เปลไกวแบบหน้า-หลัง กับ ไกวซ้าย-ขวาต่างกันไหม? เลือกแบบไหนดี
การให้ลูกน้อยทารกนอนเปล เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับง่าย และนอนหลับนาน ถือเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ปู่ย่าก็ใช้เปลญวน เปลผ้าขาวม้า ผูกให้ลูกแล้วไกวนอน จนปัจจุบันการใช้เปลไกว ได้พัฒนาออกมามากมายหลายระบบ ทั้งระบบที่ต้องใช้แรงคนไกวหรือไกวมือ เปลไกวไฟฟ้า แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้ เปลลูกกรงตั้งอยู่กับที่ และเปลไกวอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลาและระดับการไกวได้อย่างแสนสะดวก แต่ก็เพราะการมีเปลไกวหลายระบบ หลายแบบให้คุณแม่เลือกในยุคนี้ ทำให้มีคำถามว่าควรจะเลือกเปลไกวแบบไหน แถมยังมีทั้งแบบที่ไกวไปด้านหน้า-หลัง และไกวแบบด้านข้างซ้าย-ขวา จึงอยากจะรู้ว่าสองแบบนี้แตกต่างกันแค่ไหน อย่างไรบ้าง ? เราลองมาอ่านข้อมูลกันค่ะ

ให้ลูกนอนเปลดีไหมนะ?
ดีแน่ค่ะ…การให้ลูกเล็กนอนเปลมีข้อดีมากมาย เพราะมีข้อมูลบอกไว้ว่าการแกว่งของเปล จะทำให้ลูกน้อยเบบี๋รู้สึกสบาย อบอุ่นและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนหลับ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยนานๆ ให้เมื่อยแขนหรือเดินจนเมื่อยขา ช่วยทำให้ลูกนอนง่าย นอนหลับได้ยาวนาน ลดอาการงอแงและไม่ทำให้ลูกน้อยเครียด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่บอกว่า การให้ลูกนอนเปลไว สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ อาทิ
- ทำให้ลูกนอนหลับได้สนิทและยาวนาน ส่งผลให้ฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหรือ Growth Hormone หลั่งได้ดี
- เมื่อลูกน้อยตื่นนอนมา มักจะอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส เพราะได้นอนเต็มที่อย่างมีความสุข
- ขณะที่ลูกน้อยนอนเปลที่แกว่งไกว ทำให้น้ำในหูมีการไหลเวียน ส่งผลดีต่อการทรงตัว
- ลูกน้อยรู้สึกสนุก เพลิดเพลิน ร่างกายได้เคลื่อนไหวเหมือนคุณแม่อุ้มโยกเห่กล่อมรวมถึงข้อดีสำหรับคุณแม่ในเรื่องช่วยทุ่นแรงในการแกว่งไกวลูก ช่วยให้คุณแม่ได้นอนหลับ พักผ่อน หรือมีเวลาทำกิจวัตรส่วนตัว กิจกรรมที่ชอบได้ในช่วงที่ลูกนอนเปลด้วย
ส่วนข้อเสียน่าจะมีเพียงแค่ลูกอาจจะติดการนอนเปล แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากคุณแม่มีเปลไกวที่เคลื่อนย้ายหรือพับเก็บได้ หรือบางท่านคิดว่าการให้ลูกนอนเปลจะทำให้ลูกหัวแบนอันนี้ก็แก้ได้ ด้วยการเมื่อลูกหลับอาจจะขยับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง และส่วนใหญ่การให้ลูกนอนเปลมักจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุไม่เกิน 5-6 เดือนเท่านั้น เพราะพอลูกโตขึ้น ก็มักจะพลิกคว่ำหงายและปีนป่ายเปล จนเป็นอันตรายได้
เลือกเปลต้องดูให้ละเอียดทุกด้าน
การเลือกเปลให้ลูกน้อยคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งด้านวัสดุที่ใช้ การออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระเด็ก และการแกว่งไกวที่ปลอดภัย นุ่มนวล มีการติดตั้งที่ปลอดภัย มีฐานที่มั่นคงไม่พลิกคว่ำได้ ข้อต่ออุปกรณ์ต่างๆ มีความมั่นคงแข็งแรงคุณภาพดี ไกวแล้วไม่หลุดหรือเลื่อนจนทำลูกตก มีราวกันตก ตาข่ายหรือซี่ลูกกรงที่มีความถี่ ลูกไม่สามารถเอาศีรษะลอดออกมาได้ มีเข็มขัดนิรภัยล็อกตัวลูกน้อย รวมถึงเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ รวมถึงอาจคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายง่าย เผื่อกรณีลูกติดเปลก่อนนอน จะได้นำไปใช้ได้สะดวกขึ้น
เปลไกวแบบ หน้า-หลัง & ซ้าย-ขวา ต่างกันอย่างไร?

เปลไกวหน้า-หลัง
คือเปลที่มีการไกวหรือโยกแกว่งไปทางด้านศีรษะ และปลายเท้าของลูก ลักษณะขึ้นลงไปมา มักใช้ในเด็กเล็กประมาณไม่เกิน 4-5 เดือน ซึ่งเปลไกวอัตโนมัติแบบโยกหน้า-หลังนี้ เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีการออกแบบที่โอบกระชับตัวลูกเบบี๋ และการไกวเปลแบบขึ้นลง เป็นการโยกไกวตามหลักแรงโน้มถ่วง ที่คล้ายกับการโยกเคลื่อนไหวเดินไปมาของแม่ ในช่วงที่ลูกน้อยอยู่ในท้องคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์
นอกจากนี้การที่เปลไกวโยกหน้า-หลัง ยังคล้ายการที่คุณแม่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขนแล้วโยกไปมา คือคุณแม่อุ้มลูกแล้วโยกจะขยับแขนขึ้นลงซ้ายไปขวาของลำตัวคุณแม่ แต่ลำตัวลูกน้อยจะเคลื่อนหน้า-หลัง คล้ายชิงช้าหน้าไปหลัง จึงช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลาย และคุ้นเคย ทำให้ลูกนอนหลับได้สบายและนานขึ้น ส่วนคุณแม่ก็มีเปลเป็นตัวช่วย ไม่ต้องผลัดกับคุณพ่อหรือคนในบ้านไกวลูก และไม่ต้องอุ้มลูกกล่อมเองตลอดเวลา และข้อดีอีกอย่างคือ มีขนาดไม่ใหญ่หรือกว้างมาก ไม่ต้องใช้พื้นที่ด้านข้างในการตั้งหรือไกว เหมือนเปลไวแบบซ้าย-ขวา
เปลไกวแบบหน้า-หลังยุคใหม่ จะออกแบบมาให้ลูกนอนสบาย ไม่อึดอัด เพราะมักจะไม่มีซี่กรงบดบังสายตาหรือมีซี่กรงที่เสี่ยงทำให้อวัยวะบางส่วนของลูกลอดไปติดขัดได้ พร้อมกับมีเข็มขัดนิรภัยหลายจุดเพื่อความปลอดภัยที่ทำให้คุณแม่มั่นใจยิ่งขึ้น

เปลไกวซ้าย-ขวา
เป็นเปลไกว ที่มีการไกวงแบบดั้งเดิม เหมือนเปลญวน เปลผ้าขาวม้าที่ใช้กันมานาน คือการแกว่งไกวไปด้านข้าง ด้านซ้ายและด้านขวาของลำตัวลูก เปลไกวแบบนี้ปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบใช้แรงมือคนไกว และเปลไฟฟ้าที่ไกวอัตโนมัติ ซึ่งลักษณะการไกวด้านข้างแบบนี้ จะแตกต่างกับการไกวแบบหน้า-หลัง เพราะตัวของลูกน้อยจะไม่ได้เคลื่อนแบบบนลงล่าง แต่ละเอนซ้ายทีขวาที ช่วยแกว่งไกวให้ลูกน้อยนอนได้เช่นเดียวกัน
เปลไกวซ้าย-ขวาส่วนใหญ่ จะมีขนาดใหญ่ ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งและเคลื่อนย้าย อาจต้องใช้พื้นที่ด้านข้างเว้นระยะให้กับเปลในเวลาที่แกว่งไกว เพื่อไม่ให้ตัวเปลไปกระทบหรือโดนเฟอร์นิเจอร์ หรือกระแทก จนลูกสะดุ้งตกใจและบาดเจ็บจากการแรงกระแทกได้ นอกจากนี้เปลไกวแบบซ้าย-ขวา จะมีทั้งแบบ ที่มีซี่ลูกกรงที่อาจทำให้อวัยวะบางส่วนของลูกไปติดหรือลอดจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ และรุ่นสมัยใหม่ที่กั้นขอบเตียงด้านข้างด้วยผ้าตาข่าย ที่ปลอดภัยกว่า และระบายอากาศได้ดี ดังนั้นหากจะเลือกใช้ควรพิจารณาเลือกที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อป้องกันอันตรายทุกด้านให้ลูก
แต่ข่าวดีสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ คือเดี๋ยวนี้มีเปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่ไกวได้ทั้งแบบหน้า-หลัง และด้านข้างซ้าย-ขวา ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรของคุณแม่ว่าชอบและสะดวกต้องการใช้แบบไหน ข้อสำคัญคือควรเลือกการไกวของเปลอัตโนมัติที่มีความนุ่มนวล มีจังหวะสม่ำเสมอไม่รุนแรง ไม่ติดขัด ไม่มีเสียงดัง และไม่ทำให้ลูกน้อยรู้สึกเวียนศีรษะ เท่านี้ลูกน้อยก็นอนหลับพริ้มได้ง่าย แฮปปี้กันไปแม่ลูก ^_^
