เลือกรถเข็นเด็กตามนิสัยและไลฟ์สไตล์คุณแม่
เพราะแม่แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง Aprica จึงสรรสร้างนวัตกรรมที่รองรับทุกความต้องการด้วยรถเข็นเด็กหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นไหน เหมาะกับคุณไปดูกันเลย

แม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเททุกความสุขเพื่อลูกและคนในครอบครัวเป็นสำคัญ
ถ้าคำว่า “ที่สุด” คือนิยามของรถเข็นเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ
รถเข็นเด็ก Aprica โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมอบความสบาย นุ่มนวล ปกป้องลูกน้อยแบบ 360 องศา ใส่ใจในสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อเทวดานางฟ้าตัวน้อย



รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia
- น้ำหนักรถเข็น 6.8 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
- ระบบโช๊คใต้ที่นั่งและบริเวณล้อ ลดแรงสั่นสะเทือนลง 40%
- ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
- หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 54 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้นDouble Head&Hip Support ด้วยชุดหมอนรองศีรษะและสะโพก และโครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
- เพิ่มขนาดตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่
- สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้
รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Soraria Magic basket
- น้ำหนักรถเข็น 7.5 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษ
- หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 56 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- เบาะรองนอน CoolMax All Season ที่ช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเจ้าตัวน้อย ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็น ด้วยการดูดซับเหงื่อในวันที่ร้อนจัดและให้ความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น ช่วยให้เทวดาตัวน้อยรู้สึกสบายได้ทุกฤดู
- ชุดหมอนรองศีรษะและสะโพก และโครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
- โครงสร้างแบบลดรอยต่อ ที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ เป็นชิ้นเดียวช่วยเพิ่มความแข็งแรงแม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน

คุณแม่ทรงพลัง คล่องแคล่ว ขี้เล่น
ถ้าคุณและลูกน้อยต้องการความคล่องตัว พร้อมทุกสถานการณ์
รถเข็นเด็กน้ำหนักเบาแต่ครบทุกฟังชันท์ที่เหนือกว่า พร้อมเติมความคล่องตัวด้วยการใช้รถเข็นสลับกับเป้อุ้มเด็กได้ง่าย เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ คุณแม่ก็พร้อม



รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS
- น้ำหนักรถเข็น 5.3 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
- ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
- ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
- หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้น
- โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
- สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้
รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light
- น้ำหนักรถเข็น 4.9 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้น
- โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
- สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

คุณแม่เด็กแนว กิ๊บเก๋ทันสมัย ไม่ชอบตามใคร
สนใจทางเลือกใหม่ๆ รักอิสระและความแปลกใหม่
รถเข็นเด็ก แบบ 3 ล้อเท่ห์ๆ ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว และที่โดนใจยิ่งกว่าคือ ความแข็งแรง ทนทาน ไม่ว่าจะไปไหนก็พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ใช้ง่ายพับกางสะดวกและขนาดกระทัดรัด


รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Smooove
- น้ำหนักรถเข็น 9 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ล้อแบบสูบลม ลดการสั่นสะเทือนได้ถึง 80% เข็นได้ในทุกพื้นผิว
- ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
- หลังคากัน UV 99% ขนาดใหญ่ ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 58 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- เบาะรองนอนแบบBREATHAIR ระบายอากาศลดความอับชื้นได้ดี
- โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- การพับแบบ One step เมื่อพับแล้วสามารถตั้งรถเข็นได้ จึงไม่ทำให้รถเข็นเปื้อนฝุ่น
- สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

คุณแม่นักเดินทาง ชอบท่องเที่ยวไปกะลูกสองคนก็ลุยเองได้ หรือไปทั้งครอบครัวก็ยิ่งสนุกดี
ถ้าการเดินทางท่องเที่ยวคือ กิจกรรมที่คุณต้องการทำร่วมกันกับลูก
รถเข็นเด็กแบบ Lightweight น้ำหนักเบาเพียง2.9 kg. คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณแม่ได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหิ้วขึ้นบันไดรถไฟฟ้าซักกี่ขั้น ขึ้นเครื่องบินไปอีกกี่จุดหมายปลายทางก็หมดปัญหา เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนกับลูกน้อยเพียงลำพัง คุณต้องรับมือกับสัมภาระมากเป็นพิเศษ รถเข็นน้ำหนักเบาพับกางง่ายด้วยมือเดียวภายใน 1 วินาที ช่วยให้คุณไม่ต้องปล่อยมือจากลูกน้อยวัยซนที่ต้องการการดูแลตลอดเวลา




รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon
- น้ำหนักรถเข็น 3.6 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
- หลังคาบังแดดกัน ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon Plus Highseat
- น้ำหนักรถเข็น 4.8 kg.
- สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
- ปรับนอนราบได้ 170 องศา
- ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
- ช่องระบายอากาศ พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
- หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Magicalair Plus Highseat
- น้ำหนักรถเข็น 3.3 kg.
- สำหรับเด็กวัย 7 เดือน – 3 ปี (น้ำหนัก 15 kg.)
- ปรับเอนได้เพื่อความผ่อนคลาย
- ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
- ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
- หลังคาบังแดดกัน ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
- ที่นั่งสูงจากพื้น 52 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
- สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
- สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้
Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการให้นม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตในช่วงแรกชีวิต เมื่อคุณพาลูกน้อยนั่ง คาร์ซีทเด็กแรกเกิด กลับถึงบ้าน ภารกิจหลักที่คุณแม่กังวลที่สุดคือลูกกินอิ่มไหม หรือกินมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้ BabyGift จะมาเผยตารางกินนม และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับนมเด็กแรกเกิด เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ปริมาณนมทารกที่เหมาะสมตามวัย เด็กแรกเกิดกินนมกี่ออนซ์ การเข้าใจธรรมชาติของกระเพาะอาหารทารกเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกเกิดกระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กเท่าลูกมะนาวเท่านั้น ปริมาณนมเด็กแรกเกิดที่ต้องการในแต่ละมื้อจึงดูเหมือนน้อย แต่เน้นความถี่แทน เรามาเจาะลึกปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสัปดาห์กันเลย ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ในสัปดาห์แรก กระเพาะของทารกจะเริ่มขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยทารกจะกินนมประมาณ 1.5-3 ออนซ์ (45-90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน หากให้นมแม่ควรให้เข้าเต้า 8-12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง ทารก 2 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทารกจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ปริมาณการกินจะเพิ่มเป็น 2-4 ออนซ์ (60-120 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ โดยยังคงรักษาความถี่ที่ […]
อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]
หน้ากากอนามัย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยแสง UV ทั้ง หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยN95 แต่จะต้องถูกฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี ถึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัย เหล่านี้ได้นั้นก็คือ ใช้ แสง UV-C ในการฆ่าเชื้อ ก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เรามาดูกันว่าต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ? หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุกวันหลังการใช้งาน และสามารถซักทำความสะอาดได้ปกติ ซักได้ทุกวัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้ หลังจากตากเรียบร้อยแล้ว ก็นำ หน้ากากอนามัย มาเข้า ตู้อบแสง UV เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ รวมถึงฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย วิธีการง่ายๆคือ นำ หน้ากากอนามัย ใส่เข้าไปใน ตู้อบแสง UV อย่างน้อย 30 นาที โดยจะต้องวางหน้ากากให้แสง UV สามารถฉายแสงทั้งด้านนอกและด้านใน หน้ากากอนามัยN95 สำหรับการนำ หน้ากากอนามัย N95 กลับมาใช้ซ้ำ เราจะแนะนำให้ใช้ ตู้อบแสง UV เพียงอย่างเดียวในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังมีหลายคนกังวลว่าหากนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้แสง UV แล้ว จะทำให้คุณสมบัติของ หน้ากากอนามัย ชนิดนี้จะลดลงไหม? […]
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณนานาอยากฝากไปถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้คาร์ซีท ในทุกครั้งที่เดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล ก็ต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทเสมอ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอปรบมือให้กับคุณนานาและคุณเวย์ ที่เป็นครอบครัวตัวอย่าง ฝึกให้น้องบีน่าและน้องบรู๊คลีน มีวินัยในการนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่อยู่บนรถ คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ การใช้ คาร์ซีท จะช่วยรองรับศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ที่ยังไม่แข็งแรงของเด็กเล็ก ช่วยไม่ให้สมองและไขสันหลังถูกทำลายจากการกระแทกในขณะเกิดอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญควรติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้อง ให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยที่ตัวคาร์ซีทด้วยทุกครั้ง และปรับสายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ให้ลูกอึดอัดและไม่หลวมเกินไป เพราะถ้าหลวมเกินไป เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและไม่คาดฝัน ก็อาจทำให้เด็กหลุดออกจากคาร์ซีท และหลุดออกนอกตัวรถไปจนเป้นอันตรายถึงชีวิต ครอบครัวตัวอย่างเดินทางอย่างปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่คาดเบลล์ ลูกๆนั่งคาร์ซีท ว้าว เยี่ยมไปเลย !!! น้องบีน่าและน้องบรู๊คลิน เดินทางอย่างปลอดภัยและหลับสบ๊ายสบายด้วยค่ะ
มาทำความรู้จักกับโรค Shaken Baby Syndromeสำหรับพ่อแม่คนไทยอาจไม่คุ้นหูกับโรคนี้ แต่ในต่างประเทศโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับคุณแม่มือใหม่ มิหนำซ้ำความรุนแรงยังอันตรายถึงชีวิตของลูกน้อย โรค Shaken Baby Syndrome คือโรคที่มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เกิดจากการที่พ่อแม่จับลูกเขย่าแรงๆ อาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่นั้น แรงเขย่าจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศีรษะ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก เพราะเส้นเลือดในสมองของเด็กเล็กๆยังไม่แข็งแรง โอกาสที่มีการฉีกขาดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกเป็น Shaken Baby Syndrome จนทำให้พิการ หรือถึงขั้นเสียชีวิตเพราะการเขย่ารุนแรงจนมีภาวะเสี่ยงเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นี้ มักจะไม่ทิ้งร่องรอยที่ร่างกายภายนอก ทารกจึงไม่ได้รับการรักษา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้ สติปัญญา อาจเกิดอาการเป็นลมชัก ตาบอด หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตอาการภาวะเสี่ยงเป็น Shaken Baby Syndrome– อาการอาเจียน หรือหายใจลำบาก ซึ่งอาจดูไม่รุนแรง คล้ายภาวะปวดท้อง ช่วง 3 เดือนแรก(Baby Colic) เมื่อพาลูกน้อยไปพบแพทย์ ต้องบอกด้วยว่าเด็กโดนเขย่าอย่างรุนแรง หากเกิดภาวะเสี่ยงเป็น Shaken Baby Syndrome […]
สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]
