Baby Checklist ของใช้สุดจำเป็น สำหรับคุณแม่มือใหม่

คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง

1. หมวดการนอน

  • เบาะนอน : ควรจะเป็นเบาะที่ไม่นิ่มจนเกินไป เพราะลูกน้อยยังคอไม่แข็ง เบาะที่นิ่มอาจทำให้หน้าจมลงไปในเบาะได้ค่ะ
  • หมอนกันกรดไหลย้อน : หมอนประเภทนี้เป็นตัวช่วยชั้นดี เพราะระบบย่อยของลูกจะยังทำงานได้ไม่ดีพอ
  • หมอนข้าง : ใช้ช่วยจัดท่าให้ลูกน้อยเวลานอน หรือใช้กั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยก็ได้ค่ะ
  • ผ้าห่อตัว : ตอนนอนนั้นทารกมักจะชอบผวา ผ้าห่อตัวเป็นตัวช่วยชั้นดี เหมือนมีแม่กอดตลอดเวลา
  • เปล/เตียงเด็ก : เปลจะช่วยให้ลูกน้อยหลับง่ายขึ้น และสบายขึ้นด้วยค่ะ แถมยังเป็นตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบนอนดิ้นไม่ให้ไปทับลูกน้อยด้วยนะคะ

2. หมวดให้นม

  • เครื่องปั๊มนม : ตัวช่วยมือหนึ่งเพื่อให้คุณแม่ทำสต็อกนม
  • กรวยซิลิโคน : กรวยซิลิโคนจะใช้รองน้ำนมอีกข้างในขณะที่ลูกน้อยกำลังดูดอีกข้างนึงอยู่ค่ะ
  • ถุงเก็บน้ำนม : ถุงเก็บน้ำนมจะต้องเป็นชนิดที่หนาหน่อย เพราะคุณแม่จะต้องนำไปแช่แข็งเพื่อทำสต็อก ถ้าบางไปอาจขาดได้นะ
  • ขวดนม/จุกนม : ขวดนมควรจะมีอย่างน้อย 2-3 ขวด สำหรับลูกน้อยแรกเกิด ให้ใช้ขวดขนาด 4 ออนซ์ ส่วนจุกนมก็ไซส์ XS หรือ S พอนะคะ
  • เครื่องนึ่งขวดนม : เมื่อคุณแม่ล้างขวดแล้ว ก็ต้องนำมานึ่งซะก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสะอาดหมดจด
  • ที่ล้างขวดนม : ใช้เป็นแปรงที่มีแปรงแยกสำหรับล้างจุกนมด้วยยิ่งดีค่ะ

3. หมวดการกิน

  • เครื่องบดอาหาร : เครื่องบดอาหารจะช่วยเบาแรงคุณแม่ได้มาก แถมยังบดละเอียด ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเศษอาหารติดคอลูกน้อยเลยค่ะ
  • ช้อนส้อม : ช้อนส้อมควรจะมีขนาดเล็ก สำหรับเด็กเล็กควรจะเป็นช้อนที่ทำมาจากซิลิโคนนะ
  • ถ้วยชาม : ถ้วยชามเป็นถ้วยแบบหลุมเดียวก่อนก็พอค่ะ พอน้องโตแล้วค่อยซื้อแบบหลายหลุม

