4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม เพิ่มน้ำนมได้อย่างเห็นผล

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ

การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม

การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ

วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ?

จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล

คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว รองน้ำนมระหว่างนวดด้วยนะคะ เนื่องจากการบีบนวดในลักษณะนี้ จะมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาด้วย เป็นการเคลียเต้านม ให้นมเกลี้ยงเต้า คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมเข้าถุงนมได้เลยค่ะ แนะนำแบรนด์ HAENIM ถุงเก็บน้ำนม ขนาด 6 ออนซ์ เป็นถุงเก็บน้ำนมที่สามารถฉีกได้เลย เลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคจากกรรไกร สามารถเช็กอุณหภูมิน้ำนมแม่ได้ และยังช่วยลดการเหม็นหืนได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมลงมา ไล่จากกลางเต้านมลงไปปลายหัวนม ระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนมไว้ แล้วดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุน ๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ

4. ประคบอุ่นผ่อนคลายเต้านม

หลังการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว คุณแม่สามารถผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเต้านมได้ จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่าง ๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ

หากอยากประหยัดเวลามากขึ้น ไม่ต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนให้วุ่นวาย ปัจจุบันคุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์นวดอุ่นได้เลย เพียงเปิดปุ่ม แล้ววนคลึงที่เต้านม ก็ช่วยนวดอุ่นได้แล้วค่ะ แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายจะมีแบรนด์ LAVIE อุปกรณ์นวดอุ่นกระตุ้นน้ำนม และ LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยนะคะ

สรุปการนวดเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่นวดเต้านมทั้ง 3 ขั้นตอนให้ครบ ทำวนไปซ้ำ ๆ วันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยเปิดท่อน้ำนม ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้นแล้วค่ะ พร้อมทั้งประคบอุ่นให้เต้านมผ่อนคลายในขั้นตอนสุดท้าย เพียงน้ำนมเกลี้ยงเต้า ร่างกายของคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ

หากคุณแม่ต้องการดูวิดีโอการนวดเต้าที่ถูกต้อง เพื่อทำตาม เรามีคลิปจากคุณหมอมาแนะนำค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=0SNwrLPH_lo

นวดเต้านมแล้วมีอาการเจ็บ

การนวดเต้านมจะเจ็บเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ เพราะการนวดให้เห็นผลจะเน้นรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า แต่หากหลังนวดแล้วคุณแม่เกิดอาการเจ็บเต้านม เจ็บหัวนม มากเกินไป แนะนำให้หยุดนวด แล้วปลอบประโลมผิวเสริมเกราะป้องกันให้ผิวเต้านมด้วยครีมทาทรวงอกค่ะ ครีมจะช่วยป้องกันและลดการอักเสบของผิวบริเวณทรวงอกและหัวนมได้ดีเลยค่ะ เช่น แบรนด์ Mama’s Choice , Mamilan, My Dear Mom Organic สามารถทาได้ทุกวันเลยนะคะ

ข้อควรระวังในการนวดเต้านม

  • คุณแม่ที่มีอาการเต้านมอักเสบ เต้านมบวม แดง ไม่ควรนวดเต้านม เนื่องจากอาจจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้
  • คุณแม่ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่ ไม่ควรนวดเต้านม เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • คุณแม่ที่มีบาดแผลบริเวณเต้านม ไม่ควรนวดเต้านม

แชร์เทคนิคเพิ่มน้ำนม

หลังจากบีบเต้านมด้วยมือและการทำกระตุ้นจี๊ดแล้ว ก็ยังมีวีธีอื่น ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยนะคะ

1. ให้ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อยขึ้น

    การที่ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ลูกมีความต้องการดูดนมคุณแม่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะรับรู้และมีการผลิตฮอร์โมนโพรแลกทิน (prolactin) ขึ้นมา ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกน้อยค่ะ

    2. ให้ลูกเข้าเต้าทั้งสองข้าง

      คุณแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยเข้าเต้าแค่ข้างที่ตัวเองถนัด หรือ ข้างที่ลูกน้อยถนัดนะคะ ควรจะเปลี่ยนข้างให้ลูกน้อยดูดนมด้วย เพราะหากให้ลูกเข้าเต้าเฉพาะข้างใดข้างนึง ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมให้แค่เต้าข้างนั้นค่ะ

      3. ปั๊มนม ช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น

        นอกจากให้ลูกน้อยเข้าเต้าแล้ว การปั๊มนมก็ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้มากขึ้นด้วย หากเครื่องปั๊มนมมีปุ่มนวดเต้านมด้วยก็จะดีมาก ปั๊มไปนวดไป ช่วยผ่อนคลายสบายเต้า เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทนค่ะ แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่มีปุ่มนวดแนะนำแบรนด์ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7V และ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7X  ค่ะ

        4. ทานอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม

          อาหารเพิ่มน้ำนมในตระกูลผัก เช่น หัวปลี ขิง ฟักทอง มะละกอ ใบแมงลัก ใบกะเพรา ตำลึง กุยช่าย พริกไทย มะรุม ในตระกูลผลไม้ เช่น มะขาม อันทผลัม ขนุน พุทรา อะโวคาโด กล้วย แก้วมังกร สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คุณแม่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อย เมนูที่คุณแม่ชอบกินได้เลยนะคะ ผักผลไม้เพิ่มน้ำนมเหล่านี้ สามารถกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

          นอกจากบีบนวดเต้านมให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และนำลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เพราะทำควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

          หากคุณแม่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเตรียมตัวให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์นวดอุ่น กรวยซิลิโคนปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม แผ่นทำความสะอาดเต้านม ชุดชั้นในให้นม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม หมอนรองให้นม ผ้าคลุมให้นม หรืออื่น ๆ 

          BabyGift เข้าใจคุณแม่ดีค่ะ ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจในความปลอดภัย พร้อมต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถแวะมาเลือกของใช้ ได้ที่ร้าน BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ได้นะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำคุณแม่ค่ะ

          สินค้าที่เกี่ยวข้อง

          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00

          บทความแนะนำ

          ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ  ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย  นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ  ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ?   ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย   ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้   Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่  เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด […]

          น้ำนมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และยูนิเซฟ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด  และควรให้นมแม่แก่ลูกน้อยเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตลอดจนให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีคุณค่า ปลอดภัยและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่า หรือนานที่สุดตราบเท่าที่ลูกและแม่ยังมีความต้องการนมแม่อยู่ ด้วยเพราะนมแม่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเพื่อพัฒนาลูกทุกด้านทั้งด้านสมอง ความฉลาด การเจริญเติบโต อารมณ์จิตใจ แถมการให้นมแม่ยังช่วยให้ครอบครัวประหยัด  นมแม่สะอาด และสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกคนตั้งใจที่จะให้นมแม่หลังคลอดทันที  ตลอดจนมองหาอุปกรณ์ช่วยในการให้นมแม่ได้สำเร็จ เพื่อให้ลูกรักได้ประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่และยาวนาน “ เครื่องปั๊มนม ”  ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ยุคใหม่ให้นมแม่ได้สะดวกมากขึ้น  และเป็นตัวช่วยสำคัญในการปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกนมแม่ไว้ในยามที่ต้องไปทำงาน  ทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านต้องซื้อเป็นของใช้ประจำตัว แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าเครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นหรือไม่? เพราะลูกน้อยทารกสามารถดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้   เราจึงมาชี้ให้เห็นถึงข้อดีของเครื่องปั๊มนมว่ามีความจำเป็นหรือช่วยคุณแม่ได้แค่ไหน พร้อมคำแนะนำว่าคุณแม่ควรซื้อเมื่อไร จึงจะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด เครื่องปั๊มนม ช่วยแม่ให้นมลูกได้อย่างไรบ้าง? เครื่องปั๊มนมได้ เลือกซื้อได้ตามทรัพย์และสไตล์ครอบครัว สำหรับบางบ้านที่คุณแม่สะดวกและมีเวลาเต็มที่เพื่อให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก  เพราะอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมได้  แต่จากสื่อและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าเครื่องปั๊มนมในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลายราคา  ทำให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้หลายแบบหลายชนิดตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง   […]

          เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

           ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

          การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ  เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ ! เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ พัฒนาการของเด็ก ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น […]

          แม่ๆ ดาราเซเลบคนดังร่วมแสดงความยินดีกับงานฉลองเปิดร้าน BabyGift สาขา เซ็นทรัลเวิลด์แบรนด์ผู้นำเข้า คาร์ซีท, รถเข็นเด็ก, เก้าอี้ทานข้าว, เป้อุ้มเด็ก และผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยที่ดีที่สุดทั้งจากประเทศญี่ปุ่น, เกาหลี และ สหรัฐอเมริกาอย่าง #APRICA #AILEBEBE #PRINCEANDPRINCESS #REALKIDS และอีกมากมาย และในงานยังเปิดตัวสินค้านวัตกรรม 3 รุ่นใหม่ได้แก่ รถเข็นเด็กพับเล็ก #Aprica #NanoSmart, คาร์ซีท #Ailebebe #Kurutto4Grance และ #Ecowell เครื่องผลิตสเปรย์ฆ่าเชื้ออเนกประสงค์ #BabyGift #CentralWorld #BabyBestItems #BabyProducts BabyGift สาขา Central World ชั้น 2 โซนลานไอซ์สเก็ตเปิดบริการ 10.00 – 22.00 น. ทุกวันโทร. 095-851-8521LINE ID : bbg_ctw

          Menu
          All Categories
          All Brands
          All Ages
          Promotions
          Locations
          BabyGift Family
          BabyGift Care
          Parents Guide
          News & Event

          All Categories

          All Categories
          All Brands
          All Ages

          Kid