7 ข้อควรทำก่อนออกจากบ้าน และหลังกลับเข้าบ้าน

เกิดมาเป็นคุณแม่ยุค New Normal แม้ชื่อจะดูเท่ แต่มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากนิดๆ เพราะต้องใช้ชีวิตแบบอุปกรณ์เยอะ ไหนจะหน้ากาก ไหนจะเจลแอลกอฮอล์ แถมพิธีรีตองเยอะกว่าเดิม และโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นแบบนี้ ใช่ว่าเราจะเดินเข้าออกจากบ้านได้อย่างสบายใจเสียเมื่อไหร่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุค New Normal แบบนี้จะต้องทำอะไรบ้างก่อนออกจากบ้าน และทำอะไรบ้างเมื่อกลับมา

4 ข้อควรทำก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน

1.เช็คอัพเดทติดตามยอดผู้ป่วยกันซักนิด ถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์จะดูเบาลง แต่ก็ไม่ควรละเลยน้า ตอนนี้มีช่องทางมากมายให้คุณแม่ได้เช็คข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสดจากทางโทรทัศน์ ที่คอยรายงานข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยและสถานการณ์ COVID ในแต่ละวันอยู่ตลอด หรือจะเป็น Social Media ต่างๆ ที่สรุปข่าวมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน การติดตามสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เราอัพเดทเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าโรคร้ายเป็นประจำ แถมยังทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่กำลังระบาด จะได้หลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณแม่ชื่นชอบที่จะติดตามข่าวสารจากทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น คุณแม่อย่าลืมกรองข่าวให้ดี เพราะอย่าลืมว่า Social Media เป็นแหล่งรวมของข่าวลวงอันดับหนึ่งเลยนะ

2. พกหน้ากากให้เป็นนิสัย  ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกจากบ้านเราก็มักจะส่องกระจกดูว่าแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยรึยัง แต่ตอนนี้ ก่อนออกจากบ้าน คุณแม่จะต้องส่องกระจกเพื่อเช็คดูว่าใส่หน้ากากพร้อมลุยแล้วหรือยังแทน คุณแม่ควรจะมีหน้ากากอย่าน้อยสองอันพกติดตัวไว้ เผื่อทำหายระหว่างทาง แล้วก็นอกจากจะเช็คหน้ากากของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมดูของลูกน้อยด้วยล่ะ! ตอนนี้หลายๆ สถานที่ก็ไม่ได้มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กแล้วนะ ถึงจะเป็นเด็กเล็ก แต่ถ้าไม่ใส่หน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่บางที่ก็ไม่ให้เข้าเลยล่ะค่ะ เรียกได้ง่ายๆ ว่า ตอนนี้ หน้ากากก็เหมือนเป็นบัตรผ่านประตูที่ถ้าไม่มี ก็คือไม่ได้เข้านั่นเอง


3. ใส่เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ลงกระเป๋า  
จริงอยู่ที่สถานที่ต่างๆ กว่า 90% มีเจลแอลกอฮอล์เตรียมไว้ให้ที่ทางเข้า เรียกได้ว่าหาได้ง่ายยิ่งกว่าน้ำเปล่า แต่เราก็ควรจะพกของส่วนตัวไปด้วยนะ แม้จะขาดตลาดไปช่วงนึง ตอนนี้เจลแอลกอฮอล์นี่หาซื้อได้ง่ายๆ มากๆ เลยล่ะค่ะ มีทั้งแบบหลอดเล็ก แบบขวดปั๊ม หรือถ้าเป็นสเปรย์ ก็มีทั้งแบบขวดเล็ก ขวดใหญ่ แถมยังมีแบบกล่องแบน เหมาะสำหรับการพกพามาให้คุณแม่ได้เลือกซื้อเลือกใช้อีกด้วย อย่าลืมเลือกตัวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป และที่สำคัญ ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอมนะคะ เพราะน้ำหอมพวกนี้อาจทำให้คุณแม่และลูกน้อยเกิดอาการแพ้ได้นั่นเองค่า

4. ตั้งสติเตือนตัวเอง อย่าลืมเช็คอิน  วางแผนตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านว่าเราจะไปไหนบ้าง อย่าลืมเตรียมโทรศัพท์ให้พร้อมเพื่อเช็คอินผ่านแอปชัยชนะตามที่ต่างๆ ที่เราไป แอปชัยชนะจะเป็นสิ่งที่มาช่วยบันทึกข้อมูลว่าเราไปไหน เวลากี่โมง ซึ่งทำให้ทางผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามเราได้หากมีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID เกิดขึ้นในที่ที่เราไป เพราะฉะนั้น อย่าลืมเช็คอินและเช็คเอาต์ทุกครั้ง เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณแม่และลูกน้อยเองนะคะ

สิ่งควรทำหลังกลับมาบ้าน

1.ทิ้งหรือซักหน้ากากที่ใช้ทันทีที่ถึง  หน้ากากอนามัยถือเป็นขยะติดเชื้อ ซึ่งก็แปลว่า มันสามารถแพร่เชื้อโรคให้คนอื่นต่อได้ หากคุณแม่และคุณลูกใช้หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้ง ให้ล้างมือให้สะอาด แล้วถอดหน้ากากโดยอย่าให้มือสัมผัสกับด้านในนะคะ ม้วนให้เรียบร้อยแล้วใส่ถุงเล็กๆ ก่อนทิ้ง ส่วนถ้าเป็นหน้ากากผ้าก็ให้รีบซัก และไม่ควรใส่ซ้ำติดต่อกันหลายวันน้า

2. ล้างมือให้สะอาดเมื่อกลับเข้าบ้าน  เวลาเราออกจากบ้าน เราจำไม่ได้หรอกค่ะว่าเราสัมผัสอะไรไปบ้าง เพราะอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยจากเชื้อโรคในระดับหนึ่งก็คือการล้างมือนั่นเองค่ะ เอาจริงๆ แล้ว การล้างมือนี่ควรจะล้างตลอดทั้งวัน และล้างเมื่อกลับเข้ามาบ้านเช่นกัน วิธีการล้างมือที่ถูกต้องนั้น ไม่ใช่แค่ถูไปมาสองสามครั้งนะคะ แต่คุณแม่และลูกน้อยควรจะใช้เวลาไปกับการล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที ถูกสบู่ให้เยอะๆ แล้วล้างให้หมดจดทุกซอกมุม

3. อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่พาเชื้อโรคเข้าบ้าน  สิ่งที่เราอยากแนะนำอีกอย่างเมื่อถึงบ้านก็คือให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ เพราะอย่างที่บอก เราไม่รู้ว่าตลอดทั้งวันนั้นเราสัมผัสอะไรมาบ้าง การอาบน้ำให้สะอาดก็เลยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชำระล้างเชื้อโรคที่มองไม่เห็นเหล่านั้นนั่นเองค่ะ! ส่วนชุดที่ใช้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ให้รีบซัก หยดน้ำยาซักผ้าฆ่าเชื้อลงไปซักหน่อย และถ้าเป็นไปได้อีก ก็ให้ซักแยกกับชุดอยู่บ้านอื่นๆ จะดีที่สุดนะคะ

และทั้ง 7 ข้อนี้ ก็คือสิ่งที่คุณแม่ควรทำทั้งก่อนออกจากบ้าน และหลังกลับมาที่บ้าน ไม่ใช่แค่ช่วงโควิดที่ควรทำน้า แต่ทุกช่วงก็ควรทำค่า เพราะเชื้อโรคจะได้ไม่มายุ่งกับลูกเราได้ พยายามทำให้ชินและให้ติดเป็นนิสัย ถึงแม้ขั้นตอนจะเยอะไปซักนิด แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ ลูกน้อย และสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ แล้ว มันก็ถือว่าคุ้มกับการเสียเวลามากๆ เลยน้า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่ทั้งหลายรู้สึกถึงลูกดิ้นกันรึยังจ้ะ ที่เค้าว่ากันว่าเวลาลูกดิ้นเป็นช่วงที่แฮปปี้สุดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องโม้นะ เพราะว่ามันเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าตื่นเต้น เหมือนโลกหยุดหมุนเลยล่ะ คุณแม่ๆ มือใหม่ทั้งหลายก็คงกำลังรอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่ออยู่ใช่มั้ยคะ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าลูกของคุณแม่ๆ ทั้งหลายจะเริ่มดิ้นกันตอนไหน ท้องเริ่มใหญ่แล้วแต่ลูกไม่เห็นดิ้นซักที… จริงๆ แล้วขนาดท้องก็ไม่ได้บ่งบอกถึงขนาดตัวลูกในท้องของคุณแม่นะ คุณแม่จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกเร็วหรือช้านั้นจะขึ้นอยู่กับผนังหน้าท้องของคุณแม่ต่างหากล่ะ คุณแม่ท่านไหนที่ดั้งเดิมเป็นคนตัวเล็ก ผนังหน้าท้องบาง ก็จะรู้สึกได้เร็วกว่าคุณแม่ที่มีผนังหน้าท้องที่หนาค่ะ ในช่วงท้องอ่อนๆ ขนาดตัวของลูกจะยังเล็กมาก ต่อให้ดิ้นเป็นวงกลมม้วนสิบตลบก็ไม่มีทางมาชนกับผนังหน้าท้องให้คุณแม่รู้สึกได้ค่ะ สำหรับคุณแม่ท้องแรกจะรู้สึกถึงลูกดิ้นตอนประมาณสัปดาห์ที่ 18-25 ส่วนคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมาแล้วจะรู้สึกตอนประมาณสัปดาห์ที่ 13-14 ค่ะ ความรู้สึกแรกคือคุณแม่จะรู้สึกเหมือนโดนปลาตอดที่หน้าท้องเบาๆ อาจจะรู้สึกจั๊กจี้นิดนึง แต่มีความสุขสุดๆ ไปเลย ลูกดิ้นตอนไหนบ้างนะ? ลูกน้อยของเรามักจะหลับซะเยอะค่ะ แต่มักจะชอบตื่นมาแดนซ์ตอนช่วงดึกๆ ตั้งแต่ 3 ทุ่มจนเข้าตี 1 ตี 2 ราวกับจะเปิดผับในท้องของเราอย่างนั้นแหละ เอาจริงๆ แล้วลูกน้อยในท้องจะยังตื่นไม่เป็นเวลา เพราะเค้ายังไม่รู้จักกลางวันกลางคืน ส่วนใหญ่ลูกจะดิ้นหลังอาหารทั้งสามมื้อ เวลาคุณแม่ทานอะไรหวานๆ เวลาที่คุณแม่ได้ออกกำลังกายเบาๆ หรือแม้แต่เวลาที่คุณแม่หิวก็อาจจะทำให้ลูกดิ้น เพราะว่าเสียงท้องร้องของคุณแม่อาจจะกำลังกวนเค้าอยู่ พอคุณแม่เริ่มท้องแก่สักประมาณ 36 สัปดาห์ ความรู้สึกถึงการดิ้นของลูกอาจจะเปลี่ยนไปค่ะ จะช้าๆ เนิบๆ เพราะเค้าตัวใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่ในมดลูกแคบลง จะมาขยับปุปปับเหมือนเดิมก็คงไม่ได้ละ ลูกดิ้นสำคัญอย่างไร ในช่วงท้องอ่อนๆ จะเป็นช่วงที่คุณแม่กังวลมากว่าลูกยังอยู่กับเรารึเปล่าเพราะเราไม่รู้สึกถึงการขยับของเค้าเลย แต่พอเรารู้สึกว่าเค้าดิ้น เราจะอุ่นใจมากๆ ค่ะ เพราะการดิ้นของลูกน้อยทำให้เรารู้ว่าเค้ายังแข็งแรงดีอยู่นั่นเอง การนับลูกดิ้น คุณแม่มือใหม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องการนับลูกดิ้น แต่ก็อาจจะยังคงงงๆ ว่าจะนับยังไง การนับลูกดิ้นจริงๆ แล้วก็มีหลายวิธีนะ […]

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟังดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย App : Pregnancy yoga Exercisesแอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้องดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ […]

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ส่วนใหญ่การทำความสะอาดขวดนม จะใช้วิธีการต้ม หรือนึ่ง โดยเป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง ซึ่งเหมาะกับพาชนะที่เป็นแก้ว หรือซิลิโคน ส่วนขวดนมแบบพลาสติกการใช้ความร้อนสูงมากๆ ทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และเกิดการปล่อยสารต่างๆ ออกมาจากพลาสติกนั้น เช่น สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพ แถมยังทิ้งไอน้ำไว้ที่ก้นขวด ซึ่งไอน้ำนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียแฝงอยู่ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้มีการคิดค้นการฆ่าเชื้อโรค โดยรังสี UV ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้กับหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดนมพลาสติก ยางกัด จานชาม หรือแม้แต่อุปกรณ์อเลกทรอนิก มาทำความรู้จักกับ หลอดรังสี UV-C ที่หลายคนสงสัยว่า ฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม? รังสี UV คืออะไร แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสี 2 ส่วนคือ รังสีที่มองเห็นได้และมองไม่เห็นรังสีที่มองเห็นได้ จะมี 7 สี แต่จะสามารถเห็นต่อเมื่ออากาศมีความชื้นสูง รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับน้ำในอากาศ เราจะสามารถมองเห็นสีทั้ง 7 ได้ ที่เรียกว่า “รุ้งกินน้ำ” นั่นเอง รังสีที่มองไม่เห็น คือพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากดวง อาทิตย์ มี 2 ส่วนคือ สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ […]

คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้ สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว […]

เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ 1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย 2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ 3. […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid