5 ฟังก์ชั่นสำคัญ ที่ต้องพิจารณาก่อนเลือก ซื้อเครื่องปั๊มนม

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยอย่างเต็มที่สุดความสามารถ และกำลังเตรียมตัว ซื้อเครื่องปั๊มนม คู่ใจที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีและตอบโจทย์ คงจะต้องหาข้อมูล ศึกษาการทำงานของเครื่องปั๊มนมแต่ละรุ่นกันอย่างจริงจังก่อนเลือกซื้อ พร้อมกับปรึกษาแม่ที่เคยมีประสบการณ์ เพื่อจะได้ซื้อใช้ให้คุณค่ากับราคาที่จ่าย

เครื่องปั๊มนมในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน พร้อมกับราคาที่มีทั้งหลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น ตลอดจนมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน  ดังนั้นก่อนเลือกซื้อและศึกษาเครื่องปั๊มแต่ละชนิด เราขอแนะนำให้คุณแม่เน้นในเรื่องการทำงาน 5 อย่างที่สำคัญ หรือ 5 ฟังก์ชั่นที่ต้องใส่ใจ เพื่อให้คุณแม่ได้เครื่องปั๊มนมที่ใช้งานได้คุ้มค่า ปั๊มน้ำนมแม่ได้มีคุณภาพดี เหมาะสมกับการเลี้ยงลูกในแบบเรามากที่สุด

5 ฟังก์ชั่นสำคัญต้องรู้ไว้ ก่อนตัดสินใจ ซื้อเครื่องปั๊มนม

1. ประสิทธิภาพของการปั๊มนม

หรือที่เรามักเรียกว่าโหมดปั๊มนม โดยพิจารณาการปั๊มนมของเครื่องปั๊มนมว่า ใช้แรงดูดแบบไหน อย่างไร อาทิ

  • ใช้แรงดูดหรือปั๊มนมจากมือ หรือใช้ไฟฟ้าปั๊มอัตโนมัติ
  • ใช้กำลังแรงในการปั๊มนมแค่ไหน เช่น มีแรงดูดสูงสุดที่ 220-450 mmHg. เพราะหากมีแรงดูดต่ำเกินไปก้อาจจะปั๊มได้ไม่ดี หรือมากเกินไป ก็อาจทำให้คุณแม่เจ็บได้
  • สามารถปรับความแรงในการดูดได้หรือไม่ และสามารถปรับความแรงในการดูดได้กี่ระดับ เพื่อให้คุณแม่สามารถปรับความแรงในการปั๊มนมแม่ให้เหมาะสมกับความต้องการได้หลากหลายนั่นเอง
  • เครื่องปั๊มนมที่ดี ควรมีคุณภาพในการปั๊มน้ำนมแม่ ใกล้เคียงกับการดูดของลูกน้อยทารก นั่นคือ ควรมีแรงปั๊มอย่างต่ำที่ 200 mmHg.มม. จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการปั๊มน้ำนมออกมาได้มาก  และส่งผลให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากตามไปด้วย

2. คุณภาพของรอบการดูด

คุณแม่ควรสอบถามและอ่านข้อมูลว่าเครื่องปั๊มนมที่สนใจ มีรอบหรือจังหวะในการดูดเท่าไร   โดยควรเลือก ซื้อเครื่องปั๊มนม ที่มีรอบดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จะทำให้ปั๊มนมออกได้มากกว่า เนื่องจากการดูดประมาณ 40-60 รอบต่อนาที จะใกล้เคียงกับการดูดของลูกน้อยทารก

ซึ่งปัจจุบันเครื่องปั๊มนมรุ่นใหม่ มีฟังก์ชั่นให้คุณแม่ปรับรอบการดูดได้ด้วยตัวเองหลายระดับ และในหลายโหมด เพราะในบางรอบของการดูดก็จะไปช่วยในการนวดหรือกระตุ้นน้ำนม เสริมแทนการปั๊มนมอย่างเดียวด้วย เช่น โหมดการนวดกระตุ้นน้ำนมใช้ 45-77 รอบ/นาที โหมดปั๊มหรือดูดน้ำนม 14-41 รอบ/นาที  โหมดดูดน้ำนม2 จังหวะใช้ 11-28 รอบ/นาที เป็นต้น

3. มีโหมดกระตุ้นน้ำนมหรือไม่?

เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดี ควรจะช่วยให้คุณแม่ให้นมลูกได้สะดวก ง่าย ปั๊มได้ดี พร้อมกับกระตุ้นน้ำนมแม่ให้มีปริมาณมากและมาต่อเนื่อง การมีโหมดกระตุ้นน้ำนมจึงถือเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณแม่ให้นมแม่ได้ยาวนานและดียิ่งขึ้น  จึงควรเช็กก่อน ซื้อเครื่องปั๊มนมนั้น มีฟังก์ชั่นช่วยกระตุ้นน้ำนมหรือไม่? หรือมีการนวดกระตุ้นเต้านมอย่างไรบ้าง ปรับความแรงได้กี่ระดับ?

4. พลังงานที่ใช้ในการปั๊มนม

คุณแม่ควรเช็กและพิจารณาดูว่า

  • เครื่องปั๊มนมนั้น ใช้พลังงานอะไรในการปั๊ม อาทิ เป็นเครื่องปั๊มนม Manual ใช้แรงบีบมือของคุณแม่ หรือเป็นแบบอัตโนมัติใช้แรงดูดไฟฟ้า เพราะมีข้อเสียข้อดี และความสะดวกในการใช้งานที่แตกต่างกัน
  • เครื่องปั๊มนมใช้พลังงานแบบไหน หมายถึง ใช้ไฟฟ้าแบบต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลาในการใช้งาน  หรือใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

หากใช้แบตเตอรี่หรือไฟฟ้าในการทำงาน ต้องชาร์จอย่างไร ใช้แบตสำรองหรือแบตเตอรี่ในตัว สามารถใช้งานร่วมกับ Power Bank ได้ไหม  ใช้เวลานานแค่ไหนในการชาร์จเต็ม  สามารถใช้งานได้สูงสุดนานกี่นาที? เพื่อที่คุณแม่จะได้พิจารณาความสะดวกในการใช้งานเครื่องปั๊มนมในสถานการณ์ต่างๆ เช่น แบตหมด ต้องหาอุปกรณ์สำรองไฟ ต้องใช้เวลาไปทำงาน พกพาออกนอกบ้าน  เนื่องจากเครื่องปั๊มนมบางรุ่นก็ใช้ไฟบ้านได้อย่างเดียว ในขณะที่บางรุ่นใช้ได้ทั้งไฟบ้านและถ่านแบตเตอรี่ หรือบางรุ่นมีสายชาร์จสำหรับใช้ในรถยนต์มาให้ด้วย

5. ฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวก ปลอดภัยและบริการต่างๆ 

  •  ใช้วัสดุที่ปลอดภัยหรือไม่ เพราะเครื่องปั๊มนมควรใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ปลอดภัย ไม่มีสารที่เป็นพิษอันตราย กรวยปั๊ม ขวดนมหรือสายยางปั๊มนม ควรเป็นวัสดุที่ไม่มีส่วนประกอบของ BPA หรือเป็น Food Grade  รวมทั้งทนทานต่อความร้อนในการฆ่าเชื้อโรค ใส่เครื่องนึ่งหรือเครื่องฆ่าเชื้อได้ โดยไม่เสียรูปทรง
  • เครื่องปั๊มนมสามารถตั้งเวลาได้หรือไม่ มีการแสดงผลเวลาทำงานอย่างไร กดปุ่มทำงานยุ่งยากแค่ไหน เพื่อจะช่วยให้คุณแม่สะดวกในการใช้งาน สามารถมองเห็นได้ง่าย หรือกดใช้งานง่ายไม่ต้องใช้ทั้งสองมือ
  • เสียงในการทำงานดังมากน้อยแค่ไหน? เพราะคุณแม่อาจจะวางแผนเพื่อใช้เครื่องปั๊มนมนอกบ้าน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ใช้ในบ้านได้แบบไม่รบกวนเวลาลูกหลับ
  • มีขนาดใหญ่ เล็ก พกพาได้แค่ไหน เพราะจะได้พิจารณาเลือกซื้อให้เหมาะสม หากใช้แต่ในบ้านก็สามารถเป็นเครื่องปั๊มนมที่มีขนาดใหญ่หน่อยได้ แต่หากต้องพกพาไปข้างนอกก็ควรเป็นขนาดเล็ก ไม่หนัก ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บ
  • มีราคาเหมาะสมกับการใช้งานแค่ไหน? และราคาพอเหมาะกับฐานะเศรษฐกิจทางบ้านหรือไม่ เพื่อไม่ให้คุณแม่จ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องปั๊มนมในราคาที่แพงเกินไปจนเป็นภาระในครอบครัว
  • เครื่องปั๊มนมมีอุปกรณ์เสริม ที่ช่วยเพิ่มเติมหรือทดแทน กรณีหากมีชิ้นส่วนชำรุด หรือเสียหายมากน้อยแค่ไหน  รวมถึงพิจารณาว่ามีการรับประกันแบตเตอรี่หรือมอเตอร์นานเท่าไร? และมีบริการหลังการขายที่ดีหรือไม่ด้วย
  • ผู้ผลิต จำหน่าย และสินค้าเครื่องปั๊มนม ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่างๆ มีมอก. และเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ได้รับความนิยมจากมีคุณแม่ที่มีประสบการณ์การปั๊มนมให้ลูก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเริ่มต้นบทบาทคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักมาพร้อมกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของใช้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างจุกหลอกที่หลายบ้านลังเลว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ การเลือกใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและปลอดภัยจะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยอย่างมั่นใจ จุกหลอกคืออะไร ทำไมถึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณแม่ จุกหลอก คืออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเลียนแบบหัวนมแม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอย่างยางหรือซิลิโคน เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการดูดตามธรรมชาติของทารก ซึ่งพฤติกรรมนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การใช้จุกหลอกจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเยี่ยมในยามที่เจ้าตัวน้อยร้องงอแง เจาะลึกข้อดีของจุกหลอก ที่ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การเลือกใช้จุกหลอกไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ลูกหยุดร้องเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านสรีรวิทยาและอารมณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ ช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูดจุกหลอกช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ทารกฝึกควบคุมอารมณ์และสงบลงได้ง่าย เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลายจะส่งผลให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลับสนิทได้นานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้เติบโตสมวัยอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารกและป้องกันการดูดนิ้ว ผลการศึกษาพบว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ เนื่องจากช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกดูดนิ้วมือ เพราะการฝึกให้เลิกใช้จุกหลอกนั้นทำได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้วที่จะส่งผลเสียต่อรูปฟันในระยะยาว ข้อควรระวังและวิธีใช้จุกหลอก เพื่อให้การใช้จุกหลอกเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ วิธีเลือกซื้อจุกหลอกคุณภาพสูงเพื่อสรีระของลูกรัก การเลือกจุกหลอกไม่ใช่แค่รุ่นไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุที่ต้องสัมผัสกับช่องปากของลูกโดยตรง เลือกขนาดที่เหมาะสมและวัสดุซิลิโคนระดับ Food Grade คุณแม่ควรเลือกจุกหลอกตามไซซ์ที่ระบุตามช่วงอายุ เพื่อให้เข้ากับรูปปากและเพดานเหงือกของลูก ที่สำคัญวัสดุต้องผลิตจากซิลิโคนระดับ Food Grade ที่มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นสูง และต้องปราศจากสาร BPA (BPA Free) […]

เพราะลูกน้อยคือที่สุดของความรักจากใจแม่ไม่มีอะไรเทียบได้ คุณแม่ทุกท่านจึงต้องเลือกและหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยเสมอ และ “น้ำนมแม่” คือหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่ามากที่สุด และดีที่สุดต่อลูกน้อย เป็นอาหารที่ไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน  ด้วยเพราะน้ำนมนั้นกลั่นมาจากอกจากธรรมชาติในร่างกายแม่ที่มุ่งมั่นตั้งใจจะให้ลูกน้อยได้รับคุณค่าสารอาหารเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการอย่างครบถ้วน ซึ่งการให้นมแม่ได้ยาวนานที่สุด และเต็มที่ที่สุดแก่ลูกน้อย  นอกจากจะส่งผลดีเยี่ยมต่อพัฒนาการในทุกด้าน สร้างเสริมภูมิต้านทานทำให้ลูกกินนมแม่ไม่ป่วยง่าย ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากมาย รวมถึงการให้นมแม่ยังดีต่อสุขภาพแม่ในแง่มุมต่างๆ ทั้งการช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว มีส่วนช่วยคุมกำเนิดได้ในช่วงหนึ่ง  พร้อมกับทำให้สุขภาพและรูปร่างของคุณแม่กลับคืนมาหุ่นดีได้เร็วและง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยได้รับพลังคุณค่าสารอาหารจากน้ำนมนมแม่ให้ยาวนานเต็มที่ คุณแม่ทุกท่านจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสต๊อกน้ำนมสะสมไว้ให้ลูกมากๆ  และหลายๆ ท่านก็เป็นคุณแม่นักปั๊มได้สำเร็จ มีน้ำนมแม่ให้ลูกเต็มที่ เต็มตู้แช่  แต่ทว่าปัญหาที่คุณแม่กลับต้องพบเจอ คือ ลูกไม่กินนมสต๊อก ที่ทำไว้  จึงมีคำถามมากมายว่าทำไม? ลูกจึงไม่ยอมกิน เพราะเป็นนมแม่เหมือนกัน เราจึงชวนมาดูสาเหตุที่ลูกน้อยไม่ยอมกินนมสต๊อก พร้อมกับวิธีการฝึกลูกน้อยกินนมแม่จากสต๊อกว่าต้องทำอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาให้สำเร็จ ให้ลูกน้อยกินนมได้แม่ยาวนาน ได้รับที่สุดของโภชนาการนมแม่นี้อย่างเต็มที่ไปจนโตค่ะ สาเหตุที่ ลูกไม่กินนมสต๊อก วิธีฝึกลูกน้อยกินนมสต๊อก เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาลูกน้อยไม่กินนมสต๊อก คุณแม่จะต้องเตรียมตัวหรือฝึกลูกน้อยให้กินนมแม่สต๊อกจากขวดล่วงหน้า และแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ เมื่อคุณแม่รู้สาเหตุของการปฏิเสธนมสต๊อกของลูกแล้ว ก็สามารถแก้ไขและฝึกลูกได้ โดยขอเพียงหมั่นฝึกฝนตามวิธีการต่างๆ ที่แนะนำ พร้อมกับใช้ตัวช่วยต่างๆ เช่น เครื่องอุ่นนม จุกนมที่ดี  ร่วมกับการละลายนมสต๊อกที่ถูกต้อง และเทคนิคอื่นๆ โดยที่ไม่ให้ลูกกินนมอื่นๆ เด็ดขาด ก็มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะยอมกินนมแม่ที่สต๊อกไว้ได้ต่อเนื่อง  เติบโตแข็งแรงด้วยพลังคุณค่าจากน้ำนมแม่ยาวนานแน่นอนค่ะ

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

การเลือกซื้อรถเข็นคันแรกให้ลูกน้อย อาจจะเป็นปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เพราะปัจจุบันรถเข็นเด็กมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกเยอะมากมาย จนหลายคนตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเลือกรถเข็นเด็กยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ให้เหมาะกับลูกน้อยในวัยแรกเกิด และตรงตามไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่ วันนี้ Baby Gift มีคำตอบ . . . “ เพราะ รถเข็นเด็ก ทุกคันไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน ” หลายคนยังเข้าใจผิดว่า รถเข็นเด็ก แต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย เลือกรถเข็นเด็ก ให้เหมาะกับช่วงวัยแรกเกิด นอกจากคาร์ซีทแล้ว รถเข็นเด็ก ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องคำนึงถึงเรื่องของอายุเด็กเป็นสำคัญ เพราะรถเข็นเด็กทุกคันไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคนโดยเฉพาะเด็กในช่วงวัยแรกเกิด หรือเด็กทารกที่ต้องการการดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ เราจึงควรเลือกรถเข็นเด็กที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้ จะช่วยให้เด็กนอนหลับในรถเข็นเด็กได้อย่างสบายและมีสุขภาพดี 1. มีชุดหมอน Newborn Support ที่บริเวณคอและสะโพก เด็กแรกเกิดช่วงคอและกระดูกสันหลังยังไม่แข็งแรง และต้องการได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ การมีชุดหมอน Newborn Support เสริมบริเวณคอและสะโพก จะช่วยประคองให้ศีรษะและหลังยืดเป็นเส้นตรง ให้ลูกนั่งรถเข็นได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำให้ลูกคอพับโงนเงน หรือเอนไปมา และยังช่วยให้ลูกน้อยหายใจได้สะดวก เติมออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองในขณะหลับได้อย่างเต็มที่ 2. เลือกเบาะรถเข็นที่ปรับนอนได้ […]

การให้ลูกน้อยทารกนอนเปล เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับง่าย และนอนหลับนาน ถือเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา  ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ปู่ย่าก็ใช้เปลญวน เปลผ้าขาวม้า ผูกให้ลูกแล้วไกวนอน จนปัจจุบันการใช้เปลไกว ได้พัฒนาออกมามากมายหลายระบบ ทั้งระบบที่ต้องใช้แรงคนไกวหรือไกวมือ เปลไกวไฟฟ้า แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้ เปลลูกกรงตั้งอยู่กับที่ และเปลไกวอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลาและระดับการไกวได้อย่างแสนสะดวก แต่ก็เพราะการมีเปลไกวหลายระบบ หลายแบบให้คุณแม่เลือกในยุคนี้ ทำให้มีคำถามว่าควรจะเลือกเปลไกวแบบไหน แถมยังมีทั้งแบบที่ไกวไปด้านหน้า-หลัง และไกวแบบด้านข้างซ้าย-ขวา  จึงอยากจะรู้ว่าสองแบบนี้แตกต่างกันแค่ไหน อย่างไรบ้าง ?  เราลองมาอ่านข้อมูลกันค่ะ ให้ลูกนอนเปลดีไหมนะ? ดีแน่ค่ะ…การให้ลูกเล็กนอนเปลมีข้อดีมากมาย เพราะมีข้อมูลบอกไว้ว่าการแกว่งของเปล จะทำให้ลูกน้อยเบบี๋รู้สึกสบาย อบอุ่นและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่  เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนหลับ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยนานๆ ให้เมื่อยแขนหรือเดินจนเมื่อยขา  ช่วยทำให้ลูกนอนง่าย นอนหลับได้ยาวนาน  ลดอาการงอแงและไม่ทำให้ลูกน้อยเครียด  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่บอกว่า การให้ลูกนอนเปลไว สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ อาทิ ส่วนข้อเสียน่าจะมีเพียงแค่ลูกอาจจะติดการนอนเปล แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากคุณแม่มีเปลไกวที่เคลื่อนย้ายหรือพับเก็บได้  หรือบางท่านคิดว่าการให้ลูกนอนเปลจะทำให้ลูกหัวแบนอันนี้ก็แก้ได้ ด้วยการเมื่อลูกหลับอาจจะขยับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง และส่วนใหญ่การให้ลูกนอนเปลมักจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุไม่เกิน 5-6 เดือนเท่านั้น เพราะพอลูกโตขึ้น ก็มักจะพลิกคว่ำหงายและปีนป่ายเปล จนเป็นอันตรายได้ เลือกเปลต้องดูให้ละเอียดทุกด้าน การเลือกเปลให้ลูกน้อยคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งด้านวัสดุที่ใช้ การออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระเด็ก และการแกว่งไกวที่ปลอดภัย […]

แพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กเล็กที่จะใช้กันตั้งแต่แรกเกิด เพราะว่าช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดเวลาในการซักทำความสะอาด แถมเวลาออกจากบ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปื้อนเลอะ ซึ่งคุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามในใจว่าจะให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณแม่กันค่ะ ให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ชวนคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนให้ลูกเลิกใช้แพมเพิส หนึ่งในคำถามยอดนิยมของเหล่าคุณแม่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าจะให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี เนื่องจากเรื่องของค่าใช้จ่าย ความกังวลที่ว่าลูกจะติดแพมเพิส ความสะดวกสบายในการสวมใส่ของเด็ก ฯลฯ อีกมากมาย สำหรับเรื่องของช่วงเวลาของการเลิกแพมเพิสนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ เลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ถ้าจะถามว่าควรเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี จริงๆ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวค่ะ อยากให้ดูจากความพร้อมของลูก และคุณพ่อ คุณแม่ มากกว่า เด็กบางคน 8 เดือนก็เลิกได้แล้ว บางคนก็มาเลิกได้ตอนช่วงก่อนเข้าโรงเรียนในช่วง 3 – 4 ขวบ ดังนั้น BabyGift จึงพูดได้ว่าไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรไปกดดันน้องๆ ให้ลูกของเรามีความพร้อมจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องอดทนและให้กำลังใจเด็ก เพราะว่าการฝึกขับถ่ายเป็นก้าวสำคัญของพัฒนาการ และแต่ละคนมีจังหวะที่แตกต่างกัน ไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และหากว่าคุณแม่มีข้อกังวลอื่นๆ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเราพร้อมที่จะเลิกแพมเพิส ? สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือ ให้ลูกสบายใจ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid