ฝึกลูกนั่งคาร์ซีทไม่ใช่เรื่องยาก

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ

ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว

ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย

1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน

2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้

3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย)

4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ หรือเลือกเปิดเพลงที่ลูกชอบแล้วร้องไปด้วยกันก็ได้

5. หยุดพักบ้าง หากต้องเดินทางไกลควรเลือกใช้คาร์ซีทปรับเอนนอนได้ และจอดพักสักครู่เพื่อให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสาย

ลองดูนะคะ ส่วนบ้านไหนที่เพิ่งเริ่มฝึกตอนรู้ความแล้ว ก็ต้องอดทนและใจแข็งหน่อยนะคะ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

พอใกล้จะสิ้นปีคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มวางแพลนเที่ยวกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ก่อนจะเริ่มจองที่พัก คุณแม่ก็คงจะฉุกคิดว่า เอ๊ะ คนท้องขึ้นเครื่องบินได้มั้ยนะ? แล้วขึ้นได้ถึงกี่เดือน? สองคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับแม่ท้องทั้งหลายทุกช่วงวันหยุดยาวเลยค่ะ วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณแม่หายสงสัยกันนะคะ ขอบอกข่าวดี คุณแม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้นะ แต่จะขึ้นได้จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 35-36 สัปดาห์เท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสายการบิน ความจริงแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อลูกน้อยในท้องของคุณแม่เลยค่ะ ถ้าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วก็ได้คอนเฟิร์มกับคุณหมอแล้วว่าไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร แต่สายการบินมักจะกลัวคุณแม่เจ็บท้องคลอดลูกบนเครื่องบินต่างหากล่ะ เพราะหากคุณแม่คลอดลูกบนเครื่องบินแล้วก็จะทำให้สายการบินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แถมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทั้งหลายจะซื้อตั๋วแล้วก็เดินขึ้นเครื่องได้เลยนะ มีเอกสารนิดหน่อยที่คุณแม่จะต้องเตรียมแล้วก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก่อนขึ้นเครื่อง 1. อย่าลืมพกใบรับรองแพทย์ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 27 สัปดาห์ ก่อนเดินทางคุณแม่อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์ติดตัวไปด้วยนะคะ ใบรับรองแพทย์นี้จะเป็นสิ่งช่วยยืนยันว่าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง คุณหมออนุญาตให้เดินทางได้ และคุณแม่มีอายุครรภ์ที่ไม่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนด ดูดีๆ นะ ใบรับรองแพทย์อย่าให้เกิน 30 วันล่ะ ไม่งั้นอดขึ้นไม่รู้ด้วย 2. บอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณแม่กำลังตั้งท้อง เมื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์ให้คุณแม่รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เลยค่ะว่าคุณแม่กำลังท้องอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะให้คุณแม่เซ็นเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิด พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเอกสารที่บอกว่าคุณแม่จะไม่เอาผิดกับสายการบินหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณแม่และลูกในท้องนั่นแหละ เอกสารนี้จะต้องนำไปยื่นให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยตัวคุณแม่เอง นอกจากนี้ หากคุณแม่ไปเช็คอินแต่เนิ่นๆ คุณแม่ก็อาจจะรีเควสขอที่นั่งดีๆ มีพื้นที่กว้างๆ ด้านหน้าให้คุณแม่ยืดขาคลายเมื่อยด้วยนะ 3. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ก่อนจะเดินทางคุณแม่อย่าลืมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลในที่ที่คุณแม่จะไปนะคะ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นคุณแม่จะได้ถึงมือคุณหมอได้ทันเวลา นอกจากสถานพยาบาลแล้วคุณแม่ก็ควร จะหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการตั้งครรภ์ไว้ด้วยจะได้อุ่นใจขึ้นไปอีกระดับนึงค่ะ […]

 คาร์ซีทหมุนได้ จำเป็นต่อคุณพ่อ คุณแม่อย่างไร คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน พยายามและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยเสมอ เพราะลูกน้อยคือแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยยังสร้างความสะดวกสบายสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน           การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เหมือนกัน นอกจากจะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการใช้คาร์ซีท อย่างปัญหาการอุ้มลูกน้อยเวลาขึ้นลงรถ หรือปัญหาที่จอดรถแคบเกินไป ที่ทำให้การอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถลำบาก อาจจะชนกับรถ หรือกำแพง ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้ง คุณพ่อ คูณแม่ และลูกน้อยได้ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณพ่อ และคุณแม่เลือกใช้คาร์ซีทแบบ Convertible Carseat คาร์ซีทหมุนได้ 2 ทิศทาง หรือคาร์ซีทที่หมุนได้ 360 องศา ที่นอกจากปกป้องลูกน้อยได้แล้ว ยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้คาร์ซีทหมุนได้ยังมีข้อดีอีกมากมาย ทาง Baby Gift จึงขอพา คุณพ่อ คุณแม่ มาเข้าใจถึงข้อดีของคาร์ซีทหมุนได้กันค่ะ ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทหมุนได้ 1.คุณพ่อ และคุณแม่ สะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถ           […]

คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]

 คาร์ซีทหมุนได้ จำเป็นต่อคุณพ่อ คุณแม่อย่างไร คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน พยายามและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยเสมอ เพราะลูกน้อยคือแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยยังสร้างความสะดวกสบายสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เหมือนกัน นอกจากจะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการใช้คาร์ซีท อย่างปัญหาการอุ้มลูกน้อยเวลาขึ้นลงรถ หรือปัญหาที่จอดรถแคบเกินไป ที่ทำให้การอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถลำบาก อาจจะชนกับรถ หรือกำแพง ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้ง คุณพ่อ คูณแม่ และลูกน้อยได้ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณพ่อ และคุณแม่เลือกใช้คาร์ซีทแบบ Convertible Carseat คาร์ซีทหมุนได้ 2 ทิศทาง หรือคาร์ซีทที่หมุนได้ 360 องศา ที่นอกจากปกป้องลูกน้อยได้แล้ว ยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้คาร์ซีทหมุนได้ยังมีข้อดีอีกมากมาย ทาง Baby Gift จึงขอพา คุณพ่อ คุณแม่ มาเข้าใจถึงข้อดีของคาร์ซีทหมุนได้กันค่ะ ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทหมุนได้ 1. คุณพ่อ และคุณแม่ สะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถ อย่างที่บอกไปในตอนต้น ปัญหาที่จอดรถหายากและแคบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่คนใช้รถ ใช้ถนน ต้องได้พบเจอ และในกรณีคุณพ่อ คุณแม่ ที่ต้องการพาลูกน้อย […]

เพราะคุณค่าจากน้ำนมแม่ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์สารอาหารที่มีครบถ้วน เพื่อพัฒนาลูกน้อยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความฉลาด การเติบโตแข็งแรง อารมณ์ดีมีความสุข ขับถ่ายง่าย แถมนมแม่ยังมีสารสร้างภูมิคุ้มกันมากมาย ทำให้ลูกน้อยไม่เจ็บป่วยง่ายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้คุณแม่ทุกท่านจึงปรารถนาจะให้ลูกน้อยได้รับคุณค่าอันมหัศจรรย์จากน้ำนมแม่อย่างเต็มที่ไปจนโต หรือให้นมลูกได้นานที่สุด  โดยคุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ นอกจากจะให้นมแม่จากเต้าโดยตรงกับลูกน้อยแล้ว เชื่อว่าเกือบทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่เวิร์กกิ้งมัม จะต้องทำสต๊อกน้ำนมแม่เก็บแช่แข็งหรือแช่เย็นไว้ เพื่อให้ลูกรักยังได้กินนมแม่ตลอดเวลา แม้จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่มีคุณแม่มือใหม่หลายท่านที่ยังไม่มั่นใจหรือกังวล กับการละลายนมแม่ที่แช่แข็งมาใช้ เพราะไม่แน่ใจว่าวิธีการไหนจะสะดวก สะอาด ปลอดภัย แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และทำแบบไหนจะไม่เสียคุณค่าน้ำนมแม่  ดังนั้นอยากรู้ว่าแต่ละ วิธีละลายน้ำนมแม่ แตกต่างกันอย่างไรไปดูกันค่ะ ก่อนอื่น ให้เปลี่ยนช่องแช่ เพื่อละลายนมแม่ก่อน หากคุณแม่เก็บน้ำนมแม่ไว้ในช่องแช่แข็ง จำเป็นต้องนำนมแม่เปลี่ยนมาแช่ที่ช่องแช่เย็นธรรมดาด้านล่างก่อนประมาณ 1 วันหรือ 1 คืน เพื่อให้นมแม่ค่อยๆ ละลาย  ควรนำนมเก่าที่แช่แข็งไว้ตามวันเวลาที่เก็บสต๊อกไว้นานที่สุดก่อน  เพื่อไม่ให้นมเก่า เก็บไว้นานเกินไป  แล้วจึงทยอยนำนมใหม่มาใช้ไล่ตามเวลาไปเรื่อยๆ เมื่อนมแม่ละลายแล้ว  คุณแม่ควรแบ่งนมแม่จากถุงเก็บน้ำนมใส่ขวดนม แบ่งปริมาณที่ลูกกินเฉพาะมื้อนั้นๆ แล้วจึงนำมาอุ่นหรือละลายก่อนให้ลูกกิน   ซึ่งนมที่เหลือในถุงเก็บน้ำนมสามารถแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้ลูกกินให้หมดภายใน 2-3 วัน เท่านั้น  แต่ส่วนใหญ่คุณแม่มักจะนำมาอุ่นหรือละลายให้ลูกกินในมื้อถัดไปภายในวันเดียว หรือ 24 ชั่วโมง วิธีละลายน้ำนมแม่ […]

วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event