Baby Checklist ของใช้สุดจำเป็น สำหรับคุณแม่มือใหม่

คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง

1. หมวดการนอน

  • เบาะนอน : ควรจะเป็นเบาะที่ไม่นิ่มจนเกินไป เพราะลูกน้อยยังคอไม่แข็ง เบาะที่นิ่มอาจทำให้หน้าจมลงไปในเบาะได้ค่ะ
  • หมอนกันกรดไหลย้อน : หมอนประเภทนี้เป็นตัวช่วยชั้นดี เพราะระบบย่อยของลูกจะยังทำงานได้ไม่ดีพอ
  • หมอนข้าง : ใช้ช่วยจัดท่าให้ลูกน้อยเวลานอน หรือใช้กั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยก็ได้ค่ะ
  • ผ้าห่อตัว : ตอนนอนนั้นทารกมักจะชอบผวา ผ้าห่อตัวเป็นตัวช่วยชั้นดี เหมือนมีแม่กอดตลอดเวลา
  • เปล/เตียงเด็ก : เปลจะช่วยให้ลูกน้อยหลับง่ายขึ้น และสบายขึ้นด้วยค่ะ แถมยังเป็นตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบนอนดิ้นไม่ให้ไปทับลูกน้อยด้วยนะคะ

2. หมวดให้นม

  • เครื่องปั๊มนม : ตัวช่วยมือหนึ่งเพื่อให้คุณแม่ทำสต็อกนม
  • กรวยซิลิโคน : กรวยซิลิโคนจะใช้รองน้ำนมอีกข้างในขณะที่ลูกน้อยกำลังดูดอีกข้างนึงอยู่ค่ะ
  • ถุงเก็บน้ำนม : ถุงเก็บน้ำนมจะต้องเป็นชนิดที่หนาหน่อย เพราะคุณแม่จะต้องนำไปแช่แข็งเพื่อทำสต็อก ถ้าบางไปอาจขาดได้นะ
  • ขวดนม/จุกนม : ขวดนมควรจะมีอย่างน้อย 2-3 ขวด สำหรับลูกน้อยแรกเกิด ให้ใช้ขวดขนาด 4 ออนซ์ ส่วนจุกนมก็ไซส์ XS หรือ S พอนะคะ
  • เครื่องนึ่งขวดนม : เมื่อคุณแม่ล้างขวดแล้ว ก็ต้องนำมานึ่งซะก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสะอาดหมดจด
  • ที่ล้างขวดนม : ใช้เป็นแปรงที่มีแปรงแยกสำหรับล้างจุกนมด้วยยิ่งดีค่ะ

3. หมวดการกิน

  • เครื่องบดอาหาร : เครื่องบดอาหารจะช่วยเบาแรงคุณแม่ได้มาก แถมยังบดละเอียด ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเศษอาหารติดคอลูกน้อยเลยค่ะ
  • ช้อนส้อม : ช้อนส้อมควรจะมีขนาดเล็ก สำหรับเด็กเล็กควรจะเป็นช้อนที่ทำมาจากซิลิโคนนะ
  • ถ้วยชาม : ถ้วยชามเป็นถ้วยแบบหลุมเดียวก่อนก็พอค่ะ พอน้องโตแล้วค่อยซื้อแบบหลายหลุม

4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย

  • สบู่/แชมพูสำหรับเด็ก : แนะนำให้ใช้สบู่ที่เป็นแชมพูในตัว อย่าลืมดูสูตรอ่อนโยนและไม่ระคายเคืองตาด้วยนะคะ
  • ผ้าเช็ดตัว : ผ้าเช็ดตัวลูกน้อยควรเป็นผ้าใยไผ่หรือผ้าสาลูค่ะ เพราะว่าไม่มีขนที่อาจหลุดมาติดตามตัวลูกน้อยได้
  • แปรงเหงือก/แปรงสีฟันเด็ก : ไอเท็มนี้สำคัญมาก เพราะหลังดื่มนม คุณแม่ควรแปรงเหงือกหรือฟันให้ลูกน้อย เพื่อไม่ให้ฟันผุในอนาคตค่ะ
  • กะละมัง : กะละมังควรจะเป็นวงรี เพื่อให้สามารถอาบน้ำให้น้องได้สะดวกค่ะ
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป : ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ดีจะต้องไม่ระคายเคืองผิว และซึมซับได้เยี่ยม เพื่อไม่ให้หนูน้อยรู้สึกเฉอะแฉะ
  • บวบขัดตัว/ฟองน้ำ : อย่าลืมเลือกที่เป็นสำหรับเด็กด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นอาจจะแข็งเกินไปสำหรับผิวลูกน้อยค่ะ

5. หมวดการแต่งตัว

  • เสื้อผ้า : เสื้อผ้าก็ตามสไตล์ที่คุณแม่ชอบได้เลย
  • ถุงเท้า : ตอนลูกน้อยยังเล็ก เราจะยังไม่ใส่รองเท้าให้ แต่ใส่เป็นถุงเท้าแทนค่ะ เพื่อให้เค้าไม่เย็นเท้า
  • รองเท้า : รองเท้าควรจะเป็นแบบใส่ง่ายถอดง่าย ไม่หนัก และมีพื้นนิ่ม
  • ถุงมือ : ถุงมือนี้จะใช้แค่ช่วงแรกๆ ก็พอ เพื่อกันไม่ให้น้องเอาเล็บมาข่วนหน้าค่ะ
  • หมวก : หมวกไว้ใส่กันลมเวลาออกไปข้างนอก หรืออยู่ในห้องแอร์ค่ะ

6. หมวดเดินทาง

  • เสื้อผ้า : เสื้อผ้าก็ตามสไตล์ที่คุณแม่ชอบได้เลย
  • ถุงเท้า : ตอนลูกน้อยยังเล็ก เราจะยังไม่ใส่รองเท้าให้ แต่ใส่เป็นถุงเท้าแทนค่ะ เพื่อให้เค้าไม่เย็นเท้า
  • รองเท้า : รองเท้าควรจะเป็นแบบใส่ง่ายถอดง่าย ไม่หนัก และมีพื้นนิ่ม
  • ถุงมือ : ถุงมือนี้จะใช้แค่ช่วงแรกๆ ก็พอ เพื่อกันไม่ให้น้องเอาเล็บมาข่วนหน้าค่ะ
  • หมวก : หมวกไว้ใส่กันลมเวลาออกไปข้างนอก หรืออยู่ในห้องแอร์ค่ะ

7. หมวดฝึกพัฒนาการ

  • โมบาย : โมบายจะช่วยเรื่องการมองเห็นและดึงความสนใจของลูกน้อย ถ้ามีเสียงด้วยก็จะเพิ่มความเพลิดเพลินเข้าไปอีกนะ
  • ของเล่นฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก : เช่น ตุ๊กตาบีบ ซึ่งจะช่วยให้น้องได้บีบ จับ ฝึกนิ้วไปเรื่อยๆ ค่ะ
  • ยางกัด : พอฟันลูกน้อยเริ่มจะขึ้น เค้าก็จะคันเหงือกค่ะ จะสังเกตว่าเค้าจะชอบเอามือหรือของเข้าปาก เพราะงั้น ยางกัดนี่แหละจะเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่ง

8. หมวดสุขภาพ/ดูแล

  • ยาสามัญประจำบ้าน : เช่น ยาแก้ท้องอืด ยาแก้ไข้ แต่อย่าลืมว่าต้องสำหรับเด็กด้วยนะคะ
  • ที่ฝนเล็บ/ที่ตัดเล็บ : เมื่อเล็บลูกน้อยยาว อย่าลืมตัดเล็บแล้วฝนให้เค้าด้วยน้า

