แบบนี้ใช่อาการแพ้ท้องหรือเปล่านะ?

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ?

รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ

อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

  • เวียนหัวคลื่นไส้ คุณแม่ท้องจะรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา โดยอาการนี้มักจะเกิดในช่วงเช้า เราจึงเรียกว่าอาการMorning Sick แต่คุณแม่บางคนอาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้นะ
  • หน้ามืดอาการนี้จะต่อเนื่องมาจากการที่คุณแม่อาเจียนบ่อย ทำให้ขาดน้ำ จึงเกิดอาการหน้ามืดตามมาค่ะ
  • จมูกไวต่อกลิ่นเวลาแพ้ท้องคุณแม่จะได้กลิ่นต่างๆ เร็วเป็นพิเศษ บางกลิ่นที่เคยชอบอาจจะไม่ชอบ บางกลิ่นที่เคยไม่ชอบก็อาจจะกลายเป็นชอบไปเลยก็ได้ค่ะ แม้แต่กลิ่นสามีที่เคยหอมๆ ตอนแพ้ท้องคุณแม่อาจจะรู้สึกเหม็นไปเลยก็ได้นะ เหมือนในละครไง พอได้กลิ่นอาหารก็รีบวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำเลย
  • ประสาทการรับรสไม่เหมือนเดิมคุณแม่บางรายอาจจะอยากทานแต่ของที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วง มะดัน มะนาว อะไรแบบนี้ แต่คุณแม่บางรายก็อาจจะไม่อยากทานอะไรเลยเพราะรู้สึกขมๆ อยู่ในปาก จะทานอะไรก็ไม่อร่อย
  • รู้สึกอ่อนเพลียอยากนอนตลอดทั้งวันเนื่องจากในช่วงนี้ทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและสร้างอวัยวะต่างๆ ทำให้ร่างกายของคุณแม่ต้องใช้พลังงานมากผนวกกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป คุณแม่จึงรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ และรู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ
  • อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวร้องไห้เพราะฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คุณแม่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บางทีก็ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะ ใครทำอะไรไม่ถูกใจนิดหน่อยก็โกรธ อาการแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการแพ้ท้องอย่างหนึ่งค่ะ
  • วิธีรับมือกับอาการแพ้ท้องแบบง่ายๆอย่างไรก็ดี คุณแม่บางท่านอาจเผชิญกับภาวะ “แพ้ท้องขั้นรุนแรง” ซึ่งสามารถส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และคุณลูกได้นะคะ หากคุณแม่มีอาการอาเจียนตลอดทั้งวันจนเริ่มรู้สึกมีอาการขาดน้ำ ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลยเป็นเวลาหลายวันจนน้ำหนักลดลงจากก่อนตั้งครรภ์มาก และมีอาการวิงเวียนที่ไม่ทุเลาลง ก็ขอให้คุณแม่รีบไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดค่ะ
  • ทานอาหารทีละนิดแต่ทานบ่อยครั้งเนื่องจากคุณแม่ที่แพ้ท้องจะไม่ค่อยอยากอาหาร อย่างไรก็แล้วแต่ คุณแม่ก็ควรจะทานอะไรเข้าไปบ้างเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอค่ะ ทั้งนี้ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทอัดลม หรืออาหารที่เป็นของหมักดองนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ส่งผลให้รู้สึกอยากอาเจียนมากขึ้นค่ะ
  • จิบน้ำขิงสักแก้วนอกจากน้ำขิงจะช่วยเพิ่มน้ำนมแล้ว ยังช่วยลดอาการแพ้ท้องได้อีกด้วยนะคะ ทำขิงอุ่นๆ จะทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกผะอืดผะอมน้อยลงค่ะ
  • ทานอะไรเบาๆ ก่อนเข้านอนเช่น โยเกิร์ตหรือนม การทานอะไรเบาๆ ก่อนนอนจะช่วยลดอาการแพ้ท้องตอนคุณแม่ตื่นมาได้ค่ะ
  • ดื่มน้ำเปล่าเข้าไว้เนื่องจากเวลาอาเจียน คุณแม่ก็จะสูญเสียน้ำออกจากร่างกายไปในปริมาณมาก หากคุณแม่ไม่ดื่มน้ำเพื่อมาทดแทนน้ำที่เสียไปแล้ว ก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะมีลักษณะเข้มข้น แถมยังทำให้คุณแม่มีอาการหน้ามืดอีกด้วยนะคะ
  • เสริมอาหารเข้าไปเนื่องจากในช่วงเดือนแรกๆ ที่คุณแม่กำลังแพ้ท้องอยู่นั้น สารอาหารที่ร่างกายต้องการมากเป็นพิเศษก็คือกรดโฟลิกค่ะ เนื่องจากเป็นส่วนช่วยให้ทารกมีอวัยวะที่สมประกอบและช่วยให้คุณแม่ห่างไกลจากการแท้ง วิตามินที่จำเป็นต่อการดูดซึมกรดโฟลิกจะได้แก่ วิตามิน B12 วิตามิน B6 และวิตามิน C ค่ะ กรดโฟลิกจะพบมากในผักจำพวกผักโขม บร็อคโคลี่ ข้าวโพดและผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่และแคนตาลูป เพราะฉะนั้น หากคุณแม่ไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิกเหล่านี้ได้ ก็ขอให้คุณแม่เสริมวิตามินที่มีส่วนผสมของกรดโฟลิกแทนนะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น  ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด  ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย  คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size)  จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) […]

ท้องทีต้องมานั่งกังวลเรื่องนู้นเรื่องนี้เต็มไปหมด นอกจากจะกังวลเรื่องการกินกับการเดินแล้ว ท่านอนก็ยังเป็นสิ่งที่แม่ท้องหลายๆ คนสงสัยว่าควรจะนอนท่าไหนกันแน่ บางคนก็บอกว่าให้นอนท่าที่สบายที่สุด บางคนก็บอกว่าให้นอนตะแคงข้างไหนก็ได้ ส่วนบางคนก็เจาะจงให้นอนตะแคงซ้าย ตกลงยังไงกันแน่นะ? แต่แน่นอนว่าท่านอนมีผลต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่แล้วก็คุณลูก วันนี้เราลองมาดูคำตอบไขข้อสงสัยไปพร้อมๆ กันค่ะ ท่านอนที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ ท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับแม่ท้องที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 16 สัปดาห์ขึ้นไปคือ “ท่านอนตะแคงซ้าย” ค่ะ เพราะว่าการนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้มดลูกของคุณแม่ไม่ไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่ค่อนไปทางขวาและท่านี้ยังจะช่วยในเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือดด้วยนะคะ เพราะพอเส้นเลือดดำไม่ถูกกดทับแล้ว เลือดก็จะสูบฉีดไปเลี้ยงหัวใจได้ดี แถมยังทำให้อาหารย่อยง่ายอีกด้วยนะ ถ้าคุณแม่นอนตะแคงขวา หัวใจก็จะทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องใช้แรงสูบฉีดเลือดเพิ่มขึ้น แต่เอาจริงถ้าจะให้นอนตะแคงซ้ายทั้งคืนก็คงไม่ไหว คุณแม่ก็อาจจะตะแคงซ้ายขวาสลับกันก็ได้นะ แต่เน้นไปที่ด้านซ้ายให้เยอะกว่านะคะ สำหรับคุณแม่ที่ท้องใหญ่มากๆ คุณแม่อาจจะหาหมอนมารองใต้ท้องเพื่อช่วยพยุงท้องเอาไว้ จะได้นอนหลับสบายๆ ยาวๆ ถึงเช้าไปเลยเนอะ ท่านอนที่ไม่เหมาะสมกับคุณแม่ เดาได้ง่ายมาก ก็คือท่านอนคว่ำน่ะสิ อันนี้มันก็แน่อยู่แล้วแหละนะ ท้องก็ใหญ่ขึ้นทุกวันทุกวันจะให้นอนคว่ำได้ยังไงไหว แต่อีกท่านึงที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงก็คือท่านอนหงายค่ะ อ๊ะๆ คิดไม่ถึงกันใช่ไหมล่ะคะ ที่ท่านี้ควรหลีกเลี่ยงก็เพราะมดลูกของคุณแม่นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จึงอาจจะไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ตรงบริเวณกลางลำตัวได้ค่ะ พอทับไปแล้วคุณแม่ก็จะมีอาการเท้าบวม เป็นริดสีดวงทวาร หนักๆ หน่อยก็อาจทำให้วิงเวียนศีรษะจนถึงขั้นเป็นลมได้เลยล่ะ นอกจากนี้ยังทำให้คุณแม่ปวดหลังสุดๆ เพราะเหมือนกับต้องแบกรับน้ำหนักร่วมสิบโลไว้ทั้งคืน วิธีจัดท่านอน ไม่ใช่ว่าคุณแม่เดินมาถึงเตียงก็ล้มตึงลงไปนอนตะแคงได้เหมือนตอนไม่ท้องเลยนะ ตอนนี้เรามีลูกน้อยอยู่ในท้องแล้วก็ต้องคอยทำอะไรให้ช้าลง วิธีข้างล่างจะช่วยให้คุณแม่จัดท่านอนได้ถูกต้องแล้วก็จะช่วยลดอาการปวดหลังด้วยนะคะ เวลาจะพลิกตัวเปลี่ยนท่า คุณแม่ควรจะค่อยๆ พลิก […]

หลายครั้งที่เห็น ลูกร้องไห้ ชอบโวยวายเวลาถูกขัดใจในที่สาธารณะ บางครั้งถึงกับลงไปนอนดิ้นบนพื้นกันเลย ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ปกครอง เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะทำความทำเข้าใจในวัยของลูกก่อน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือและฝึกลูกสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ ให้ลูกได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง และฝึกควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตนเองได้ ลูกร้องไห้ ดิ้นบนพื้นในที่สาธารณะ จะแก้ไขอย่างไรดี เด็กวัยไหน ร้องไห้อาละวาดบ่อยที่สุด ลูกร้องไห้ อาละวาดในเด็ก จะพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในช่วงอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีสถิติพบว่า เด็กประมาณ 50-80% จะมีการร้องอาละวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุ 4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่การร้องอาละวาดของเด็กมักจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สาเหตุ ลูกร้องไห้ อาละวาดดิ้นบนพื้น เป็นพัฒนาการปกติที่เด็กเริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเอง (Autonomy) แต่วัย 1 – 3 ปี จะยังไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ดีนัก […]

ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน ที่กำลังนับวันรอคอยได้เห็นหน้าลูกน้อย เชื่อว่าคุณแม่คงจะวางแผนและตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยทันทีหลังคลอดทุกคน และน่าจะเตรียมของใช้สำหรับการเลี้ยงลูกน้อย บางคนอาจจะมองหาเครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการให้นมแม่กันบ้างแล้วด้วย…จริงไหมคะ? แต่นอกจากการเตรียมของใช้เพื่อให้นมแม่แล้ว  คุณแม่ต้องไม่ลืมหันกลับมาสำรวจร่างกาย ด้วยการเช็กสุขภาพเต้านมและหัวนม ว่าพร้อมให้นมแม่ได้ทันทีหลังคลอดหรือไม่? มีส่วนไหนผิดปกติหรือมีปัญหาจนเป็นอุปสรรคในการให้นมแม่หรือเปล่า?  เราจึงชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กหัวนมและเต้านม พร้อมแนะนำข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้คุณแม่พร้อมให้นมลูกน้อยได้เต็มที่ทันทีหลังคลอดค่ะ ชวนแม่ท้อง…ตรวจหัวนมและเต้านมด้วยตัวเอง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจลักษณะของเต้านมและหัวนมของตัวเอง เพื่อเช็กความผิดปกติของหัวนม ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่ได้เคยสังเกตหรือรู้ว่าก่อนว่าลักษณะหัวนมของตัวเอง อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อการให้นมลูกน้อยได้ เช่น  หัวนมบอด หัวนมสั้น  หัวนมแบน หัวนมบุ๋ม รวมถึงหัวนมใหญ่ ซึ่งลักษณะหัวนมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และยิ่งคุณแม่แก้ไขได้เร็วเท่าไร ลูกน้อยก็จะได้รับคุณค่าจากนมแม่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น  ฉะนั้นมาสังเกตดูกันว่า หัวนมของคุณแม่เป็นแบบไหน และแบบไหนที่ผิดปกติ รู้ได้อย่างไรว่าหัวนมผิดปกติ คุณแม่สามารถตรวจสอบและสังเกตหัวนมได้ด้วยตัวเองว่าปกติหรือไม่  แบบไหนหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีให้ได้ก่อนคลอดลูกน้อย  ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ 1. ดูขนาดของหัวนมและเต้านม โดยมองด้วยตาเปล่าและสัมผัสคลำเพื่อสำรวจว่า มีก้อนผิดปกติในเต้านมหรือไม่ เต้านมดูไม่บิดเบี้ยว หัวนมไม่แตกเป็นรอยแยก มีหัวนมแบนราบหรือบุ๋มลงไปหรือเปล่า 2. Pinch Test คือการวางหัวแม่มือและนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้ที่ฐานของหัวนมใกล้กับขอบลานนม จากนั้นค่อยๆ กดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันเพื่อบีบหัวนมเบาๆ 2.1 Waller’s Test การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คุณแม่ วางราบไปกับผิวหนัง […]

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ สำหรับลูกน้อย อาจได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ หรือแพทย์ สำหรับการจัดเตรียมอุปกรณ์ ฆ่าเชื้อโรคของใช้ต่างๆ ให้พร้อมก่อนคลอด จากในอดีตหลายๆ บ้าน อาจคุ้นเคยกับการลวกด้วยน้ำร้อน 100 องศาขึ้นไป ในการฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ ไปจนถึงเสื้อผ้า ปลอกหมอนผ้าปูที่นอน ของเด็กได้ แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิดในปัจจุบัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านอดห่วงไม่ได้ว่าเชื้อไวรัสนั้นจะหลุดรอดเข้ามาถึงตัวลูกน้อยของเราได้จากของใช้อื่นๆ ที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก หรือการนึ่งได้ และมีบทความทางการแพทย์มากมาย ระบุว่า การนำพลาสติกไปลวกด้วยความร้อนสูง จะก่อให้เกิดการตกค้าง ปนเปื้อนของ ไมโครพลาสติก ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ จึงมีการผลิตคิดค้น และนำเข้า เครื่องอบยูวี สำหรับใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นการใช้พลังงานจากรังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรคร้ายที่อาจติดอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย และฆ่าเชื้อของใช้คุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย ประโยชน์ของรังสี UV-C ส่วนประกอบสำคัญของ เครื่องอบ UV-C คือหลอด UV-C ซึ่งมีคุณสมบัติในการปล่อยรังสี UV-C มาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคได้จริง แม้แต่เชื้อไวรัสโควิดก็ไม่รอด ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และมีผลวิจัยต่างๆ จากหลากหลายสถาบันยืนยันแล้วว่า รังสี UV-C สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิดได้ 99.99% […]

สำหรับคนที่ชอบการเข้าครัว ทำอาหาร ถนอมอาหาร คงรู้จัก อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium foil) กันอย่างแน่นอน เพราะเป็นอุปกรณ์ในการถนอมอาหารและใช้ในการนำความร้อนปรุงอาหาร ปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ ๆ นำอลูมิเนียมฟอยล์ไปแปรรูปเป็น ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อช่วยในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน และยังช่วยให้อุ่นนมได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาก ๆ เราจึงได้หาข้อมูลคุณสมบัติทั้งข้อดีและข้อเสียมาบอกกัน จะน่าใช้หรือไม่ ตอบโจทย์คุณแม่นักปั๊มแค่ไหน ไปดูกันเลย ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ คืออะไร ?  คือ การใช้แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เป็นวัสดุหลักในการผลิตถุงเก็บน้ำนม แทนการใช้พลาสติก โดยการขึ้นรูปถุงนมด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ ผ่านการเคลือบด้วย Polyethylene, Polyamide และ Polyester รวม 4 ชั้น ให้ถุงเก็บน้ำนมแข็งแรงทนทานกว่าถุงเก็บน้ำนมพลาสติกใสทั่วไป รวมถึงอลูมิเนียมฟอยล์จะมีคุณสมบัติทึบแสง 100% เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมแม่ให้คงรสชาติ กลิ่นไม่เหม็นหืน แบบเดียวกันกับการห่ออาหาร ถนอมอาหารในครัวเรือน  ทดลองอุ่นนมแม่แช่แข็ง ด้วยเครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmerถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ VS ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์  *อลูมิเนียมฟอยล์นำความร้อนได้ดี จะไม่ต้องใช้โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost) เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำนมสูงเกินไป*  ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก  *ความร้อน 60 […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event