง หรือการยืน ช่วยเสริมพัฒนาการให้ดีขึ้น เคล็ดลับ: 6. รักษาความสะอาดและสุขอนามัย การรักษาความสะอาดทั้งร่างกายและสิ่งแวดล้อมช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น การติดเชื้อในช่องปากหรือผิวหนัง […]

เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก พับเล็กอย่างเดียวไม่พอ เอาที่ลูกนั่งสบายด้วยนะคะ เพราะรถเข็นเด็กคือที่พักผ่อนของเด็กๆ คุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ คือ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก แนะนำรถเข็นเด็ก Aprica Magical Air แบบน้องอลิน-อลัน คันนี้แม่โอปปลื้มมาก จนต้องบอกต่อใน IG พิสูจน์แล้วโดยคุณแม่เซเลปคนดัง มั่นใจในผลิตภัณฑ์เด็ก Aprica #แท็กสามี #แท็กเพื่อน แล้วจัดทริปเลยค่ะ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]

ขวดนมที่ผลิตจากพลาสติกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นขวดที่ผลิตจากพลาสติกประเภท polypropylene (PP), polyethersulfone (PES), polyphenylsulfone (PPSU) ซึ่งไม่มีสาร BPA ในกระบวนการผลิต (สามารถตรวจสอบได้ที่ข้างกล่อง) สามารถใช้ตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ และยังเป็นการชลอการเสื่อมของพลาสติกเพราะการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV เป็นการใช้แสงและความร้อนต่ำแต่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99% ขวดนมที่ผลิตจากแก้ว สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ทุกแบรนด์ ขวดนมที่ผลิตจากซิลิโคนที่มีขอบเกลียวเป็นพลาสติกแบบถอดแยกชิ้นส่วนได้ สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ เพราะไม่ใช้สารเคมีในการเชื่อมขอบเกลียวพลาสติกให้ติดกับขวดซิลิโคน ขวดนมที่ไม่สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ ขวดนมที่ผลิตจากซิลิโคนที่มีขอบเกลียวเป็นพลาสติกแบบแยกชิ้นส่วนไม่ได้ ไม่สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ เพราะมีการเชื่อมต่อระหว่างขอบเกลียวพลาสติกและขวดซิลิโคนให้ยึดติดกันโดยใช้วัสดุ ที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นตัวเชื่อม ซึ่งวัสดุที่ใช้เชื่อมนี้จะเสื่อมสภาพเมื่อได้รับแสง UV เป็นระยะเวลานาน คำแนะนำสำหรับการใช้ขวดนม : ควรเปลี่ยนขวดนมหลังจากการใช้งานแล้วทุกๆ 6-12 เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร?  เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก   เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม  ข้อดี […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event