เดินบ่อยๆ จะทำให้ลูกคลอดง่ายจริงหรือ

พอใกล้คลอด คุณแม่หลายคนก็มองหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คลอดลูกง่าย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ว่าได้ คุณแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าคลอดกันอยู่เยอะ เพราะสามารถเลือกฤกษ์งามยามดี แถมไม่ต้องทนเจ็บท้อง หรือรอลุ้นว่าจะปวดท้องคลอดตอนไหน ส่วนคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติ ก็อาจจะเคยได้ยินมาว่าการเดินบ่อยๆ จะช่วยทำให้คลอดลูกได้ง่าย ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริง มันเป็นไปได้ยังไง สำหรับในบทความนี้ เรานำความรู้ดีๆ มาฝากกันค่า

ประโยชน์ของการเดิน

1.การเดินเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง

        แน่นอนว่าคุณหมอต่างก็แนะนำให้คุณแม่ท้องทุกคนออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม หรือไม่ออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดิน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับออกซิเจนได้เต็มปอด

2. การเดินช่วยกระตุ้นฮอร์โมน

        การเดินจะช่วยหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าออกซิโตซิน ซึ่งสร้างมาจากต่อมใต้สมอง เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกหดบีบตัว และทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างไม่นานเกินรอค่ะ

3.เรียนรู้จังหวะการหายใจ

        ในตอนที่คุณแม่เดิน ก็เหมือนกับคุณแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ลมหายใจ เรียนรู้การหายใจเข้า หายใจออก อย่าลืมว่าการหายใจเข้าออกแต่ละครั้งก็ควรทิ้งช่วงห่าง อย่าหายใจถี่เกินไป เพราะจะทำให้คุณแม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม คุณแม่ที่คุ้นชินกับการหายใจจะช่วยให้สามารถบังคับแรงเบ่งได้ในตอนคลอดได้ด้วยนะ

ข้อเสียของการเดินที่เยอะเกินไป

        การที่ทำอะไรเกินความพอดีก็ล้วนแต่จะมีข้อเสียทั้งนั้นแหละเนอะ การเดินมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์ก็เช่นกันนะคะ ลองมาดูกันดีกว่า ว่าข้อเสียจากการเดินมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์คืออะไร

1.ปวดเมื่อยตามร่างกาย

        คุณแม่ที่เดินมากเกินไปอาจรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ไม่ได้อบอุ่นร่างกายก่อนที่จะเริ่มการออกกำลังกายนี้ หรือบางทีคุณแม่อาจจะเดินไม่ถูกท่า ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตามร่างกายได้ค่ะ

2.เหนื่อยง่าย หน้ามืด

        ถ้าคุณแม่เดินเยอะเกินไปอาจมีอาการหน้ามืด และรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ เพราะร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนเข้าไปได้ทัน หากคุณแม่เผชิญกับอาการแบบนี้ แนะนำให้นั่งพัก จิบน้ำ แล้วหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้นำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายให้ได้มากที่สุดน้า

เคล็ดลับการเดินให้เกิดประโยชน์ 

ใส่รองเท้าที่รองรับฝ่าเท้า : ในปัจจุบันนี้มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ที่ทำมาเพื่อแม่ท้องโดยเฉพาะค่ะ โดยรองเท้าที่ทำขึ้นมาพิเศษนี้จะช่วยรองรับฝ่าเท้า ไม่นิ่มเกินไป และไม่แข็งเกินไป เหมาะสำหรับใช้ใส่ออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ารองเท้าที่ดีควรจะพอดีเท้า ไม่หลวม หรือไม่คับเกินไปด้วยนะคะ

ใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่ฟิตเกินไป : คุณแม่ควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายเหงื่อได้ ส่วนกางเกงควรจะมีลักษณะที่เอื้อต่อการเดิน แนะนำให้เป็นกางเกงที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ และไม่แนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์ตอนเดินนะคะ เพราะนอกจากจะอึดอัดแล้ว ผ้าที่แข็งของยีนส์อาจไปสีบริเวณขาของคุณแม่ได้อีกด้วยนะ

เดินด้วยความเร็วที่เหมาะสม : การเดินด้วยความเร็วที่ช้าเกินไปหรือเร็วเกินไปล้วนไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่เลยล่ะค่ะ เพราะการเดินที่เร็วเกินไป อาจทำให้คุณแม่ต้องรับแรงกระแทกที่เกิดจากการเดิน และอาจสะเทือนไปถึงลูกน้อยได้ ก็เหมือนกันกับการเดินที่ช้าเกินไปค่ะ คุณแม่อาจจะคิดว่าเดินช้านั้นดี ความจริงก็ดีนะ แต่ว่าต้องเป็นการเดินที่ช้าแบบกำลังดี เพราะถ้าคุณแม่เดินช้าเกินไป อาจทำให้คุณแม่รู้สึกปวดบริเวณน่อง แถมยังอาจทำให้รู้สึกท้อที่จะออกกำลังอีกด้วยน้า

ใช้เวลาในการเดินอย่างเหมาะสม : เราแนะนำให้คุณแม่เดินวันละ 20-30 นาที เพราะเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เรียกได้ว่ากำลังได้เหงื่อ และไม่เป็นการหักโหมมากเกินไป แต่ว่า ถ้าคุณแม่ท้องใหญ่มาก แต่ยังต้องการที่จะออกกำลังกายด้วยการเดินแล้ว คุณแม่อาจจะลดเวลาเหลือกสัก 10 นาที เพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยและหอบมากเกินไปก็ได้นะคะ

ไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำก่อนเดินมากเกินไป : การดื่มน้ำหรือทานอาหารมากไปก่อนเริ่มออกเดินจะทำให้คุณแม่จุกและเสียดท้องค่ะ แนะนำให้คุณแม่เริ่มเดินหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วซัก 30 นาทีจะดีกว่า จะได้เดินได้ต่อเนื่องแบบสบายๆ เนอะ

  เห็นมั้ยคะว่าการเดินมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่เรียกได้ว่าง่ายสุดๆ แถมยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะหรือมีราคาแพง คุณแม่ที่กำลังมองหาการออกกำลัง แถมยังต้องการคลอดน้องได้ง่ายไปในเวลาเดียวกัน ลองมองการเดินเป็นตัวเลือกดูดีมั้ยคะ ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมดูน้ำหนักของท้องของเราด้วยน้า เพราะถ้าคุณแม่ท้องใหญ่มาก การเดิน 20-30 นาทีต่อวันอาจไม่ใช่การออกกำลังกายที่ดี ลองดูกันนะคะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเรื่องของการคลอดใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนวิธีการคลอดนั้น ก็อย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ก็คือการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดค่ะ เราลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไงบ้าง การคลอดธรรมชาติคืออะไร มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง? การคลอดธรรมชาติก็คือการที่คุณแม่เบ่งลูกน้อยออกมาทางช่องคลอด ซึ่งการคลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องรอให้มีน้ำเดินหรือเจ็บท้องคลอด รวมถึงปากมดลูกเปิดมากพอที่จะทำการคลอดได้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่จะเจ็บท้องคลอดกันที่ช่วง 37-40 สัปดาห์ค่ะ การคลอดธรรมชาติมักเป็นที่นิยมเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ก็อยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดในการเบ่งคลอด แถมยังมีราคาถูกกว่าผ่าคลอดอีกด้วยนะ แม้ว่าการคลอดธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลหายเร็ว และคุณแม่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่คุณแม่ควรทราบกันไว้ซักนิดนึงน้า ปัจจัยที่อาจทำให้การคลอดธรรมชาติไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป 1. ลูกไม่กลับหัว ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการคลอดธรรมชาติ และมักจะจบลงด้วยการที่คุณหมอเปลี่ยนไปเป็นผ่าคลอดแทนค่ะ โดยปกติ เวลาที่จะคลอด ลูกน้อยจะต้องกลับหัวเพื่อใช้หัวดันออกมาจากช่องคลอด มีทารกบางรายที่ไม่ยอมกลับหัว หรืออาจจะกลับหัวผิดตำแหน่ง ทำให้คุณหมอไม่สามารถทำคลอดได้ 2. คุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น แรงเบ่งนั้นมีความสำคัญกับการคลอดธรรมชาติมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น ลูกน้อยก็จะไม่สามารถคลอดออกมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ เค้าจะมีการอบรม สอนวิธีการเบ่ง การหายใจ เพื่อให้คุณแม่สามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีค่ะ 3. คุณแม่มีโรคประจำตัว โรคประจำตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน […]

1. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7X จุดเด่น เหมาะกับ✔ ปั๊มทุกวัน✔ แม่ทำงาน✔ ต้องการเครื่องระดับพรีเมียม 2. SPECTRA เครื่องปั๊มนม รุ่น S1 Plus จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่กังวลเรื่องน้ำนมน้อย✔ อยากได้เครื่องที่เสถียรมาก✔ ใช้ปั๊มตลอดวัน 3. ATTITUDE MOM เครื่องปั๊มนม รุ่น New Galaxy III จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่ที่ต้องทำงานบ้าน✔ ต้องการความคล่องตัวสูง✔ งบประมาณไม่สูงมาก 4. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7V จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่เริ่มปั๊มครั้งแรก✔ ปั๊มวันละ 2 – 4 ครั้ง✔ งบกลาง 5. เครื่องปั๊มนม Brusta รุ่น Miracle X Prime  […]

วันหยุดสัปดาห์นี้ คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนอยู่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก ยังไม่มีแพลนทำอะไรกันบ้าง?ลองมาดู กิจกรรมครอบครัว สนุกๆแม้อยู่ที่บ้าน ที่ Baby Gift นำมาฝากกันค่ะ รับรองว่าวันหยุดนี้ไม่เงียบเหงาแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! ทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกัน สิ่งที่มีค่ามากกว่า การมอบของขวัญให้แก่กัน คือ การที่ครอบครัวพูดคุยและใช้เวลาดีๆด้วยกัน เชื่อว่าในวันจันทร์ถึงศุกร์ คนในครอบครัวก็ต่างมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ จนอาจไม่มีเวลาว่างที่จะได้อยู่ร่วมกันมาก การทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกันในวันหยุด จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมครอบครัว ที่สามารถสร้างช่วงเวลาดีๆให้กับลูกน้อย และสร้างความสันพันธ์ในครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว นอกจากจะช่วยฝึกทักษะด้านทำครัวให้กับเจ้าตัวเล็กแล้ว การได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและกระบวนการคิดได้หลายๆด้าน เสริมสร้างจินตนาการได้ดี เด็กจะจดจำและเรียนรู้ได้ง่ายกว่าการมองเห็นเพียงภาพจากในหนังสือ หรือจากที่โรงเรียน รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นแววตาที่ตื่นเต้น และมีความสุขของเขาอย่างแน่นอน แต่งานนี้ไม่ง่ายเลย คุณแม่อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายของลูกๆเป็นพิเศษ วันหยุดสัปดาห์นี้ อย่าลืมลองถามเจ้าตัวเล็กว่าอยากทานเมนูอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แล้วเตรียมของให้พร้อมเข้าครัวกันเลย จัดสวนปลูกต้นไม้กับเจ้าตัวเล็ก อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆที่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก สำหรับบ้านที่ชอบธรรมชาติและมีพื้นที่ว่างนอกตัวบ้าน วันหยุดนี้ลองจูงมือลูกน้อยของคุณและคนในครอบครัว มาจัดสวนปลูกต้นไม้ง่ายๆ คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะ นอกจากของเล่นที่ซื้อให้เด็กๆจะช่วยเสริมพัฒนาการแล้ว ของเล่นจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญและเป็นประโยชน์มากๆเช่นกัน การที่เด็กได้คลุกคลีกับพื้นดิน ต้นไม้ หรือแมลง จะทำให้เด็กเข้าใกล้ธรรมชาติและรู้จักโลกนี้มากยิ่งขึ้น การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ลูกเรียนรู้การมีความรับผิดชอบและดูแลต้นไม้นั้นๆ นอกจากจะทำให้สนุกสนานเพลิดเพลินกับธรรมชาติแล้ว ยังช่วยทำให้คนในบ้านมีเวลาร่วมกันมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่ ระหว่างปลูกต้นไม้นั้นคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอนเจ้าตัวเล็กได้ ทั้งเรื่องดิน เรื่องพืช […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

1. พลาสติกคลุมกันฝนรถเข็นเด็ก บ้านไหนพาลูกเที่ยวด้วยรถเข็น ไอเท็มนี้เหมาะกับหน้าฝนมาก เพราะช่วยป้องกันละอองฝนและน้ำกระเด็นระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะเวลาต้องเดินจากลานจอดรถเข้าอาคาร ที่ BabyGift มี Stroller Rain Cover – PRINCE & PRINCESS เป็นอุปกรณ์เสริมที่พกติดรถเข็นไว้ได้ วันไหนเจอฝนกะทันหันก็หยิบมาใช้ได้ทันที 2. เป้อุ้มเด็ก สำหรับวันที่กางรถเข็นไม่สะดวก บางสถานที่พื้นเปียก ทางเดินแคบ หรือฝนตกจนใช้รถเข็นไม่สะดวก เป้อุ้มเด็ก จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นอย่าง HUGPAPA​ – เป้อุ้ม รุ่น Dial-Fit Max (Baby Carrier) เหมาะสำหรับพกเป็นอีกทางเลือกเวลาออกไปเที่ยวกับลูก โดยเฉพาะทริปที่ต้องเดินหรือขึ้นลงรถบ่อย ๆ 3. เสื้อผ้าสำรอง ถึงจะมีอุปกรณ์กันฝนแล้ว เด็ก ๆ ก็ยังมีโอกาสเปียกจากละอองฝน น้ำกระเด็น หรือเล่นจนเสื้อชื้นได้ แนะนำเตรียมเสื้อ กางเกง และถุงเท้าสำรองอย่างน้อย 1 ชุดค่ะ 4. กระเป๋าคุณแม่ จัดของลูกให้หยิบง่าย หน้าฝนยิ่งต้องพกของเพิ่ม การมีกระเป๋าที่จัดของเป็นสัดส่วนจะช่วยให้หยิบผ้าอ้อม […]

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ? จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ 4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event