เลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? เลือกยังไงให้เหมาะกับลูก แนะนำ 10 รุ่น คาร์ซีทเด็กแรกเกิดน่าใช้ อัปเดตปี 2024
คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ
จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย
ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ
คาร์ซีทเด็กแรกเกิด มีกี่ประเภท ?
ก่อนจะไปดูสินค้า คาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดี ? ขอแนะนำแนวทางการเลือกคาร์ซีทสักนิดค่ะ สำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงเด็กอายุ 2 ปี แนะนำให้ใช้คาร์ชีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถ (Rear-Facing) เพราะช่วยปกป้องร่างกายที่บอบบางของเด็กแรกเกิดได้เป็นอย่างดี พร้อมช่วยลดแรงกระแทกได้ดีที่สุด ซึ่งคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.คาร์ซีทกระเช้า

คาร์ซีทแบบกระเช้า จะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถถอดออก และถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ สะดวกกับคุณพ่อคุณแม่ในการถอดหิ้วใส่รถเข็นเด็กได้โดยไม่ต้องปลุกลูก แต่จะใช้ได้กับเด็กที่ไม่เกิน 18 เดือน เนื่องจากโครงสร้างที่บอบบางกว่าคาร์ซีทประเภทอื่น จึงไม่เหมาะกับเด็กที่สูงขึ้น หรือน้ำหนักตัวมากขึ้น
ข้อดีของคาร์ซีทแบบกระเช้า
- มีน้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายสะดวก
- เวลาที่ลูกนอนหลับไม่ต้องปลุกลูก หรืออุ้มลูกออกจากคาร์ซีท คุณพ่อคุณแม่สามารถถอดคาร์ซีทออกมาเดินถือได้เลย ทำให้ลูกนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกล่อมลูกหลับใหม่
- ปรับใช้งานได้หลายแบบ เช่น ในบางรุ่นสามารถใช้งานกับรถเข็นได้เลย หรือบางรุ่นปรับเป็นเปลนอนได้ด้วย ทำให้สะดวกมากขึ้น
ข้อเสียของคาร์ซีทแบบกระเช้า
- ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าข้อดีของคาร์ซีทแบบกระเช้าจะมีน้ำหนักที่เบา และรูปทรงที่เล็ก แต่ข้อด้อยก็คือโครงสร้างของคาร์ซีทแบบกระเช้ามีความบอบบางกว่าคาร์ซีทประเภทอื่นด้วย
- ตัวเบาะ Support เด็กแรกเกิด จะมีชิ้นเล็ก และบอบบางกว่าคาร์ซีทแบบอื่นๆ
- ด้วยความที่โครงสร้างที่เล็ก จึงใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้ไม่เยอะเท่าแบบอื่นๆ
- ระยะเวลาการใช้งานสั้น สามารถใช้งานได้กับเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากโครงสร้างที่เล็ก รับน้ำหนักไม่ไม่เยอะ จึงไม่เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น และความสูงเพิ่มขึ้น
2. คาร์ซีทแบบ Convertible

คาร์ซีทแบบ Convertible คือคาร์ซีทที่สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเด็กโต มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยมากขึ้น โครงใหญ่ขึ้น สามารถปรับการใช้งานได้ 2 รูปแบบทั้ง ปรับคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด และปรับหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) สำหรับเด็กโต จึงทำให้เป็นที่นิยม ทั้งนี้ คาร์ซีทแบบ Convertible สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก 3 ประเภทคือ
- คาร์ซีทแบบหมุนได้
สามารถหมุนได้ 360 องศา ส่วนใหญ่จะใช้กับเด็กแรกเกิด เพราะเด็กแรกเป็นวัยที่ต้องอาศัยความระมัดระวังสูงไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเข้าหรือออกจากคาร์ซีท ดังนั้นการหมุนหันเข้าหาคุณแม่ จะช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกขึ้นลงรถได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งไม่เสี่ยงเกิดจากหกล้ม แม้อยู่ในลานจอดรถที่แคบ นอกจากนี้ ยังติดตั้งครั้งเดียวจบ สามารถปรับใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing)
- คาร์ซีทแบบหมุนไม่ได้
ส่วนใหญ่จะออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของเด็กโตด้วย จึงไม่มีฟังก์ชั่นการหมุนมาให้ และจะต้องติดตั้งใหม่ จากการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ไปเป็นการนั่งหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) แต่ข้อดีของคาร์ซีทแบบนี้คือ อายุการใช้งานจะใช้ได้นานขึ้นกว่าแบบที่หมุนได้ บางรุ่นใช้ได้ถึง 12 ปี เลยทีเดียว
- คาร์ซีทแบบปรับนอนราบได้ และหมุนได้
คาร์ซีทแบบนี้เหมาะกับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กที่ต้องเดินทางบ่อยค่ะ มีความพิเศษกว่าแบบอื่นๆ เนื่องจากปรับนอนราบได้สูงสุด 170 องศา แถมยังหมุนได้ด้วย นอกจากนี้ ยังเหมาะกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอีกด้วย เพราะการปรับนอนราบจะช่วยทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้สบายขึ้น และหายใจได้สะดวกมากขึ้น
ข้อดีของคาร์ซีทแบบ Convertible
- ไม่ต้องเปลี่ยนคาร์ซีทบ่อยๆ เนื่องจากสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบกระเช้า เช่น 0-4 ปี, 0- 9 ปี , 0-12 ปี
- มีโครงสร้างที่ใหญ่ และตัวเบาะที่กว้างกว่าแบบกระเช้าทำให้มีการใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้มากกว่า
- มีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยสูงมากขึ้น
- มีฟังก์ชั่นหลากหลาย เช่น มีขาค้ำยัน, ช่องระบายอากาศ, หมุนได้ 360 องศา , มีที่พักเท้า, มีที่วางแก้ว เป็นต้น ทำให้มีความปลอดภัย และความสะดวกสบายมากขึ้น
ข้อเสียของคาร์ซีทแบบ Convertible
- โครงคาร์ซีทใหญ่ ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง
- คาร์ซีทมีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถถอดออกแล้วเดินถือได้เหมือนคาร์ซีทแบบกระเช้า
- มีราคาสูงกว่าคาร์ซีทแบบกระเช้า
เลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดอย่างไรดี ?

หรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดให้ลูกแบบไหนดี ตอนนี้ก็น่าจะได้ไอเดียกันไปบ้างแล้วนะคะ ซึ่งวิธีการเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ถูกต้องนั้น มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ
- เลือกจากระบบการติดตั้ง
ปัจจุบันจะมีอยู่ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Belt (ติดตั้งด้วยเข็มขัดนิรภัยของตัวรถยนต์) โดยสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน และระบบ ISOFIX หรือระบบการติดตั้งตามมาตรฐานยุโรป โดยส่วนใหญ่จะมีในรถยนต์ที่ผลิตในปี 2014 ขึ้นไป หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกคาร์ซีทแบบไหนที่เหมาะกับรถยนต์ของเรา อาจสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์เพิ่มเติม จะได้เลือกอย่างถูกต้องค่ะ
- เลือกจากรูปแบบ และขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ต้องพิจารณาว่า ต้องการการใช้งานนานแค่ไหน หากไม่อยากเปลี่ยนบ่อยๆ ก็อาจจะเลือกเป็นแบบ Convertible ที่ใช้งานได้ยาวนาน หรือถ้าต้องการความสะดวกสบาย สามารถหิ้วถือได้ ก็อาจจะเลือกคาร์ซีทแบบกระเช้า และควรเลือกเป็นแบบที่ทำความสะอาดได้ง่าย ระบายอากาศดี และซับพอร์ตกับสรีระของเด็กเล็ก ทั้งนี้ ควรเลือกขนาดคาร์ซีทให้มีความเหมาะสมกับขนาดเบาะรถของเราด้วย เพื่อที่จะได้ติดตั้งได้อย่างพอดีและมีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยค่ะ
- เลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งาน
ฟังก์ชั่นการใช้งานมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชั่นการหมุนได้ 360 องศา ฟังก์ปรับชั่นเอนนอนได้ ฯลฯ รวมถึงเลือกจากเทคโนโลยีความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เช่น ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ Side impact ป้องกันการชนด้านข้างที่ช่วยลดแรงกระแทก ทำให้เด็กปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ฯลฯ
- เลือกที่มีการการรับประกันคาร์ซีท
ควรเลือกซื้อคาร์ซีทกับตัวแทนนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีความน่าเชื่อถือ ถ้าหากมีการชำรุดก็สามารถส่งซ่อมกับผู้เชี่ยวชาญ มีอะไหล่แท้ให้เปลี่ยน นอกจากนี้ บางแบรนด์ยังมีการรับประกันอุบัติเหตุควบคู่ไปด้วย สามารถเปลี่ยนคาร์ซีทตัวใหม่ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
- เลือกที่มีสัญลักษณ์รับประกันความปลอดภัย
ให้เลือกคาร์ซีทที่มีตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานของยุโรป ECE R44/04 หรือ ECE R129 (i – Size) อันเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดสำหรับคาร์ซีทของสหภาพยุโรปในการใช้ควบคุมการผลิตคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2556 โดยเป็นมาตรฐานที่มีการทดสอบความปลอดภัยของคาร์ซีทอย่างเข้มงวด และได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย ส่วนสัญลักษณ์ของประเทศอื่นๆ ก็มีความปลอดภัย เช่น มาตรฐาน FMVSS 213 ของอเมริกา หรือ AS/NZS 1754 ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น
เลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? บอกต่อคาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ BabyGift แนะนำ!

1. Ailebebe รุ่น Kurutto R The First
จะเลือกคาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดี ? ตัวแรกขอแนะนำเป็นคาร์ซีทรุ่นใหม่ของแบรนด์ Ailebebe ที่ได้รับความนิยมจากคุณพ่อคุณแม่และดาราเซเลปมากมาย แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็เป็นคาร์ซีทที่โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมความปลอดภัย เรียกว่าล้ำกว่าทุกรุ่น เป็นคาร์ซีทที่มีความพิเศษเฉพาะ หากใครกำลังมองหาคาร์ซีทที่มีความปลอดภัยแบบสุดๆ รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากค่ะ
จุดเด่น
- เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection ออกแบบตามสรีรศาสตร์ของทารก เพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 มิลลิเมตร ปกป้องทารกได้อย่างปลอดภัยระดับสูง
- ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อลูกน้อย
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40 -100 เซ็นติเมตร หรือ อายุ 0- 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

2. Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance
คาร์ซีทเฉพาะทางเพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง เป็นคอนเซปต์ของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดรุ่นนี้ เป็นรุ่นขายดีทั้งในญี่ปุ่นและไทย มีเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน ตรงคอนเซ็ปต์ที่คุณพ่อคุณแม่นิยมใช้และให้ความสนใจมาก ๆ
จุดเด่น
- เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection ออกแบบตามสรีรศาสตร์ของทารก เพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 มิลลิเมตร ปกป้องทารกได้อย่างปลอดภัยระดับสูง
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0 -18 กิโลกรัม
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

3. APRICA รุ่น Fladea Grow Safety Plus
จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ตัวนี้เป็นคาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้ถึง 170 องศา ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกลหรือเดินทางบ่อย เป็นคาร์ซีทที่ทำให้เพื่อให้เด็กแรกเกิดนอนได้สบาย อีกทั้งฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มีก็ได้รับการคิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสูงสุดทุกการเดินทาง
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้ทารกนอนหงายอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ท้องไม่งอ คอไม่พับ หายใจสะดวก ป้องกันภาวะ Baby Shaken Syndrome ได้อย่างอุ่นใจ
- เด็กคลอดก่อนกำหนดสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
- มีหลังคาขนาดใหญ่ กันความร้อน กันแดด UV Protection 99% ปกป้องดวงตาทารก พร้อมช่องระบายอากาศ 2 ช่อง อากาศถ่ายเทได้ดี
- หมุนได้ 360 องศา พร้อมล็อค 4 ทิศทาง พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก
- มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protection ป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 เซนติเมตร หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

4. Renolux รุ่น Gaia
ตัวนี้เป็นคาร์ซีทจากฝรั่งเศสที่โดดเด่นในเรื่องเบาะที่กว้าง และมีความนุ่มเป็นพิเศษ รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Softness Cushion เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ทำได้ ทำให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทได้อย่างสบายตัว ส่วนเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัยก็จัดเต็ม เป็นสิทธิบัตรความปลอดภัยเฉพาะแบรนด์ RENOLUX เลยทีเดียวค่ะ หากกำลังมองหาคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดีที่นั่งสบาย มีความนุ่มพิเศษก็ต้องเป็น Renolux รุ่น Gaia ตัวนี้เลย
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์
- เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว หุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา ดูดซับแรงกระแทกได้มากกว่าคาร์ซีททั่วไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์
- ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเข้าเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือจนกว่าจะมีส่วนสูง 105 เซนติเมตร
- หมุนง่ายได้ถึง 360 องศา สะดวกสบาย ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
- ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ถักทอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ
- มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40 – 105 เซ็นติเมตร หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส

5. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I – CARE
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดีที่เป็นคาร์ซีทแบบกระเช้า รุ่นนี้ก็น่าสนใจค่ะ เป็นคาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิดที่สามารถถอดและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เลย ติดตั้งกับรถเข็นเด็กได้ สะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size)
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็ก รุ่น NEA
- ปรับพนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 4 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย
- น้ำหนักเบาเพียง 4.2 กิโลกรัม ถอดออก และถือหิ้วได้สะดวก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย
- พนักพิงแข็งแรง หนา 3 ชั้น ลดแรงกระแทกได้ดี
- มีฟังก์ชั่น Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย มีความปลอดภัยสูง
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 87 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ Belt (ฐาน Isofix จำหน่ายแยก)
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

6. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น MINK PRO
คาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิดจาก KINDERKRAFT ที่มีน้ำหนักเบามาก ถอดและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เลย สามารถติดตั้งกับรถเข็นเด็กได้ สร้างความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ในการเดินทาง พร้อมจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size)
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็กรุ่น Apino และ รถเข็นรุ่น NEA
- ปรับพนักพิงศีรษะ และเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย
- น้ำหนักเบาเพียง 3.5 กิโลกรัม ถอดออกและถือหิ้วได้สะดวกมาก
- ปรับพนักพิงศีรษะ และเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย
- มี Head Support หนา 3 ชั้น เสริม EPS โฟม ปกป้องศีรษะและลำคอได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 75 เซนติเมตร หรือน้ำหนัก 0 – 13 กิโลกรัม
การติดตั้ง : ระบบ Belt
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

7. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I – 360
หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนมองหาคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดีที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน และนำเป็นตัวนี้เลยค่ะ คาร์ซีทที่ใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปี มาพร้อมฟังก์ชั่นหมุนได้ สะดวกสบายเวลาพาลูกน้อยเข้า – ออกคาร์ซีท และจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา หมุ่นง่าย พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEPs ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

8. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I-GROW
นี่ก็เป็นคาร์ซีทอีกรุ่นหนึ่งที่ใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 12 ปี จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ระบบติดตั้งเสริม TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์ พร้อมหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

9. Doona รุ่น 4 in 1
Doona car seat รุ่นนี้ เป็นมากกว่าคาร์ซีททั่วไป เพราะสามารถใช้งานได้ถึง 4in1 เป็นได้ทั้งคาร์ซีท รถเข็น เปลโยก และสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ด้วย ตอบทุกโจทย์การใช้งานของคุณแม่ ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรปและอเมริกา ปลอดภัยหายห่วงอย่างแน่นอน
จุดเด่น
- ได้รับการทดสอบจาก EU & US Aircraft Approval
- ติดตั้งได้ 2 แบบ ระบบเบลท์รถยนต์ และ Isofix base (ขายแยก)
- สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิด ถึงน้ำหนัก 15 กิโลกรัม หรือประมาณ 2 ขวบแล้วแต่สรีระของเด็ก
- ถอดคาร์ซีทออกมาเดินถือได้เลย ไม่ต้องปลุกลูกขณะนอนหลับ
- สามารถเปลี่ยนคาร์ซีทให้เป็นรถเข็นได้อย่างง่ายดาย
- เนื้อผ้าทำจากใยไผ่ ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 2 ปี หรือ น้ำหนัก 0 -15 กิโลกรัม
การติดตั้ง : ระบบ Belt และ ISOFIX (ขายแยก)
แบรนด์ : ประเทศเนเธอแลนด์

10. NUNA รุ่น Reva
อีกหนึ่งคาร์ซีทที่จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย แถมลูกน้อยยังนั่งสบาย เด็กนั่งแล้วขาไม่ห้อย เพราะมีที่พักเท้าให้ คุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางไกลๆ อยากพาลูกไปด้วยก็สบายหายห่วง เบาะนั่งกว้าง โครงสร้างแข็งแรง สามารถปรับใช้งานได้ 3 รูปแบบตามช่วงวัยที่เหมาะสม
จุดเด่น
- มาตรฐานความปลอดภัยของอเมริกา FMVSS 213
- เบาะนั่งกว้าง ปรับใช้งานได้ 3 รูปแบบ ตามช่วงวัยที่เหมาะสม
- ปรับเอนนอนได้เยอะ ถึง 10 ตำแหน่ง
- รองรับการใช้งานในรถยนต์ทุกรุ่น ได้ทั้ง Belt 2 จุด และ 3 จุด
- เนื้อผ้าเส้นใย Lyocell ไม่ผสมสารเคมีและกันไฟลาม
- มี Side impact ป้องกันการชนด้านข้างได้อย่างปลอดภัย
- มีที่พักเท้า มีที่วางแก้วน้ำ สามารถวางขวดนมได้
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 9 ปี หรือ หรือมีน้ำหนัก 0 – 30 กิโลกรัม
การติดตั้ง : ระบบ Belt และ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศอเมริกา
สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองท่านใดกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ หรือถ้าต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า BabyGift เป็นร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการคัดสรรคาร์ซีทที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกน้อยมาลองนั่งคาร์ซีทได้ทุกรุ่น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก
https://www.whattoexpect.com/first-year/safety-and-childproofing/infant-vs-convertible-car-seats
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย ได้แก่ แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด 1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ 2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่ 3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่ เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้
รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia สำหรับเด็กแรกเกิด – 3 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 15 kg เพื่อความสุขแบบ Double ประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางที่สบายกว่าช่วยให้การเดินทางสำหรับคุณแม่และลูกน้อยเป็นเรื่องง่าย สะดวก สบาย ด้วยนวัตกรรมที่เหนือกว่า Function 1 : ลดแรงสั่นสะเทือนแบบ Double ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกถึง 2 จุดระบบรองรับแรงกระแทกใต้ที่นั่ง และระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% Function 2 : ระบายอากาศแบบ Double ด้วยเบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้นเบาะรองนอน ถักทอด้วยเส้นใย Silky Air มีความอ่อนนุ่ม ระบายอากาศได้ดี ให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก Function 3 : ลดความอับชื้นแบบ Double ด้วยระบบ DoubleThermo Medical Sysem ช่วยระบายอากาศให้ความรู้สึกสบายตัวแผ่นฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง ลดความร้อนสะสมบริเวณหลัง และลดอุณหภูมิของร่างกายลูกน้อยในขณะหลับได้ดี Function […]
