คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่นโดนใจแม่ ปี 2024
คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท ( อ่านบทความประเภทของคาร์ซีท Click ) แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้
- ติดตั้งครั้งเดียวจบ ไม่ต้องติดตั้งใหม่ เพราะสามารถหมุนคาร์ซีท จากแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด มาเป็นแบบหันหน้าออกไปหน้ารถ (Forward-Facing) สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป
- อุ้มลูกขึ้น-ลงรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ป้องกันอันตรายจากศีรษะลูกกระแทกกับหลังคารถในขณะที่อุ้มลูกลงคาร์ซีทเข้ารถ
- สะดวกสบายสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องปวดหลัง เพราะจะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเอี้ยวตัว หรือก้มตัวลงไปเยอะในขณะที่พาลูกเข้าคาร์ซีท
- ช่วยฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่ลูกตื่นหรือจังหวะรถหยุดติดไฟแดง คุณแม่ก็สามารถหันคาร์ซีทมานั่งเล่นกับลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือให้นมได้อย่างสะดวก และทำใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นขณะเดินทาง

คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี
- หมุนง่ายแค่ไหน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำให้พ่อแม่ทุกคนตรวจสอบ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะควรคำนึงถึงการใช้งานจริง ว่าระบบการหมุนมีความซับซ้อน หลายขั้นตอนแค่ไหน และหมุนได้ง่ายแค่ไหน เพราะต่อให้คาร์ซีทหมุนได้แต่หมุนยาก ซับซ้อน ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งานจริง พ่อแม่ทุกคนควรเลือกที่ใช้งานได้ง่ายจะดีที่สุด
- เบาะควรปรับได้ ควรดูว่าคาร์ซีทนั้นมีการปรับเอนหรือเพิ่มความสูง-ต่ำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องคอยปรับให้เข้ากับสรีระของลูกที่โตขึ้นทุกวัน และช่วงแรกเกิดเด็กต้องการการพักผ่อนมากที่สุด ซึ่งก็ควรปรับเอนได้มากที่สุดเท่าที่มากได้ หรือไม่ควรต่ำกว่า 135 องศา ที่อยู่ในช่วงองศาการนอนที่ปลอดภัยของเด็กแรกเกิด
- การระบายอากาศ อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีทหมุนได้หรือหมุนไม่ได้ เพราะถ้าหากใช้กับเด็กแรกเกิดแล้ว เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กแรกเกิดร่างกายยังควบคุมอุณหภูมิไม่ไม่ดี ทารกจึงเหงื่ออกตามหลังและคอมากเป็นพิเศษ การระบายอากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคาร์ซีทแรกเกิด
- การติดตั้ง ควรเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับการติดตั้งของตัวรถที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันคาร์ซีทมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ
- การติดตั้งด้วยระบบ Belt หรือการติดตั้งด้วยระบบสายเข็มขัดนิรภัยของตัวรถ คาร์ซีทที่ติดตั้งแบบนี้ ข้อดีคือ จะทำให้สามารถติดตั้งได้กับรถทุกรุ่น ไม่ต้องกลัวว่ารถที่มีอยู่จะติดได้หรือไม่ได้ บ้านไหนที่มีรถหลายคัน แต่มีคาร์ซีทแค่ตัวเดียว การติดตั้งแบบ Belt ก็จะสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวว่ารถคันไหนจะติดได้ไหม แต่ข้อเสียคือ ขั้นตอนติดตั้งมีหลายขั้นตอน ต้องมีการศึกษาและเข้าใจ เพื่อที่จะติดตั้งได้ถูกต้องและปลอดภัย
- การติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX คือระบบการติดตั้งคาร์ซีทแบบใหม่ตามมาตรฐานสากล มีลักษณะการติดตั้งแบบการยึดติดคาร์ซีทกับตัวรถยนต์ด้วยตัวยึดแท่งเหล็กที่มีความแข็งแรง ข้อดีคือ เพิ่มความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีท ไม่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ในปัจจุบัน รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีการติดตั้งแบบ ISOFIX ให้มาด้วย
- การรับประกัน นอกจากจะซื้อคาร์ซีทจากแหล่งที่เชื่อถือได้แล้ว คาร์ซีทนั้นควรมีการรับประกันจากบริษัทด้วย หากมีการชำรุด ก็สามารถส่งซ่อมหรือมีอะไหล่ให้เปลี่ยน ปัจจุบันนอกจากการรับประกันสินค้าแล้ว บางรุ่นยังมีการรับประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย เพราะคาร์ซีทที่ผ่านอุบัติเหตุรุนแรกมาแล้วจะมีความปลอดภัยลดลง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
- ตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยต้องมี หลังจากมีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทในประเทศไทย จะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้นคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานของยุโรป จะมีสัญลักษณ์มาตรฐาน ECE R44/04 และ ECE R129 (i-SIZE) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด


การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย
- ไม่ควรใช้คาร์ซีทมือสอง เพราะคาร์ซีทมือสองที่ผ่านการใช้งาน วัสดุจะมีการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะคาร์ซีทที่เราไม่ทราบประวัติการใช้งานที่แท้จริง ว่าเคยผ่านอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ เพราะสภาพภายนอกอาจจะดูสมบูรณ์และชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัย อาจมีการแตกหัก หรือเปราะบางจะไม่สามารถปกป้องลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้
- ควรให้เด็กแรกเกิดนั่งคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะ จนถึงอายุ 2 ปี หรืออย่างน้อย 1 ปี เพราะการนั่งเข้าหาเบาะจะช่วยปกป้องคอและหลังของเด็กที่บอบบางได้เป็นอย่างดี
- การใช้คาร์ซีทควรติดเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ทุกครั้งและควรปรับสายเข็มขัดให้ไม่หลวม ไม่ตึงจนเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กได้
- การใช้คาร์ซีทเด็กแรกเกิดควรเลือกคาร์ซีทที่มีหมอน Support สำหรับเด็กแรกเกิด เพราะร่างกายของเด็กช่วงแรกเกิดยังบอบบาง ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
- เมื่อเด็กโตขึ้น มีขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น เบาะ Support ต่างๆของคาร์ซีท ควรถอดออกตามอายุหรือในคู่มือกำหนด เพื่อทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัย
คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024

Ailebebe รุ่น Kurutto R The First
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง
- ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อทารก
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto 6i Premium
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04
- ซัพพอร์ตหนานุ่ม 50 mm. ปกป้องศีรษะทารกได้อย่างปลอดภัย
- ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0-18 กก.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Aprica รุ่น Fladea Grow 360 Premium
คาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้เลย ถึง 170 องศา คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกล เดินทางบ่อย รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะเป็นคาร์ซีทที่ทำให้เด็กแรกเกิดนอนสบายมาก อีกทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ออกแบบโดยกุมารแพทย์ เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสุด ๆ ด้วย
จุดเด่น
- หมุนได้ 360 องศา ล็อค 4 ทิศทาง ปลอดภัย พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้เด็กนอนพักผ่อนได้สบายกว่า
- เด็กคลอดก่อนกำหนดใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
- มี Support สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปกป้องร่างกายบอบบางของทารกแรกเกิดได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Renolux รุ่น Gaia
จุดเด่น
- หมุนง่ายได้ถึง 360° สะดวก ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์
- เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว ฉีดหุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา
- ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเขาเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือส่วนสูง 105 cm.
- ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ทักถอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ
- มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-105 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส

KINDERKRAFT รุ่น I-360
จุดเด่น
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่ม
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
- ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศอเยอรมันนี

KINDERKRAFT รุ่น I-GROW
จุดเด่น
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็หมุนง่าย
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับรงกระแทกได้ดี
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
- ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมันนี
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้ ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ […]
หนาวนี้แม่ๆ มีแพลนพาลูกๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันคะ… สำหรับบ้านนี้ เราจะไปญี่ปุ่นกันค่ะ เราแพลนและจองตั๋วกันไว้ตั้งแต่ พ.ย. ที่แล้ว เลือกไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จุดหมายคือ อยากพาลูกสาว น้องเจเปค ไปดูภูเขาไฟภูจิและเดินเที่ยวในโตเกียว อยากให้เค้าเห็นการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบมากๆ ของคนญี่ปุ่นค่ะ (เพราะอยู่บ้านนางจะกรี๊ดกร๊าดหน่อยๆ) ควรพาลูกเที่ยวตอนอายุเท่าไหร่… เป็นคำถามที่แม่ๆ กังวล กลัวนู้นนี่ รวมถึงเสียงจากรอบข้างว่าน้องยังเล็ก เที่ยวไปก็จำอะไรไม่ได้ แต่บ้างบ้านก็อยากใช้สิทธิ์ค่าตั๋วราคาพิเศษสำหรับเด็ก 7 วัน – ไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน สำหรับน้องเจเปค ครั้งนี้เป็นการไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ขอเล่าย้อนหลังนิดนึงค่ะ ครั้งแรกของน้องไปตอน 1 ขวบ 1 เดือน เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้า อย่างที่บอกไปตอนต้น ว่าเสียงรอบ ๆ ตัวที่บอกว่าน้องยังเล็กไป พาไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก จำอะไรไม่ได้หรอก แต่หลังจากกลับมาจากรอบแรก หลายครั้งที่น้องเจออะไรเกี่ยวกับที่ตัวเองเคยทำที่นู่น ไม่ว่าจะเป็นขึ้นรถไฟ โหนรถไฟ ใบไม้แดง อาหารญี่ปุ่น น้องจำได้เยอะจนทุกคนงงไปเหมือนกัน เราพ่อแม่ก็แฮปปี้สิคะ จริงๆแล้วลูกสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ แต่อาจจะจำได้ไม่ละเอียดเหมือนผู้ใหญ่ เด็กวัย […]
คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร? เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม ข้อดี […]
เมื่อลูกน้อยอายุ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มต้องพาลูกออกจากบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะพาไปหาหมอ หรือพาไปทำธุระต่าง ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงการพาเด็กเล็กออกไปนอกบ้าน นอกจากจะต้องมีรถเข็นเด็กที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจจะกำลังมองหา เป้อุ้มทารก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราอุ้มลูกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ทำให้เมื่อยจนเกินไปเพราะช่วยถ่ายเทน้ำหนักได้ดี สำหรับบทความนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการเลือกซื้อเป้อุ้มทารกอย่างไรดีให้เหมาะกับลูกน้อยของเรา ตามไปดูกันเลยค่ะ BabyGift ชวนคุณแม่เลือก เป้อุ้มทารก 1 เดือน พร้อม 7 แบบเป้แนะนำ เป้อุ้มทารก 1 เดือน จำเป็นหรือไม่ ? มีประโยชน์อย่างไร ? ก่อนที่ BabyGift จะแนะนำแบบเป้ที่ดีกับลูกน้อยให้กับคุณแม่ ขอพาไปทำความรู้จักกับเป้อุ้มทารกกันก่อนนะคะ เป้อุ้มเด็ก หรือกระเป๋าอุ้มเด็กทารกเป็นอุปกรณ์ทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยด้วยตัวเอง และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครดูลูก เหมาะสำหรับการอุ้มเด็กเล็กตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป้อุ้มเด็กจะมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก เพราะมักจะไม่มีคนดูแลเด็กเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำธุระอื่น ๆ นอกบ้าน หรือโดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้านหรือทำธุระต่างๆ ซึ่งสามารถใช้เป้อุ้มเด็กเพื่อให้ลูกอยู่กับตัวเองได้ และสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งคุณแม่สามารถใช้เป้อุ้มทารกได้ตั้งแต่ 1 เดือน ไปจนถึงอายุ 1 ขวบขึ้นไป เราไปดูประโยชน์ของเป้อุ้มเด็กกันต่อเลยค่ะ ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่เล่าไปข้างต้นแล้ว ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่จะตอบคำถามคุณแม่อีกว่า ทำไมถึงควรใช้เป้อุ้มเด็ก ซึ่ง BabyGift เคยเขียนเอาไว้แล้ว ลองตามไปอ่านเพิ่มเติมกันดูนะคะ เลือกเป้อุ้มเด็ก อย่างไรดี ? ถึงจะดีต่อลูกน้อยมากที่สุด คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจมีความกังวลว่าการใช้เป้อุ้มเด็ก […]
บ้านไหน ? กำลังวางแผนซื้อรถเข็นให้ลูกอยู่บ้างเอ่ยยย พ่อแม่หลายคนถาม หมอแอม เข้ามากันเยอะมาๆๆ ว่าเวลาซื้อรถเข็นให้ลูกควรดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกรถเข็นให้ลูกยังไง? ให้เหมาะกับสถานการณ์โควิด และสภาพแดดบ้านเราแบบนี้ ?? วันนี้ หมอแอม มีหลักการเลือกรถเข็นเด็ก ง่ายๆ สไตล์คุณหมอมาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงช่วงนี้ที่มีสถานการณ์โควิดระบาด และคิดว่าน่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพัก เด็กเล็ก 0-2 ขวบที่ยังใส่แมสก์เหมือนผู้ใหญ่ไม่ได้ คำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา และกรมอนามัย คือ แนะนำว่าเด็กเล็กๆให้หาผ้าคลุม หรือใช้รถเข็นเด็กแล้วคลุมผ้าไว้แทนการใส่แมสก์ได้ค่ะ ทีนี้จะเลือกรถเข็นยังไงล่ะ? ให้เหมาะกับลูก เหมาะกับบ้านเรา และเหมาะกับสถานการณ์โควิด หรือสารพัดโรคระบาดของเด็กเล็กได้ วันนี้หมอแอมมีหลักการเลือกรถเข็นเด็กมาฝากค่ะ หลักการเลือกรถเข็นเด็ก 5 ข้อ เพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม 1) อันดับแรกที่ หมอแอม ดู คือ โครงสร้างต้องแข็งแรง และมีระบบลดการสั่นสะเทือน […]
โดยปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อคาร์ซีท รถเข็นเด็กไป จะไม่ค่อยได้คำนึงถึงว่าใช้งานไปนานเท่าไหร่แล้ว แล้วเมื่อไหร่ถึงจะต้องซักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค คาร์ซีท รถเข็นเด็ก จนกระทั้งเกิดความสกปรกขึ้น เช่น ฝุ่นควัน นม อาหาร หรือขนมต่างๆ หกใส่เบาะ คราบน้ำลาย คราบอาเจียน ที่ไม่สามารถเช็ดออกได้ เป็นคราบสกปรกเห็นได้ชัด ถึงจะทำความสะอาด แต่รู้ไหมว่ายิ่งทิ้งคราบแบบนั้นไว้นานเท่าไหร่ พวกเชื้อแบคทีเรียต่างๆที่เกิดขึ้นจากการหมักหม่น ก็จะเกิดการสะสมมากขึ้น ส่งผลร้ายต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความบอบบาง แพ้ง่าย ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ แนะนำการซักทำความสะอาดคาร์ซีท รถเข็นเด็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ควรซักทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน ตามการใช้งาน เพื่อช่วยให้คาร์ซีท รถเข็นเด็ก ของลูกสะอาดพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย สำหรับการซักทำความสะอาด ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งซักทำความสะอาดได้จากร้านที่ซื้อสินค้ามา เช่น ร้าน BabyGift ที่รับบริการถึง 3 สาขา ใกล้บ้าน แต่ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ ทางเราจึงมีเทคนิคการซักทำความสะอาดด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำความสะอาด คาร์ซีท รถเข็นเด็ก แยกการทำความสะอาดออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือผ้าหุ้มเบาะ […]