4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย

  • สบู่/แชมพูสำหรับเด็ก : แนะนำให้ใช้สบู่ที่เป็นแชมพูในตัว อย่าลืมดูสูตรอ่อนโยนและไม่ระคายเคืองตาด้วยนะคะ
  • ผ้าเช็ดตัว : ผ้าเช็ดตัวลูกน้อยควรเป็นผ้าใยไผ่หรือผ้าสาลูค่ะ เพราะว่าไม่มีขนที่อาจหลุดมาติดตามตัวลูกน้อยได้
  • แปรงเหงือก/แปรงสีฟันเด็ก : ไอเท็มนี้สำคัญมาก เพราะหลังดื่มนม คุณแม่ควรแปรงเหงือกหรือฟันให้ลูกน้อย เพื่อไม่ให้ฟันผุในอนาคตค่ะ
  • กะละมัง : กะละมังควรจะเป็นวงรี เพื่อให้สามารถอาบน้ำให้น้องได้สะดวกค่ะ
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป : ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ดีจะต้องไม่ระคายเคืองผิว และซึมซับได้เยี่ยม เพื่อไม่ให้หนูน้อยรู้สึกเฉอะแฉะ
  • บวบขัดตัว/ฟองน้ำ : อย่าลืมเลือกที่เป็นสำหรับเด็กด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นอาจจะแข็งเกินไปสำหรับผิวลูกน้อยค่ะ

5. หมวดการแต่งตัว

  • เสื้อผ้า : เสื้อผ้าก็ตามสไตล์ที่คุณแม่ชอบได้เลย
  • ถุงเท้า : ตอนลูกน้อยยังเล็ก เราจะยังไม่ใส่รองเท้าให้ แต่ใส่เป็นถุงเท้าแทนค่ะ เพื่อให้เค้าไม่เย็นเท้า
  • รองเท้า : รองเท้าควรจะเป็นแบบใส่ง่ายถอดง่าย ไม่หนัก และมีพื้นนิ่ม
  • ถุงมือ : ถุงมือนี้จะใช้แค่ช่วงแรกๆ ก็พอ เพื่อกันไม่ให้น้องเอาเล็บมาข่วนหน้าค่ะ
  • หมวก : หมวกไว้ใส่กันลมเวลาออกไปข้างนอก หรืออยู่ในห้องแอร์ค่ะ

6. หมวดเดินทาง

  • เสื้อผ้า : เสื้อผ้าก็ตามสไตล์ที่คุณแม่ชอบได้เลย
  • ถุงเท้า : ตอนลูกน้อยยังเล็ก เราจะยังไม่ใส่รองเท้าให้ แต่ใส่เป็นถุงเท้าแทนค่ะ เพื่อให้เค้าไม่เย็นเท้า
  • รองเท้า : รองเท้าควรจะเป็นแบบใส่ง่ายถอดง่าย ไม่หนัก และมีพื้นนิ่ม
  • ถุงมือ : ถุงมือนี้จะใช้แค่ช่วงแรกๆ ก็พอ เพื่อกันไม่ให้น้องเอาเล็บมาข่วนหน้าค่ะ
  • หมวก : หมวกไว้ใส่กันลมเวลาออกไปข้างนอก หรืออยู่ในห้องแอร์ค่ะ

7. หมวดฝึกพัฒนาการ

  • โมบาย : โมบายจะช่วยเรื่องการมองเห็นและดึงความสนใจของลูกน้อย ถ้ามีเสียงด้วยก็จะเพิ่มความเพลิดเพลินเข้าไปอีกนะ
  • ของเล่นฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก : เช่น ตุ๊กตาบีบ ซึ่งจะช่วยให้น้องได้บีบ จับ ฝึกนิ้วไปเรื่อยๆ ค่ะ
  • ยางกัด : พอฟันลูกน้อยเริ่มจะขึ้น เค้าก็จะคันเหงือกค่ะ จะสังเกตว่าเค้าจะชอบเอามือหรือของเข้าปาก เพราะงั้น ยางกัดนี่แหละจะเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่ง

8. หมวดสุขภาพ/ดูแล

  • ยาสามัญประจำบ้าน : เช่น ยาแก้ท้องอืด ยาแก้ไข้ แต่อย่าลืมว่าต้องสำหรับเด็กด้วยนะคะ
  • ที่ฝนเล็บ/ที่ตัดเล็บ : เมื่อเล็บลูกน้อยยาว อย่าลืมตัดเล็บแล้วฝนให้เค้าด้วยน้า

9. หมวดปกป้องลูกน้อย

  • สติกเกอร์ไล่ยุง : เนื่องจากยากันยุงจะมีสารพิษ เพราะฉะนั้นสติกเกอร์ไล่ยุงจะมีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ คุณแม่สามารถติดไว้ตามเตียงหรือโต๊ะได้เลย
  • ที่รองคลาน : ที่รองคลานจะช่วยให้น้องไม่เจ็บเข่า แถมยังคลานสนุกอีกด้วย
  • ที่กันเข่าด้าน : สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีที่รองคลาน อาจจะซื้อที่กันเข่าด้านให้น้อง เพื่อให้น้องไม่เจ็บเข่า แล้วก็ช่วยให้เข่าไม่ด้านด้วยนะคะ

10. หมวดทำความสะอาด

  • น้ำยาฆ่าเชื้อ : ใช้สำหรับเช็ดตามจุดต่างๆ เช่น โต๊ะ
  • กระดาษเปียก : กระดาษเปียกควรเลือกที่เป็นสำหรับเด็ก คุณแม่สามารถใช้เช็ดมือ เช็ดหน้า หรือเช็ดก้นลูกน้อยได้ แถมยังเช็ดพวกสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้อีกด้วย
  • แอลกอฮอล์ : ใช้เช็ดทำความสะอาดของใช้ต่างๆ ก่อนให้ลูกน้อยสัมผัส
  • สำลีก้าน/สำลีก้อน : ใช้เช็ดทำความสะอาดลูกน้อย อย่าลืมว่าสำลีก้านจะต้องเป็นหัวขนาดเล็กที่สุดด้วยนะคะ

และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การทำความสะอาดของเล่นเด็ก ฆ่าเชื้อของเล่นเด็ก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อย่างเราต้องใส่ใจ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (SARS) และไข้หวัดนก การใช้วิธีแบบเดิม ๆ ที่ได้ผลในอดีต อาจไม่เพียงพอในการป้องกันเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่แฝงตัวอยู่รอบตัวได้ รวมไปถึงปัญหามลพิษในอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ฆ่าเชื้อโรคของใช้ลูก จึงต้องเลือกที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และใช้ได้กับทุกคนภายในครอบครัว เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด ความต้องการทีเปลี่ยนไปของผู้บริโภคทำให้มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีเชิงวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศจีน โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเสริมจากการป้องกันตนพื้นฐาน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การพกพาเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ หรือการใช้สารฟอกขาวในการฆ่าเชื้อ ได้แก่ เทคโนโลยีเครื่องปล่อยโอโซน เครื่องผลิตไอออนประจุลบ เครื่องผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ เครื่องฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV เป็นต้นแต่อย่างไรก็ตามมีผลิตภัณฑ์มากมาย ที่ผลิตโดยไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย หรือไม่ได้ประสิทธิภาพตามคำโฆษณา จึงก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี หรือไม่ได้ผลในการฆ่าเชื้อโรค ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด คุณแม่จึงต้องทำความเข้าใจรูปแบบของการ […]

