วิธีการ ทำสต๊อกน้ำนมแม่
เพราะนมแม่ คือสุดยอดอาหารมื้อแรกและเป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูกน้อย คุณแม่ทุกท่านจึงตั้งใจมอบคุณค่าน้ำนมแม่นี้ให้แก่ลูกรักได้นานที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยส่วนใหญ่มักจะเตรียมพร้อมตั้งแต่ตั้งครรภ์ และหลังคลอดก็ให้นมแม่จากเต้าทันทีและเต็มที่ และเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนยอ่มวางแผนที่จะ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ เพื่อให้ลูกได้กินนมแม่ในช่วงที่ต้องไปทำงาน และมีน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกได้กินต่อเนื่องยาวนาน
แต่การ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ นอกจากคุณแม่ต้องมีวินัยในการปั๊มนมสม่ำเสมอทุกๆ 2-3 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องแล้ว คุณแม่จำเป็นเรียนรู้ข้อมูลและอุปกรณ์ต่างๆ ในการเก็บน้ำนมแม่ เพื่อให้น้ำนมแม่ที่นำมาให้ลูกกินในภายหน้ายังมีคุณค่าครบถ้วนเต็มที่ ให้ลูกรักมีพัฒนาการดีทุกด้าน เก่ง ฉลาด และสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ
ฉะนั้นมาดูกันว่า วิธีการทำสต๊อกน้ำนมแม่ต้องทำอย่างไร
อุปกรณ์ ทำสต๊อกน้ำนมแม่

เครื่องปั๊มนม
เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ได้ปั๊มนมเก็บไว้ และกระตุ้นให้น้ำนมมาได้มากอย่างต่อเนื่อง และสามารถปั๊มนมแม่ได้ ตั้งแต่ที่บ้านไปจนถึงเมื่อต้องกลับไปทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้เลือกมากมาย หาซื้อได้ง่ายทั้งทางออนไลน์และห้างสรรพสินค้าต่างๆ
โดยคุณแม่ควรพิถีพิถันหาข้อมูล และเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมที่ถูกใจ เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้งานเมื่อต้องไปทำงานนอกบ้านหรือออกข้างนอก เช่น คุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน กับคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูก อาจจะต้องเลือกเครื่องปั๊มนมที่ให้ความสะดวก และมีระบบการทำงานที่แตกต่างกันนั่นเอง
เครื่องปั๊มนมยุคใหม่ ก็มีให้คุณแม่ได้เลือกมากมายหลายแบบ หลายการใช้งานและหลายราคา อาทิ เครื่องปั๊มนมชนิดปั๊มมือ เครื่องปั๊มนมชนิดใช้แบตเตอรี่ และ เครื่องปั๊มนมชนิดใช้ไฟฟ้า แถมยังมีทั้งแบบที่ปั๊มนมเดี่ยวข้างเดียว แบบปั๊มนมได้คู่พร้อมกันสองข้าง รวมถึงสามารถชาร์จไฟจากพาวเวอร์ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องปั๊มนมที่ได้มาตรฐาน มีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความนิยมจากคุณแม่ทั่วไป ราคาเหมาะสม และใช้งานได้สะดวกในแบบของคุณแม่และครอบครัว

ถุงเก็บน้ำนม
จำเป็นต้องมีเพื่อเก็บน้ำนมที่คุณแม่ปั๊มไว้มาเก็บแช่ไว้ในตู้เย็น โดยถุงเก็บน้ำนมที่ดีควรทำจากวัสดุที่ปลอดภัยในเกรดบรรจุอาหาร(Food Grade) ไม่มีสารและสีอันตราย เช่น ปราศจาก BPA ใช้สีเกรดอาหาร อาจเป็นถุงซิปล็อก 2 ชั้น ที่มีการซีลขอบข้างหนาพิเศษ ป้องกันการรั่วซึม คงทนแข็งแรงไม่ฉีกขาดง่าย สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อ มีช่องหรือฉลากที่ให้คุณแม่สามารถเขียนวันและเวลาในการเก็บน้ำนมได้ในแบบที่หมึกไม่เลอะเลือนหรือจางหายไปได้ง่ายๆ
ยิ่งเป็นถุงเก็บน้ำนมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งจากสากลและกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยได้ยิ่งดี

ขวดนม จุกนม
เช่นเดียวกับการเลือกถุงเก็บน้ำนม คือต้องสะอาดปลอดภัย ผลิตจากวัสดุปลอดภัยเกรดอาหาร ไม่มีสารเคมีหรือวัสดุที่อันตรายหรือสะสมสารปนเปื้อน ทนความร้อน เลือกขนาดที่เหมาะกับการกินของลูกน้อย รวมถึงขนาดจุกนมที่ให้ลูกดูดก็ต้องเหมาะสมด้วย เช่น ลูกวัยทารกต้องใช้จุกนมไซส์ S และเปลี่ยนขนาดไซส์ขวดนมและจุกนมตามวัยที่ลูกโตขึ้น

อุปกรณ์ทำความสะอาด
ได้แก่ น้ำยาล้างขวดนมจุกนม ที่ต้องเลือกที่มีส่วนผสมอ่อนโยน ปลอดภัย จากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตราย รวมถึง ควรเตรียม แปรงล้างขวดนมและจุกนม ไว้ด้วย

เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม
เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคุณแม่ฆ่าเชื้อหลังจากทำความสะอาดล้างขวดนมแล้ว ให้ปราศจากเชื้อได้หมดจดมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องนึ่งขวดนมให้เลือกมากมาย ใช้งานได้สะดวกหลายฟังก์ชั่น มีทั้งแบบนึ่งด้วยไอน้ำ อบด้วยแสงยูวี และอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถนึ่งหรือฆ่าเชื้ออุปกรณ์ของใช้อื่นๆ ของลูกได้ด้วย โดยคุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้ในร้านขายอุปกรณ์ของใช้สำหรับลูกน้อยชั้นนำได้ทันที

แผ่นซับน้ำนม
จำเป็นสำหรับคุณแม่เวลาใส่เสื้อผ้า เพราะหากไม่มีแผ่นซับน้ำนมไว้ น้ำนมแม่อาจจะซึมออกมาเลือกเสื้อชั้นในและเสื้อผ้าได้

วิธีการ ทำสต๊อกน้ำนมแม่
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปั๊มนม หรือเตรียมนมให้ลูกกิน
- เตรียมภาชนะเก็บนมที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด เช่น ขวดนม ถุงเก็บน้ำนม ไม่ใส่ขวดหรือถุงพลาสติกเก็บอาหารทั่วไป
- ปั๊มน้ำนมแม่เก็บไว้ในถุงเก็บน้ำนม หรือขวดนม เสร็จแล้วล้างมือ และล้างอุปกรณ์ปั๊มนมให้สะอาดทุกชิ้น ไม่ควรเทนมที่เพิ่งปั๊มใหม่ ไปรวมกับนมเก่าที่แช่แข็งไว้แล้ว ควรแยกไว้ในแต่ละครั้งอย่างชัดเจน
- อย่าลืมเขียน วันที่ และเวลาในการเก็บนมไว้ที่ข้างถุงเก็บน้ำนมเสมอ
- เก็บนมแม่ที่ปั๊มไว้ ทำสต๊อกในตู้เย็น โดยนำถุงเก็บน้ำนมที่เขียนวันเวลาแล้ว แช่ไว้ในช่องแช่แข็งหรือช่องฟรีซ หรือหากเก็บไว้ช่องแช่แข็งธรรมดาก็สามารถทำได้ แต่จะมีระยะเวลาการเก็บที่จำกัด และควรนำมาใช้อย่างเหมาะสมดังนี้
| การเก็บสต๊อกน้ำนมแม่ | ระยะเวลาที่เก็บได้ |
| ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่เข้าตู้เย็น | เก็บได้ 1 ชั่วโมง |
| ตั้งทิ้งไว้ในห้องปรับอากาศ (ไม่เข้าตู้เย็น) | เก็บได้ 4 ชั่วโมง |
| กระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา | เก็บได้ 1 วัน |
| ใส่ตู้เย็น ชั้นธรรมดา | เก็บได้ 3-5 วัน |
| ตู้เย็นแบบ 1 ประตู ในช่องแช่แข็ง | เก็บได้ 1-2 สัปดาห์ |
| ตู้เย็นแบบ 2 ประตู ในช่องแช่แข็ง | เก็บได้ 3-6 เดือน |
| ตู้แช่เย็นจัด (-20 องศาเซลเซียส) | เก็บได้ 6-12 เดือน |
ระวัง *ไม่เก็บน้ำนมแม่บริเวณประตูตู้เย็นเพราะความเย็นจะไม่คงที่ ทำให้นมแม่เสียได้ง่าย
เมื่อคุณแม่ได้เรียนรู้วิธีการทำสต๊อกน้ำนมแม่ที่ถูกต้อง และการละลายนมสต๊อกก่อนให้ลูกกินแล้ว เชื่อว่าลูกน้อยของคุณแม่จะเติบโต แข็งแรง เก่ง ฉลาด มีสุขภาพและพัฒนาการที่ดีเยี่ยมเต็มที่ ด้วยเพราะได้พลังจากน้ำนมแม่ที่คุณแม่ทุ่มเททำสต๊อกเก็บไว้นี้นั่นเอง
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]
รอยยิ้มของลูกน้อยคือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ แต่เมื่อใดที่เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะอาการระคายเคืองจากการแพ้แพมเพิส หัวใจคนเป็นแม่คงกระวนกระวายไม่น้อย ปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม หากปล่อยไว้และไม่รีบแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจลุกลามจนกลายเป็นผื่นแดงอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทำให้ลูกน้อยเจ็บปวดและเสียสุขภาพจิตได้ บทความนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อปกป้องผิวที่บอบบางของลูกรักให้กลับมาเนียนนุ่มและแข็งแรงดังเดิม ผื่นผ้าอ้อมคืออะไร และทำไมลูกถึงมีอาการแพ้แพมเพิส? ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Dermatitis) หรือที่เรียกกันติดปากว่าอาการแพ้แพมเพิส คือภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณก้น อวัยวะเพศ ขาหนีบ และหน้าท้อง ซึ่งสัมผัสกับผ้าอ้อมโดยตรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความอับชื้นและการเสียดสีเป็นเวลานาน ผิวที่อ่อนบางของทารกจะถูกกระตุ้นจนเกิดการระคายเคือง หากสะสมไว้นานวันเกราะป้องกันผิวจะเริ่มอ่อนแอลง นำมาสู่อาการลูกแพ้แพมเพิสที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งครอบครัว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณใต้ผ้าอ้อม การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาการแพ้แพมเพิสได้ตรงจุดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้ สังเกตอาการลูกแพ้แพมเพิส มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คุณแม่ควรหมั่นสังเกตบริเวณใต้ผ้าอ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการลูกแพ้แพมเพิสในแต่ละระยะดังนี้ วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี เมื่อพบว่าลูกมีอาการผื่นคัน วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสเบื้องต้นที่ได้ผลดีเยี่ยมและควรทำทันทีคือ แนวทางป้องกันผื่นผ้าอ้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกรัก การป้องกันคือวิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถดูแลผิวลูกให้ห่างไกลจากการแพ้แพมเพิสได้ด้วยแนวทางดังนี้ ดูแลผิวลูกให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวช่วยจาก BabyGift ผู้ช่วยที่เข้าใจแม่ รู้ใจลูก การดูแลผิวพรรณในจุดบอบบางต้องการความละเอียดอ่อนสูง BabyGift มุ่งมั่นคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดจากแบรนด์ดังระดับสากล โดยเฉพาะในโซน Clean & Care ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัยไร้สารเคมี คุณแม่สามารถเข้ามาทดลองสัมผัสเนื้อผ้าของแพมเพิส หรือปรึกษาเรื่องการเลือกของใช้เตรียมคลอดที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว หากกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ เช่น การเลือกคาร์ซีทมาตรฐานโลก หรือกำลังตัดสินใจว่า เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยพยุงน้ำหนักได้ดีและระบายอากาศเยื่ยมเพื่อลดความอับชื้นสะสมบริเวณขาหนีบของลูกน้อย […]
การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!
เพราะความเป็นแม่มันอยู่ในสายเลือด เมื่อรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในท้องอีกหนึ่งชีวิต เราก็ต้องดูแลครรภ์นี้ให้ดีที่สุด เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากตั้งครรภ์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าเมื่อระหว่างทาง จู่ๆ คุณหมอก็ตรวจพบว่า ครรภ์นี้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ขึ้นมา แล้วงานนี้ว่าที่คุณแม่มือใหม่อย่างเราๆ จะมีวิธีรับมืออย่างไร ควรจะควบคุมอาหารยังไง งานนี้เรามีคำตอบ ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์คือ ความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่รกผลิตออกมามีผลต่อประสิทธิภาพของอินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ของแม่ โดยปกติตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาแต่ในกรณีนี้ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเลยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ บางคนอาจพบภาวะนี้ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ ส่วนใหญ่คุณหมอ จะตรวจพบภาวะดังกล่าวได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด แต่คุณแม่ตั้งครรภ์บางราย อาจมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปากแห้ง และรู้สึกเหนื่อยหากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งบางอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกับอาการของคนตั้งครรภ์ ดังนั้น ควรปรึกษาคุณหมอหากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการที่เผชิญอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ หากคุณแม่ตั้งครรภ์พบว่ามีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้ว จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตนเองและลูกในครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกด้วย แนวทางในการรักษาภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ 1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุณหมออาจให้เราตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด 4-5 ครั้ง/วัน ในช่วงเวลาก่อนรับประทานอาหารเช้าและหลังมื้ออาหารทุกมื้อ เพื่อตรวจดูว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ โดยเจาะเลือดที่ปลายนิ้วแล้วหยดเลือดลงบนแถบทดสอบ จากนั้นอ่านค่าด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาล ซึ่งจะแสดงระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ […]
คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Seriesคาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย– Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท :ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ ปรับเอนนอนได้ […]









