เตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน ให้พร้อมก่อนคลอด ต้องมีอะไรบ้าง?
ห้องนอนเด็กอ่อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากกำลังวางแผนที่จะมีลูกน้อย หรือบางครอบครัวคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมที่จะจัดบ้าน จัดห้องนอนเพื่อต้อนรับลูกน้อย เพราะห้องนอนที่ดีของลูกน้อยวัยทารกจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพ พัฒนาการและอารมณ์จิตใจในอนาคต
ด้วยเพราะลูกน้อยทารกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และการนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้โกร๊ธฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหลั่งเต็มที่ ทำให้ลูกเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีสิ่งต่างๆ รบกวนเวลานอน ทำให้นอนไม่เพียงพอ ลูกจะงอแง หงุดหงิดง่าย เติบโตได้ไม่ดี แถมยังส่งผลต่ออารมณ์จิตใจ ทำให้เป็นเด็กเลี้ยงยากและอารมณ์ไม่ดี ยิ่งหากห้องนอนไม่มีการเตรียมพร้อมป้องกันอุบัติเหตุไว้อย่างดี ลูกก็อาจจะมีอันตรายในขณะนอนจนถึงชีวิตได้อีกด้วย
ฉะนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องนอนให้ลูกทารก จึงเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพิถีพิถันใส่ใจ ควรเลือกซื้อ จัดวางและเตรียมพร้อมให้ลูกในแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย จะดีที่สุด

5 เรื่องต้องคิด ก่อนเตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน
ก่อนเลือกซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ในห้องเด็กอ่อนให้ลูกน้อย มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเป็นสำคัญนั่นคือ การเลือกห้องนอนให้ลูก ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง นั่นคือ
- ห้องต้องมีพื้นที่กว้างเหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์เช่น เตียง เปล และชั้นวางของได้สะดวก ไม่คับแคบจนทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปแล้วดูแลลูกลำบาก สามารถจัดวางของต่างๆ ได้ในระยะห่างกันพอดี ไม่อยู่ใกล้จนลูกโตแล้วเอื้อมมาคว้าหยิบจับจนสิ่งต่างๆ หล่น โค่นล้มจนเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ห้องนอนลูก ควรอยู่ใกล้ห้องคุณพ่อคุณแม่ หรือใกล้กับห้องนั่งเล่นของบ้าน เพื่อให้ทุกคนที่ใกล้ชิดสามารถเข้ามาช่วยเหลือและดูแลลูกน้อยได้ง่ายและเข้าออกได้สะดวก
- ควรเป็นห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ และปรับได้ โดยควรเป็นห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอให้คุณพ่อคุณแม่ได้มองเห็นและดูแลลูกได้ชัดเจน จะได้รู้ว่าลูกทำอะไร และสามารถหยิบจับของใช้ได้ไม่ผิดพลาด นอกจากนี้ควรมีม่านหรือมูลี่ไว้บังแดดหรือแสงที่ส่องมาด้วย เพื่อจะไม่ให้แสงนั้นแยงตาลูกน้อยเวลานอน ส่วนในเวลากลางคืนเมื่อลูกหลับ อาจจะต้องมีการใช้ดวงไฟอ่อนๆไว้ด้วย เผื่อกรณีคุณพ่อคุณแม่ติดกล้องวงจรปิดหรือเบบี้มอนิเตอร์เอาไว้ดูลูกน้อยนอนได้นั่นเอง
- เป็นห้องที่ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีเสียงดัง และสิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ห้องนอนลูก ควรจะมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่ใกล้กับห้องครัว เพื่อไม่ให้มีเสียงทำครัวหรือกลิ่นอาหารเข้ามาได้ ไม่ใกล้ที่มีคนพลุกพล่านหรือใกล้ที่จอดรถและห้องที่มีเสียงดัง
- มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ใกล้ถนน ห้องนอนของลูกน้อยควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรอยู่ใกล้ถนน ใกล้ที่จอดรถ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง สารพิษ หรือควันรถยนต์เข้ามาในห้องนอนของลูก หากกรณีจำเป็นต้องใช้ห้องนอนที่ใกล้สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ควรต้องปิดห้องให้มิดชิด และมีเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์ช่วยฟอกอากาศ เพื่อป้องกันฝุ่นและเชื้อโรค
- ห้องนอนควรมีประตูปิดมิดชิด พื้นเรียบและไม่ลื่น ไม่เปิดง่าย จนทำให้เด็กโตหรือสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ง่าย รวมทั้งพื้นห้องควรจะเรียบไม่ขรุขระ สะอาด และปลอดภัยไม่ลื่นง่ายเกินไป เพื่อให้คุณแม่สามารถอุ้มลูกเดิน หรือเข้าออกได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง
Checklist ห้องนอนเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง

เตียงนอน
ควรเป็นเตียงนอนที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเตียงนอนเด็กอ่อน ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับให้ลูกเวลาโตได้อีกระยะหนึ่ง เตียงไม่มีมุมหรือเหลี่ยมแหลมคมที่เป็นอันตราย หากเป็นเตียงที่มีซี่กรง ควรมีความถี่ของซี่กรงรอบเตียงหรือราวกันตกห่างกันไม่เกิน 6 ซม. ไม่ควรใช้เตียง 2 ชั้นในเด็กเล็ก เพราะยังช่วยตัวเองไม่ได้ จึงอาจจะพลัดตกลงมาจนเป็นอันตรายได้

อุปกรณ์เครื่องนอน
นอกจากเตียงแล้ว ควรเตรียมเครื่องนอน เช่น ฟูก เบาะนอนสำหรับลูกน้อยให้พอดีกับเตียงนอน รวมถึงควรมี หมอนที่ต้องไม่อ่อนนุ่มหรือใหญ่เกินไป เพราะอาจกดทับใบหน้าและจมูกของลูกได้ ควรมีมุ้งครอบเตียงเพื่อป้องกันยุงและแมลงด้วย
ที่นอน ต้องเป็นฟูกที่นุ่มแต่ไม่นิ่มจนอ่อนยวบ เพราะลูกอาจจะจมไปกับที่นอนจนหายใจไม่ออกได้ ผ้าปูที่นอนและฟูกต้องเรียบตึง ไม่หลุดง่าย ผ้าปูที่นอนและเครื่องนอน ควรเป็นผ้าใยธรรมชาติที่ผิวสัมผัสนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวลูกน้อย และไม่ควรมีตุ๊กตา หรือของเล่นอยู่บนฟูกด้วย

Play Pen, Play Yard หรือเปลไกวไฟฟ้า เปลโยก ซึ่งมีที่เปลี่ยนผ้าอ้อม
คุณพ่อคุณแม่อาจเตรียมเพลเพน ที่ด้านบนสามารถปรับเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกได้ หรือจะใช้เพลเลนนี้ไว้สำหรับเปลี่ยนที่ให้ลูกนอนเล่น นั่งเล่นได้อย่างปลอดภัย กรณีต้องทำความสะอาดหรือเปลี่ยนผ้าปูเตียงนอนหรืออื่นๆ นอกจากนี้เปลไกวไฟฟ้า หรือเปลไกวอัตโนมัติ จะช่วยโยกไกวเพื่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ ช่วยแบ่งเบาภาระคุณแม่ในการอุ้มกล่อมลูกนอนได้อีกด้วย

ตู้เสื้อผ้าเด็ก ตู้อเนกประสงค์
หรือชั้นวางอุปกรณ์ของใช้ ที่ช่วยสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า ผ้าอ้อมและของใช้ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อยได้พร้อมกันทั้งหมด เพื่อให้คุณแม่ได้หยิบจับนำเสื้อผ้า ผ้าอ้อมผ้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป หรือเครื่องใช้ของลูก แยกประเภทต่างๆ ได้เป็นระเบียบ และนำมาใช้ได้ง่าย โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ เลือกที่มีขนาดพอเหมาะไม่สูงเกินไป ทำให้คุณแม่ต้องเอื้อมหยิบของใช้ การติดตั้งต้องยึดกับผนังให้แข็งแรง ไม่โยกหรือเอนจนล้มลงมาทับเตียงลูก หรือทับคุณแม่ได้ ตู้ต้องสามารถรองรับน้ำหนักของใช้ต่างๆ ได้ดี

คอกกั้นเด็ก
กรณีมีเผื่อไว้สำหรับให้ลูกน้อยที่เริ่มคืบคลาน และสามารถใช้ได้ไปจนลูกน้อยเกาะยืน เริ่มเดิน หรือเดินแล้ว เพื่อไว้จัดเป็นโซนสำหรับนอนหรือนั่งเล่น เล่นของเล่นอยู่ในบริเวณนั้น ให้ลูกมีพื้นที่เคลื่อนไหวได้อิสระ เสริมสร้างพัฒนากล้ามเนื้อและการเรียนรู้ให้ลูกน้อยได้พร้อมกัน ทั้งยังจำกัดพื้นที่ให้ลูกอยู่ในโซนที่ปลอดภัยอีกด้วย

Play Mat เสื่อหรืออุปกรณ์ปูพื้นสำหรับเด็กเล็ก
ไว้ใช้สำหรับปูไว้ในบริเวณที่นั่งหรือนอนเล่นของลูกน้อย ปูในคอกกั้นเด็ก ให้เป็นพื้นที่เล่นอิสระอย่างมีความสุขและปลอดภัยของลูกน้อย

เบบี้มอนิเตอร์ (Baby Monitor) กล้องสำหรับดูลูกน้อยแบบไร้สาย
- ตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลลูกยามลูกน้อยนอนหลับ หรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ต้องไปทำธุระส่วนตัว รวมถึงกรณีที่ต้องให้พี่เลี้ยงหรือคนอื่นดูแลลูกน้อย
- เบบี้มอนิเตอร์นิยมใช้กันมากในบ้านที่มีลูกเล็กเบบี๋ โดยเฉพาะในห้องนอนของเด็กอ่อน
- สามารถดูลูกน้อยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญยังใช้ง่าย ดูได้ทุกที่ เพราะสามารถต่อแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
- มีทั้งกล้องแบบที่สามารถเห็นภาพและเสียงด้วยระบบ AI บันทึกภาพเป็นไฟล์วิดีโอย้อนหลังได้
- สามารถนำกล้องไปติดไว้ในที่ต่างๆ ได้หลากหลาย ทั้งตั้งบนผนัง บนเฟอร์นิเจอร์ หรือซ่อนไว้มุมต่างๆ เพื่อดูลูกน้อยได้
- ในกล้องบางรุ่น ยังสามารถตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่นละอองได้อีกด้วย
กล้องดูลูกน้อยแบบไร้สายเหล่านี้ ถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญประจำบ้านยุคใหม่ ที่ใช้ดูความเคลื่อนไหวของลูกผ่านแอปพลิเคชั่นบนหน้าจอมือถือ ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิด เหมือนดูแลลูกด้วยตัวเอง ใช้ดูแลความปลอดภัยได้ทั้งกับลูกน้อย คนในครอบครัว สัตว์ สิ่งของภายในบ้านได้พร้อมกัน

เก้าอี้ให้นม หรือเก้านั่งคุณแม่
อาจเลือกซื้อไว้ใช้ในห้องนอนของลูกสัก 1 ตัว เพื่อไว้ให้คุณแม่สามารถนั่งให้นมลูกน้อยได้สะดวก ก่อนที่จะพาลูกน้อยเข้าเตียงนอน ช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องไปนั่งให้นมลูกที่โซฟา หรือนอกห้องนอนลูกน้อย เวลาลูกหิว ง่วง หรือใกล้เวลานอนก็ให้นมลูกน้อยได้สะดวกทันที

อุปกรณ์ของใช้ลูกน้อย
ที่จำเป็นในห้อง เช่น เสื้อผ้าของลูก โมบายของเล่น ที่ตัดเล็บ ตะกร้าใส่ผ้าอ้อม กล่องเก็บของเล่นไม่ให้เกะกะ ผ้าอ้อม อุปกรณ์ให้นม ตะกร้าผ้าที่ใช้แล้ว ถังขยะ เป็นต้น
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]
ผ้าฆ่าเชื้อ AG Pure เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ผ้าชนิดนี้จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เด็กหลายประเภท โดยเฉพาะในผ้าหุ้มคาร์ซีทแบรนด์ Ailebebe ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผ้า AG Pure ในคาร์ซีทฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบางของทารกหรือไม่ มาทำความรู้จักกันเลยค่ะ AG Pure คืออะไร ? ผ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรียปลอดภัยต่อทารกไหม ? AG Pure คือผ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่จดสิทธิบัตรโดย Ailebebe มีคุณสมบัติพิเศษในการฆ่าเชื้อด้วยเส้นใย Agreza® ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยสถาบัน Toyobo STC Co., Ltd. จากประทศญี่ปุ่น โดยมีการผสมซิลเวอร์ไอออน ทำให้สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99% ผ้าชนิดนี้ได้รับการทดสอบความปลอดภัยจากสถาบัน Boken Quality Efracing Organization และผ่านมาตรฐาน EN71-3 ของยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับของเล่นเด็ก ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผิวหนังของทารกและเด็กเล็ก แม้ในกรณีที่เด็กเอาเข้าปากก็ไม่มีอันตราย กลไกการฆ่าเชื้อของเส้นใย Agreza® ด้วยพลัง Silver ion กลไกการฆ่าแบคทีเรียจะใช้ […]
ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้ แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ 1. ฟักทองแกงบวดนมสด ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย 2. แกงหัวปลีใส่ไก่ หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย […]
ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน ที่กำลังนับวันรอคอยได้เห็นหน้าลูกน้อย เชื่อว่าคุณแม่คงจะวางแผนและตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยทันทีหลังคลอดทุกคน และน่าจะเตรียมของใช้สำหรับการเลี้ยงลูกน้อย บางคนอาจจะมองหาเครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการให้นมแม่กันบ้างแล้วด้วย…จริงไหมคะ? แต่นอกจากการเตรียมของใช้เพื่อให้นมแม่แล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมหันกลับมาสำรวจร่างกาย ด้วยการเช็กสุขภาพเต้านมและหัวนม ว่าพร้อมให้นมแม่ได้ทันทีหลังคลอดหรือไม่? มีส่วนไหนผิดปกติหรือมีปัญหาจนเป็นอุปสรรคในการให้นมแม่หรือเปล่า? เราจึงชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กหัวนมและเต้านม พร้อมแนะนำข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้คุณแม่พร้อมให้นมลูกน้อยได้เต็มที่ทันทีหลังคลอดค่ะ ชวนแม่ท้อง…ตรวจหัวนมและเต้านมด้วยตัวเอง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจลักษณะของเต้านมและหัวนมของตัวเอง เพื่อเช็กความผิดปกติของหัวนม ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่ได้เคยสังเกตหรือรู้ว่าก่อนว่าลักษณะหัวนมของตัวเอง อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อการให้นมลูกน้อยได้ เช่น หัวนมบอด หัวนมสั้น หัวนมแบน หัวนมบุ๋ม รวมถึงหัวนมใหญ่ ซึ่งลักษณะหัวนมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และยิ่งคุณแม่แก้ไขได้เร็วเท่าไร ลูกน้อยก็จะได้รับคุณค่าจากนมแม่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นมาสังเกตดูกันว่า หัวนมของคุณแม่เป็นแบบไหน และแบบไหนที่ผิดปกติ รู้ได้อย่างไรว่าหัวนมผิดปกติ คุณแม่สามารถตรวจสอบและสังเกตหัวนมได้ด้วยตัวเองว่าปกติหรือไม่ แบบไหนหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีให้ได้ก่อนคลอดลูกน้อย ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ 1. ดูขนาดของหัวนมและเต้านม โดยมองด้วยตาเปล่าและสัมผัสคลำเพื่อสำรวจว่า มีก้อนผิดปกติในเต้านมหรือไม่ เต้านมดูไม่บิดเบี้ยว หัวนมไม่แตกเป็นรอยแยก มีหัวนมแบนราบหรือบุ๋มลงไปหรือเปล่า 2. Pinch Test คือการวางหัวแม่มือและนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้ที่ฐานของหัวนมใกล้กับขอบลานนม จากนั้นค่อยๆ กดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันเพื่อบีบหัวนมเบาๆ 2.1 Waller’s Test การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คุณแม่ วางราบไปกับผิวหนัง […]
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าคาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ของใช้อื่น เพราะคาร์ซีททุกตัวมีโครงสร้างพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ความร้อนจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ กรอบ แตกหักง่าย นอกจากนี้แสง UV ยังทำให้วัสดุรองรับแรงกระแทกและเบาะรองตัว หมอนรองศีรษะทารกที่เคยนุ่มกลับแข็งและขาดความยืดหยุ่นไม่สามารถใช้ปกป้องทารกได้ดีพอ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคาร์ซีทที่เลือกใช้เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุผลิตขึ้นเมื่อไร และหมดอายุแล้วหรือยัง??? ในหลายๆ ประเทศชั้นนำอย่าง USA, Canada, ญี่ปุ่น, Australia รวมถึงประเทศในกลุ่มEurope มีการกำหนดกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตคาร์ซีททุกรายต้องระบุวันที่ผลิตไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบอายุของคาร์ซีทได้ โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้คาร์ซีทที่มีอายุไม่เกิน 7-10 ปี นับจากวันที่ผลิต แต่เนื่องจากคาร์ซีทแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นมีจุดสังเกตุวันที่ผลิตต่างกัน จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ วันนี้Baby Gift มีคำแนะนำที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบวันที่ผลิตได้ด้วยตัวเอง Aprica แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อนระดับ premium ยอดนิยมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น กับคาร์ซีทรุ่น Fladea Grow ที่สามารถปรับใช้ได้ถึง 3 รูปแบบสำหรับวัยแรกเกิด – 4 ปีนี้มีจะมีวันเดือนปีที่ผลิตฉีดขึ้นบล๊อกอยู่ที่ฐานพลาสติกของคาร์ซีทเป็นแนวตั้ง โดยจะใช้สัญญลักษณ์วงกลมพร้อมลูกศรอยู่ข้างในชี้ตามตัวเลขเรียงตามลำดับ คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 9 เดือน – 12 ปี รุ่น Air Groove STD , Air […]
การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]