9. หมวดปกป้องลูกน้อย

  • สติกเกอร์ไล่ยุง : เนื่องจากยากันยุงจะมีสารพิษ เพราะฉะนั้นสติกเกอร์ไล่ยุงจะมีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ คุณแม่สามารถติดไว้ตามเตียงหรือโต๊ะได้เลย
  • ที่รองคลาน : ที่รองคลานจะช่วยให้น้องไม่เจ็บเข่า แถมยังคลานสนุกอีกด้วย
  • ที่กันเข่าด้าน : สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีที่รองคลาน อาจจะซื้อที่กันเข่าด้านให้น้อง เพื่อให้น้องไม่เจ็บเข่า แล้วก็ช่วยให้เข่าไม่ด้านด้วยนะคะ

10. หมวดทำความสะอาด

  • น้ำยาฆ่าเชื้อ : ใช้สำหรับเช็ดตามจุดต่างๆ เช่น โต๊ะ
  • กระดาษเปียก : กระดาษเปียกควรเลือกที่เป็นสำหรับเด็ก คุณแม่สามารถใช้เช็ดมือ เช็ดหน้า หรือเช็ดก้นลูกน้อยได้ แถมยังเช็ดพวกสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้อีกด้วย
  • แอลกอฮอล์ : ใช้เช็ดทำความสะอาดของใช้ต่างๆ ก่อนให้ลูกน้อยสัมผัส
  • สำลีก้าน/สำลีก้อน : ใช้เช็ดทำความสะอาดลูกน้อย อย่าลืมว่าสำลีก้านจะต้องเป็นหัวขนาดเล็กที่สุดด้วยนะคะ

และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางของลูกน้อย ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลจนถึงวัยเด็กโต การรู้ว่า คาร์ซีทมีกี่แบบ วิธีติดตั้งที่ถูกต้อง และตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดในการติดตั้งคือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องทราบ BabyGift จะมาไขข้อสงสัยทั้งหมดเพื่อให้ลูกรักของคุณปลอดภัยสูงสุดในทุกเส้นทางค่ะ คาร์ซีท ระบบติดตั้งมีกี่แบบ เป็นเรื่องที่ต้องดูเป็นอันดับแรก ว่ารถที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ด้วยระบบใด ซึ่งการติดตั้งจะมีอยู่ 2 ระบบ ดังนี้…  1. คาร์ซีทระบบ Belt ระบบนี้สามารถติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน แต่ขั้นตอนการติดตั้งค่อนข้างจะยุ่งยาก จึงต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียด หรือ ให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญช่วยติดตั้งให้เลย   2. คาร์ซีทระบบ Isofix คือ ระบบการติดตั้งตามมาตรฐานยุโรป ติดตั้งง่าย ISOFIX จะมีในรถที่ผลิตในปี 2014 ขึ้นไป บางรุ่นที่เก่ากว่าปี 2014 ก็อาจจะมีเช่นกัน ดังนั้น ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์ ISOFIX ที่เบาะด้านหลังว่ามีหรือไม่ หรือ หากไม่แน่ใจ ก็สามารถเอารุ่นรถ ปีรถ ไปสอบถามพนักงานผู้เชี่ยวชาญได้ คาร์ซีทเด็กมีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี คาร์ซีทแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด […]

ผิวของเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า โดยเฉพาะแสงแดดในประเทศไทยที่ค่อนข้างแรง การเลือกครีมกันแดดสำหรับเด็ก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวลูกจากรังสี UV และลดการระคายเคืองได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกได้ง่ายขึ้นในไม่กี่ขั้นตอน 1. เลือกสูตรสำหรับ “เด็กโดยเฉพาะ” (Baby / Kids Formula) ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Baby / Kids / Sensitive Skin ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (Hypoallergenic) เพราะสูตรเหล่านี้จะอ่อนโยน ไม่มีสารที่อาจระคายเคืองผิวเด็ก 2. เลือกแบบ Physical Sunscreen (กันแดดแบบสะท้อนแสง) เช็คที่ส่วนผสม เช่น Zinc Oxide Titanium Dioxide ไม่ซึมเข้าสู่ผิว อ่อนโยน เหมาะกับเด็กเล็ก ลดโอกาสแพ้ 3. ค่า SPF และ PA ควรเท่าไหร่? SPF 30–50 เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป PA+++ หรือ PA++++ ป้องกัน UVA ได้ดี […]

ช่วงนี้บอกได้เลยว่า กราฟความเป็นห่วงและกังวลของแม่ๆ ก็คงจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน เพราะมีเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง COVID ที่ความร้ายกาจนั้นอยู่ที่มันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเกิดมายุคไหน ก็คงจะหนีไม่พ้นจากการปลูกฝังให้ล้างมือ แต่เด็กๆ ยุคนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ที่ล้างมือค่ะ เพราะเราจะมีขั้นตอนเพื่อสุขอนามัยที่ดีที่เยอะกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่ายุคแห่งสงคราม “โรค” เช่นนี้ เราจะฝึกให้ลูกน้อยดูแลสุขอนามัยของตัวเองยังไงได้บ้าง 1. ล้างมือให้นานกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีท่า  ตอนนี้คงจะพูดแค่ว่าให้ล้างมือให้สะอาดไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเน้นให้ล้างมือนานกว่าเดิม เพราะมือที่ดูเหมือนว่าสะอาดแล้ว อาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่เห็น การล้างมือที่ถูกต้องที่เราอยากให้คุณแม่ปลูกฝังลูกๆ ก็คือการล้างมือแบบ 7 ขั้นตอนค่ะ ลองมาดูกันนะ ว่าทำแบบไหนบ้าง แม้ขั้นตอนจะดูเยอะไปซักนิด แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าลูกน้อยทำครบ 7 ขั้นตอนนี้ ต่อให้เชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในซอกเล็บยังต้องกลัว! การันตีมือสะอาดหมดจด ตั้งแต่ข้อมือยันปลายเล็บเลยล่ะ! 2. มือกับหน้า ไม่ควรมาเจอกัน  แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับไม่ให้ลูกๆ ใช้มือสัมผัสหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้นะคะ คุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ สอนไป อาจจะแกล้งบอกเค้าว่ามือกับหน้าโกรธกันอยู่ ไม่ควรมาเจอกัน หรือเวลาลูกจะใช้มือมาจับที่หน้า อย่าดุ อย่าทำเสียงดัง หรือทำให้เค้าตกใจ แต่ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้เค้าใช้มือไปจับอย่างอื่นแทน ถ้าวิธีพวกนี้ไม่เวิร์ค เราอาจจะใช้วิธีคุยกับเค้าไปตรงๆ เล่าให้เค้าฟังว่าที่มือของเค้ามีเชื้อโรค ซึ่งมันจะมากัดที่หน้าถ้าเผลอเอามือไปจับก็ได้เช่นกันค่า […]

คุณพ่อคุณแม่ท่านไหน ยังตัดสินใจ ตั้งชื่อลูก ไม่ได้กันบ้าง?  วันนี้ Baby Gift ทำการรวบรวม 100 ไอเดีย ตั้งชื่อลูก สุดอินเทรนด์ ปี 2021เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ในบ้านด้วยชื่อเก๋ๆสุดปัง ไม่ซ้ำใคร จะมีชื่ออะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย ชื่อเล่น ลูกสาว  แก้มบุ๋ม : ลักยิ้ม ขนมปัง : อาหารฝรั่งชนิดหนึ่ง ของขวัญ : ลูกเป็นของขวัญของพ่อแม่ คริสตัล : อัญมณีแก้วสีดำ จันทร์เจ้าขา : การอ้อนขอพรจากดวงจันทร์ จิมมี่ : ชื่อนักกีตาร์ชื่อดัง ชมพู : สีชมพู ชมวิว : การมองทิวทัศน์สวยๆตามธรรมชาติ ดีไซน์ : การออกแบบ ไดอาร์ : ไดอารี่  ต้นข้าว : เมล็ดข้าวที่มีความยาว ต้นหม่อน : ต้นไม้ที่ให้ลูกกินได้และหนอนไหมชอบกิน ตั้งใจ […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid