10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026
การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้
ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน
เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร?
แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ
- คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย
- ครอบครัวที่มีอุปกรณ์หลากหลายที่ต้องฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่ขวดนม เช่น ของเล่นยาง, แปรงสีฟัน หรือโทรศัพท์มือถือ
- ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะเครื่องมักมีระบบเก็บปลอดเชื้อ (Storage) ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- คุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม เป็นประจำ เพราะสามารถนำอุปกรณ์ปั๊มนมมาอบฆ่าเชื้อได้โดยไม่ทำลายวัสดุซิลิโคน
รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
- ระบบการทำงาน: เลือกระหว่างระบบไอน้ำที่เน้นความรวดเร็ว หรือระบบ UV ที่เน้นความอเนกประสงค์และการถนอมอุปกรณ์
- ความจุ: พิจารณาจากจำนวนขวดนมที่ใช้ต่อวัน หากมีลูกแฝดหรือใช้ขวดเยอะ ควรเลือกขนาด 17-20 ลิตรขึ้นไป
- ฟังก์ชันเสริม: เช่น การอุ่นนม, การอบแห้ง, หรือระบบกำจัดกลิ่นอับ (Deodorization)
- มาตรฐานความปลอดภัย: ต้องผลิตจากวัสดุ Food Grade, BPA Free และมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย
1. เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY – PRINCE & PRINCESS

รุ่นยอดฮิตที่ทำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะมาพร้อม 8 โหมดอัจฉริยะ จุได้เยอะและจัดระเบียบง่าย
- จุดเด่น: นึ่งฆ่าเชื้อรอบทิศทาง 360 องศา และจัดเก็บปลอดเชื้อได้นานถึง 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: สามารถอุ่นนม, นึ่งอาหาร และทำโยเกิร์ตได้ในเครื่องเดียว
2. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

ตอบโจทย์คุณแม่ที่ต้องการความรวดเร็วในการเตรียมนมให้ลูกพร้อมทาน
- จุดเด่น: อุ่นนมได้พร้อมกัน 2 ขวด โดยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำไม่เกิน 37 องศา เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนม
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดละลายน้ำแข็งสำหรับนมแม่แช่แข็ง และโหมดนึ่งฆ่าเชื้อขนาดพกพา
3. PHILIPS AVENT เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม พร้อมอบแห้ง SCF293/00
แบรนด์ที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาพร้อมดีไซน์ปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน
- จุดเด่น: ฆ่าเชื้อและอบแห้งเสร็จสรรพใน 40 นาที พร้อมระบบกรองอากาศให้สะอาดก่อนเข้าเครื่อง
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อได้นาน 24 ชั่วโมงหากไม่เปิดฝา
4. Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

ที่สุดของ ที่อบขวดนม ระบบ UV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย
- จุดเด่น: ความจุขนาดใหญ่ 20 ลิตร อบได้สูงสุด 20 ขวด และใช้หลอด UV-C จาก Philips 2 หลอด
- ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และโหมดอบแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมขวดนม
5. Glowy Star เครื่องนึ่งขวดนม อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี
รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ในการใช้งานภายในบ้าน
- จุดเด่น: ความจุ 17 ลิตร อบฆ่าเชื้อซ้ำทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: แผ่นกรองคาร์บอนช่วยลดกลิ่นอับ และชั้นวางปรับระดับได้อิสระ
6. Dodolove เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง
ดีไซน์มินิมอล ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่
- จุดเด่น: ระบบอบแห้งรอบทิศทางทำให้ขวดนมแห้งสนิทรวดเร็ว ลดการสะสมของแบคทีเรีย
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดหรี่แสงหน้าจอกลางคืน ไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย
7. Camera เครื่องนึ่งขวดนม UV-C พร้อมอบลมร้อน
แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่พ่อแม่ชาวไทยมานาน พร้อมเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ทันสมัย
- จุดเด่น: ทำงานเงียบเพียง 40 เดซิเบล และมีระบบฉายรังสี UV ซ้ำอัตโนมัติ
- ฟังก์ชันเสริม: อบแห้งด้วยลมร้อนเลือกระยะเวลาได้ และจุของใช้ส่วนตัวได้หลากหลาย
8. Doudou เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ
เน้นความเรียบหรูและการใช้งานที่สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัส
- จุดเด่น: แยกชั้นวางขวดนมและจุกนมชัดเจน จุได้สูงสุด 10 ขวด ทำงานด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง
- ฟังก์ชันเสริม: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง และโหมดอุ่นอาหารนาน 12 ชั่วโมง
9. Nanny กล่องนึ่งขวดนมไมโครเวฟ
ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัดที่สุด
- จุดเด่น: ใช้เวลาฆ่าเชื้อเพียง 6-8 นาที โดยอาศัยพลังงานจากไมโครเวฟ ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อนาน 24 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝา) และแถมฟรีที่คีบขวดนม
10. Pappu เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมด้วยไมโครเวฟ
ผลิตจากวัสดุปลอดสาร BPA 100% มั่นใจได้ในความปลอดภัยของลูกน้อย
- จุดเด่น: ใช้งานง่ายเพียงเติมน้ำและนำเข้าไมโครเวฟ มีตัวล็อกฝาปิดแน่นหนาป้องกันไอน้ำลวก
- ฟังก์ชันเสริม: ออกแบบช่องวางฝาครอบจุกนมโดยเฉพาะ ทำให้จัดเรียงอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของเครื่องอบขวดนมทั้ง 10 รุ่น
| รุ่น / ยี่ห้อ | ระบบฆ่าเชื้อ | ความจุ | ฟังก์ชันอบแห้ง | จุดเด่นพิเศษ |
| 1. PRINCE & PRINCESS (Steam) | ไอน้ำ | 14 | มี | 8 โหมด, เก็บปลอดเชื้อ 48 ชม. |
| 2. PRINCE & PRINCESS (Warmer) | ไอน้ำ | 2 | – | อุ่นนมแม่ 37°C, พกพาง่าย |
| 3. PHILIPS AVENT | ไอน้ำ | 6 | มี | ระบบกรองอากาศ, เสร็จใน 40 นาที |
| 4. PRINCE & PRINCESS (UV Gen 3) | UV-C | 20 | มี | จุเยอะสุด, กรองฝุ่น PM 2.5 |
| 5. Glowy Star | UV-C | 12 | มี | เก็บปลอดเชื้อนาน 72 ชม. |
| 6. Dodolove | ไอน้ำ | 6-8 | มี | อบแห้งรอบทิศทาง, ราคาย่อมเยา |
| 7. Camera | UV-C | 12 | มี | ทำงานเงียบ, อบของใช้ส่วนตัวได้ดี |
| 8. Doudou | ไอน้ำ | 10 | มี | หน้าจอ LED สัมผัส, แยกชั้นชัดเจน |
| 9. Nanny | ไมโครเวฟ | 5 | ไม่มี | ประหยัดเวลา, เหมาะสำหรับพกพา |
| 10. Pappu | ไมโครเวฟ | 4 | ไม่มี | วัสดุ BPA Free, ใช้ง่ายมาก |
สรุปบทความ
การเลือกที่อบขวดนม หรือเครื่องอบขวดนมที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบ UV ที่ทันสมัยหรือระบบไอน้ำที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัย ที่ BabyGift เราเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และพร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กเกรดพรีเมียม ตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเครื่องปั๊มนม และเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อให้ทุกโมเมนต์การเลี้ยงลูกของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากของขวัญที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่อบขวดนม
ที่อบขวดนม UV จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนหลอด UV-C ทุก ๆ 1 ปี หรือตามชั่วโมงการใช้งานที่ระบุข้างกล่อง (ประมาณ 6,000 ชั่วโมง) เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคให้คงที่
ที่อบขวดนม ระบบไอน้ำกับ UV แบบไหนสะอาดกว่ากัน?
ทั้งสองระบบฆ่าเชื้อได้ 99.9% เช่นเดียวกัน แต่ UV จะได้เปรียบตรงที่อบอุปกรณ์อื่นที่ทนความร้อนไม่ได้ (เช่น ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์) และไม่มีปัญหาเรื่องคราบตะกรันน้ำในเครื่อง
ถ้าใช้เครื่องนึ่งแบบไมโครเวฟ ขวดนมจะยังสะอาดอยู่ได้นานแค่ไหน?