ห้องนอนเด็กอ่อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากกำลังวางแผนที่จะมีลูกน้อย หรือบางครอบครัวคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมที่จะจัดบ้าน จัดห้องนอนเพื่อต้อนรับลูกน้อย เพราะห้องนอนที่ดีของลูกน้อยวัยทารกจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพ พัฒนาการและอารมณ์จิตใจในอนาคต ด้วยเพราะลูกน้อยทารกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และการนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้โกร๊ธฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหลั่งเต็มที่ ทำให้ลูกเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีสิ่งต่างๆ รบกวนเวลานอน ทำให้นอนไม่เพียงพอ ลูกจะงอแง หงุดหงิดง่าย เติบโตได้ไม่ดี แถมยังส่งผลต่ออารมณ์จิตใจ ทำให้เป็นเด็กเลี้ยงยากและอารมณ์ไม่ดี ยิ่งหากห้องนอนไม่มีการเตรียมพร้อมป้องกันอุบัติเหตุไว้อย่างดี ลูกก็อาจจะมีอันตรายในขณะนอนจนถึงชีวิตได้อีกด้วย ฉะนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องนอนให้ลูกทารก จึงเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพิถีพิถันใส่ใจ ควรเลือกซื้อ จัดวางและเตรียมพร้อมให้ลูกในแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย จะดีที่สุด 5 เรื่องต้องคิด ก่อนเตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน ก่อนเลือกซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ในห้องเด็กอ่อนให้ลูกน้อย มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเป็นสำคัญนั่นคือ การเลือกห้องนอนให้ลูก ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง นั่นคือ Checklist ห้องนอนเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง เตียงนอน ควรเป็นเตียงนอนที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเตียงนอนเด็กอ่อน ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับให้ลูกเวลาโตได้อีกระยะหนึ่ง เตียงไม่มีมุมหรือเหลี่ยมแหลมคมที่เป็นอันตราย หากเป็นเตียงที่มีซี่กรง ควรมีความถี่ของซี่กรงรอบเตียงหรือราวกันตกห่างกันไม่เกิน 6 […]
รถเข็นเด็กยี่ห้อไหน ที่หมอเด็กเลือกให้ลูกตัวเอง โดยหมอวิน เพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ #รถเข็นเด็ก และ #สิ่งพึงกระทำ#อุปกรณ์ยังชีพสำหรับแม่สายชิล บอกก่อนเลยว่า รถเข็นเด็ก นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้จำเป็นครับ หากมองในแง่ของการเลี้ยงดูและความปลอดภัย ไม่เหมือนคาร์ซีท ที่จำเป็นมาก ๆ ๆ (ไม้ยมก … ล้านตัว) แต่ “รถเข็นเด็ก” ก็เป็น gadget ที่ยากจะปฏิเสธ เพราะมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมากครับ แต่ถ้าใครเป็นสายอุ้ม … อุ้มโลดจ้ะ แต่มันก็จะเมื่อยถึงเมื่อยมาก จริง ๆ… ดังนั้นเลือกรถเข็นเด็กที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า และความสบายตัวของลูกละกันครับ รถเข็นเด็ก …ประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตาม … มีการรายงานว่า สามารถเกิดอุบัติเหตุได้หากใช้รถเข็นเด็กแบบไม่เหมาะสมครับ มีหลายเคสที่มาด้วยรถคว่ำหรือไหลจากที่สูงจนคว่ำทำให้หัวลูกกระแทกพื้นได้ครับ … จน AAP หรือสมาคมกุมารเวชศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องออกมาแนะนำรถเข็นเด็ก ว่าสิ่งที่พ่อแม่พึงกระทำยามใช้รถเข็นเด็กครับ……นั่นคือ และทิ้งท้ายครับ ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนนิยม รถเข็นเด็กแบบพับเล็ก ๆ ที่จับเป็นแบบก้าน ซึ่งดีในแง่การเดินทางและเอาขึ้นเครื่องเนอะ แต่หมอขอแนะนำแบบนี้ครับ รถเข็นเด็กพับเล็กไม่เหมาะกับเด็กแรกเกิดครับ เพราะไม่มีที่รองคอ และที่นั่งมักทำให้เด็ก fix กับที่ไม่ค่อยได้ครับ รอโตกว่านี้ตอนจะไปเที่ยวต่างประเทศค่อยว่ากันครับ แต่หากลูกยังเล็กแนะนำอันที่แข็งแรงมีที่รองคอดีกว่าเนอะ … ร้าน Baby Gift ตัวแทนจำหน่ายรถเข็นเด็ก Aprica แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่เหมาะกับคนเอเชียอย่างเรา ๆ […]
คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]
