4 เปลนอนทารก น่าใช้ รุ่นขายดีที่สุด ปี 2024

เปลนอนทารก ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทารก ที่ต้องเตรียมซื้อตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะทารกวัย 0-9 เดือน จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและอยู่บนที่นอน ดังนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย ควรเลือกดูจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ความปลอดภัย การระบายอากาศ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงอายุการใช้งาน เพราะการเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่เหมาะสมกับทารกอาจส่งผลถึงเสียถึงชีวิตของลูกน้อยได้

วิธีเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย 

  1. เปลนอนทารก ควรระบายอากาศได้ดี
    เปลนอนที่ระบายอากาศได้ดี มักจะใช้ผ้าเนื้อนุ่ม เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าพีช หรือ เสริมด้วยผ้าตาข่าย ที่ช่วยลดความร้อนสะสม ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา ทำให้ทารกนอนสบาย ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้บริเวณผิวหนัง ผดร้อน ผดผื่น ในทารกแรกเกิดได้เป็นอย่างดี
  2. เปลนอนทารก เบาะไม่ควรแข็ง หรือ นุ่มจนเกินไป
    เบาะรองนอนทารก ควรใช้วัสดุที่นุ่มพอดี ไม่นุ่มจนยวบ เพราะเวลาลูกนอนคว่ำอาจเกิดความเสี่ยงหน้าจมที่เบาะได้ และต้องไม่แข็งเกินไป เพราะจะทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัวตอนนอน 
  3. เลือกเปลนอนทารก ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวลูกน้อย
    เบาะนอนทารก จะแข็งหรือนุ่มมากเพียงใด คุณพ่อคุณแม่ต้องดูน้ำหนักและขนาดตัวของลูกน้อยประกอบกัน เช่น ถ้าลูกน้ำหนักตัวเยอะ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเบาะที่แข็งขึ้นมาอีกระดับ เบาะจะได้ไม่ยุบตัวง่ายเกินไปเมื่อใช้งานไปสักระยะ
  4. ควรเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่มีรอยยุบ หรือ ร่อง
    ก่อนจะเลือกซื้อควรสังเกตให้ดีว่าเปลนอนทารกจะต้องไม่มีรอยยุบใด ๆ เพื่อป้องกันทารกนอนดิ้นไปตกร่อง ทำให้บาดเจ็บ หรือ หายใจไม่ออกได้ และเนื่องจากทารกกระดูกยังไม่แข็งแรง การที่นอนในลักษณะผิดท่าทางอาจมีผลเสียงต่อการเจริญเติบโตของกระดูกได้
  5. เปลนอนทารก ทำความสะอาดได้ง่าย
    ปลอกเบาะนอน ต้องถอดทำความสะอาดได้ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกน้อย เพราะถ้าหากปล่อยให้สกปรก สะสมเชื้อโรคต่าง ๆ ก็อาจทำให้ทารกมีปัญหาทางด้านสุขภาพตามมาได้ เพราะในแต่ละวัน ลูกน้อยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงสัมผัสกับเบาะนอน 
  6. เปลนอนทารกแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี
    ความแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะตัดสินใจซื้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สอบถามโครงสร้างของเตียงว่าทำจากวัสดุอะไร เช่น เหล็ก หรือ อลูมิเนียม เพราะโครงเตียงแข็งแรงก็จะรับน้ำหนักลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย 

เปลนอนทารกมีกี่แบบ มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง ?

 1. เปลนอนทารก BEDSIDE CRIB แบบชิดเตียงแม่ เป็นเตียงสำหรับทารกแรกเกิด ที่มีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียงเพื่อต่อชิดกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ได้ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น

 ข้อดีเตียง Bedside Crib 

  • ออกแบบมาเพื่อเด็กแรกเกิดนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้ 
  • เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแลและให้นมลูก 
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า จับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก 
  • มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง ระบายอากาศดี 
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ลดโอกาสการเกิดโรค SLDS (โรคไหลตายในทารก)
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน 

ข้อเสียเตียง Bedside Crib 

  • การใช้งานระยะสั้น เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดโดยเฉพาะ

2. เตียงไม้ เป็นเตียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแรง เน้นการใช้งานแบบคุ้มค่า ใช้ได้ในระยะยาวหลายปี สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก 