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
หมอเด็กเค้าเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ลูกตัวเอง….อยากรู้ต้องคลิ๊ก ก่อนซื้อคาร์ซีทให้ลูก ถ้าไปอ่านหนังสือ ก็จะรู้ว่าคาร์ซีท (carseat) มี 4 แบบ (ซึ่งเอาเข้าจริงรู้จริงๆ ตอนมีลูก 55555 ก่อนนั้นรู้แต่ทฤษฎี) คือ แน่นอนในตลาด มี option มากมายไว้หลอกลวงพ่อแม่ขาช้อป 5555 ทั้งแบบตระกร้าที่ยกเข้าออกได้เลย หรือ ประกอบลง stroller (รถเข็น) ได้เลย…. เอาที่สบายใจ 555 เอาหลักในการเลือกของพ่อหมอเลยแล้วกัน 555 ไม่ว่าอะไรก็ตาม เน้นใช้ได้ยาวๆ เป็นหลัก แน่นอน convertible เป็นแบบที่เลือกแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะใช้ได้นานดี อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ปี อีแบบตระกร้าเนี่ยใช้ได้ปีเดียวก็ต้องเปลี่ยนละ ไม่ไหว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ (ต้องเอาไปซื้อของไร้สาระอื่นๆ อีก 55555) ยังๆ ยังไม่จบ เลือกชนิดแล้ว ต้องมาเลือก options อีก ตัวเลือกเรามีดังนี้ เน้นหลัก 3 ข้อในการใช้คาร์ซีท carseat โดย […]
หนึ่งอุปกรณ์สำคัญเพื่อการเลี้ยงลูกที่คุณแม่ขาดไม่ได้คือ ขวดนม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจมองข้าม เพราะคิดและตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นมแม่ล้วนหลังคลอด ซึ่งอาจลืมไปว่าแม้จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ขวดนมก็ยังมีความสำคัญและเป็นผู้ช่วยชั้นดีของการให้นมแม่ได้แน่นอน » ขวดนมจำเป็นแค่ไหน ? » ขวดนม มีกี่แบบ ? ปัจจุบันขวดนมสำหรับเด็กผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย มีหลายประเภทและหลายรูปทรงให้เลือก วัสดุของขวดนม ขวดนมสำหรับเด็ก มีทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก และขวดที่ใช้แล้วทิ้ง(Disposable Liners)ที่ใส่ลงในขวดนมอีกที แต่ปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ที่นิยมใช้มักผลิตจากพลาสติกเพราะน้ำหนักเบา ตกไมแตก ทนความร้อนและหาซื้อง่าบ โดยมีทั้งขวดพลาสติกใส ขวดพลาสติกขาวขุ่น และขวดสีชา ที่ผลิตจากพลาสติกที่ต่างชนิดกัน 1. ขวดนม PP วัสดุ POLYPROPYLENE เป็นขวดนมที่มีสีโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 –110˚c มีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน และอาจเหลือน้อยลงหากผ่านความร้อนจากการต้มหรือนึ่งบ่อยๆ 2. ขวดนม PES วัสดุ POLYETHERSULFONE เป็นขวดพลาสติกสีชาหรือน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50–180˚c มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 6 เดือน […]
ใช้เครื่องปั๊มนม ดียังไงนะ? คุณแม่รู้ไหมว่า การปั๊มนมมีส่วนช่วยคุณแม่และลูกน้อยได้มากมายกว่าที่คิด แต่เชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ การปั๊มนมครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีความกังวลใจต่างๆ นาๆ ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการปั๊มนมครั้งแรก พร้อมกับเทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้ ใช้เครื่องปั๊มนมได้เก่ง คุ้มค่าอย่างมืออาชีพ ลูกน้อยก็มีน้ำนมแม่กินอิ่มอยู่เสมอค่ะ สอนคุณแม่ ใช้เครื่องปั๊มนม แม้คุณแม่จะลองปั๊มนมแล้ว น้ำนมจะยังไม่มี ก็ไม่ควรเครียด หรือตกใจ คิดว่าตัวเองไม่มีน้ำนม เพราะการปั๊มนมช่วงนี้เป็นการปั๊มนมเพื่อกระตุ้น และฝึก ใช้เครื่องปั๊มนมให้คุ้นเคย เมื่อคุณแม่ได้ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกับให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยๆ น้ำนมแม่จะมาเร็วขึ้น เมื่อ ใช้เครื่องปั๊มนม ปั๊มนมแบบไหน? ให้เกลี้ยงเต้า การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า คือการระบายน้ำนมให้หมดจากเต้านมคุณแม่ในครั้งนั้นๆ เพื่อให้เต้านมคุณแม่ได้มีพื้นที่สำหรับการผลิตน้ำนมขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพราะน้ำนมแม่จะมีรอบของการผลิตใหม่ๆ ในเต้านมตลอดเวลา เมื่อน้ำนมผลิตจนเต็มเต้า เต็มพื้นที่เก็บน้ำนม จะทำให้เต้านมคุณแม่คัดตึง ต้องให้ลูกน้อยดูดหรือปั๊มนมระบายออกมา ซึ่งการปั๊มนมออกมานั้น ยิ่งระบายน้ำนมออกได้เกลี้ยงเต้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้นมแม่ผลิตออกมาสม่ำเสมอได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ เทคนิคปั๊มเกลี้ยงเต้า คุณแม่จะรู้ได้ว้าน้ำนมที่ปั๊มนั้นเกลี้ยงเต้าแล้ว เมื่อรู้สึกได้ว่าเต้านมอ่อนนุ่มนิ่มลง อาการคัดตึงเต้านมก่อนที่จะปั๊มนม (เพราะมีน้ำนมอยู่เต็มเต้านม) ก็จะหายไปด้วย
หากคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือจะต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะมาถึง การรู้ว่าเตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบหาซื้อของใช้ในวินาทีสุดท้าย การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น 20 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง ของใช้เด็กแรกเกิดมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนวันคลอดถึงจะไม่เป็นกังวล เราได้รวบรวมรายการสำคัญ 20 อย่างที่ทุกครอบครัวควรมี การเตรียมของใช้เด็กทารกอย่างครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น 1. ครีมทาผื่นผ้าอ้อม ผิวของทารกยังบอบบางและแพ้ง่าย การอยู่กับผ้าอ้อมเปียกนานอาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ครีมทาผื่นผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการระคายเคืองบริเวณก้น ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ลดการอักเสบ และปกป้องผิวจากความเปียกชื้นเป็นส่วนผสม 2. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้า สะดวกต่อการให้นมเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อต้องกลับไปทำงาน การมีนมแม่สำรองจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตลอดเวลา ควรเลือกแบบไฟฟ้าที่ปรับระดับแรงดูดได้ตามความต้องการของคุณแม่ได้อย่างอิสระ 3. อุปกรณ์สำหรับให้นมลูก ขวดนม จุกนม และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เป็นของใช้เด็กทารกที่ใช้บ่อยมาก ควรเตรียมไว้หลายชุดเพื่อสลับใช้ หมอนรองให้นมจะช่วยพยุงแขนของคุณแม่ให้สบายขณะให้นม จุกนมหลอกก็เป็นตัวช่วยปลอบใจลูกในยามหิวหรือเหงา 4. เครื่องวัดอุณหภูมิทารก เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็กเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทารกอาจมีไข้หรือไม่สบายได้ง่าย การสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ว่าควรพาไปหาหมอหรือดูแลเองที่บ้าน ควรเลือกแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้รวดเร็ว 5. เครื่องนอนสำหรับเด็ก ชุดเครื่องนอนเด็กประกอบด้วยฟูก หมอน และผ้าห่มที่เหมาะกับทารก เนื้อผ้าต้องอ่อนนุ่มและระบายอากาศได้ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ควรเลือกผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่ระคายผิว 6. เตียงเด็ก […]
เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งของคุณแม่ลูกอ่อน โดเฉพาะคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด เครื่องปั๊มนมจะช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการคัดเต้านม ซึ่งการที่คุณแม่ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้คุณแม่สามารถสต็อกน้ำนมได้ตามความต้องการ ปัจจุบันในท้องตลาดมีเครื่องปั๊มนมหลากหลายยี่ห้อมากมาย และก็มีหลายประเภทให้เลือกซื้อ คุณแม่บางคนอาจสงสัยว่าควรเลือกแบบไหน จะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? BabyGift มีเครื่องปั๊มนมน่าใช้ในปี 2025 มาแนะนำให้เหล่าคุณแม่ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกันเลยค่ะ เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? เครื่องปั๊มนมแบบไหนที่ถูกใจคุณแม่บ้าง ? เครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นสำหรับคุณแม่อย่างมาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกและต้องกลับไปทำงานหลังลาคลอดทำให้ไม่ได้ให้ลูกกินนมจากเต้าเหมือนตอนอยู่บ้าน เครื่องปั๊มนมนั้นก็มีประโยชน์มากมาย อย่างเช่น ทำให้คุณแม่ปั๊มนมเก็บลงสต็อกได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นน้ำนม เสมือนว่ามีทารกดูดน้ำนมอย่างเสมอซึ่งช่วยให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านม และทำให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือมีเวลาทำกิจกรรมส่วนตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ลูกดูดนมสต็อกในขวดแทนการดูดจากเต้า เรียกว่าเครื่องปั๊มนมนั้นมีความจำเป็นมากทีเดียวเลยค่ะ แล้วจะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? ก็ต้องดูว่าแต่ละรุ่นแต่ละแบบนั้น ตอบโจทย์การใช้งานของคุณแม่ได้มากน้อยอย่างไร สำหรับคุณแม่ที่อาจจะกำลังสงสัยว่าเครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ ? โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ BabyGift แนะนำเครื่องปั๊มนม 10 อันดับน่าใช้ประจำปี 2025 รู้กันแล้วว่ามีกี่ประเภท ตอนนี้เราลองมาดูยี่ห้อน่าใช้กันต่ะค่ะ ปัจจุบันตามท้องตลาดก็มีเครื่องปั๊มนมจำหน่ายมากมาย ทั้งแบบปั๊มมือ และแบบไฟฟ้า มีฟังก์ชั่นให้เลือกอย่างหลากหลาย […]
