Checklist ความปลอดภัยให้เบบี้

เรื่อง : สิริพร

ความปลอดภัยของลูกน้อยในวัยเบบี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกค่ะ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ เรื่องแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากันดูค่ะว่ามีเรื่องไหนที่เราเคยทำ แล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กกันบ้าง

มีถุงพลาสติก หรือลูกโป่งอยู่ใกล้ตัวเบบี้ ?

อย่ามองข้ามถุงพลาสติกที่คุณแม่ใส่ของหิ้วเข้าบ้านนะคะ เพราะหากเอาของออกแล้ว ไม่ทันเก็บให้ดี เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจเผลอหยิบเล่นเข้าปาก หรือครอบหัวจนหายใจไม่ออก ส่วนลูกโป่งหากแตก เศษลูกโป่งก็อาจกระเด็นเข้าตา หรือดีดใส่หน้าจนได้รับอันตรายได้

Safety for baby : เจ้า ตัวเล็กอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นอยากสำรวจสิ่งใกล้ตัว ฉะนั้นความสะอาด และความปลอดภัยของสิ่งของที่ลูกจะคว้าจับได้จึงสำคัญ คุณแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หากมีลูกโป่ง หรือของที่ลูกสามารถบีบแตกได้อยู่ในบริเวณที่ลูกคว้าจับได้ง่าย คุณแม่ต้องรีบเก็บให้ห่างจากมือลูกโดยเร็ว แต่หากลูกอยากเล่นของเล่นลูกกลม ๆ ก็ลองหาลูกบอลที่เป็นผ้านุ่มนิ่ม ที่ไม่อันตรายจะดีกว่าค่

คุณพ่อสูบบุหรี่ตอนเบบี้ไม่อยู่บ้าน ?

ควันบุหรี่ที่ถูกพ่อออกมาเป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับที่สูบเข้าไปค่ะ ถึงคุณพ่อจะสูบตอนที่ลูกเบบี้ไม่อยู่บ้าน หรือไม่อยู่บริเวณนั้นขณะสูบ สารพิษนี้ก็คงยังล่องลอยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศและคนในบ้านแย่ตามไปด้วย

 Safety for baby : หากอยากจะให้เจ้าตัวเล็กของเราห่างไกลจากควันบุหรี่ คุณพ่อไม่ควรสูบบุหรี่ที่บ้านเลยดีที่สุดค่ะ และพยายามจัดบรรยากาศทั้งในและนอกบ้านให้ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ เสมอ เช่น มีการกำจัดฝุ่นตามโต๊ะ ตู้ พื้นห้องทุกวัน เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติบ้าง นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยให้ลูกน้อยได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอีกด้วย

ลืมเช็กวันหมดอายุยาของเบบี้ ?

ยา ของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะยาน้ำลดไข้ของลูกที่มักมีติดบ้านอยู่เสมอ หากเป็นยาที่เก็บไว้นาน ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพของยาจะลดลงเรื่อย ๆ แต่อาจกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย

Safety for baby : โดยทั่วไปยาน้ำที่ยังไม่ได้เปิดใช้จะเก็บไว้ได้ 3 ปีนับจากวันผลิต แต่หากเปิดใช้ป้อนให้ลูกกินแล้ว อาจมีการปนเปื้อนและเสียได้ในเวลา 2-3 วัน คุณแม่จึงควรปิดฝาให้สนิทหลังเปิดใช้ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นก็จะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน หากเลยเวลานี้ไปก็ควรทิ้ง ซื้อใหม่ปลอดภัยกว่าค่ะ เพราะยาที่หมดอายุบางตัวทำให้กระเพาะอาหารของลูกน้อยระคายเคืองได้

ให้เบบี้คลานเล่นบนพื้นที่ไม่สะอาด ?

ลูกน้อยวัย 5-6 เดือน เริ่มคลานได้แล้ว บริเวณพื้นที่ลูกคลานหากไม่สะอาด แข็ง หรือลื่นเกินไป ลูกอาจรู้สึกเจ็บ หรือทรงตัวได้ไม่ดี

Safety for baby : ก่อนวางลูกลงพื้นควรทำความสะอาดพื้นให้เรียบร้อยก่อนนะคะ เพราะบริเวณที่ลูกคลานจะต้องปราศจากเชื้อโรค และฝุ่นละอองสิ่งสกปรกต่าง ๆ คุณแม่อาจหาผ้าหรือเบาะนุ่ม ๆ ปูรองพื้นให้ลูกก่อนที่จะคลาน ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกน้อยได้

ใช้ผงซักฟอกซักชุดสวยให้เบบี้ ?

หากใช้ผงซักฟอกที่มีความเข้มข้นซักเสื้อผ้าให้เบบี้ นอกจากจะทำให้เสื้อผ้าเสื่อมสภาพได้เร็วแล้วอาจทำให้ผิวของลูกระคายเคือง หรือเป็นผื่นคันได้

 Safety for baby : คุณแม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับซักเสื้อผ้าเด็ก เพราะมีความอ่อนโยนกับเนื้อผ้า เมื่อลูกได้สวมใส่ก็ไม่ทำให้ระคายเคือง และไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำหอม เพราะสารเคมีที่เพิ่มกลิ่นหอมที่ผสมในน้ำยาซักผ้า อาจตกค้างที่ชุดสวยของลูก หากสะสมนาน ๆ ก็อาจทำให้ลูกกระคายเคือง หรือเป็นผื่นคันได้เช่นกันค่ะ

ให้เบบี้เล่นของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ?

ของ เล่นที่มีขนาดเล็ก ลูกปัด หรือเม็ดกระดุมของคุณแม่ที่อาจตกอยู่ที่พื้น หากเจ้าตัวเล็กเผลอหยิบเข้าปาก นอกจากจะเต็มไปด้วยเชื้อโรคแล้ว อาจติดคออันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ

Safety for baby : ก่อนที่จะให้ลูกลงนั่งเล่นอยู่ที่พื้นคุณแม่อย่าลืมสังเกตด้วยค่ะว่าบนพื้น มีสิ่งแปลกปลอมอยู่หรือไม่ เช่น เศษกระดุม เศษสตางค์ที่ทำหล่นโดยไม่รู้ตัว หากมีต้องเก็บให้หมดก่อน รวมถึงของเล่นของลูกที่มีขนาดเล็ก เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ ตุ๊กตาสัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นยาง เวลาที่ลูกเล่นคุณแม่ต้องคอยอยู่ข้าง ๆ นะคะ เพื่อคอยระวังไม่ให้เขาหยิบเข้าปาก นอกจากป้องกันอันตรายให้ลูกได้แล้ว เรายังได้เฝ้ามองพัฒนาการของเขาอย่างใกล้ชิดอีกด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ สามารถสำรวจความปลอดภัยให้ลูกน้อยได้ง่าย ๆ ค่ะ เพียงหมั่นสังเกตและใส่ใจดูแลอย่างสม่ำเสมอ เจ้าตัวเล็กของเราก็พร้อมเรียนรู้โลกกว้างอย่างปลอดภัยแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : รักลูก ปีที่ 31 ฉบับที่ 361 กุมภาพันธ์ 2556

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ลูกน้อยมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเวลานอน จนเสื้อเปียกหรือบริเวณศีรษะชื้นอยู่เสมอ จึงอดกังวลไม่ได้ว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรืออาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่าง ในความเป็นจริง เด็กแต่ละคนมีการขับเหงื่อไม่เท่ากัน และในหลายกรณีอาการเหงื่อออกมากอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือพัฒนาการตามวัย แต่หากมีอาการร่วมอื่น ๆ ก็ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจสาเหตุของอาการเหงื่อออกในเด็ก วิธีสังเกตอาการ และแนวทางดูแลลูกน้อยอย่างเหมาะสม ทำไมลูกถึงเหงื่อออกมาก? ร่างกายของเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ระบบควบคุมอุณหภูมิยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ จึงอาจทำให้เหงื่อออกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่นอนหลับ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ หากลูกยังร่าเริง กินนมได้ดี และเจริญเติบโตตามวัย อาการเหงื่อออกเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล ลูกเหงื่อออกตรงศีรษะตอนนอน ปกติหรือไม่? คุณพ่อคุณแม่หลายคนสังเกตว่า ลูกมักมีเหงื่อออกบริเวณศีรษะมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย สาเหตุหนึ่งคือ เด็กมีต่อมเหงื่อบริเวณศีรษะจำนวนมาก เมื่อหลับสนิท ร่างกายจะขับความร้อนผ่านบริเวณนี้ได้มากกว่าปกติ หากลูกไม่มีไข้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และยังดื่มนมได้ตามปกติ มักถือเป็นอาการที่พบได้ในเด็กหลายคน เมื่อไรที่ควรปรึกษาแพทย์? แม้เหงื่อออกมากอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการประเมิน อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะทางสุขภาพหลายสาเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ วิธีดูแลลูกเมื่อมีเหงื่อออกมาก แม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่การดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม จะช่วยให้ลูกนอนหลับสบายขึ้น เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ควรเลือกเนื้อผ้าที่โปร่ง สวมใส่สบาย และเหมาะกับอุณหภูมิห้อง ดูแลอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเปิดห้องร้อนหรือห่มผ้าหลายชั้นเกินไป เช็ดตัวเมื่อมีเหงื่อออกมาก ช่วยลดความอับชื้นและทำให้ลูกรู้สึกสบายตัวมากขึ้น […]

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

ลดอาการแพ้ท้อง ตอนตั้งครรภ์ทำให้คุณแม่หลายคนคิดว่าการจะมีลูกซักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก อาการหลัก ๆ ก็เลยจะมีวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าหากคุณแม่มีอาการนี้แบบนี้อยู่ หรืออยากลดอาการแพ้ท้อง เราเลยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่มาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องมาฝากกันค่ะ แพ้ท้อง เกิดจากอะไร? อาการแพ้ท้องเกิดจากฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกายของคุณแม่เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทางร่างกายและจิตใจ จนมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอื่น ๆ  8 เคล็ดลับที่ช่วยลดอาการแพ้ท้อง 1. กลิ่นหอมสดชื่นเบา ๆ ช่วยได้ คุณแม่ที่ได้กลิ่นน้ำหอมฉุน กลิ่นเทียน กลิ่นธูป หรืออื่น ๆ แล้วมีอาการคลื่นไส้ ให้รีบออกมาจากตรงนั้นเลยค่ะ เพราะเรื่องกลิ่นก็มีผลกับอาการแพ้ท้อง คุณแม่ควรจะอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท หากลิ่นสดชื่นธรรมชาติ ไม่ฉุน ก็จะช่วยให้คุณแม่อาการดีขึ้น รู้สึกเวียนหัวน้อยลง แล้วก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ด้วย 2. ดื่มน้ำลดอาการหน้ามืด อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของการอาเจียน การดื่มน้ำเปล่าอุณภูมิปกติหรือน้ำส้มคั้นสักแก้วก็จะช่วยให้คุณแม่สดชื่นขึ้นได้ ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำด้วยค่ะ และที่สำคัญคุณแม่ต้องดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำด้วยนะคะ […]

การนอนกรนของแม่ท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ เช่น ท้องโตขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย การสูบฉีดเลือด ระบบไหลเวียนของเลือด รวมทั้งการเต้นของหัวใจ ซึ่งการสูบฉีดไหลเวียนเลือดที่มากขึ้น จะไปกระตุ้นเส้นเลือดในโพรงจมูก ทำให้มีภาวะบวมน้ำส่งผลให้เวลานอน จะรู้สึกหายใจไม่สะดวก และเกิดเสียงกรนนั่นเอง ประกอบกับลักษณะการนอนของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะนอนมากกว่าปกติ แต่ประสิทธิภาพ การนอนลดลง ช่วงหลับลึกและหลับฝันน้อยลง ทำให้ง่วงบ่อยและงีบในตอนกลางวัน ต่อมาช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน คุณแม่จึงจะเริ่มนอนเหมือนปกติ แต่ประสิทธิภาพการนอนจะยังไม่เหมือนเดิม ทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม พอเข้า 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อายุครรภ์ 6-9 เดือน คุณแม่จะนอนสั้นลง ประสิทธิภาพการนอนยิ่งแย่ลงไปอีกด้วย เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ และเป็นช่วงที่คุณแม่นอนกรนมากขึ้น ทั้งนอนกรนผิดปกติ หรือภาวะหยุดหัวใจขณะหลับก็จะเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอดนี้ด้วย แม้โอกาสเกิดขึ้นจะมีน้อยก็ตาม 6 ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจเพิ่ม หากคุณแม่เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ต้องติดตามและเฝ้าสังเกตอาการตัวเอง เพื่อป้องกันและรักษาต่อไป โดยกลุ่มเสี่ยงมีปัจจัยดังนี้ ขอบคุณข้อมูลสัมภาษณ์จาก : พ.อ.(พ).ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์  ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก […]

ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย  ได้แก่ แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง  คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน   การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด 1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ  2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่ 3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่ เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้  

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event