ข้อดีเตียงไม้ 

  • ออกแบบมาเพื่อแยกที่นอนทารกกับคุณพ่อคุณแม่ 
  • บางรุ่นเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูก 
  • ช่องไม้ระบายอากาศเยอะ อากาศถ่ายเทได้ดี
  • วัสดุไม้แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้เยอะ 
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน

ข้อเสียเตียงไม้ 

  • มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก 
  • เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สร้างอันตรายให้ทารกได้ 

3. เปลนอนทารกแบบ PLAYPEN เตียงนอนทารกปรับฟังก์ชั่นเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ ฝึกพัฒนาการคลาน ยืน เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณแม่

ข้อดี Playpen 

  • ออกแบบมาเพื่อทารกแรกเกิดและสำหรับเด็กวัยคลาน 
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย 
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยคลาน 
  • วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก 
  • ใช้งานได้นานขึ้น สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน 

ข้อเสีย Playpen 

  • คอกกั้นขนาดเล็ก อาจทำให้ลูกขาดโอกาสเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว 

4. เปลไกวไฟฟ้า เป็นเตียงที่ได้ความนิยมมาก เพราะปรับการใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติกล่อมลูกหลับได้ง่ายและสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดี

ข้อดีเปลไกวไฟฟ้า 

  • ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้ 
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน 
  • มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง 
  • พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มกล่อมนอน 
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารก 
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ลดโอกาสการเกิดโรค SLDS (โรคไหลตายในทารก) 
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน   

ข้อเสียเปลไกวไฟฟ้า 

  • บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น 9 เดือน ควรหารุ่นที่ปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็ก เพื่อการใช้งานคุ้มค่านานขึ้น 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงข้อดีและข้อแตกต่างของเปลทารกแต่ละประเภทแล้ว เบบี้ กิ๊ฟ มีเปลนอนทารกรุ่นขายดีที่สุด มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 

เปลนอนทารก รุ่นขายดีที่สุดปี 2024 ใน ร้านเบบี้ กิ๊ฟ

1. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing แบรนด์ Prince & Princess 

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 2 ปี รองรับน้ำหนักได้ 25 กิโลกรัม 
  • ใช้งานได้นาน ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน 
  • มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียง เมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติ 
  • ระบบไกวไฟฟ้า ปรับการไกวได้ 5 ระดับ  
  • ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที  
  • เตียงเปิดข้างได้ วางชิดกับเตียงคุณแม่ พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน ปลอดภัยขึ้น 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ สูงสุด 44 cm.  
  • เตียงปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก  

2. เตียงนอนทารกและคอกกั้นเด็ก รุ่น Sleep & Play แบรนด์ Prince & Princess

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 3 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม 
  • เตียงเปิดข้างได้ วางชิดกับเตียงคุณแม่ สะดวกสบายมากขึ้น 
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เสริมพัฒนาการลูก รับน้ำหนักได้ถึง 15 Kg. 
  • มีระบบสั่น กล่อมลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 5 ระดับ สูงถึง 52 Cm. 
  • เตียงปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนในเด็ก 
  • มีมุ้งกันแมลงทรงโดม ป้องกันแสง 1 ฝั่ง ลูกน้อยหลับสนิทแสงไม่ส่องตา 
  • โมบายเสริมพัฒนาการลูก 4 ฟังก์ชัน 

3. เตียงนอนเด็กแรกเกิด Cozee Breeze Plus Bedside crib

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 1 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15 – 20 กิโลกรัม 
  • เปิดข้างวางชิดเตียงแม่ได้ และยังช่วยให้สะดวกเมื่อวางลูกน้อย 
  • มีล้อ มีขาโยก ช่วยกล่อมลูกน้อยได้ 
  • ช่องตาข่ายระบายอากาศ มองเห็นลูกจากด้านนอกได้ 
  • ปรับความสูงได้ 6 ระดับ 
  • ปรับเอียงได้ ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน 
  • เบาะนอนนุ่ม ทำจากเส้นใยข้าวโพด 
  • ถอดพับเก็บและประกอบง่าย ภายใน 30 วินาที

4. เตียงนอนเด็กแรกเกิด Cozee Lite Bed side crib with Rocking รุ่น มีขาโยก (ไลท์) 

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 1 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15- 20 กิโลกรัม 
  • เปิดข้างวางชิดเตียงแม่ได้ และยังช่วยให้สะดวกเมื่อวางลูกน้อย  
  • มีล้อ มีขาโยก ช่วยกล่อมลูกน้อยได้  
  • ช่องตาข่ายระบายอากาศ มองเห็นลูกจากด้านนอกได้  
  • ปรับความสูงได้ 6 ระดับ  
  • ปรับเอียงได้ ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน  
  • เบาะนอนนุ่ม ทำจาก deluxe foam 
  • ถอดพับเก็บและประกอบง่าย ภายใน 30 วินาที

คุณพ่อคุณแม่คงรู้จัก เปลนอนทารก กันดีแล้วใช่ไหมคะ ถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ร้านเบบี้กิ๊ฟ 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

พอใกล้จะสิ้นปีคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มวางแพลนเที่ยวกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ก่อนจะเริ่มจองที่พัก คุณแม่ก็คงจะฉุกคิดว่า เอ๊ะ คนท้องขึ้นเครื่องบินได้มั้ยนะ? แล้วขึ้นได้ถึงกี่เดือน? สองคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับแม่ท้องทั้งหลายทุกช่วงวันหยุดยาวเลยค่ะ วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณแม่หายสงสัยกันนะคะ ขอบอกข่าวดี คุณแม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้นะ แต่จะขึ้นได้จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 35-36 สัปดาห์เท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสายการบิน ความจริงแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อลูกน้อยในท้องของคุณแม่เลยค่ะ ถ้าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วก็ได้คอนเฟิร์มกับคุณหมอแล้วว่าไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร แต่สายการบินมักจะกลัวคุณแม่เจ็บท้องคลอดลูกบนเครื่องบินต่างหากล่ะ เพราะหากคุณแม่คลอดลูกบนเครื่องบินแล้วก็จะทำให้สายการบินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แถมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทั้งหลายจะซื้อตั๋วแล้วก็เดินขึ้นเครื่องได้เลยนะ มีเอกสารนิดหน่อยที่คุณแม่จะต้องเตรียมแล้วก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก่อนขึ้นเครื่อง 1. อย่าลืมพกใบรับรองแพทย์ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 27 สัปดาห์ ก่อนเดินทางคุณแม่อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์ติดตัวไปด้วยนะคะ ใบรับรองแพทย์นี้จะเป็นสิ่งช่วยยืนยันว่าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง คุณหมออนุญาตให้เดินทางได้ และคุณแม่มีอายุครรภ์ที่ไม่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนด ดูดีๆ นะ ใบรับรองแพทย์อย่าให้เกิน 30 วันล่ะ ไม่งั้นอดขึ้นไม่รู้ด้วย 2. บอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณแม่กำลังตั้งท้อง เมื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์ให้คุณแม่รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เลยค่ะว่าคุณแม่กำลังท้องอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะให้คุณแม่เซ็นเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิด พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเอกสารที่บอกว่าคุณแม่จะไม่เอาผิดกับสายการบินหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณแม่และลูกในท้องนั่นแหละ เอกสารนี้จะต้องนำไปยื่นให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยตัวคุณแม่เอง นอกจากนี้ หากคุณแม่ไปเช็คอินแต่เนิ่นๆ คุณแม่ก็อาจจะรีเควสขอที่นั่งดีๆ มีพื้นที่กว้างๆ ด้านหน้าให้คุณแม่ยืดขาคลายเมื่อยด้วยนะ 3. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ก่อนจะเดินทางคุณแม่อย่าลืมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลในที่ที่คุณแม่จะไปนะคะ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นคุณแม่จะได้ถึงมือคุณหมอได้ทันเวลา นอกจากสถานพยาบาลแล้วคุณแม่ก็ควร จะหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการตั้งครรภ์ไว้ด้วยจะได้อุ่นใจขึ้นไปอีกระดับนึงค่ะ […]

การนอนหลับให้เพียงพอต่อวันอย่างมีคุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กเล็กเลยนะคะ เพราะระหว่างที่ลูกน้อยนอนหลับร่างกายก็จะสร้าง “โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หรือ ฮอร์โมนการเจริญเติบโต” ขึ้นมา ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย มีภูมิคุ้มกันโรค ช่วยเรื่องความจำและการเรียนรู้ของสมองด้วยค่ะ แต่หาก ลูกร้องงอแงไม่ยอมนอน คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องรู้วิธีดูแลนะคะ เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการและอารมณ์ของลูกน้อยได้ แต่ก็ไม่ควรกังวลมากไปค่ะ เพราะทารกจะเริ่มมีวงจรการนอนที่เป็นปกติหลังจากเดือนที่ 6 เป็นต้นไป เด็กแต่ละวัย ควรนอนกี่ชั่วโมงต่อวัน ทารกแรกเกิด – 2 เดือน ทารกแรกเกิดจะนอนตอนกลางวันเหมือนกับนอนตอนกลางคืน จะนอนประมาณ 2 – 4 ครั้งต่อวัน ระยะเวลาการนอนประมาณ 4 – 16 ชั่วโมง ทารกวัย 3 เดือน – 5 เดือน เด็กเล็กวัยนี้สามารถฝึกให้หลับเวลาเดิมได้แล้ว เพราะวัยนี้จะเริ่มนอนเป็นเวลามากขึ้น จะนอนประมาณ 2 – 4 ครั้งต่อวัน ระยะเวลาการนอนประมาณ 4 – 13 ชั่วโมง เด็กวัย 6 เดือน – 11 เดือน วัยนี้จะนอนเป็นเวลาแล้ว เมื่อถึงเวลาเดิมที่เคยนอนก็จะหลับได้เอง […]

ไขข้อข้องใจที่ใครๆหลายๆคน พูดกันว่า ทำไม คาร์ซีท Ailebebe แพง ! มาดูกันสิว่าแพงเพราะอะไร แล้วที่ว่าแพงจริงหรือไม่ คาร์ซีท Ailebebe ทุกตัว จะถูกผลิตขึ้นจากโรงงานผู้ผลิตที่ญี่ปุ่นโดยตรง โดยมีแรงงานซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและค่าแรงสูงตามไปด้วย คาร์ซีท เหมือนกัน…แต่วัสดุภายในไม่เหมือนกันAilebebe เราไม่ได้เลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย มาช่วยรองรับแรงกระแทกที่ต่างกัน…อ่านซักนิดก่อนซื้อ คาร์ซีท ให้ลูก ส่วนประกอบของ คาร์ซีท มาตรฐานความปลอดภัย การผลิต คาร์ซีท ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องตวามสะดวกหรือความถูกต้องในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการเคลื่อนที่หน้า-หลังของ คาร์ซีท ในขณะเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย จึงมีการคิดค้นการติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX และ Belt ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นที่มาของการแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อย ดังนั้น คาร์ซีท Ailebebe ถึงราคาจะแพง แต่คุ้มค่า คุ้มเกินราคา เมื่อเปรียบเทียบกับนวัตกรรมด้านการปกป้อง ทั้งโครงสร้าง วัสดุรองรับแรงกระแทก และการติดตั้งมาตรฐานสากล กับความปลอดภัยในการเดินทางอย่างปลอดภัยของลูกน้อยที่คุณรัก

คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Seriesคาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย– Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท :ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ ปรับเอนนอนได้ […]

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia สำหรับเด็กแรกเกิด – 3 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 15 kg เพื่อความสุขแบบ Double ประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางที่สบายกว่าช่วยให้การเดินทางสำหรับคุณแม่และลูกน้อยเป็นเรื่องง่าย สะดวก สบาย ด้วยนวัตกรรมที่เหนือกว่า Function 1 : ลดแรงสั่นสะเทือนแบบ Double ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกถึง 2 จุดระบบรองรับแรงกระแทกใต้ที่นั่ง และระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% Function 2 : ระบายอากาศแบบ Double ด้วยเบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้นเบาะรองนอน ถักทอด้วยเส้นใย Silky Air มีความอ่อนนุ่ม ระบายอากาศได้ดี ให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก Function 3 : ลดความอับชื้นแบบ Double ด้วยระบบ DoubleThermo Medical Sysem ช่วยระบายอากาศให้ความรู้สึกสบายตัวแผ่นฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง ลดความร้อนสะสมบริเวณหลัง และลดอุณหภูมิของร่างกายลูกน้อยในขณะหลับได้ดี Function […]

คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid