อาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างไรให้ถูกวิธี ? และปลอดภัยต่อลูกน้อยมากที่สุด
เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ
ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด
- อ่างอาบน้ำ
- แผ่นกันลื่น
- ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่และผืนเล็ก
- ฟองน้ำถูตัวแบบนุ่ม
- สบู่เหลวอาบน้ำชนิด Head to Toe
- สำลีชุบน้ำต้มสุกสำหรับเช็ดตา
- กระดาษเปียก
- สำลี และแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดสะดือ
- ผ้าอ้อม และเสื้อผ้าที่สะอาด
- ที่รองนอนสำหรับถอดเสื้อผ้า และแต่งตัวลูกน้อย ควรหุ้มด้วยพลาสติกเพื่อกันน้ำ หรือปูด้วยผ้าขนหนูเพื่อซับน้ำ
วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก

1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อม
ผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการข่วนผิวหนังของเด็กด้วยค่ะ
2. เตรียมน้ำที่ใช้อาบ
เตรียมน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำ ซึ่งน้ำไม่ควรอุ่นหรือร้อนจนเกินไป อาจอยู่ที่ประมาณ 30 – 37 องศาเซลเซียส หรือ เป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง หากน้ำร้อนเกินไปอาจทำให้เด็กผิวแห้งได้ ทั้งนี้ควรเตรียมสภาพแวดล้อมให้มีอุณหภูมิเหมาะสมด้วย เช่น ถ้าอยู่ในห้องแอร์ก็ควรปิดแอร์ก่อน เพราะเมื่ออาบน้ำเสร็จ ลูกจะสัมผัสกับอากาศเย็นอาจทำให้หนาวสั่น และไม่สบายได้

3. สระผมให้ลูก
วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ในกรณีที่ต้องการสระผมให้ลูก ให้ประคองลูกโดยการใช้ฝ่ามือข้างที่ถนัดช้อนประคองตรงต้นคอ และศีรษะของลูกไว้ พร้อมกับใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดอุ้มลูกหันลำตัวเข้าหาเรา อาจห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูขณะสระผมก่อนก็ได้ เพื่อป้องกันเด็กหนาว จากนั้นใช้นิ้วโป้ง และนิ้วกลางของมือด้านเดียวกันกดพับหูลูกไว้ เพื่อป้องกันน้ำเข้าหู และจัดท่าทางให้ศีรษะเด็กอยู่ต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไหลย้อนไปทางศีรษะ ไม่ไหลมาทางลำตัว การสระผมสามารถใช้ฟองน้ำนุ่มๆ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบีบน้ำลงบริเวณเส้นผมของลูกเพื่อทำความสะอาดแทนการตักน้ำราด เพราะอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าตาลูกได้ หลังจากนั้นให้เช็ดผมลูกให้แห้งก่อน แล้วจึงค่อยพาไปอาบน้ำต่อ
4. อาบน้ำให้ลูกน้อย
สำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ให้ประคองลูกน้อยโดยใช้ฝ่ามือประคองที่ท้ายทอยของลูก และใช้นิ้วที่เหลือล็อคบริเวณใต้รักแร้ของเด็ก ใช้มืออีกข้างล็อคบริเวณก้นของลูกเอาไว้ และนำลงอ่างอาบน้ำ สำหรับการถูสบู่นั้น ให้ใช้มือและแขนของเราประคองตัวของลูกอยู่ตลอดเวลา ส่วนมืออีกข้างนั้นให้ใช้ถูสบู่และล้างตัวให้ลูกน้อย ในระหว่างอาบน้ำ คุณแม่อาจร้องเพลงเบาๆ เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย หรือสบตากับลูกน้อยเพื่อให้ลูกรู้สึกอุ่นใจ หรือพูดคุยกับลูกไปด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยอีกทางหนึ่ง โดยพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ สำหรับช่วง 1 – 2 เดือนแรกนั้น จะเป็นการมองจ้องหน้า สบตา ฟังเสียงคนคุยด้วย และแยกเสียงแม่จากผู้หญิงคนอื่นได้ เป็นต้น
5. อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ
เมื่อล้างสบู่ออกเรียบร้อยแล้ว ให้อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ไว การอาบน้ำเด็กแรกเกิดไม่ควรอาบน้ำเกิน 5 – 7 นาที เพราะจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้ เมื่อขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ห่อตัวลูกน้อยด้วยผ้าขนหนูเพื่อความอบอุ่น และอุ้มลูกไปวางบนเบาะที่รองนอน จากนั้นเช็ดตัวลูกน้อยให้แห้ง โดยเฉพาะตามบริเวณข้อพับต่างๆ
6. เช็ดทำความสะอาดส่วนอื่นๆ
เตรียมสำลีชุบน้ำต้มสุก เพื่อเช็ดตาให้กับลูกน้อยของเรา ควรใช้สำลีแผ่นใหม่เสมอสำหรับเช็ดดวงตาแต่ละข้าง โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ เช็ดรอบปาก และจมูกให้ทั่วใบหน้าของลูก รวมถึงบริเวณคอ และหลังหู จากนั้นเช็ดสะดือลูกด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ ซึ่งสายสะดือจะค่อยๆ แห้งและหลุดออกภายใน 2 สัปดาห์ รวมถึงการเช็ดอวัยวะเพศของลูกน้อยให้สะอาดด้วยการใช้กระดาษเปียกหรือสำลีแผ่นใหญ่ชุบน้ำต้มสุก (ควรแยกส่วนระหว่างสำลีเช็ดตากับสำลีเช็ดส่วนอื่น ๆ ให้ชัดเจนนะคะ)
7. แต่งตัวให้ลูกน้อย
เมื่อเช็ดทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาใส่เสื้อผ้าให้ลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ลูกน้อยอย่างโลชั่นหรือเบบี้ออยล์ที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่อเด็กเล็ก หรือ ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็ได้ค่ะ จากนั้นใส่ผ้าอ้อมและใส่เสื้อผ้าให้ลูกน้อย ควรเลือกเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่มนวล ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน หรือถ้าอากาศเย็นก็ควรใส่เสื้อผ้าหนาขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับลูกน้อยค่ะ
ข้อควรระวังในการอาบน้ำเด็กแรกเกิด

- ควรอาบน้ำในเวลาสาย ๆ หรือบ่าย ๆ ไม่ควรอาบตอนเช้าตรู่ หรือตอนค่ำเพราะอากาศเย็น อาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้
- ไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยอยู่เพียงลำพังอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม
- ห้ามใช้สบู่ของผู้ใหญ่อาบน้ำเด็กแรกเกิดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้
- ห้ามใช้สบู่ทุกชนิดล้างหน้าลูกน้อย แม้ว่าจะเป็นสบู่เด็กก็ตาม เพราะอาจเข้าตาลูกและทำให้แสบระคายเคือง เป็นอันตรายต่อดวงตาได้
- เมื่อต้องอาบน้ำเด็กทารก ควรเช็กอุณหภูมิของน้ำก่อนอาบน้ำให้ลูกน้อยทุกครั้ง
- ไม่ควรปล่อยให้ลูกหนาวสั่น ควรใช้ผ้าขนหนูห่อตัวขณะสระผม จากนั้นเช็ดผมให้แห้งก่อนพาลูกไปอาบน้ำเป็นลำดับต่อไป
BabyGift แนะนำตัวช่วยสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด

1. โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff – PRINCE & PRINCESS
ตัวช่วยที่ทำให้การอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายขึ้นก็คือ โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff จากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS ปรับใช้งานได้แบบ 3 in 1 ยืนอาบน้ำให้ลูกน้อยได้สะดวก ไม่ปวดหลัง ดีต่อคุณแม่ผ่าคลอด มีเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมเพื่อใช้สำหรับเช็ดตัวและแต่งตัวให้ลูก แถมยังมีอ่างอาบน้ำตั้งพื้น ใช้งานได้นาน 2 ปี ทั้งนี้ มีสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจมาก ๆ ก็คือ หากเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้ลูกบนโต๊ะ ควรระมัดระวังลูกพลัดตกจากโต๊ะเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่บนโต๊ะเพียงลำพังอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้นะคะ
จุดเด่น
- วัสดุและโครงสร้างออกแบบได้มาตรฐาน มีผลการทดสอบรับรองความปลอดภัยระดับสากล
- โครงอลูมิเนียมแข็งแรง ปลอดภัยมั่นคง
- ข้อต่อแข็งแรงพิเศษ รับน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม
- พับแล้ววางตั้งได้ พร้อมลากได้ เคลื่อนย้ายสะดวกสบาย ประหยัดพื้นที่
- ล้อเข็นมีระบบล็อค ยืนอาบน้ำลูกได้อย่างปลอดภัย
- มีช่องวางสบู่ แชมพู และชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำด้านล่าง หยิบใช้ได้สะดวก คุณแม่ไม่ห่างจากตัวลูกน้อย
- มีสายยางระบายน้ำทิ้ง สะดวกในการทำความสะอาด
- ติดตามพัฒนาการลูกได้ทุกวัน ด้วยเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมแถบวัดส่วนสูงลูก 0 – 60 เซนติเมตร
- ตากผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าของลูกได้ในตัว เป็นมากกว่าอ่างอาบน้ำลูกน้อย

2. BELLINI SPONGE ฟองน้ำธรรมชาติ รุ่น Honeycomb No.12
ฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นฟองน้ำเนื้อละเอียดนำเข้าจากประเทศอิตาลี ผ่านการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเซียน่า (University of Siena) สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผิวแพ้ง่าย ซึ่งฟองน้ำแบบ Honeycomb เป็นฟองน้ำธรรมชาติที่สามารถดูดซับ และอุ้มน้ำได้ดี อีกทั้งยังให้สัมผัสที่นุ่มละมุน อาบน้ำลูกน้อยได้อย่างสบายตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เกิดการระคายเคือง
จุดเด่น
- เป็นฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมติเตอร์เรเนียน 100%
- ฟองน้ำมีการซึมซับดีเยี่ยมมากกว่าฟองน้ำสังเคราะห์ และสามารถคลายตัวได้รวดเร็วกว่า
- ฟองน้ำมีความนุ่มพิเศษ มีผิวสัมผัสอ่อนโยนเหมาะสำหรับเด็กเล็ก
- ฟองน้ำมีความยืดหยุ่น ทนทาน ไม่เปื่อยหรือยุ่ยง่าย สามารถใช้งานได้ยาวนาน
- สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ถ้ามีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จากสภาพโครงสร้างภายในจากธรรรมชาติที่มีช่องทางการไหลผ่านของน้ำและอากาศต่อเนื่องกัน ปราศจากสารตกค้าง เช่น สบู่ โฟม ภายในฟองน้ำ
- ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิวหนัง และได้รับการรับรองจากสถาบันผู้เขี่ยวชาญด้านผิวหนังของมหาวิทยาลัย Siena
- ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100%

3. Soft แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น Baby Smile 0-3 ขวบ
สำหรับลูกน้อยที่เริ่มมีฟันขึ้นแล้ว อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลสุขอนามัยที่ดีก็คือ แปรงฟันสำหรับเด็ก ซึ่งแปรงสีฟันไฟฟ้าของแบรนด์ Soft รุ่น Baby Smile สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 0 – 3 ขวบ เป็นแปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกน้อยของเรามีสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง
จุดเด่น
- มีสีสันที่สดใส กระตุ้นให้ลูกน้อยสนุกกับการแปรงฟัน
- สั่น 17,000 ครั้งต่อนาที ด้วยระบบโซนิคไม่ทำให้เหงือนร่น
- ขนแปรงดูปองท์หนานุ่ม หน้าตัดโค้งเพื่อความนุ่มนวล
- ขนาดพอเหมาะกับปากเด็กเล็ก มีไฟ LED สีขาวเพื่อมองเห็นช่องปากได้ชัดเจน
- ด้ามแปรงออกแบบมาพิเศษเพือให้เด็กเล็กจับได้ถนัดมือและไม่ลื่น
- มี Safety lock สกรูเพิ่มความปลอดภัยกันเด็กเปิดที่ใส่ถ่าน
- กันน้ำด้วยมาตรฐาน IPX7
- มีถ้วยดูดสูญญากาศด้านล่างแปรง สามารถตั้งวางได้ ลดพื้นที่จัดเก็บและช่วยให้ขนแปรงไม่สัมพัสกับสิ่งสกปรก
- ด้ามแปรงรับประกัน 1ปี

4. แปรงสีฟันซิลิโคน แบบสวมนิ้ว Finger Toothbrush – PRINCE & PRINCESS
สำหรับทารกแรกเกิด หรือ เด็กเล็ก ที่ลิ้นเป็นคราบนมสีขาว แนะนำให้ใช้แปรงซิลิโคนทำความสะอาดได้ เพราะขนแปรงนุ่มพิเศษ มาตรฐาน Food Grade ปลอดสาร BPA Free อีกด้วย ทั้งนี้ทันตแพทย์เด็กแนะนำให้ใช้ทำความสะอาดลิ้น เหงือกและฟันของลูกน้อยเป็นประจำเพื่อสุขภาพฟันที่ดีค่ะ
จุดเด่น
- แปรงสีฟันทำจากซิลิโคนคุณภาพสูง Food Grade
- ไร้สาร BPA Free ปลอดภัยต่อทารก
- ขนแปรงซิลิโคนกลมมน อ่อนนุ่มพิเศษ ไม่ระคายเคืองเหงือกและช่องปาก
- ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพทารก
- ขึ้นรูปแปรงแบบชิ้นเดียว เพื่อความปลอดภัย
- ขนาดออกแบบให้เหมาะต่อช่องปากของทารก
- ด้านปุ่มนูนสามารถนวดเหงือกทารกได้ ทำให้เหงือกแข็งแรง
- มีกล่องเก็บแปรง ป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก พร้อมพกพาสะดวก
- เหมาะสำหรับเด็ก 6 เดือน+
เป็นยังไงบ้างคะ วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้นไม่ได้ยากจนเกินไปใช่มั้ยคะ เพียงแต่ว่ามีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายข้อหน่อย ซึ่งถ้าหากอาบน้ำอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ลูกน้อยปลอดภัย สบายตัว และมีสุขอนามัยที่ดี ทั้งนี้ หากลูกโตขึ้น จนสามารถนั่งในอ่างอาบน้ำได้แล้ว อาจเสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำโดยสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำที่ทำให้ลูกน้อยมีความสุข เช่น การเพิ่มของเล่นลอยน้ำอย่างเป็ดลอยน้ำหรือตุ๊กตาลอยน้ำเพื่อเสริมพัฒนาการด้านการหยิบจับ หรือของเล่นเสริมพัฒนาการอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างความสุข สนุกสนานขณะที่ลูกอาบน้ำได้ดี ทำให้ลูกสนุกกับการอาบน้ำและมีสุขอนามัยที่ดีค่ะ
ถ้าหากต้องการตัวช่วยในการอาบน้ำให้ลูกน้อย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้าน BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 6 สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก : https://www.youtube.com/watch?v=0yrgitV9vY8
https://www.babycenter.com/baby/bathing-body-care/when-can-my-baby-go-in-the-shower_1368466
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งของคุณแม่ลูกอ่อน โดเฉพาะคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด เครื่องปั๊มนมจะช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการคัดเต้านม ซึ่งการที่คุณแม่ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้คุณแม่สามารถสต็อกน้ำนมได้ตามความต้องการ ปัจจุบันในท้องตลาดมีเครื่องปั๊มนมหลากหลายยี่ห้อมากมาย และก็มีหลายประเภทให้เลือกซื้อ คุณแม่บางคนอาจสงสัยว่าควรเลือกแบบไหน จะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? BabyGift มีเครื่องปั๊มนมน่าใช้ในปี 2025 มาแนะนำให้เหล่าคุณแม่ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกันเลยค่ะ เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? เครื่องปั๊มนมแบบไหนที่ถูกใจคุณแม่บ้าง ? เครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นสำหรับคุณแม่อย่างมาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกและต้องกลับไปทำงานหลังลาคลอดทำให้ไม่ได้ให้ลูกกินนมจากเต้าเหมือนตอนอยู่บ้าน เครื่องปั๊มนมนั้นก็มีประโยชน์มากมาย อย่างเช่น ทำให้คุณแม่ปั๊มนมเก็บลงสต็อกได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นน้ำนม เสมือนว่ามีทารกดูดน้ำนมอย่างเสมอซึ่งช่วยให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านม และทำให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือมีเวลาทำกิจกรรมส่วนตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ลูกดูดนมสต็อกในขวดแทนการดูดจากเต้า เรียกว่าเครื่องปั๊มนมนั้นมีความจำเป็นมากทีเดียวเลยค่ะ แล้วจะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? ก็ต้องดูว่าแต่ละรุ่นแต่ละแบบนั้น ตอบโจทย์การใช้งานของคุณแม่ได้มากน้อยอย่างไร สำหรับคุณแม่ที่อาจจะกำลังสงสัยว่าเครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ ? โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ BabyGift แนะนำเครื่องปั๊มนม 10 อันดับน่าใช้ประจำปี 2025 รู้กันแล้วว่ามีกี่ประเภท ตอนนี้เราลองมาดูยี่ห้อน่าใช้กันต่ะค่ะ ปัจจุบันตามท้องตลาดก็มีเครื่องปั๊มนมจำหน่ายมากมาย ทั้งแบบปั๊มมือ และแบบไฟฟ้า มีฟังก์ชั่นให้เลือกอย่างหลากหลาย […]
คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]
เปลนอนทารก ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทารก ที่ต้องเตรียมซื้อตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะทารกวัย 0-9 เดือน จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและอยู่บนที่นอน ดังนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย ควรเลือกดูจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ความปลอดภัย การระบายอากาศ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงอายุการใช้งาน เพราะการเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่เหมาะสมกับทารกอาจส่งผลถึงเสียถึงชีวิตของลูกน้อยได้ วิธีเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย เปลนอนทารกมีกี่แบบ มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง ? 1. เปลนอนทารก BEDSIDE CRIB แบบชิดเตียงแม่ เป็นเตียงสำหรับทารกแรกเกิด ที่มีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียงเพื่อต่อชิดกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ได้ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น ข้อดีเตียง Bedside Crib ข้อเสียเตียง Bedside Crib 2. เตียงไม้ เป็นเตียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแรง เน้นการใช้งานแบบคุ้มค่า ใช้ได้ในระยะยาวหลายปี สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ข้อดีเตียงไม้ ข้อเสียเตียงไม้ 3. เปลนอนทารกแบบ PLAYPEN เตียงนอนทารกปรับฟังก์ชั่นเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ ฝึกพัฒนาการคลาน ยืน เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณแม่ ข้อดี Playpen ข้อเสีย Playpen 4. เปลไกวไฟฟ้า เป็นเตียงที่ได้ความนิยมมาก เพราะปรับการใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติกล่อมลูกหลับได้ง่ายและสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดี ข้อดีเปลไกวไฟฟ้า ข้อเสียเปลไกวไฟฟ้า เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงข้อดีและข้อแตกต่างของเปลทารกแต่ละประเภทแล้ว เบบี้ กิ๊ฟ มีเปลนอนทารกรุ่นขายดีที่สุด มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ […]
วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว ที่ไหนดี ? คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาสถานที่ พาลูกเที่ยว วันหยุดนี้ห้ามพลาด กับ 4 พิกัดสวนสัตว์ ในเมืองไทย ซึ่งแต่ละที่มีไฮไลต์เด็ดๆที่แตกต่างกัน มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นในเมืองไทย สัตว์หายาก และสัตว์จากทวีปอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลก วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว เลือกเช็คอินได้เลย !! รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็ก แถมคุณพ่อคุณแม่ยังได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี ค่าบัตรผ่านประตู :ผู้ใหญ่ : 150 บาทเด็ก สูงไม่เกิน 135 ซม : 30 บาทผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ : 250 บาทเด็ก ชาวต่างชาติ : 100 บาทข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา : 70 บาทผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ : ฟรี เวลาทำการ : 8:00-18:00 […]
ไม่ว่าแม่ท้องท่านไหนก็ไม่มีใครอยากจะอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยงกันทั้งนั้นแหละใช่มั้ยคะ คุณแม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องภาวะครรภ์เสี่ยงมาบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการแบบไหนกันแน่ วันนี้เราจะนำเรื่องเกี่ยวกับภาวะครรภ์เสี่ยงมาฝากคุณแม่กันค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงก็คือการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกในท้อง ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ลูกเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอด ในขณะคลอด หรือหลังคลอดได้ค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงมักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อน หรือเคยคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ หรือตั้งครรภ์ในขณะที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 40 ปี นอกจากนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในมดลูก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ท้อง การท้องลูกแฝดหรือแม้แต่การที่ลูกในท้องอยู่ในท่าที่ไม่ปกติ มีข้อไหนที่ตรงกับคุณแม่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีคุณแม่รีบปรึกษาคุณหมอแล้วก็เข้ารับการตรวจตามกำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็คุณแม่จะต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างน้อยหนึ่งอย่างโดยคุณหมอตามด้านล่างนี้ด้วยค่ะ การตรวจประเมินภาวะครรภ์เสี่ยงโดยคุณหมอ 1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound) การตรวจแบบอัลตราซาวด์ก็คือการตรวจโดยใช้คลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของรกหรือของลูกน้อยในท้องค่ะ นอกจากนี้ การตรวจอัลตราซาวด์ยังสามารถบอกปริมาณน้ำคร่ำ รูปร่างของมดลูกและอัตราการเต้นของหัวใจทารกได้ด้วยนะ 2. การตรวจกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์ กลุ่มอาการดาวน์ก็คือดาวน์ซินโดรมที่เราเรียกกันโดยทั่วไปนี่แหละค่ะ สำหรับการตรวจหากลุ่มดาวน์นี้จะสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 3. การเจาะน้ำคร่ำ การตรวจโดยเจาะน้ำคร่ำนี้จะทำเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ระหว่าง 18-20 สัปดาห์ค่ะ เอาตรงๆ การเจาะน้ำคร่ำนี่เจ็บมาก แต่ก็ต้องทนอ่ะเนอะเพื่อความปลอดภัยของลูกเรา คุณหมอจะเจาะน้ำคร่ำเพื่อนำเซลล์ของลูกมาใช้ตรวจวิเคราะห์หาโรคและความผิดปกติต่างๆ เช่นพวกโรคธาลัสซีเมีย โครโมโซมผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ค่ะ 4. การตรวจอื่นๆ ตามความเห็นของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น การเจาะเลือดจากสายสะดือ การตรวจการทำงานของหัวใจทารกในครรภ์ (Non-Stress […]
หลายครั้งที่เห็น ลูกร้องไห้ ชอบโวยวายเวลาถูกขัดใจในที่สาธารณะ บางครั้งถึงกับลงไปนอนดิ้นบนพื้นกันเลย ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ปกครอง เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะทำความทำเข้าใจในวัยของลูกก่อน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือและฝึกลูกสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ ให้ลูกได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง และฝึกควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตนเองได้ ลูกร้องไห้ ดิ้นบนพื้นในที่สาธารณะ จะแก้ไขอย่างไรดี เด็กวัยไหน ร้องไห้อาละวาดบ่อยที่สุด ลูกร้องไห้ อาละวาดในเด็ก จะพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในช่วงอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีสถิติพบว่า เด็กประมาณ 50-80% จะมีการร้องอาละวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุ 4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่การร้องอาละวาดของเด็กมักจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สาเหตุ ลูกร้องไห้ อาละวาดดิ้นบนพื้น เป็นพัฒนาการปกติที่เด็กเริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเอง (Autonomy) แต่วัย 1 – 3 ปี จะยังไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ดีนัก […]