การได้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ภารกิจนี้อาจมาพร้อมความกังวลใจ เพราะร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่คิด การเรียนรู้ท่าอุ้มที่ถูกวิธีจึงเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อส่งต่อความอบอุ่นอย่างปลอดภัยและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ท่าอุ้ม สำคัญอย่างไรต่อสรีระและพัฒนาการของลูกน้อย การใส่ใจเรื่องท่าอุ้ม ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างร่างกายของเด็ก เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและหลังของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักศีรษะได้เอง หากอุ้มผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสรีระ หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบต่อสมองได้ การใช้ท่าอุ้มต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง รวมเทคนิคท่าอุ้มต่าง ๆ ที่คุณแม่ต้องฝึกให้ชำนาญ การเลี้ยงลูกมีหลายสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรฝึกฝนท่าอุ้มต่าง ๆ ให้หลากหลายและคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเพื่อให้นม อุ้มเพื่อระบายลม หรืออุ้มเพื่อปลอบโยน ซึ่งแต่ละท่ามีเทคนิคเฉพาะตัวดังนี้ ท่าอุ้มทารกแรกเกิด วิธีการประคองศีรษะให้มั่นคงปลอดภัย สำหรับวัยแรกเกิด ท่าอุ้มที่ปลอดภัยที่สุดคือการประคองศีรษะและท้ายทอยให้มั่นคงเสมอ โดยใช้มือหนึ่งช้อนใต้ก้นและอีกมือรองรับลำคอ จากนั้นค่อย ๆ ช้อนตัวลูกมาแนบอก ให้ศีรษะวางบนข้อพับแขนอย่างนุ่มนวล ท่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงและป้องกันการสะบัดของศีรษะที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังที่ยังบอบบาง ท่าอุ้มเรอ วิธีจับลูกเรอหลังมื้อนมเพื่อลดลมในกระเพาะ หลังอิ่มนม การใช้ท่าอุ้มเพื่อช่วยระบายลมเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณแม่อาจใช้วิธีอุ้มพาดบ่า โดยให้คางของลูกเกยบนไหล่แล้วลูบหลังเบา ๆ หรือจัดให้นั่งบนตักโดยใช้มือประคองหน้าอกและคางไว้ (หลีกเลี่ยงการกดทับลำคอ) เพื่อช่วยไล่ลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการอึดอัด และป้องกันการแหวะนมที่อาจทำให้ลูกไม่สบายตัว ท่าอุ้มเข้าเต้า 4 ท่ามาตรฐานที่ช่วยให้นมลูกได้ง่ายขึ้น การให้นมจะราบรื่นขึ้นหากเลือกท่าอุ้มที่ถูกต้อง เช่น ท่าอุ้มนอนขวาง (Cradle […]

เมื่อแม่ท้องปวดเมื่อย ไปนวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า?             สารพันอาการปวดเมื่อย เป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร่างกายมีการปรับเปลี่ยน ร่วมกับการรับน้ำหนักท้องที่ใหญ่ มดลูกที่ขยายและน้ำหนักตัวลูกน้อย ทำให้คุณแม่ท้องมีอาการปวดขา ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเท้าต่างๆ ร่วมกับการปวดเมื่อยเนื้อตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน จนทำให้ปวดคอ ปวดบ่าไหล่กันได้อีก ด้วยความปวดเมื่อยหลายส่วนของแม่ท้องนี้ จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดจะไปนวดเพื่อให้หายเมื่อยและผ่อนคลาย  โดยอาจไม่รู้ว่าการนวดในช่วงตั้งครรภ์ มีข้อจำกัดและยกเว้นในบางเรื่อง ซึ่งหากคุณแม่ไปนวดโดยไม่ศึกษาหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ก่อน อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งคุณแม่และลูกน้อย  ฉะนั้น…เพื่อคลายข้อข้องใจ เราจึงมาอธิบายเบื้องต้นให้คุณแม่ได้รู้ว่า แม่องจะนวดได้ไหม และการนวดแบบไหนเป็นข้อห้ามกันบ้าง แม่ท้อง นวดอะไรได้แค่ไหน? อาการปวดเมื่อยต่างๆ กับคุณแม่ตั้งครรภ์คือของคู่กัน เพราะร่างกายที่เปลี่ยนไป การต้องแบกรักน้ำหนักท้อง โดยต้องยืนแอ่นหลังเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง และทำให้ขา ข้อเข่า และข้อเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ปวดขา ปวดน่อง โดยเฉพาะคุณแม่ท้องที่ต้องยืนนานๆ นอกจากนี้หากคุณแม่มีอาการปวดเมื่อยจากโรคข้อและกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่อยากนวด แม่ท้องนวด มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมกัน เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาอยู่จำนวนหนึ่งที่บอกถึงประโยชน์ของการนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นคือ การนวดช่วยลดความปวดเมื่อย ลดอาการบวม ตะคริว ปวดศีรษะ คลายความเครียด ทำให้หลับสบาย หลับง่ายขึ้น และอารมณ์ดีขึ้น แต่การนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

น้ำนมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และยูนิเซฟ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด  และควรให้นมแม่แก่ลูกน้อยเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตลอดจนให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีคุณค่า ปลอดภัยและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่า หรือนานที่สุดตราบเท่าที่ลูกและแม่ยังมีความต้องการนมแม่อยู่ ด้วยเพราะนมแม่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเพื่อพัฒนาลูกทุกด้านทั้งด้านสมอง ความฉลาด การเจริญเติบโต อารมณ์จิตใจ แถมการให้นมแม่ยังช่วยให้ครอบครัวประหยัด  นมแม่สะอาด และสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกคนตั้งใจที่จะให้นมแม่หลังคลอดทันที  ตลอดจนมองหาอุปกรณ์ช่วยในการให้นมแม่ได้สำเร็จ เพื่อให้ลูกรักได้ประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่และยาวนาน “ เครื่องปั๊มนม ”  ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ยุคใหม่ให้นมแม่ได้สะดวกมากขึ้น  และเป็นตัวช่วยสำคัญในการปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกนมแม่ไว้ในยามที่ต้องไปทำงาน  ทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านต้องซื้อเป็นของใช้ประจำตัว แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าเครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นหรือไม่? เพราะลูกน้อยทารกสามารถดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้   เราจึงมาชี้ให้เห็นถึงข้อดีของเครื่องปั๊มนมว่ามีความจำเป็นหรือช่วยคุณแม่ได้แค่ไหน พร้อมคำแนะนำว่าคุณแม่ควรซื้อเมื่อไร จึงจะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด เครื่องปั๊มนม ช่วยแม่ให้นมลูกได้อย่างไรบ้าง? เครื่องปั๊มนมได้ เลือกซื้อได้ตามทรัพย์และสไตล์ครอบครัว สำหรับบางบ้านที่คุณแม่สะดวกและมีเวลาเต็มที่เพื่อให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก  เพราะอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมได้  แต่จากสื่อและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าเครื่องปั๊มนมในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลายราคา  ทำให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้หลายแบบหลายชนิดตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง   […]

การเลือกขวดนม อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้ง “พัฒนาการ” และ “สุขภาพ” ของลูกน้อยโดยตรง โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังสงสัยว่า ขวดนม มีกี่แบบ? กี่ประเภท? กี่วัสดุ? และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัยของลูก บทความนี้จะช่วยอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับขวดนมแบบเข้าใจง่าย อ่านจบสามารถเลือกขวดนมให้ลูกได้อย่างมั่นใจค่ะ ทำไมลูกน้อยถึงต้องใช้ขวดนม ขวดนมจึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผงเป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น ขวดนมมีกี่แบบ? แบ่งตาม “รูปทรงขวด” ขวดนมสามารถแบ่งตามรูปทรงได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน 1. ขวดนมทรงตรง 2. ขวดนมทรงคอด หรือทรงจับถนัดมือ 3. ขวดนมป้องกันโคลิค (Anti-Colic) ขวดนมมีกี่ประเภท? แบ่งตาม “การใช้งาน” นอกจากรูปทรงแล้ว ขวดนมยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีกด้วย 1. ขวดนมสำหรับทารกแรกเกิด 2. ขวดนมสำหรับเด็กโต 3. ขวดนมเสมือนเต้านมแม่ (Breastmilk Bottle) ขวดนมมีกี่วัสดุ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร วัสดุของขวดนมเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ควรพิจารณา 1. ขวดนมพลาสติก (PP / PPSU) ข้อควรระวัง: เมื่อใช้ไปนานอาจเกิดรอยขีดข่วน ควรเปลี่ยนตามระยะเวลา 2. […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid