4 เปลนอนทารก น่าใช้ รุ่นขายดีที่สุด ปี 2024

เปลนอนทารก ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทารก ที่ต้องเตรียมซื้อตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะทารกวัย 0-9 เดือน จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและอยู่บนที่นอน ดังนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย ควรเลือกดูจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ความปลอดภัย การระบายอากาศ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงอายุการใช้งาน เพราะการเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่เหมาะสมกับทารกอาจส่งผลถึงเสียถึงชีวิตของลูกน้อยได้

วิธีเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย 

  1. เปลนอนทารก ควรระบายอากาศได้ดี
    เปลนอนที่ระบายอากาศได้ดี มักจะใช้ผ้าเนื้อนุ่ม เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าพีช หรือ เสริมด้วยผ้าตาข่าย ที่ช่วยลดความร้อนสะสม ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา ทำให้ทารกนอนสบาย ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้บริเวณผิวหนัง ผดร้อน ผดผื่น ในทารกแรกเกิดได้เป็นอย่างดี
  2. เปลนอนทารก เบาะไม่ควรแข็ง หรือ นุ่มจนเกินไป
    เบาะรองนอนทารก ควรใช้วัสดุที่นุ่มพอดี ไม่นุ่มจนยวบ เพราะเวลาลูกนอนคว่ำอาจเกิดความเสี่ยงหน้าจมที่เบาะได้ และต้องไม่แข็งเกินไป เพราะจะทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัวตอนนอน 
  3. เลือกเปลนอนทารก ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวลูกน้อย
    เบาะนอนทารก จะแข็งหรือนุ่มมากเพียงใด คุณพ่อคุณแม่ต้องดูน้ำหนักและขนาดตัวของลูกน้อยประกอบกัน เช่น ถ้าลูกน้ำหนักตัวเยอะ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกเบาะที่แข็งขึ้นมาอีกระดับ เบาะจะได้ไม่ยุบตัวง่ายเกินไปเมื่อใช้งานไปสักระยะ
  4. ควรเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่มีรอยยุบ หรือ ร่อง
    ก่อนจะเลือกซื้อควรสังเกตให้ดีว่าเปลนอนทารกจะต้องไม่มีรอยยุบใด ๆ เพื่อป้องกันทารกนอนดิ้นไปตกร่อง ทำให้บาดเจ็บ หรือ หายใจไม่ออกได้ และเนื่องจากทารกกระดูกยังไม่แข็งแรง การที่นอนในลักษณะผิดท่าทางอาจมีผลเสียงต่อการเจริญเติบโตของกระดูกได้
  5. เปลนอนทารก ทำความสะอาดได้ง่าย
    ปลอกเบาะนอน ต้องถอดทำความสะอาดได้ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกน้อย เพราะถ้าหากปล่อยให้สกปรก สะสมเชื้อโรคต่าง ๆ ก็อาจทำให้ทารกมีปัญหาทางด้านสุขภาพตามมาได้ เพราะในแต่ละวัน ลูกน้อยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงสัมผัสกับเบาะนอน 
  6. เปลนอนทารกแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี
    ความแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะตัดสินใจซื้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สอบถามโครงสร้างของเตียงว่าทำจากวัสดุอะไร เช่น เหล็ก หรือ อลูมิเนียม เพราะโครงเตียงแข็งแรงก็จะรับน้ำหนักลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย 

เปลนอนทารกมีกี่แบบ มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง ?

 1. เปลนอนทารก BEDSIDE CRIB แบบชิดเตียงแม่ เป็นเตียงสำหรับทารกแรกเกิด ที่มีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียงเพื่อต่อชิดกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ได้ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น

 ข้อดีเตียง Bedside Crib 

  • ออกแบบมาเพื่อเด็กแรกเกิดนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้ 
  • เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแลและให้นมลูก 
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า จับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก 
  • มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง ระบายอากาศดี 
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ลดโอกาสการเกิดโรค SLDS (โรคไหลตายในทารก)
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน 

ข้อเสียเตียง Bedside Crib 

  • การใช้งานระยะสั้น เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดโดยเฉพาะ

2. เตียงไม้ เป็นเตียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแรง เน้นการใช้งานแบบคุ้มค่า ใช้ได้ในระยะยาวหลายปี สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก 

ข้อดีเตียงไม้ 

  • ออกแบบมาเพื่อแยกที่นอนทารกกับคุณพ่อคุณแม่ 
  • บางรุ่นเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูก 
  • ช่องไม้ระบายอากาศเยอะ อากาศถ่ายเทได้ดี
  • วัสดุไม้แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้เยอะ 
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน

ข้อเสียเตียงไม้ 

  • มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก 
  • เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สร้างอันตรายให้ทารกได้ 

3. เปลนอนทารกแบบ PLAYPEN เตียงนอนทารกปรับฟังก์ชั่นเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ ฝึกพัฒนาการคลาน ยืน เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณแม่

ข้อดี Playpen 

  • ออกแบบมาเพื่อทารกแรกเกิดและสำหรับเด็กวัยคลาน 
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย 
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยคลาน 
  • วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก 
  • ใช้งานได้นานขึ้น สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน 

ข้อเสีย Playpen 

  • คอกกั้นขนาดเล็ก อาจทำให้ลูกขาดโอกาสเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว 

4. เปลไกวไฟฟ้า เป็นเตียงที่ได้ความนิยมมาก เพราะปรับการใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติกล่อมลูกหลับได้ง่ายและสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดี

ข้อดีเปลไกวไฟฟ้า 

  • ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้ 
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน 
  • มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง 
  • พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มกล่อมนอน 
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารก 
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ลดโอกาสการเกิดโรค SLDS (โรคไหลตายในทารก) 
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน วัยหัดเดิน   

ข้อเสียเปลไกวไฟฟ้า 

  • บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น 9 เดือน ควรหารุ่นที่ปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็ก เพื่อการใช้งานคุ้มค่านานขึ้น 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงข้อดีและข้อแตกต่างของเปลทารกแต่ละประเภทแล้ว เบบี้ กิ๊ฟ มีเปลนอนทารกรุ่นขายดีที่สุด มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 

เปลนอนทารก รุ่นขายดีที่สุดปี 2024 ใน ร้านเบบี้ กิ๊ฟ

1. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing แบรนด์ Prince & Princess 

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 2 ปี รองรับน้ำหนักได้ 25 กิโลกรัม 
  • ใช้งานได้นาน ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน 
  • มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียง เมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติ 
  • ระบบไกวไฟฟ้า ปรับการไกวได้ 5 ระดับ  
  • ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที  
  • เตียงเปิดข้างได้ วางชิดกับเตียงคุณแม่ พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน ปลอดภัยขึ้น 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ สูงสุด 44 cm.  
  • เตียงปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก  

2. เตียงนอนทารกและคอกกั้นเด็ก รุ่น Sleep & Play แบรนด์ Prince & Princess

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 3 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม 
  • เตียงเปิดข้างได้ วางชิดกับเตียงคุณแม่ สะดวกสบายมากขึ้น 
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เสริมพัฒนาการลูก รับน้ำหนักได้ถึง 15 Kg. 
  • มีระบบสั่น กล่อมลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 5 ระดับ สูงถึง 52 Cm. 
  • เตียงปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนในเด็ก 
  • มีมุ้งกันแมลงทรงโดม ป้องกันแสง 1 ฝั่ง ลูกน้อยหลับสนิทแสงไม่ส่องตา 
  • โมบายเสริมพัฒนาการลูก 4 ฟังก์ชัน 

3. เตียงนอนเด็กแรกเกิด Cozee Breeze Plus Bedside crib

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 1 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15 – 20 กิโลกรัม 
  • เปิดข้างวางชิดเตียงแม่ได้ และยังช่วยให้สะดวกเมื่อวางลูกน้อย 
  • มีล้อ มีขาโยก ช่วยกล่อมลูกน้อยได้ 
  • ช่องตาข่ายระบายอากาศ มองเห็นลูกจากด้านนอกได้ 
  • ปรับความสูงได้ 6 ระดับ 
  • ปรับเอียงได้ ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน 
  • เบาะนอนนุ่ม ทำจากเส้นใยข้าวโพด 
  • ถอดพับเก็บและประกอบง่าย ภายใน 30 วินาที

4. เตียงนอนเด็กแรกเกิด Cozee Lite Bed side crib with Rocking รุ่น มีขาโยก (ไลท์) 

  • เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – 1 ปี รองรับน้ำหนักได้ 15- 20 กิโลกรัม 
  • เปิดข้างวางชิดเตียงแม่ได้ และยังช่วยให้สะดวกเมื่อวางลูกน้อย  
  • มีล้อ มีขาโยก ช่วยกล่อมลูกน้อยได้  
  • ช่องตาข่ายระบายอากาศ มองเห็นลูกจากด้านนอกได้  
  • ปรับความสูงได้ 6 ระดับ  
  • ปรับเอียงได้ ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน  
  • เบาะนอนนุ่ม ทำจาก deluxe foam 
  • ถอดพับเก็บและประกอบง่าย ภายใน 30 วินาที

คุณพ่อคุณแม่คงรู้จัก เปลนอนทารก กันดีแล้วใช่ไหมคะ ถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ร้านเบบี้กิ๊ฟ 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อเริ่มตังครรภ์ มีเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย คุณแม่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นอยากเจอหน้าลูกและสงสัยว่า พัฒนาการทารกในครรภ์ ไปถึงไหนแล้วใช่ไหมคะ เราจึงนำพัฒนาการของลูกน้อยตลอดเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของคุณแม่มาให้ชมกัน เบบี้กิ๊ฟขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่านด้วยนะคะ ลูกน้อยตัวโตแค่ไหนแล้ว เราลองเทียบกับผลไม้ให้ดูค่ะ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็เข้าเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าในเดือนแรกนี้จะเป็นช่วงที่ไข่กับอสุจิเข้าผสมกัน มีการแบ่งเซลล์แล้วก็ฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งในระยะนี้เจ้าหนูน้อยก็จะเล็กจิ๋วมาก ๆ เลยล่ะค่ะ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นเอง ส่วนการพัฒนาหลัก ๆ ก็จะเป็นการพัฒนาในส่วนของรก เพื่อเตรียมพร้อมรอรับสารอาหารจากคุณแม่ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2  พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 2 เดือนนี้แหละที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านจะเริ่มรู้ตัว มีอาการแพ้ท้อง แล้วก็ไปหาคุณหมอเพื่อการฝากครรภ์กันแล้ว ในช่วงเดือนนี้ลูกน้อยจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ก็จะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพัฒนาของระบบประสาท เนื้อเยื่อเส้นใยประสาท แล้วก็ไขสันหลัง คุณแม่สามารถทำอัลตราซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกน้อยเต้นได้แล้วนะคะ พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 3 ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 7.6 ซ.ม. แล้วค่ะ […]

ทารกแรกเกิดถึง 28 วัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จากที่อยู่ในท้องคุณแม่อย่างอบอุ่นถึง 9 เดือน ออกมาเจอสภาพแวดล้อมภายนอก คุณแม่จึงจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างอ่อนโยนเลยนะคะ อย่าง วิธีอาบน้ำทารก เรื่องดูแลทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ วิธีอาบน้ำทารก ควรอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คุณแม่มือใหม่ คุณพ่อมือใหม่ คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ว่าทารกแรกเกิดควรอาบน้ำเช้า-เย็นหรือไม่ จริง ๆ แล้วเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน ควรจะอาบแค่วันละ 1 ครั้ง อาบในช่วงสายหรือบ่ายของวันเลยค่ะ และเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถอาบน้ำได้วันละ 2 ครั้ง ส่วนการสระผมเด็กแรกเกิด – 2 เดือน สระเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ อุปกรณ์อาบน้ำเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำใส่น้ำอุ่น อ่างอาบน้ำเด็ก ควรจะกันกระแทกได้ดี อาจจะมีแผ่นวัดอุณหภุมิน้ำ ช่วยทำให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเตรียมน้ำให้น้องได้ง่าย ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวทารก สบู่เหลวอาบน้ำเด็กแรกเกิด ต้องมีความอ่อนโยน ค่า pH […]

การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]

ตัดเล็บทารก หน้าที่นี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะแอบเกร็งเลยใช่ไหมคะ เพราะนิ้วลูกยังเล็กมาก เล็บก็ยังอ่อนและเปราะบาง คุณพ่อคุณแม่เลยกลัวว่าจะตัดเล็บเข้าเนื้อทำให้ลูกน้อยเจ็บตัวได้ แต่อย่ากลัวเลยค่ะ เพราะเรามี ”วิธีการตัดเล็บทารก” มาแชร์ให้อ่านกัน วิธีตัดเล็บนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความมั่นใจในการตัดเล็บให้ลูกน้อยมากขึ้น ตัดเล็บทารก เรื่องง่าย ๆ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสม ตัดเล็บทารก ควรตัดบ่อยแค่ไหน เล็บมือทารกจะยาวขึ้นวันละ 0.1 มม. ส่วนเล็บเท้าจะยาวช้ากว่า เด็กเล็กจึงควรตัดเล็บมือเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และเล็บเท้า 2-3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วงเดือนแรกลูกน้อยเล็บยังนิ่ม แต่ก็สามารถบาดผิวลูกได้ จึงแนะนำให้ใช้การตะไบมากกว่าการตัด แต่หลังจากนั้นเล็บจะแข็งแรงขึ้น สามารถเลือกใช้ตะไบตัดเล็บหรือกรรไกรก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของคุณพ่อคุณแม่ วิธีตัดเล็บทารก ตัดเล็บทารกให้ไม่เข้าเนื้อ ตัดเล็บเข้าเนื้อ อันตรายกว่าที่คิด การตัดเล็บให้ลูกน้อยอย่างไม่เชี่ยวชาญ ใช้อุปกรณ์ตัดเล็บไม่เหมาะสม และไม่ระวังมากพอ อาจทำให้ตัดเข้าเนื้อ เล็บฉีก จนลูกน้อยบาดเจ็บเลือดไหล และอันตรายไปถึงขั้นติดเชื้อได้เลยนะคะ  จากข้อมูลเพจเรื่องเล่าจากโรงหมอ ได้นำเสนอข่าวเด็กวัยสิบเดือนที่ยายตัดเล็บให้ จากนั้นนิ้วโป้งเท้าของเด็กก็เริ่มบวม แดง อักเสบ มีไข้สูง เมื่อพาไปพบคุณหมอก็ได้ข้อวินิจฉัยว่าเด็กนิ้วเท้าอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด คุณหมอจึงขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่นำรูปมาโพสต์เตือนให้พ่อแม่ทุกคนระวังในการตัดเล็บลูกน้อยมากขึ้น เห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกอุปกรณ์ตัดเล็บให้เหมาะกับวัยของลูกและควรตัดอย่างระมัดระวังมากขึ้นนะคะ ที่ตัดเล็บเด็ก ควรใช้แบบไหนให้ปลอดภัย 1. กรรไกรตัดเล็บเด็ก 2. […]

เป้อุ้มเด็กเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต่างให้ความสนใจไม่แพ้กับคาร์ซีทและรถเข็นเด็กที่เป็นของจำเป็นสำหรับการเลี้ยงลูกน้อย โดยเฉพาะพ่อแม่เด็กอ่อนที่ต้องอุ้มลูกแทบจะตลอดเวลา หากอุ้มลูกนาน ๆ ก็อาจจะทำให้เมื่อยล้า ปวดแขน ปวดไหล่ ปวดหลัง และมีปัญหาด้านสุขภาพตามมาได้ จึงมองหาเป้อุ้มเด็กแรกเกิดที่จะมาช่วยทุ่นแรงให้อุ้มลูกน้อยได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ในบทความนี้ BabyGift จะขอแนะนำยี่ห้อเป้อุ้มทารกที่คุณภาพดี เป็นที่นิยมกันในตลาด พร้อมคำแนะนำในการเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ  BabyGift แนะนำยี่ห้อเป้อุ้มทารกคุณภาพดี พร้อมวิธีการเลือกที่พ่อแม่ต้องรู้ !  เป้อุ้มเด็ก หรือ เป้อุ้มทารก เป็นอุปกรณ์ทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อให้อุ้มลูกน้อยได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยจนเกินไปในเวลาที่ต้องอุ้มลูกนาน ๆ และยังสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ในขณะเดียวกัน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครดูลูก หรือต้องปล่อยให้ลูกอยู่ห่างจากตัว เป้อุ้มเด็กนั้นเหมาะสำหรับการอุ้มเด็กเล็กตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป้อุ้มเด็กจะมีประโยชน์อย่างมากในครอบครัวที่ไม่มีคนดูแลเด็กเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำธุระอื่น ๆ นอกบ้าน หรือโดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้านไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย ก็สามารถใช้เป้อุ้มเด็กเพื่อให้ลูกอยู่กับตัวเองได้ และสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ด้วย โดยสามารถใช้เป้อุ้มเด็กแรกเกิดไปจนถึง 1 ขวบขึ้นไป และบางรุ่นก็สามารถใช้ได้จนถึง 3 ขวบเลยทีเดียว ซึ่งเป้อุ้มเด็กในท้องตลาดก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน แล้วคุณพ่อคุณแม่จะเลือกยังไง วันนี้เรามียี่ห้อมาแนะนำกันค่ะ 1. Hugpapa  แบรนด์ Hugpapa เป็นแบรนด์ดังจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ทางแบรนด์เน้นการผลิตและจำหน่ายเป้อุ้มเด็กโดยเฉพาะ และขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมเป้อุ้มเด็กที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ให้ได้มากที่สุด และนอกจากนี้ ก็มีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ จำหน่ายแยกอีกด้วย  สำหรับเป้อุ้มทารกจากแบรนด์ Hugpapa ที่ BabyGift อยากจะแนะนำก็คือ เป้อุ้ม Hugpapa รุ่น Dial-Fit Pro (3in1 Hip Seat Carrier) ที่มีเทคโนโลยี BOA ช่วยปรับให้เป้มีความกระชับตัวได้ง่ายมากขึ้นเพียงแค่หมุน ใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และสามารถปรับได้พอดีกับสรีระของทุกคน ตัว Hipseat เป็น EPP […]

พูดถึง “ตะคริว” แม้จะไม่ใช่คุณแม่ท้องยังต้องส่ายหน้าเพราะไม่อยากเป็น ก็เป็นตะคริวทีไรปวดขา ปวดน่องจนขยับไม่ได้และทรมานสุดใจจริงๆ  ยิ่งเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญอาการปวดตะคริวนี้ ยิ่งแสนทรมาน ไหนจะท้องใหญ่ขยับตัวลำบาก เคลื่อนไหวยาก มาเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือดึกๆ อีก ทำให้นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร ฉะนั้นถ้าคุณแม่ท้องรู้ทันและป้องกันตะคริวได้ล่วงหน้า เชื่อว่าแม่ๆ จะต้องแฮปปิ้ยิ้มร่าแน่นอน ทำไม? แม่ท้อง ต้องเป็นตะคริว  จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ท้องเท่านั้นที่เป็นตะคริว  เพราะคนทั่วๆ ไปก็มักจะเป็นได้ ยิ่งคนในวัยทำงาน เพราะอาการ “ตะคริว” หรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดจากการขาดแคลเซียม และมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแสเลือด การยืน เดิน หรือต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง เลือดไหลเวียนไปส่วนล่างได้ไม่สะดวก ทำให้กล้ามมเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวได้  ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมถึงเป็นตะคริวบ่อยและเป็นเกือบทุกราย โดยมักจะมีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้นบ่อยในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะว่าในช่วงท้อง จะมีภาวะที่รวมเอาสาเหตุปัจจัยเกือบทุกอย่างที่ทำให้เป็นตะคริวไว้ด้วยกัน  ตั้งแต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณแม่แบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตบริเวณขาตึงแน่นเกินไป เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง อิริยาบถการยืน เดินหรือนั่งในท่าเดิมๆ นานๆ  และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดตะคริวได้นั่นเอง   4 เคล็ดลับ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid