ทารกผิวแห้ง ดูแลอย่างไร? ให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง

วิธีดูแลทารกผิวแห้ง

คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง

ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่

โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่

สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก

สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก

อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้

สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง

การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้

การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป

การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้

ผิวขาดน้ำจากภายใน

แม้ว่าทารกผิวแห้ง ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่หากลูกน้อยได้รับนมแม่หรือนมผงไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำจากภายใน ซึ่งจะแสดงออกให้เห็นถึงอาการผิวแห้งลอกตามมาได้ การดูแลให้ลูกน้อยได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว

การแพ้หรือระคายเคืองจากผ้าอ้อม

ผื่นผ้าอ้อมที่เกิดจากการสัมผัสความเปียกชื้นของปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเวลานาน ร่วมกับการเสียดสี สามารถทำให้ผิวบอบบาง ในบริเวณนั้นเกิดการอักเสบและเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และลอกเป็นขุยได้ แม้แต่การแพ้สารบางชนิดในผ้าอ้อมก็เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผิวแห้งลอกได้เช่นกัน

สัญญาณเตือนว่าลูกน้อยมีภาวะผิวแห้ง

คุณแม่มือใหม่ ควรหมั่นสังเกตผิวของลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ หมายความว่าลูกน้อยกำลังมีภาวะทารกผิวแห้งที่ต้องการการดูแลและแก้ไขอย่างถูกวิธีโดยด่วน

ผิวลอกเป็นขุยตามแก้ม แขน และขา

นี่คือสัญญาณที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดของทารกผิวแห้ง โดยผิวจะเริ่มมีลักษณะแห้งสาก ลอกเป็นขุยขาว ๆ หรือเป็นแผ่นเล็ก ๆ ตามบริเวณที่สัมผัสอากาศบ่อย เช่น แก้ม แขน และขา ซึ่งบ่งบอกว่าผิวชั้นนอกกำลังสูญเสียความชุ่มชื้น และเริ่มหลุดลอกออกมาอย่างชัดเจน

ผื่นแดงหรือแตกลาย

เมื่อภาวะทารกผิวแห้งมีความรุนแรงมากขึ้น ผิวอาจเริ่มมีอาการแดง มีรอยแตกลายคล้ายแผนที่ หรือมีลักษณะหยาบกร้าน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเกราะป้องกันผิวถูกทำลายอย่างหนัก และเกิดการอักเสบขึ้นแล้ว ผิวแห้งลอก ในลักษณะนี้ต้องการโลชั่นบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ

ลูกงอแงเพราะคันและไม่สบายตัว

อาการคันที่มาพร้อมกับทารกผิวแห้ง มักจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว งอแง ร้องไห้ผิดปกติ หรือพยายามเกาตามร่างกาย โดยเฉพาะตอนกลางคืน คุณแม่มือใหม่ควรสังเกตความผิดปกติในการนอนของลูก เพราะความไม่สบายผิวอาจเป็นสาเหตุหลักที่รบกวนการพักผ่อนของลูกรัก

ผื่นผ้าอ้อมเกิดซ้ำแม้ดูแลความสะอาดแล้ว

การเกิดผื่นผ้าอ้อมซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดอย่างดี อาจเป็นสัญญาณว่าผิวบอบบางบริเวณนั้นมีภาวะทารกผิวแห้ง และมีเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอ ทำให้ไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ ซึ่งต้องการการบำรุงผิวที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำความสะอาด

วิธีดูแลและป้องกันทารกผิวแห้ง

วิธีดูแลและป้องกันทารกผิวแห้ง

การดูแลและป้องกันทารกผิวแห้งต้องเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และการเลือกใช้สินค้าแม่และเด็กที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางโดยเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างความชุ่มชื้น และเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง

วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง

ควรอาบน้ำให้ลูกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัด และจำกัดเวลาอาบน้ำให้สั้นที่สุด ไม่ควรเกิน 5-10 นาที ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับเด็กที่มีค่า pH เป็นกลาง และไม่มีส่วนผสมของสบู่หรือน้ำหอม หลังอาบน้ำให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผิวลูกเบา ๆ แค่พอหมาด โดยไม่เช็ดหรือถูผิวแรง ๆ

เลือกโลชั่นและครีมบำรุงผิวที่ปลอดภัย

ควรทาโลชั่นบำรุงผิว หรือครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ ภายใน 3 นาที ขณะที่ผิวยังคงมีความชื้นอยู่ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้นานที่สุด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อผิวบอบบาง

ใช้ผ้าอ้อมที่ระบายอากาศดีและขนาดพอดี

การเลือกผ้าอ้อมที่มีคุณสมบัติระบายอากาศที่ดีเยี่ยมและมีขนาดที่กระชับพอดีตัว จะช่วยลดการสะสมของความอับชื้น และลดการเสียดสีที่นำไปสู่ผื่นผ้าอ้อม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกผิวแห้ง การเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่ลูกขับถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย

เลือกเสื้อผ้าที่เป็นผ้าฝ้าย 100% ระบายอากาศได้ดี

ให้ลูกน้อยสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton 100%) เพราะเป็นวัสดุที่อ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคืองต่อผิวบอบบาง และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดผดผื่นและทารกผิวแห้งที่เกิดจากความร้อนสะสม นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

อุณหภูมิห้องที่เหมาะสม

ควรควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่เย็นจัด และถ้าหากมีการใช้เครื่องปรับอากาศ ควรใช้เครื่องเพิ่มความชุ่มชื้ในอากาศ (Humidifier) ควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในห้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวของทารกผิวแห้ง สูญเสียน้ำไปให้กับอากาศที่แห้งจนเกิดปัญหาผิวแห้งลอก

สรุปบทความ

การดูแลทารกผิวแห้งต้องอาศัยความเข้าใจในผิวบอบบางของลูกน้อย และการดูแลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การอาบน้ำ การเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ไปจนถึงการใช้โลชั่นบำรุงผิว เพื่อเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวลูกแข็งแรง การมีสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมก็เป็นตัวช่วยสำคัญ BabyGift คือผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจลึกถึงปัญหาทารกผิวแห้งของคุณแม่มือใหม่ เรามุ่งมั่นคัดสรรนวัตกรรมและให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอเพื่อช่วงเวลาเลี้ยงลูกที่มีความสุขที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เด็กทารกผิวแห้งทำยังไง

ควรดูแลโดยเน้นการเติมความชุ่มชื้น ด้วยโลชั่นบำรุงผิวที่อ่อนโยนเป็นประจำหลังอาบน้ำ และปรับพฤติกรรมการอาบน้ำไม่ให้ร้อนหรือนานเกินไป

ผิวทารกแรกเกิดแห้งลอก ปกติไหม

ผิวแห้งลอกในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องปกติ โดยเกิดจากการปรับตัวหลังคลอด แต่หากไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางดูแลที่เหมาะสม

ทำไมผิวของทารกถึงมีสีชมพู

ผิวของทารกมักมีสีชมพูเพราะชั้นผิวหนังยังบางมาก ทำให้มองเห็นเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวได้ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผิวบอบบางในวัยนี้

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ส่วนใหญ่การทำความสะอาดขวดนม จะใช้วิธีการต้ม หรือนึ่ง โดยเป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง ซึ่งเหมาะกับพาชนะที่เป็นแก้ว หรือซิลิโคน ส่วนขวดนมแบบพลาสติกการใช้ความร้อนสูงมากๆ ทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และเกิดการปล่อยสารต่างๆ ออกมาจากพลาสติกนั้น เช่น สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพ แถมยังทิ้งไอน้ำไว้ที่ก้นขวด ซึ่งไอน้ำนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียแฝงอยู่ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้มีการคิดค้นการฆ่าเชื้อโรค โดยรังสี UV ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้กับหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดนมพลาสติก ยางกัด จานชาม หรือแม้แต่อุปกรณ์อเลกทรอนิก มาทำความรู้จักกับ หลอดรังสี UV-C ที่หลายคนสงสัยว่า ฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม? รังสี UV คืออะไร แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสี 2 ส่วนคือ รังสีที่มองเห็นได้และมองไม่เห็นรังสีที่มองเห็นได้ จะมี 7 สี แต่จะสามารถเห็นต่อเมื่ออากาศมีความชื้นสูง รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับน้ำในอากาศ เราจะสามารถมองเห็นสีทั้ง 7 ได้ ที่เรียกว่า “รุ้งกินน้ำ” นั่นเอง รังสีที่มองไม่เห็น คือพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากดวง อาทิตย์ มี 2 ส่วนคือ สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ […]

เลือกคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุด จำเป็นต้องเลือกระบบ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ดีที่สุดด้วย…จริงหรือ? คุณพ่อคุณแม่หลายคนเห็นแบบนี้แล้วคงสงสัยว่าจริงหรือว่า ติดตั้งคาร์ซีท ระบบการติดตั้งไม่เหมือนกัน ความปลอดภัยก็ไม่เหมือนกันด้วย มาทำความรู้จักกับระบบ ติดตั้งคาร์ซีท กันก่อนว่ามีกี่ระบบ และจะเลือกการติดตั้งอย่างไรให้เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้ค่ะ ISOFIX คืออะไร? ISOFIX เป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบใหม่ที่ได้รับมาตรฐานจากสากล และมีใช้อยู่ทั่วโลกทั้งในเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท สำหรับเด็กที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างมาก โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยเพราะระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบISOFIX นั้นเป็นการยึดติดคาร์ซีทด้วยตัวยึด ISOFIX ที่มีความแข็งแรง แน่นหนาตามมาตรฐานสากล และระบบ ISOFIX ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการ ติดตั้งคาร์ซีท ให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย เนื่องจากปกติแล้วการ ติดตั้งคาร์ซีท จะมี 2 ระบบคือ (ที่เขียนรวมให้ย่อหน้านี้เพราะ ถ้าเผื่อพ่อแม่บางคนเป็นคนไม่ชอบอ่านก็จะอ่านตรงนี้แล้วรู้ว่า ISOFIX คืออะไรแล้วมันดียังไงนะคะ…^^) ISOFIX มีประโยชน์อย่างไร? ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบISOFIX ช่วยลดความผิดพลาด เรื่องการเสี่ยงต่อการ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ผิดวิธี เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางท่านอาจสับสน และ ติดตั้งคาร์ซีท ผิดพลาด เช่น ดึงสายเข็มขัดนิรภัยไม่แน่นหนาพอ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดอุบัตเหตุจริง จะทำให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ที่ใช้ ติดตั้งคาร์ซีท นั้นหลุดออก เป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้อยเกิดอันตรายได้ จากผลการทดลองเมื่อ ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบ ISOFIX จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตัวล็อกISOFIX ช่วยยึดติดกับโครงสร้างรถยนต์ได้มั่นคงกว่าจะไม่เกิดการคลาดเคลื่อนจากเบาะรถยนต์ ลดการกระทบกระเทือนกับลูกได้น้อยกว่า ระบบISOFIX ติดตั้งยังไง 1.มาตรวจสอบก่อนว่าที่รถของคุณสามารถ ติตดั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้หรือไม่ โดยการตรวจสอบตามในคลิปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 2.เมื่อรู้แล้วว่ารถของคุณ ติดตั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้ งั้นก็ลองมาติตดั้งคาร์ซีทกันเลยค่ะ โดยทำตามคลิปวิธีการ ติดตั้งคาร์ซีท จากด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าคาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ของใช้อื่น เพราะคาร์ซีททุกตัวมีโครงสร้างพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ความร้อนจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ กรอบ แตกหักง่าย นอกจากนี้แสง UV ยังทำให้วัสดุรองรับแรงกระแทกและเบาะรองตัว หมอนรองศีรษะทารกที่เคยนุ่มกลับแข็งและขาดความยืดหยุ่นไม่สามารถใช้ปกป้องทารกได้ดีพอ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคาร์ซีทที่เลือกใช้เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุผลิตขึ้นเมื่อไร และหมดอายุแล้วหรือยัง??? ในหลายๆ ประเทศชั้นนำอย่าง USA, Canada, ญี่ปุ่น, Australia รวมถึงประเทศในกลุ่มEurope มีการกำหนดกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตคาร์ซีททุกรายต้องระบุวันที่ผลิตไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบอายุของคาร์ซีทได้ โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้คาร์ซีทที่มีอายุไม่เกิน 7-10 ปี นับจากวันที่ผลิต แต่เนื่องจากคาร์ซีทแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นมีจุดสังเกตุวันที่ผลิตต่างกัน จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ วันนี้Baby Gift มีคำแนะนำที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบวันที่ผลิตได้ด้วยตัวเอง Aprica แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อนระดับ premium ยอดนิยมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น กับคาร์ซีทรุ่น Fladea Grow ที่สามารถปรับใช้ได้ถึง 3 รูปแบบสำหรับวัยแรกเกิด – 4 ปีนี้มีจะมีวันเดือนปีที่ผลิตฉีดขึ้นบล๊อกอยู่ที่ฐานพลาสติกของคาร์ซีทเป็นแนวตั้ง โดยจะใช้สัญญลักษณ์วงกลมพร้อมลูกศรอยู่ข้างในชี้ตามตัวเลขเรียงตามลำดับ คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 9 เดือน – 12 ปี รุ่น Air Groove STD , Air […]

ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น  ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด  ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย  คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size)  จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) […]

การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid