เปลนอนทารก แบบไหนดี แจกวิธีเลือกเปลนอนลูก พร้อมแนะนำยี่ห้อคุณภาพ
เปลนอนเด็กเล็กเป็นของใช้ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ใกล้คลอด ก็อาจจะมองหาเปลนอนสำหรับทารกเตรียมเอาไว้ให้ลูกน้อย ซึ่งตามท้องตลาดก็มีเปลนอนอยู่หลายแบบหลายฟังก์ชั่นให้เลือกมากมาย จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนสำหรับทารกมีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง ในบทความนี้ BabyGift มีคำแนะนำดีๆ มาฝากแล้วค่ะ
เปลนอนลูกมีกี่แบบ ? เลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? ชวนคุณแม่มาดูกัน !

ในวัยแรกเกิดนั้น ทารกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นแล้ว อุปกรณ์อย่างเปลนอนเด็กเล็ก (Baby Crib) จึงมีความสำคัญมาก ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพดี มีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ก็จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายตัว ไม่ร้อน ไม่ปวดเมื่อย ยิ่งลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อยมากเท่านั้น เครื่องนอนต่างๆ อย่างเช่น เปลนอน ฟูกนอน หมอน ผ้าห่ม จึงมีความสำคัญมากๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความปลอดภัย และความแข็งแรงทนทานของเปล คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนเด็กเล็กก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ดังนี้ค่ะ
1. เปลโยก

เปลโยกสำหรับเด็กเล็กนั้น เป็นเปลยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน ลักษณะเหมือนเก้าอี้ที่มีเบาะรองนอนให้ลูกน้อย มีขนาดพอดีตัว สามารถโยกได้ แต่ไม่สามารถแกว่งหรือไกวได้ เวลากล่อมลูกจึงต้องใช้วิธีโยก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะทารกมักจะรู้สึกอบอุ่นสบายตัวเมื่ออยู่ในเปลขนาดพอดีตัวมากกว่าเปลที่มีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อลูกตัวโตขึ้นหรือต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นเปลแบบอื่นที่มีพื้นที่มากกว่า
ข้อดี
- มีขนาดพอดีตัวเด็ก ใช้พื้นที่จัดเจ็บน้อย
- สามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้
- ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพ จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้สนิท และนอนสบายยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
- ด้วยความที่มีขนาดพอดีตัว ทำให้เด็กขยับตัวได้น้อย
- เมื่อลูกตัวโตขึ้นก็ต้องเปลี่ยนเป็นเปลแบบใหม่ ใช้งานได้ในระยะสั้นๆ
2. เปลนอนทารกแบบชิดเตียงแม่

จะเลือกซื้อเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนที่เรียกว่า Bedside Crib ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่นิยม เตียงแบบนี้จะมีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียง เพื่อนำมาต่อกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น สามารถถึงตัวลูกได้แค่เพียงเอื้อมมือ
ข้อดี
- ลูกนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้
- เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแล และให้นมลูก
- รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารกเมื่อปีนป่าย
- มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง สามารถระบายอากาศดี
- เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)
ข้อเสีย
- ใช้งานได้ในช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ขวบแรกเท่านั้น เมื่อลูกตัวโตขึ้นและหัดยืนได้ เปลนอนแบบนี้ก็อาจไม่เหมาะกับขนาดตัวของลูกอีกต่อไป
3. เปลนอนแบบคอกไม้

ถ้าต้องการใช้งานได้อย่างยาวนาน จะเลือกเปลทารก แบบไหนดี ? แนะนำเป็นเปลแบบคอกไม้ หรือเตียงไม้เลยค่ะ ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มาก ใช้ได้ในระยะยาวตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 – 2 ขวบเลยทีเดียว เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกชินกับการนอนคนเดียวตั้งแต่ยังเล็ก
ข้อดี
- แยกพื้นที่ระหว่างที่นอนลูกกับที่นอนของคุณพ่อคุณแม่อย่างชัดเจน
- มีลักษะเป็นช่องไม้ซี่ๆ อากาศถ่ายเทได้ดี
- วัสดุไม้มีความแข็งแรงทนทาน มั่นคง รองรับน้ำหนักได้มาก
- มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย ดิ้นไปมาได้อย่างอิสระ
- สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยลูกหัดคลานหรือหัดเดิน
ข้อเสีย
- มีน้ำหนักมาก ใช้พื้นที่มาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก
- เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สามารถสร้างอันตรายให้ทารกได้ ในกรณีที่เด็กตัวโตขึ้น และพยายามปีนออกจากเตียง
4. เปลเพน

เปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลเพน หรือเปลแบบ Playpen เป็นเปลเด็กที่สามารถปรับเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ เพื่อให้ลูกฝึกคลานหรือฝึกยืน ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการที่เด็กคลานซุกซนไปมา มีทั้งแบบเปิดกว้างและแบบมีมุ้งปิดเพื่องป้องกันยุงและแมลง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 – 7 เดือน และอาจใช้ได้ยาวนานจนลูกอายุ 2 ขวบเลยค่ะ
ข้อดี
- สามารถพับเก็บได้ และนำไปนอกสถานที่ได้
- เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย
- มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย
- ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยหัดคลานได้สะดวกมากขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเปลได้
- วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก
- ใช้งานได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยหัดคลาน – หัดเดิน
ข้อเสีย
- ด้วยลักษณะเป็นคอกกั้นทึบรอบด้าน อาจทำให้ลูกขาดโอกาสการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
- หากเลือกแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ ก็จะใช้พื้นที่มาก
5. เปลไกวไฟฟ้า

เปลนอนทารกไกวไฟฟ้าก็เป็นเปลนอนเด็กที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันค่ะ สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติ ช่วยกล่อมลูกหลับได้ง่ายและทำให้ลูกหลับสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดีทีเดียวจะเลือกแบบไกวหน้าหลัง – หรือไกวแบบซ้ายขวา ก็ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะนำไปใช้งานมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด และเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานค่ะ (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของเปลไกวแบบหน้าหลัง กับ ไกวซ้าย – ขวาได้ในเว็บไซต์ BabyGift เลยค่ะ)
ข้อดี
- ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดให้นอนหลับสบาย บางรุ่นสามารถปรับเป็นคอกกั้นได้
- สามารถเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน
- มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง
- พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มลูกกล่อมนอน
- รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก
- เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)
- สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน – วัยหัดเดิน
ข้อเสีย
- บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น ช่วงแรกเกิด – 9 เดือนเท่านั้น ควรมองหารุ่นที่สามารถปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่ามากขึ้น
ชวนดูข้อคำนึงในการใช้เปลนอนทารกให้ปลอดภัย

นอกจากการพิจารณาว่าจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ที่เหมาะกับลูกน้อยของเราและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด (สามารถอ่านข้อมูล เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารก เพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ BabyGilt เลยนะคะ ) ยังต้องมองในแง่ของความปลอดภัยเป็นหลักอีกด้วย โดยมีข้อแนะนำในการใช้งานเปลเด็กเล็กดังนี้ค่ะ
- เลือกฟูกที่พอดีกับเปล มีความนุ่มและหนาแน่นมากพอเพื่อให้ลูกน้อยนอนสบาย
- ไม่ควรเลือกฟูกที่อ่อนนุ่มเกินไป หรือสามารถสอดนิ้วระหว่างขอบเปลและฟูกได้มากกว่า 2 นิ้ว เพราะอาจเสี่ยงทำให้จมูกและปากของเด็กไปติดในบริเวณตรงนั้นและทำให้หายใจไม่ออกได้
- ไม่ควรวางหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาไว้ในเปลแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้ปากหรือจมูกของเด็กถูกกดทับและหายใจไม่ออกได้
- ควรให้ลูกนอนเปลในท่าทางนอนหงายอยู่เสมอ
- หากเลือกเป็นเปลคอกไม้ ควรมีระยะห่างของซี่ไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กไปติดหรือหลุดลอดออกจากช่องได้
- เลือกเปลที่มีฐานมั่นคง และมีความสมดุล มั่นใจว่าสามารถรองรับน้ำหนักทารกได้โดยที่ไม่พลิกคว่ำ
- หากเลือกเป็นแบบเปลมีล้อ ต้องมีระบบล็อคล้อที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้
- หากเป็นเปลประกอบหรือพับได้ ควรจรวจสอบตัวล็อคให้ดีว่ามีความแน่นหนามากพอหรือไม่ เพื่อป้องกันเปลล้มหรือทรุดตัวซึ่งเป็นอันตรายกับลูก
- ควรเฝ้าดูลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้านที่โตกว่า เพราะอาจวิ่งชนหรือปีนป่ายทำให้เปลล้มคว่ำได้
BabyGift แนะนำ เปลนอนทารกน่าใช้ ประจำปี 2024

1. APRICA เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green
เปลนอนทารก แบบไหนดีที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม แนะนำเป็นเปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ Aprica รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green เปลไกวขนาดพอดีตัวลูกน้อย ไม่กินพื้นที่ ตัวช่วยคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย เปรียบเสมือนมีพี่เลี้ยงไว้ที่บ้านเลยทีเดียวค่ะ คิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่น รองรับการนอนหลับที่ปลอดภัยของลูกน้อย การอุ้มลูกนานๆ นั้นอาจจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นข้อมืออักเสบเรื้อรังได้ แต่ถ้ามีตัวช่วยอย่างเปลไกวไฟฟ้าก็จะทำให้การเลี้ยงลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้นได้ค่ะ
จุดเด่น
- มี 3 โหมดไกวอัจริยะ พิเศษด้วย Auto Mode 2 ที่เลียนแบบการไกวตามธรรมชาติของแม่มากที่สุด ให้ลูกน้อยเคลิ้มหลับ และหลับได้สนิท
- มีหลังคากันแสง ช่วยปกป้องดวงตา และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ พร้อมป้องกันรังสี UV – A
- ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ร้อน เบาะมีความนุ่มพิเศษ ให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย
- เปลสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ สะดวกในการใช้งานของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมล้อเคลื่อนย้ายได้สะดวก
- มีหมอนประคองศรีษะ และคอ ป้องกันการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด SIDS (โรคไหลตายในเด็ก)
- มาพร้อมถาดรอง 2 ชั้นที่ปรับเป็นโต๊ะกินข้าวได้ สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้
- ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี

2. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing – PRINCE & PRINCESS
เปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Sleep & Play Auto Swing มีเซนเซอร์ไกวอัตโนมัติ สามารถปรับเป็นคอกกั้นได้ ใช้งานได้ถึง 2 ปี มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเป็นเตียงนอนทารก เป็นเปลไกว และสามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้เมื่อลูกโตขึ้น มีมุ้งตาข่ายกันแมลงที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมโมบายสวยงามที่ช่วยเสริมพัฒนาการการมองเห็นและเพลงกล่อมเด็กถึง 12 เพลง ให้ลูกนอนฟังเพลงเพลินๆ พร้อมหลับสนิททุกช่วงเวลา
จุดเด่น
- เตียงไกวไฟฟ้าสามารถปรับการไกวได้ 5 ระดับ
- ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที
- มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียงเมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติให้ลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น
- เตียงเปิดข้างได้ สามารถวางชิดกับเตียงคุณแม่เพื่อการดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน เพิ่มความปลอดภัยขึ้น
- เตียงสามารถปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก
- สามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน
- เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ ปรับได้สูงสุด 44 เซนติเมตร ให้พอดีกับเตียงคุณแม่
- ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท สามารถเปิดเพลงโดยเชื่อมต่อบลูทูธ PT – BABY ได้
- โครงสร้างแข็งแรงมั่นคง รองรับน้ำหนักได้ดี ล้อเตียงล็อคได้ เคลื่อนย้ายสะดวก
- ขอบเตียงครอบด้วยผ้า Peach มีความหนานุ่ม เด็กเกาะหรือจับได้ ไม่เจ็บมือ
- เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 24 เดือน รับน้ำหนักได้ถึง 25 กิโลกรัม

3. JOIE เปลนอนเด็ก รุ่น Playard Excursion Change & Bounce
เปลนอนเด็กจากแบรนด์ JOIE แบรนด์คุณภาพจากประเทศอังกฤษ รุ่น Playard Excursion Change & Bounce เป็นเปลนอนเด็กขนาดเล็กที่สามารถพับเก็บ และพกพาไปนอกสถานที่ได้ มาพร้อมเก้าอี้กล่อมเด็ก เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม และกล่องดนตรี ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี ครอบคลุมทุกการใช้งาน ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
จุดเด่น
- เปลนอนสำหรับเด็กมาพร้อมที่นอนเด็กอ่อนในรูปแบบเก้าอี้กล่อมเด็ก และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม สามารถถถอดใช้งานด้านนอกได้
- เปลมีตาข่ายทั้ง 4 ด้าน สามารถระบายอากาศได้ดี
- มาพร้อมกล่องดนตรีที่มีเสียงเพลง 5 เสียง เเละเสียงธรรมชาติ 5 เสียง เพื่อขับกล่อมลูกน้อย และสามารถเปิดไฟในที่มืดได้ปรับได้ 3 ระดับ
- เคลื่อนย้ายได้สะดวกด้วยล้อ และสามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทาง
- ที่นอนเด็กอ่อน และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก สามารถถอดออกมาใช้ด้านนอกได้
- เก้าอี้เด็กอ่อนมีระบบสั่นสะเทือน ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายยิ่งขึ้น และมีบาร์ของเล่นสามารถถอดออกได้
- เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ

4. NUNA เปลไกวเด็ก รุ่น Swing Soother Leaf Grow | toy bar
เปลนอนเด็กเล็กอีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่มาก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เรียกได้ว่าเป็นเปลไกวที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่มาพร้อมทอยบาร์สุดน่ารัก ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินไปกับของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น และการหยิบจับสิ่งของ พร้อมนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ไม่มีงอแง แถมยังมาพร้อมเบาะ 2 ชั้นที่ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนโต
จุดเด่น
- มีลักษณะการไกวเสมือนการเคลื่อนไหวของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์
- เป็นการเคลื่อนไหวโดยใช้แรงโน้มถ่วง ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับหรือสงบลงได้ง่ายขึ้น
- เหมาะตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต รับน้ำหนักได้มากถึง 60 กิโลกรัม
- สามารถปรับระดับความลาดชันของพนักพิงได้ 3 ระดับ เอน นั่ง นอน
- เบาะชั้นที่ 1 เป็นเบาะนั่งหนานุ่ม เหมาะสำหรับเด็กอ่อน มีเข็มขัดล็อคตัวเด็ก เเผ่นซัพพอต์หนานุ่ม และสามารถถอดออกได้
- เบาะชั้นที่ 2 หมาะสำหรับเด็กโต สามารถให้ลูกน้อยนั่งทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น
- สามารถล็อคให้เบาะอยู่นิ่งได้
- เบาะรองนั่งสามารถถอดออกเพื่อซักทำความสะอาดได้ง่าย
- เนื้อผ้าทำจากผ้าคอตตอนออแกนนิค ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม
เปลนอนสำหรับเด็กเล็กนั้นก็มีอยู่หลายแบบเลยทีเดียว จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด และสิ่งที่ละเลยไม่ได้เป็นอันขาดก็คือความปลอดภัย ควรเลือกเปลนอนเด็กที่มีความแข็งแรงทนทานได้มาตรฐาน มีคุณภาพดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกเราค่ะ ทั้งนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจเปลนอนเด็กเล็กแบบต่างๆ สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเปลนอนเด็กทารกหรือสินค้าอื่น ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
วันหยุดสัปดาห์นี้ คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนอยู่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก ยังไม่มีแพลนทำอะไรกันบ้าง?ลองมาดู กิจกรรมครอบครัว สนุกๆแม้อยู่ที่บ้าน ที่ Baby Gift นำมาฝากกันค่ะ รับรองว่าวันหยุดนี้ไม่เงียบเหงาแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! ทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกัน สิ่งที่มีค่ามากกว่า การมอบของขวัญให้แก่กัน คือ การที่ครอบครัวพูดคุยและใช้เวลาดีๆด้วยกัน เชื่อว่าในวันจันทร์ถึงศุกร์ คนในครอบครัวก็ต่างมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ จนอาจไม่มีเวลาว่างที่จะได้อยู่ร่วมกันมาก การทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกันในวันหยุด จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมครอบครัว ที่สามารถสร้างช่วงเวลาดีๆให้กับลูกน้อย และสร้างความสันพันธ์ในครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว นอกจากจะช่วยฝึกทักษะด้านทำครัวให้กับเจ้าตัวเล็กแล้ว การได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและกระบวนการคิดได้หลายๆด้าน เสริมสร้างจินตนาการได้ดี เด็กจะจดจำและเรียนรู้ได้ง่ายกว่าการมองเห็นเพียงภาพจากในหนังสือ หรือจากที่โรงเรียน รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นแววตาที่ตื่นเต้น และมีความสุขของเขาอย่างแน่นอน แต่งานนี้ไม่ง่ายเลย คุณแม่อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายของลูกๆเป็นพิเศษ วันหยุดสัปดาห์นี้ อย่าลืมลองถามเจ้าตัวเล็กว่าอยากทานเมนูอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แล้วเตรียมของให้พร้อมเข้าครัวกันเลย จัดสวนปลูกต้นไม้กับเจ้าตัวเล็ก อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆที่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก สำหรับบ้านที่ชอบธรรมชาติและมีพื้นที่ว่างนอกตัวบ้าน วันหยุดนี้ลองจูงมือลูกน้อยของคุณและคนในครอบครัว มาจัดสวนปลูกต้นไม้ง่ายๆ คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะ นอกจากของเล่นที่ซื้อให้เด็กๆจะช่วยเสริมพัฒนาการแล้ว ของเล่นจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญและเป็นประโยชน์มากๆเช่นกัน การที่เด็กได้คลุกคลีกับพื้นดิน ต้นไม้ หรือแมลง จะทำให้เด็กเข้าใกล้ธรรมชาติและรู้จักโลกนี้มากยิ่งขึ้น การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ลูกเรียนรู้การมีความรับผิดชอบและดูแลต้นไม้นั้นๆ นอกจากจะทำให้สนุกสนานเพลิดเพลินกับธรรมชาติแล้ว ยังช่วยทำให้คนในบ้านมีเวลาร่วมกันมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่ ระหว่างปลูกต้นไม้นั้นคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอนเจ้าตัวเล็กได้ ทั้งเรื่องดิน เรื่องพืช […]
ช่วงเวลา ใกล้คลอด ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ยิ่งใกล้ถึงเวลาคลอดเท่าไร คุณแม่ควรสังเกตอาการของตัวเองมากยิ่งขึ้น วันนี้ Baby Gift มีสัญญาณเตือนใกล้คลอดมาให้คุณแม่ศึกษาและเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนใกล้คลอดอะไรบ้าง? ตามมาดูกันเลย เช็คด่วน! 6 สัญญาณเตือน ใกล้คลอด 1. ท้องเคลื่อนลงต่ำอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถึงช่วงใกล้คลอด ทารกจะเริ่มเคลื่อนตัวลงมาด้านล่าง ทำให้ท้องคุณแม่เคลื่อนต่ำลงจนเห็นได้ชัดเจน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้คลอดแล้ว 2. มดลูกหดตัวอย่างรุนแรง คุณแม่ช่วงท้องแก่ใกล้คลอดมักจะรู้สึกเจ็บหลังส่วนล่างอยู่ตลอดเวลา เพราะมดลูกเริ่มหดตัวเป็นระยะๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลักดันทารกออกสู่โลกภายนอก ยิ่งเมื่อถึงกำหนดคลอดแล้ว มดลูกก็จะยิ่งหดตัวอย่างรุนแรงและถี่มากขึ้นเรื่อยๆ 3. ถ่ายอุจจาระบ่อยกว่าปกติ การที่คุณแม่มีอาการถ่ายอุจจาระบ่อยๆนั้น ไม่ต้องกังวล เพราะร่างกายเพียงต้องการขับถ่ายของเสียออกมา เพื่อเตรียมสำหรับการคลอดลูกน้อยเป็นลำดับต่อไป โดยคุณแม่บางคนอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย 4. มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด สัญญาณเตือนใกล้คลอดระยะสุดท้าย คุณแม่จะมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดลักษณะเป็นมูกเหนียวๆ แสดงว่ามดลูกเริ่มมีการขยายแล้ว หากคุณแม่มีอาการแบบนี้ ไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลพบคุณหมอทันที เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอดลูกน้อย 5. น้ำคร่ำแตก สัญญาณเตือนใกล้คลอดที่สำคัญที่สุด เมื่อใดก็ตามที่มีอาการน้ำคร่ำแตก คุณแม่ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะทารกที่ไม่มีน้ำคร่ำโอบล้อมร่างกายในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์นั้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ดังนั้น คุณหมอจึงจำเป็นต้องทำคลอดให้คุณแม่หลังจากที่น้ำคร่ำแตกภายใน 1-2 […]
เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟังดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย App : Pregnancy yoga Exercisesแอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้องดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ […]
เมื่อลูกน้อยอายุ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มต้องพาลูกออกจากบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะพาไปหาหมอ หรือพาไปทำธุระต่าง ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงการพาเด็กเล็กออกไปนอกบ้าน นอกจากจะต้องมีรถเข็นเด็กที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจจะกำลังมองหา เป้อุ้มทารก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราอุ้มลูกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ทำให้เมื่อยจนเกินไปเพราะช่วยถ่ายเทน้ำหนักได้ดี สำหรับบทความนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการเลือกซื้อเป้อุ้มทารกอย่างไรดีให้เหมาะกับลูกน้อยของเรา ตามไปดูกันเลยค่ะ BabyGift ชวนคุณแม่เลือก เป้อุ้มทารก 1 เดือน พร้อม 7 แบบเป้แนะนำ เป้อุ้มทารก 1 เดือน จำเป็นหรือไม่ ? มีประโยชน์อย่างไร ? ก่อนที่ BabyGift จะแนะนำแบบเป้ที่ดีกับลูกน้อยให้กับคุณแม่ ขอพาไปทำความรู้จักกับเป้อุ้มทารกกันก่อนนะคะ เป้อุ้มเด็ก หรือกระเป๋าอุ้มเด็กทารกเป็นอุปกรณ์ทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยด้วยตัวเอง และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครดูลูก เหมาะสำหรับการอุ้มเด็กเล็กตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป้อุ้มเด็กจะมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก เพราะมักจะไม่มีคนดูแลเด็กเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำธุระอื่น ๆ นอกบ้าน หรือโดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้านหรือทำธุระต่างๆ ซึ่งสามารถใช้เป้อุ้มเด็กเพื่อให้ลูกอยู่กับตัวเองได้ และสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งคุณแม่สามารถใช้เป้อุ้มทารกได้ตั้งแต่ 1 เดือน ไปจนถึงอายุ 1 ขวบขึ้นไป เราไปดูประโยชน์ของเป้อุ้มเด็กกันต่อเลยค่ะ ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่เล่าไปข้างต้นแล้ว ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่จะตอบคำถามคุณแม่อีกว่า ทำไมถึงควรใช้เป้อุ้มเด็ก ซึ่ง BabyGift เคยเขียนเอาไว้แล้ว ลองตามไปอ่านเพิ่มเติมกันดูนะคะ เลือกเป้อุ้มเด็ก อย่างไรดี ? ถึงจะดีต่อลูกน้อยมากที่สุด คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจมีความกังวลว่าการใช้เป้อุ้มเด็ก […]
เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง? จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]