หากยังไม่เปิดฝากล่องออก ขวดนมจะคงสภาพปลอดเชื้อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง แต่หากเปิดแล้วควรใช้งานทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอก
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เลือก ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ? น้ำนมจะเหม็นหืนมั้ย ? คุณค่าน้ำนมแม่ยังอยู่ครบถ้วนรึเปล่า ? ? อีกคำถามที่แม่ๆมักสงสัย เพราะไม่ใช่แค่ถุงเก็บนมแม่ แต่นี่คือถุงใส่อาหารของลูก วันนี้ BabyGift มี 7 เทคนิค เลือกถุงเก็บน้ำนมที่คุณแม่นักปั๊มมือใหม่ ต้องชอบแน่นอน ? จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า 1. พลาสติกหนา ทึบแสง ซิปล็อค 2 ชั้น ควรเลือก ถุงเก็บน้ำนมแม่ ที่ใช้วัสดุพลาสติกหนาทึบแสง มีความแข็งแรงไม่แตกหรือไม่รั่วซึมได้ง่าย และมีซิปล็อคแบบ 2 ชั้น เพื่อลดการรั่วซึมของน้ำนมแม่ออกจากถุง ช่วยลดกลิ่นเหม็นหืนในน้ำนมได้ และสามารถคงคุณค่าของน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี 2. ขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงเวลานั้น ถุงเก็บน้ำนมแม่ ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงในเวลานั้น อย่างช่วงแรกๆที่แม่อาจจะปั๊มได้ในไม่เยอะมากก็ควรเลือกใช้ขนาดเล็กลงมาหน่อย (4-5 ออนซ์) แล้วพอคุณแม่เริ่มปั๊มนมได้เยอะมากขึ้นค่อยขยับขนาดใหญ่ขึ้นไป การเลือกขนาดถุงพอดีกับน้ำนม จะช่วยให้แม่ๆประหยัดพื้นที่จัดเก็บในตู้แช่ได้ขนาดข้างเยอะ และยังไม่เปลืองถุง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ 3. มีแถบบันทึก เขียนง่าย ชัดเจน ควรมีแถบเขียนเอาไว้จดรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น […]
เป้อุ้มลูก จำเป็นไหม ? เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก การเลี้ยงลูกทารกเป็นสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพราะลูกน้อยยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งนอกจากการนอนหลับของลูกแล้ว ในช่วงเวลากิจวัตรต่างๆ ทั้งการไล่ลม กล่อมนอน หรือปลอบลูกเวลาร้องไห้ แม้กระทั่งเวลาพาลูกออกไปนอกบ้านเพื่อฉีดวัคซีน พบหมอหรืออื่นๆ คุณพ่อคุณแม่จะต้องอุ้มลูกอยู่เสมอ การอุ้มลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่จะต้องทำตลอดเวลาจนกว่าลูกน้อยจะเดินเองได้แข็งแรง แต่การอุ้มลูกนานๆ อุ้มผิดท่า ก็สร้างความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย และทำให้สุขภาพของคุณพ่อคุณแม่เสียได้ เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดแขน หรือมีอาการผิดปกติจนต้องไปพบหมอ ดังนั้นจึงมีเครื่องทุ่นแรงที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการอุ้มลูกน้อย เพื่อให้ได้เบาแรงและสะดวกมากขึ้น นั่นคือ เป้อุ้มเด็ก เป้อุ้มเด็ก Baby Wearing ยุคใหม่ ความจริงแล้วการใช้เป้อุ้มเด็ก เพื่อทุ่นแรงอุ้มคุณแม่ ถือเป็นวัตนธรรมของการ Baby Wearing ที่มีมายาวนานมากๆ แล้ว นั่นคือการที่คุณแม่ใช้ผ้าพันลูกน้อยและผูกไว้กับตัวคุณแม่ เพื่อให้คุณแม่สามารถทำงานอื่นๆ ได้พร้อมกับลูกก็ได้อยู่ใกล้ชิด ได้รับความอบอุ่นการดูแลจากคุณแม่ตลอดเวลา และยังมีคุณค่าทั้งการช่วยไม่ให้คุณแม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยล้า สะดวกเวลาหยิบจับทำงานอื่นๆ ได้โดยลูกไม่หล่น ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นแนบชิดปลอดภัย สร้างสายใยผูกพันแม่ลูก และจากในสมัยก่อนที่คุณแม่นิยมใช้เพียงผ้าผืนยาวที่เหนียวแน่นมาห่อพันตัวลูกและผูกไว้กับตัวเอง (แม้ในยุคนี้ก็ยังมีวัฒนธรรมของบางประเทศหรือบางพื้นที่ที่ยังคงใช้ผ้าพันตัวลูกติดกับคุณแม่อยู่) จนมีการพัฒนาเรื่อยมาจากผ้าพันแบบเดิม กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เป้อุ้มเด็ก ที่มีนวัตกรรมการออกแบบให้เหมาะสมกับการอุ้มลูกน้อย […]
คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางของลูกน้อย ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลจนถึงวัยเด็กโต การรู้ว่า คาร์ซีทมีกี่แบบ วิธีติดตั้งที่ถูกต้อง และตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดในการติดตั้งคือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องทราบ BabyGift จะมาไขข้อสงสัยทั้งหมดเพื่อให้ลูกรักของคุณปลอดภัยสูงสุดในทุกเส้นทางค่ะ คาร์ซีท ระบบติดตั้งมีกี่แบบ เป็นเรื่องที่ต้องดูเป็นอันดับแรก ว่ารถที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ด้วยระบบใด ซึ่งการติดตั้งจะมีอยู่ 2 ระบบ ดังนี้… ระบบนี้สามารถติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน แต่ขั้นตอนการติดตั้งค่อนข้างจะยุ่งยาก จึงต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียด หรือ ให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญช่วยติดตั้งให้เลย คือ ระบบการติดตั้งตามมาตรฐานยุโรป ติดตั้งง่าย ISOFIX จะมีในรถที่ผลิตในปี 2014 ขึ้นไป บางรุ่นที่เก่ากว่าปี 2014 ก็อาจจะมีเช่นกัน ดังนั้น ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์ ISOFIX ที่เบาะด้านหลังว่ามีหรือไม่ หรือ หากไม่แน่ใจ ก็สามารถเอารุ่นรถ ปีรถ ไปสอบถามพนักงานผู้เชี่ยวชาญได้ คาร์ซีทเด็กมีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี คาร์ซีทแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด และ คาร์ซีทสำหรับเด็กโต คาร์ซีทเด็กแรกเกิด มีดังนี้ คาร์ซีทแบบตระกร้าหิ้ว New […]
การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ ! เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ พัฒนาการของเด็ก ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น […]
คาร์ซีทหมุนได้ จำเป็นต่อคุณพ่อ คุณแม่อย่างไร คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน พยายามและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยเสมอ เพราะลูกน้อยคือแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยยังสร้างความสะดวกสบายสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เหมือนกัน นอกจากจะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการใช้คาร์ซีท อย่างปัญหาการอุ้มลูกน้อยเวลาขึ้นลงรถ หรือปัญหาที่จอดรถแคบเกินไป ที่ทำให้การอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถลำบาก อาจจะชนกับรถ หรือกำแพง ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้ง คุณพ่อ คูณแม่ และลูกน้อยได้ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณพ่อ และคุณแม่เลือกใช้คาร์ซีทแบบ Convertible Carseat คาร์ซีทหมุนได้ 2 ทิศทาง หรือคาร์ซีทที่หมุนได้ 360 องศา ที่นอกจากปกป้องลูกน้อยได้แล้ว ยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้คาร์ซีทหมุนได้ยังมีข้อดีอีกมากมาย ทาง Baby Gift จึงขอพา คุณพ่อ คุณแม่ มาเข้าใจถึงข้อดีของคาร์ซีทหมุนได้กันค่ะ ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทหมุนได้ .คุณพ่อ และคุณแม่ สะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถ […]
แผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นที่ต้องมีในบ้าน ถึงแม้จะไม่อยู่ในลิสของใช้ลูกที่ต้องเตรียมไว้ก่อนคลอด แต่ก็ต้องทำความรู้จักกันไว้ล่วงหน้าซักนิด เพราะแผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ในวันที่เขาเริ่มคว่ำตัว และเริ่มที่อยากจะคลาน ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 4 – 5 เดือน เป็นต้นไป แล้วแผ่นรองคลานแบบไหนที่ดีต่อลูกน้อยที่สุด วันนี้ Babygift เตรียมคำตอบไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ แผ่นรองคลานที่ทำจากโฟม EVA วัสดุประเภทโฟม EVA นั้น จะมีน้ำหนักเบา และสามารถตัดเป็นชิ้นได้ง่าย แผ่นรองคลานประเภทนี้ จึงมักจะทำมาในรูปแบบของตัวต่อจิ๊กซอว์ แบบแยกชิ้นส่วน ทั้งแบบตัวเลข หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกฝึกต่อเล่น เสริมสร้างพัฒนาการได้ เมื่อถอดเป็นชิ้น ๆ สามารถใส่กระเป๋าพกพาได้ง่าย และมีราคาถูกที่สุดในบรรดาแผ่นรองคลานทุกชนิด แต่เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเกินไป ทำให้แผ่นรองคลานไม่ยึดติดกับพื้นบ้าน เมื่อลูกฝึกเดินอาจทำให้ลื่นติดกับเท้า อาจทำให้ลื่นล้มได้ / วัสดุมีกลิ่น และมีสี ที่อาจเป็นอันตรายหากลูกสัมผัสและนำมือเข้าปาก / วัสดุเป็นโฟม จึงไม่ทนทานต่อการขีดข่วน เมื่อเด็กเล็กที่มีเล็บยาว ข่วน หรือจิกเวลาที่พยุงตัว ก็อาจจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย จึงใช้งานได้เพียงระยะสั้น / แผ่นที่แยกกันทำให้อาจเกิดร่อง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และวัสดุชนิดนี้ไม่สามารถกันน้ำได้ […]
