14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด

เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว กับ 14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด

  1. วางแผนล่วงหน้า : ใครจะเป็นคนตื่นกลางดึกมาดูแลถ้าลูกตื่นร้องไห้
    พ่อแม่รู้สึกอย่างไรเวลาลูกร้องไห้มากๆอยากกินนมตลอดเวลา จะยอมเสริมนมผงไหม หรือ ถ้ารู้ว่าลูกได้นมเพียงพอแล้ว จะใจแข็งไม่เสริมแต่ใช้วิธีอื่นๆ ทำให้ลูกสงบแทน จะได้ไม่มาถกเถียงกัน หรือ ขัดแย้งกันภายหลัง ถ้ามีการวางแผนที่ดี การรับมือจะง่ายขึ้นโดยไม่เครียดมาก
  2. ถ้าเป็นไปได้ เลื่อนแผนงานเมกะโปรเจกท์อื่นๆออกไปก่อน : จนกว่าลูกจะอายุครบขวบ
    เพื่อลดความเครียดจากการต้องทำงานที่ยิ่งใหญ่สองงานพร้อมๆกัน
  3. วางแผนตารางชีวิตประจำวันตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด เมื่อถึงเวลาจริงจะได้ไม่ฉุกละหุก : ในหนึ่งวันมีงานอะไรต้องทำบ้าง
    วันไหนที่อยากจะออกไปเที่ยวกันสองต่อสอง และถ้าเป็นไปได้ ก็วางแผนยาวล่วงหน้า 18 ปีไว้เลย
  4. ยืดหยุ่นและประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ : อย่าเชื่อตามตัวอักษรในตำราเป๊ะๆ
    เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ให้สังเกตลูกแล้วปรับตัวให้เข้ากับครอบครัวตัวเอง
  5. จดบันทึก : ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จดข้อมูล การกิน การนอน การร้องไห้ของลูก อย่างต่อเนื่อง
    จะช่วยให้มองเห็นแบบแผนลักษณะประจำตัวของลูกได้เร็ว และ ใช้เป็นข้อมูลส่งต่อให้คนอื่นที่มาช่วยดูแลลูกแทนเวลาพ่อแม่ไม่อยู่ ทำให้การดูแลง่ายขึ้น
  6. จัดลำดับความสำคัญ : จดรายการสิ่งสำคัญที่ต้องทำ
    การดูว่าอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญ หมายถึง ถ้าไม่ทำสิ่งนั้น จะส่งผลต่อสุขภาพ ความปลอดภัย ความเป็นปกติสุขของครอบครัว ส่วนงานอื่นๆ ถ้าไม่มีเวลาทำ และไม่มีปัญหาด้านค่าใช้จ่าย ก็ควรใช้บริการรับจ้าง เช่น ทำสวน ซักเสื้อผ้า ทำกับข้าว เป็นต้น
  7. ผูกปิ่นโต : โดยเลือกร้านที่สะอาด ปลอดภัย มึคุณภาพดี รสชาติอร่อย และมีหลากหลาย
    จะช่วยแบ่งเบาภาระเวลาในการจ่ายตลาด เวลาในคิดรายการอาหาร เวลาในการปรุงอาหารและเก็บกวาดครัว แต่ถ้าไม่มีร้านอาหารในอุดมคติ หรือ มีงบประมาณจำกัด ให้เตรียมทำอาหารครั้งละมากๆ เก็บใส่ตู้เย็นไว้ แล้วเอาออกมาอุ่นกินได้หลายๆมื้อ
  8. อย่าลืมกอดกันบ่อยๆ : เวลาเหนื่อยๆ การได้กอดคนที่เรารัก จะช่วยให้หายเหนื่อยได้
  9. หาเพื่อนหัวอกเดียวกันออนไลน์ : แต่ต้องกลั่นกรองเรื่องข้อมูลข่าวสาร เพราะอาจทำให้เครียดมากขึ้น ถ้าหมกมุ่นมากเกินไป
  10. ระวังเรื่องการเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น : ทำไมตัวเล็กกว่า ทำไมยังไม่อ้อแอ้
    ถ้ามีอะไรสงสัยให้ถามคุณหมอประจำตัว อย่าเก็บความคิดไว้คนเดียว จะทำให้เครียดโดยไม่จำเป็น
  11. การได้หัวเราะเป็นยาวิเศษ : ไปหาซิทคอม หนังตลก มาดูเวลาที่ต้องนั่งให้นมนานๆ หรือ เวลาต้องอุ้มลูกนานๆ
  12. ถ้าลูกนอน ควรนอนด้วย : เพราะถ้าแม่อดนอนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด
    ถ้าพ่อหรือแม่คนหนึ่งตื่น อีกคนหนึ่งควรจะนอนหลับ เพื่อที่จะได้ผลัดกันพักผ่อน และผลัดกันเข้ากะหรือเข้าเวรดูแลลูก
  13. อย่าทำตัวเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ : คุณแม่ไม่ควรทำทุกอย่างคนเดียวตั้งแต่การเปลี่ยนผ้าอ้อม ไปจนถึงการทำนัดกับคุณหมอเด็ก
    เพราะถ้าคุณเหนื่อยล้าเกินไป จะไม่เป็นการดีสำหรับตัวคุณ และ ลูก คุณพ่อผู้มีประสบการณ์เล่าว่า ขวบปีแรกของลูกผ่านไปได้อย่างไม่ลำบากนักเ เพราะมีพี่เลี้ยงจากศูนย์มาช่วยดูลูกในบางคืนต่อสัปดาห์ หรือ บางคนอาจให้ญาติผู้ใหญ่ หรือ เพื่อนบ้านที่ไว้ใจช่วย
  14. ออกกำลังกายวันละนิด จิตแจ่มใส : ไม่มีเวลาไปยิม ก็เลี้ยงลูกไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย
    เช่น เอาลูกใส่เป้อุ้มแล้วเดินสายพาน ขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานขณะทำอาหาร แขม่วกล้ามเนื้อหน้าท้องขณะนั่งให้นมลูก จ๊อกกิ้งไปด้วยเข็นรถลูกไปด้วย เป็นต้น

อบคุณบทความดีๆ จาก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

เนื้องอกในมดลูก (Myoma Uteri) แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่ความจริงเนื้องอกชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับพวกเนื้องอกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นเจ้าเนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวเองค่ะ แต่ขนาดของมันจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และขนาดจะเล็กลงได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนชนิดนี้ เพราะอย่างนี้เราจึงมักจะพบเนื้องอกในมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และเมื่อหมดประจำเดือนเนื้องอกนี้ก็จะค่อยๆ เล็กลงและหายไปเองในที่สุดค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นแบบไหนกันนะ? เนื้องอกในมดลูกจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ โดยจะแทรกอยู่ตามที่ต่างๆ บนผนังมดลูกค่ะ อาจจะอยู่ตรงกลางของผนังมดลูก หรืออยู่บนผนังค่อนมาทางโพรงของมดลูก บางรายอาจถึงขนาดยื่นลงมาผ่านปากมดลูกยาวมาถึงช่องคลอดเลยก็ได้ค่ะ แล้วอาการล่ะจะเป็นแบบไหน? เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ คุณแม่ส่วนใหญ่จึงจะไม่ทราบว่าตนมีเนื้องอกนี้อยู่จนกว่าคุณหมอจะตรวจพบ อย่างไรก็ตามอาการที่สังเกตได้จากการมีเนื้องอกในมดลูกนั้นจะมีลักษณะดังข้างล่างนี้ค่ะ แต่ว่าคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นอาการปกติที่พบในคุณแม่ท้องทั่วไปต่อให้ไม่มีเนื้องอกในมดลูกนะ ถ้าพบเนื้องอกในมดลูกตอนตั้งครรภ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูก ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่และอาจทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าหากเนื้องอกไปอยู่ที่ด้านล่างแล้วก็อาจจะไปขวางตรงส่วนของช่องคลอด คุณแม่จึงไม่สามารถคลอดเองได้แต่จะต้องผ่าคลอดค่ะ แต่ในบางราย หากเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมาก ก็อาจส่งผลทำให้แท้งลูกในท้องได้ค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์รักษาให้หายได้ไหมนะ? โดยปกติแล้วคุณหมอจะไม่ทำการรักษาเนื้องอกนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาหรือผ่าตัดค่ะ เพราะว่ายาไม่ได้ช่วยให้เนื้องอกยุบลง ส่วนการผ่าตัดก็เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากและแท้งบุตรค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องถูกตัดมดลูกทิ้งหากเลือดออกมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ตามหลักการแล้วคุณหมอจะเริ่มทำการรักษาเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยได้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะในคุณแม่บางรายเนื้องอกมีขนาดเล็กลงหลังคลอดจนไม่ต้องทำการรักษาก็มีค่ะ แต่ในบางรายก็อาจโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งเลยค่ะ คู่แต่งงานคู่ไหนที่วางแผนอยากมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ ก็อย่าลืมแวะไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเสียก่อนนะคะ จะได้เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง หากเจอเนื้องอกในมดลูกก็จะได้รักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้สบายใจไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพนะ

​จุดเด่นสินค้า​ ​รายละเอียดสินค้า​ ​ข้อมูลสินค้า ​คำแนะนำ​ ดูคู่มือสินค้าและวิธีการใช้งานสินค้าที่นี่ เทคนิคการดูแล คราบสีขาวหรือคราบตะกรัน วิธีขจัดคราบสนิม วิธีขจัดคราบตระกรัน คราบสีขาวหรือคราบตะกรัน คราบสีเหลือง

เมื่อแม่ท้องปวดเมื่อย ไปนวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า?             สารพันอาการปวดเมื่อย เป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร่างกายมีการปรับเปลี่ยน ร่วมกับการรับน้ำหนักท้องที่ใหญ่ มดลูกที่ขยายและน้ำหนักตัวลูกน้อย ทำให้คุณแม่ท้องมีอาการปวดขา ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเท้าต่างๆ ร่วมกับการปวดเมื่อยเนื้อตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน จนทำให้ปวดคอ ปวดบ่าไหล่กันได้อีก ด้วยความปวดเมื่อยหลายส่วนของแม่ท้องนี้ จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดจะไปนวดเพื่อให้หายเมื่อยและผ่อนคลาย  โดยอาจไม่รู้ว่าการนวดในช่วงตั้งครรภ์ มีข้อจำกัดและยกเว้นในบางเรื่อง ซึ่งหากคุณแม่ไปนวดโดยไม่ศึกษาหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ก่อน อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งคุณแม่และลูกน้อย  ฉะนั้น…เพื่อคลายข้อข้องใจ เราจึงมาอธิบายเบื้องต้นให้คุณแม่ได้รู้ว่า แม่องจะนวดได้ไหม และการนวดแบบไหนเป็นข้อห้ามกันบ้าง แม่ท้อง นวดอะไรได้แค่ไหน? อาการปวดเมื่อยต่างๆ กับคุณแม่ตั้งครรภ์คือของคู่กัน เพราะร่างกายที่เปลี่ยนไป การต้องแบกรักน้ำหนักท้อง โดยต้องยืนแอ่นหลังเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง และทำให้ขา ข้อเข่า และข้อเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ปวดขา ปวดน่อง โดยเฉพาะคุณแม่ท้องที่ต้องยืนนานๆ นอกจากนี้หากคุณแม่มีอาการปวดเมื่อยจากโรคข้อและกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่อยากนวด แม่ท้องนวด มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมกัน เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาอยู่จำนวนหนึ่งที่บอกถึงประโยชน์ของการนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นคือ การนวดช่วยลดความปวดเมื่อย ลดอาการบวม ตะคริว ปวดศีรษะ คลายความเครียด ทำให้หลับสบาย หลับง่ายขึ้น และอารมณ์ดีขึ้น แต่การนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ […]

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย >>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

การใช้ชีวิตของคุณแม่ทุกคนจะเปลี่ยนไปแน่นอนเมื่อเริ่มตั้งท้อง เพราะฮอร์โมนในร่างกายของเราเปลี่ยนไป ทำให้ทั้งร่างกาย สุขภาพ และอารมณ์ของเราไม่เหมือนเดิม คุณแม่ที่ตั้งท้องมาถึงไตรมาส 2 จะต้องเจอกับปัญหาสุขภาพอะไรกันบ้าง เราไปดูกันค่ะ 1. ตะคริว ขอบอกเลยค่ะ ว่าอาการตะคริวนี่ถือว่าเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยของแม่ท้องเลยทีเดียว เพราะมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปกดทับบริเวณเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีพอ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ในช่วงที่คุณแม่นอนราบนั่นเอง 2. ตกขาว อาการตกขาวก็เป็นอาการหนึ่งที่คุณแม่ต้องเจอเช่นเดียวค่ะ ถ้าตกขาวเป็นสีขาวปกติก็เป็นเรื่องทั่วไปนะ ไม่ได้มีปัญหาหรือน่าห่วงอะไร แต่เมื่อใดที่ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป หรือมีกลิ่นเหม็นแล้วล่ะก็ คุณแม่จะต้องรีบไปพบคุณหมอนะคะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณแม่กำลังติดเชื้อทางช่องคลอดค่ะ 3. ฟันผุและปัญหาทางช่องปาก แม่ท้องจะต้องการแคลเซียมมากกว่าปกติ เพราะจะต้องแบ่งกับลูกน้อยด้วย และคุณแม่ที่รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะพบกับปัญหาฟันผุ เนื่องจากโดนลูกแบ่งแคลเซียมไปนั่นเองค่ะ ส่วนสำหรับปัญหาทางช่องปากนั้น คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบกับปัญหาเลือดออกตามไรฟันค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรจะไปพบทันตแพทย์เป็นประจำนะคะ 4. เลือดกำเดา ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนำไปสู่ปัญหาในโพรงจมูกของคุณแม่ค่ะ เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ผลิตเลือดเพิ่มขึ้นไปด้วย เส้นเลือดฝอยภายในจมูกจึงบวมและแตกออกมาได้ง่าย เพราะอย่างนั้นถ้าคุณแม่รู้สึกระคายเคืองในจมูก ขอแนะนำให้คุณแม่ใช้น้ำเกลือที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปล้างจมูกนะคะ และห้ามใช้ของแข็งแหย่เข้าไปในโพรงจมูกโดยเด็ดขาดเลยค่ะ 5. ผิวแตกลาย เนื่องจากท้องที่ใหญ่ขึ้น ผิวของคุณแม่จึงแตกเป็นลายทางค่ะ โดยผิวที่แตกลายนี้เราสามารถหาครีมมาทาเพื่อบรรเทาได้นะคะ แต่ในคุณแม่บางคนอาจจะเจออาการคันร่วมด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่เผลอเกาแล้วนั้น ก็อาจจะทำให้เกิดบาดแผลและนำไปสู่การติดเชื้อได้ค่ะ 6. เส้นเลือดขอด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event