4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม เพิ่มน้ำนมได้อย่างเห็นผล
คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ
การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม
การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ
วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ?
จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ
4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล
คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว รองน้ำนมระหว่างนวดด้วยนะคะ เนื่องจากการบีบนวดในลักษณะนี้ จะมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาด้วย เป็นการเคลียเต้านม ให้นมเกลี้ยงเต้า คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมเข้าถุงนมได้เลยค่ะ แนะนำแบรนด์ HAENIM ถุงเก็บน้ำนม ขนาด 6 ออนซ์ เป็นถุงเก็บน้ำนมที่สามารถฉีกได้เลย เลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคจากกรรไกร สามารถเช็กอุณหภูมิน้ำนมแม่ได้ และยังช่วยลดการเหม็นหืนได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ


ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ
ให้คุณแม่ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมลงมา ไล่จากกลางเต้านมลงไปปลายหัวนม ระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม
ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนมไว้ แล้วดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม
ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุน ๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ

4. ประคบอุ่นผ่อนคลายเต้านม
หลังการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว คุณแม่สามารถผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเต้านมได้ จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่าง ๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ
หากอยากประหยัดเวลามากขึ้น ไม่ต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนให้วุ่นวาย ปัจจุบันคุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์นวดอุ่นได้เลย เพียงเปิดปุ่ม แล้ววนคลึงที่เต้านม ก็ช่วยนวดอุ่นได้แล้วค่ะ แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายจะมีแบรนด์ LAVIE อุปกรณ์นวดอุ่นกระตุ้นน้ำนม และ LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยนะคะ

สรุปการนวดเต้านมด้วยมือ
ให้คุณแม่นวดเต้านมทั้ง 3 ขั้นตอนให้ครบ ทำวนไปซ้ำ ๆ วันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยเปิดท่อน้ำนม ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้นแล้วค่ะ พร้อมทั้งประคบอุ่นให้เต้านมผ่อนคลายในขั้นตอนสุดท้าย เพียงน้ำนมเกลี้ยงเต้า ร่างกายของคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ
หากคุณแม่ต้องการดูวิดีโอการนวดเต้าที่ถูกต้อง เพื่อทำตาม เรามีคลิปจากคุณหมอมาแนะนำค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=0SNwrLPH_lo
นวดเต้านมแล้วมีอาการเจ็บ
การนวดเต้านมจะเจ็บเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ เพราะการนวดให้เห็นผลจะเน้นรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า แต่หากหลังนวดแล้วคุณแม่เกิดอาการเจ็บเต้านม เจ็บหัวนม มากเกินไป แนะนำให้หยุดนวด แล้วปลอบประโลมผิวเสริมเกราะป้องกันให้ผิวเต้านมด้วยครีมทาทรวงอกค่ะ ครีมจะช่วยป้องกันและลดการอักเสบของผิวบริเวณทรวงอกและหัวนมได้ดีเลยค่ะ เช่น แบรนด์ Mama’s Choice , Mamilan, My Dear Mom Organic สามารถทาได้ทุกวันเลยนะคะ

ข้อควรระวังในการนวดเต้านม
- คุณแม่ที่มีอาการเต้านมอักเสบ เต้านมบวม แดง ไม่ควรนวดเต้านม เนื่องจากอาจจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้
- คุณแม่ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่ ไม่ควรนวดเต้านม เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
- คุณแม่ที่มีบาดแผลบริเวณเต้านม ไม่ควรนวดเต้านม
แชร์เทคนิคเพิ่มน้ำนม
หลังจากบีบเต้านมด้วยมือและการทำกระตุ้นจี๊ดแล้ว ก็ยังมีวีธีอื่น ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยนะคะ
1. ให้ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อยขึ้น
การที่ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ลูกมีความต้องการดูดนมคุณแม่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะรับรู้และมีการผลิตฮอร์โมนโพรแลกทิน (prolactin) ขึ้นมา ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกน้อยค่ะ

2. ให้ลูกเข้าเต้าทั้งสองข้าง
คุณแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยเข้าเต้าแค่ข้างที่ตัวเองถนัด หรือ ข้างที่ลูกน้อยถนัดนะคะ ควรจะเปลี่ยนข้างให้ลูกน้อยดูดนมด้วย เพราะหากให้ลูกเข้าเต้าเฉพาะข้างใดข้างนึง ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมให้แค่เต้าข้างนั้นค่ะ
3. ปั๊มนม ช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น
นอกจากให้ลูกน้อยเข้าเต้าแล้ว การปั๊มนมก็ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้มากขึ้นด้วย หากเครื่องปั๊มนมมีปุ่มนวดเต้านมด้วยก็จะดีมาก ปั๊มไปนวดไป ช่วยผ่อนคลายสบายเต้า เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทนค่ะ แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่มีปุ่มนวดแนะนำแบรนด์ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7V และ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7X ค่ะ

4. ทานอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม
อาหารเพิ่มน้ำนมในตระกูลผัก เช่น หัวปลี ขิง ฟักทอง มะละกอ ใบแมงลัก ใบกะเพรา ตำลึง กุยช่าย พริกไทย มะรุม ในตระกูลผลไม้ เช่น มะขาม อันทผลัม ขนุน พุทรา อะโวคาโด กล้วย แก้วมังกร สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คุณแม่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อย เมนูที่คุณแม่ชอบกินได้เลยนะคะ ผักผลไม้เพิ่มน้ำนมเหล่านี้ สามารถกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ
นอกจากบีบนวดเต้านมให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และนำลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เพราะทำควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ
หากคุณแม่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเตรียมตัวให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์นวดอุ่น กรวยซิลิโคนปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม แผ่นทำความสะอาดเต้านม ชุดชั้นในให้นม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม หมอนรองให้นม ผ้าคลุมให้นม หรืออื่น ๆ
BabyGift เข้าใจคุณแม่ดีค่ะ ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจในความปลอดภัย พร้อมต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถแวะมาเลือกของใช้ ได้ที่ร้าน BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ได้นะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำคุณแม่ค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คาร์ซีทออร์แกนิค เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจากระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันต่างๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อคาร์ซีทแล้ว เนื้อผ้าของคาร์ซีทก็เป็นอีกปัจจัยที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ว่าทำมาจากวัสดุชนิดใด เนื่องจากผิวลูกน้อยบอบบางกว่าผิวผู้ใหญ่ถึงหลายเท่า มีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือติดเชื้อได้ง่าย เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอ คุณพ่อคุณแม่ จึงต้องใส่ใจและพิจารณาวัสดุที่จะมาสัมผัสกับผิวลูกน้อยเป็นอย่างดี ผ้าฝ้าย Organic หรือผ้าที่ทำจากฝ้าย Organic 100% เป็นผ้าที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะทำให้ผ้าฝ้ายที่ได้มานั้น ปลอดจากสารพิษ และยาฆ่าแมลง ที่เป็นตัวการสำคัญที่จะทำร้ายสุขภาพของลูกน้อย ซึ่งองค์กรผู้บริโภคสินค้าออร์แกนิค (The Organic Consumers Association) ยังแนะนำให้ใช้เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าออร์แกนิคคอตตอน หรือผ้าฝ้าย Organic 100% เป็นทางเลือกแรกอีกด้วย คาร์ซีทออร์แกนิค มีข้อดีอย่างไรบ้าง 1. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ จากข้อมูลในรัฐแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่าในการปลูกฝ้ายด้วยวิธีธรรมดาทั่วไปจะมีการใช้ยาฆ่าแมลง โดยเฉลี่ยต่อปีจะมีการมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านเหรียญ และผลการทดสอบยาฆ่าแมลงจำนวน 5 […]
คุณแม่รู้ไหม? ในช่วงตั้งครรภ์นอกเหนือจากบทบาทว่าที่คุณแม่แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สวมบทบาทสนุกๆ อีก 10 อย่างเพื่อการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 1.นักออกกำลังกาย : สุขภาพ ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 โดยต้องเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ไม่ใช้แรงหรือมีการกระแทก เช่น การว่ายน้ำ เดิน เต้นแอโรบิกเบาๆ บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ขี่จักรยาน อยู่กับที่ ควรหาโอกาสออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและไม่อ่อนแรงง่าย 2. นักสำรวจ : หมั่นสำรวจ และ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก อย่างผิวพรรณ เส้นผม เล็บ เพื่อบำรุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน อาการหรือความผิดปกติต่างๆ การดิ้น ของลูก โรคประจำตัว จดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้นำไปถามคุณหมอเมื่อนัดตรวจครรภ์ หรือถ้ามีความผิดปกติที่ร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันค่ะ 3. นักโภชนาการ : การพิถี พิถันเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่ทราบกันดี อยู่แล้ว ซึ่งการกินอาหารครบ 5หมู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่าง กายให้กับลูกในท้อง รวมถึงต้องกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารสำเร็จรูปเพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง หากอยากกินน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือขนมต่างๆ ก็สามารถกินได้ให้พอหายอยาก ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้อ้วนและยังมีสารต่างๆ จากส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายค่ะ 4. นักกิจกรรม : วันว่างอย่าลืม ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ไปเดินผ่อนคลายเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ฟังการเสวนาหรือเข้าอบรมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะช่วยให้ได้รับความรู้และพัก ผ่อนในวันหยุด 5. […]
เพราะแม่แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง Aprica จึงสรรสร้างนวัตกรรมที่รองรับทุกความต้องการด้วยรถเข็นเด็กหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นไหน เหมาะกับคุณไปดูกันเลย แม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเททุกความสุขเพื่อลูกและคนในครอบครัวเป็นสำคัญ ถ้าคำว่า “ที่สุด” คือนิยามของรถเข็นเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ รถเข็นเด็ก Aprica โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมอบความสบาย นุ่มนวล ปกป้องลูกน้อยแบบ 360 องศา ใส่ใจในสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อเทวดานางฟ้าตัวน้อย รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Soraria Magic basket คุณแม่ทรงพลัง คล่องแคล่ว ขี้เล่น ถ้าคุณและลูกน้อยต้องการความคล่องตัว พร้อมทุกสถานการณ์ รถเข็นเด็กน้ำหนักเบาแต่ครบทุกฟังชันท์ที่เหนือกว่า พร้อมเติมความคล่องตัวด้วยการใช้รถเข็นสลับกับเป้อุ้มเด็กได้ง่าย เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ คุณแม่ก็พร้อม รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light คุณแม่เด็กแนว กิ๊บเก๋ทันสมัย ไม่ชอบตามใคร สนใจทางเลือกใหม่ๆ รักอิสระและความแปลกใหม่ รถเข็นเด็ก แบบ 3 ล้อเท่ห์ๆ ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว และที่โดนใจยิ่งกว่าคือ ความแข็งแรง ทนทาน ไม่ว่าจะไปไหนก็พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ใช้ง่ายพับกางสะดวกและขนาดกระทัดรัด […]
วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8 ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ […]
หลากหลายฟังก์ชั่น ช่วงอายุการใช้งานยาวนาน รองรับเด็กมีความสูง 76 ถึง 150 ซมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย I-size R 129 และการรับรองจากสภาบันชั้นนำ เบาะกว้าง นั่งสบาย นุ่มกว่าที่เคยสัมผัสรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐาน ECE R44-04และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำในยุโรป พกพาสะดวก ติดตั้งง่ายรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44-04
คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]
