เครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ? วิธีเลือกซื้อแบบที่ใช่สำหรับคุณแม่

ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย  ได้แก่

  • ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปหาซื้อนมผสม ซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ยาวนาน
  • ช่วยกระตุ้นและเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ ให้ลูกได้รับสารอาหารจากนมแม่เต็มที่
  • ช่วยให้คุณแม่ทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูกกินได้เมื่อต้องไปทำงาน กระตุ้นให้นมแม่มีมากสม่ำเสมอจนลูกโต
  • ช่วยปั๊มเพื่อระบายน้ำนมออก ให้เต้านมนิ่มลง ช่วยให้ลูกน้อยดูดนมได้ง่ายขึ้น เพราะหากเต้านมคัดแข็งเมื่อไรลูกน้อยจะดูดนมได้ยากลำบาก จนอาจไม่ยอมกินนมแม่ และยังทำให้คุณแม่อาจเสี่ยงตเต้านมอักเสบเพราะน้ำนมไม่ได้ระบายด้ว
  • ช่วยกระตุ้นน้ำนมให้มามาก มาเร็ว และผลิตน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยทารกที่มีปัญหาในการดูดนมจากเต้าไม่ได้ ให้ได้รับคุณค่าน้ำนมแม่เต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น  ลูกน้อยทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือลูกน้อยที่มีสุขภาพอ่อนแอ มีโรคประจำตัวจนไม่สามารถดูดนมแม่เองได้

แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง  คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย

ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน   การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด

1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ 

  • ราคาประหยัด  แต่ปั๊มนมได้ทีละข้างเท่านั้น
  • ใช้แรงมือในการบีบ  ทำให้คุณแม่ควบคุมแรงในการปั๊มนมได้ด้วยตัวเอง
  • เสียงไม่ดัง
  • ปั๊มไปด้วยให้ลูกดูดนมแม่ไปด้วยอีกข้างไม่ได้
  • เพราะคุณแม่ต้องใช้มือปั๊ม ทำให้เมื่อยมือ ปั๊มนมได้ไม่นาน
  • ระบายน้ำนมแม่ได้ไม่เต็มที่

2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่

  • ราคาไม่แพงมากนัก แต่สูงกว่าเครื่องปั๊มนมแบบมือ
  • เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ที่มีแบตเตอรี่ในตัว
  • คุณแม่สามารถปรับระดับแรงปั๊มนมได้หลายระดับ
  • ใช้งานสะดวกไม่ต้องใช้แรงมือบีบ  มีทั้งแบบปั๊มเดี่ยวและปั๊มคู่
  • มีการทำงานให้เลือกหลากหลายโหมด เช่น โหมดกระตุ้นน้ำนม หรือโหมดปั๊มนม
  • ปั๊มนมได้ทีละข้าง ใช้เครื่องปั๊มชนิดพร้อมกับให้นมลูกอีกข้างหนึ่งได้
  • มีเสียงค่อนข้างดัง  ทำให้บางรุ่นอาจไม่เหมาะที่จะนำไปปั๊มที่ทำงาน หรือเวลากลางคืน

3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า

  • ราคาค่อนข้างสูง แต่มักมีความคงทน ใช้งานได้นาน
  • เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก ง่าย ปั๊มได้รวดเร็ว
  • ใช้กำลังไฟฟ้าในการปั๊มนมแม่ ไม่ทำให้คุณแม่เมื่อยมือ
  • มีทั้งชนิดที่ปั๊มนมได้ทีละข้างหรือปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มได้พร้อมกันสองข้างหรือปั๊มคู่
  • มีทั้งชนิดที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว  และมีแบตเตอรี่ในตัว  รวมถึงมีแบบแบตเตอรี่ที่พกพาได้ ชาร์จไฟได้สะดวกทั้งจากไฟบ้าน หรือไฟจากแบตเตอรี่สำรอง เช่น พาวเวอร์แบงก์
  • มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณแม่ใช้สะดวก  ทั้งตั้งเวลาได้ เสียงเงียบ เตือนเมื่อถึงเวลาปั๊ม และอื่นๆ
  • มีการทำงานให้คุณแม่เลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ หลายโหมด เช่น โหมดปั๊ม โหมดกระตุ้น และปรับแรงบีบได้หลากหลายตามคุณแม่ต้องการ
  • เหมาะทั้งสำหรับคุณแม่ที่อยู่บ้านและคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
  • มีหลายขนาดให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่ บางรุ่นมีขนาดเล็ก ทำให้คุณแม่พกพาไปข้างนอกได้ง่ายอีกด้วย
  • มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยคุณแม่ในการปั๊มนมมากมาย อาทิ กรวยปั๊มสำรอง ขวดนม สายยางและอื่นๆ

เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่

เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้  

  • เลือกที่ปั๊มนมที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก ปั๊มนมได้นุ่มนวลและไม่เจ็บ
  • พิจารณาอย่างพิถีพิถันหาข้อมูลในการใช้เครื่องปั๊มนมให้ถูกวิธี เพื่อให้ปั๊มนมแม่ได้มีคุณภาพ
  • ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีแรงดูดที่เหมาะสม สามารถตั้งใกล้เคียงกับความแรงของการดูดของลูกได้ มีอัตราการปั๊มหรือรอบดูดประมาณ 40 - 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการดูดของลูกรัก
  • เลือกใช้เครื่องปั๊มนมให้ตรงกับวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้ของตนเอง เช่น หากคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้านเต็มเวลาอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมเหมือนคุณแม่ที่ต้องไปทำงานนอกบ้าน แต่การมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้ ก็ช่วยแบ่งเบาภาระในการเอาลูกเข้าเต้า และกระตุ้นน้ำนมแม่ได้สม่ำเสมอ สลับกับการให้ลูกดูดนมแม่ได้
  • เลือกให้เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะเครื่องปั๊มนมมีตั้งแต่ราคาถูก ไปจนถึงแพง
  • เลือกให้เหมาะต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น  ทำงานนอกบ้าน ต้องเดินทางบ่อยๆ หรือต้องโดยสารรถสาธารณะ  อาจเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าขนาดเล็ก พกพาสะดวก และมีเสียงเงียบ เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนเพื่อนร่วมงาน
  • เลือกให้เหมาะกับสไตล์การเลี้ยงลูก เช่น เลี้ยงลูกคนเดียว ต้องปั๊มทำสต๊อกนมบ่อยๆ ด้วยตัวเอง  หรือหากมีลูกแฝด อาจเลือกเครื่องปั๊มชนิดปั๊มคู่  เพื่อกระตุ้นน้ำนมได้ครั้งเดียวในปริมาณมาก
  • เลือกที่มีคุณภาพดี ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายหรือสารตกค้าง ทำความสะอาดได้ง่าย และมีขนาดที่เหมาะพอดีเต้านมคุณแม่
  • เลือกเครื่องปั๊มนมแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐาน ผ่านการทดสอบ หรือเป็นแบรนด์ที่คุณแม่ทั่วไปนิยมใช้ เพื่อความมั่นใจว่าจะช่วยคุณแม่ปั๊มนมให้ลูกได้ดีที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าคาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ของใช้อื่น เพราะคาร์ซีททุกตัวมีโครงสร้างพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ความร้อนจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ กรอบ แตกหักง่าย นอกจากนี้แสง UV ยังทำให้วัสดุรองรับแรงกระแทกและเบาะรองตัว หมอนรองศีรษะทารกที่เคยนุ่มกลับแข็งและขาดความยืดหยุ่นไม่สามารถใช้ปกป้องทารกได้ดีพอ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคาร์ซีทที่เลือกใช้เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุผลิตขึ้นเมื่อไร และหมดอายุแล้วหรือยัง??? ในหลายๆ ประเทศชั้นนำอย่าง USA, Canada, ญี่ปุ่น, Australia รวมถึงประเทศในกลุ่มEurope มีการกำหนดกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตคาร์ซีททุกรายต้องระบุวันที่ผลิตไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบอายุของคาร์ซีทได้ โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้คาร์ซีทที่มีอายุไม่เกิน 7-10 ปี นับจากวันที่ผลิต แต่เนื่องจากคาร์ซีทแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นมีจุดสังเกตุวันที่ผลิตต่างกัน จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ วันนี้Baby Gift มีคำแนะนำที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบวันที่ผลิตได้ด้วยตัวเอง Aprica แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อนระดับ premium ยอดนิยมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น กับคาร์ซีทรุ่น Fladea Grow ที่สามารถปรับใช้ได้ถึง 3 รูปแบบสำหรับวัยแรกเกิด – 4 ปีนี้มีจะมีวันเดือนปีที่ผลิตฉีดขึ้นบล๊อกอยู่ที่ฐานพลาสติกของคาร์ซีทเป็นแนวตั้ง โดยจะใช้สัญญลักษณ์วงกลมพร้อมลูกศรอยู่ข้างในชี้ตามตัวเลขเรียงตามลำดับ คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 9 เดือน – 12 ปี รุ่น Air Groove STD , Air […]

ความปรารถนาสูงสุดของคุณพ่อคุณแม่ คือการได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมด้วยความเก่ง ฉลาด เป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในอนาคต ดังนั้นเมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก คุณแม่ทุกท่านจึงตั้งใจเต็มที่ที่จะให้น้ำนมแม่แก่ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดและมอบนมแม่ให้เป็นสุดยอดอาหารของลูกรักไปนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงเห็นว่าปัจจุบัน คุณแม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อจะเป็นคุณแม่นักปั๊ม ทำนมแม่สต๊อกไว้ให้ลูกน้อยกันแต่เนิ่นๆ แต่คุณแม่รู้ไหมว่า…นอกจากการปั๊มนมที่ต้องพิถีพันใส่ใจในทุกรายละเอียดแล้ว วิธีการเก็บสต๊อกนมแม่ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากคุณแม่เก็บไม่ถูกต้อง ไม่ถูกวิธี อาจทำให้นมแม่ก็เก็บบูดเสีย ลูกกินไม่ได้ รวมถึงหากเช่เย็นเก็บหรือละลายในอุณหภูมิไม่เหมาะสม ก็ทำให้นมแม่สูญเสียคุณค่าสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อสมองและร่างกายของลูกน้อยไปแบบน่าเสียดาย  เสียทั้งกำลังกาย กำลังใจ นมแม่ที่โภชนาการดีๆมากมาย กลับเสียหายไปไร้ประโยชน์ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ วิธีการเก็บน้ำนมแม่สต๊อกที่ถูกต้อง พร้อมเคล็ดลับเรื่องการเก็บนมแม่ไว้ไม่ให้เหม็นหืน เพื่อให้ลูกน้อยกินนมแม่จากสต๊อกได้อย่างเต็มที่ และมีความสุข วิธีเก็บน้ำนมแม่สต๊อก ขั้นตอนการปั๊มและ วิธีเก็บน้ำนมแม่สต๊อก ระยะเวลาการเก็บน้ำนมแม่ วิธีเก็บนมแม่สต๊อก ระยะเวลาที่เก็บได้ ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่เข้าตู้เย็น เก็บได้ 1 ชั่วโมง ตั้งทิ้งไว้ในห้องปรับอากาศ  (ไม่เข้าตู้เย็น) เก็บได้ 4 ชั่วโมง ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา เก็บได้ 1 วัน ใส่ตู้เย็น ช่อง/ชั้นธรรมดา เก็บได้ 3-5 วัน ใส่ตู้เย็นแบบ 1 […]

หากคุณกำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายและกังวลว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันคลอด การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบในนาทีสุดท้าย การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับทารก การเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายเป็นหลัก ทารกแรกเกิดมีผิวที่บอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณแม่ คุณแม่ต้องเตรียมของใช้ที่จำเป็นทั้งระหว่างการคลอดและหลังคลอด เพื่อความสะดวกสบายในการฟื้นฟู ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณพ่อ คุณพ่อเป็นกำลังใจสำคัญและต้องเตรียมพร้อมอยู่เคียงข้างคุณแม่ตลอดการคลอด การเตรียมของใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณพ่อดูแลครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนคลอด เอกสารเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับการเข้าโรงพยาบาลและการทำเนียบหลังคลอด อย่าลืมจัดเตรียมให้ครบถ้วน ของใช้หลังคลอดสำหรับคุณแม่ หลังการคลอดลูก คุณแม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมจะช่วยในการฟื้นฟู ของใช้หลังคลอดสำหรับทารก ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อน การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดสำหรับลูกจะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น 10 ไอเทม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋าเตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง การจัดกระเป๋าเตรียมคลอดคือภารกิจสำคัญที่คุณแม่ควรทำให้เสร็จก่อนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยากออกมาลืมตาดูโลกตอนไหน การมีสินค้าแม่และเด็กที่พร้อมใช้งานจะช่วยลดความวุ่นวายในวันจริงได้มาก และนี่คือ 10 ไอเทมลิสต์ที่ BabyGift คัดมาแล้วว่า “ต้องมี”  1. ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด ไอเทมอันดับหนึ่งที่ต้องเตรียม สำหรับเด็กแรกเกิดแนะนำให้เลือกแบบเทปที่มีเว้าตรงสะดือ เพื่อป้องกันการระคายเคืองในขณะที่สะดือของลูกยังไม่แห้งสนิท คุณแม่ควรเตรียมไปอย่างน้อย 1 แพ็คเล็กสำหรับใช้ที่โรงพยาบาล 2. ผ้าเช็ดตัวทารก ควรเลือกผ้าเช็ดตัวที่ทำจากใยไผ่หรือคอตตอนเนื้อนุ่มพิเศษที่มีคุณสมบัติซับน้ำได้ดีและแห้งไว เพื่อสัมผัสที่อ่อนโยนต่อผิวหลังอาบน้ำ ป้องกันการเกิดผดผื่นจากการเสียดสีของเนื้อผ้า 3. ผ้าห่มทารก ทารกแรกเกิดยังปรับอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีนัก […]

เมื่อรู้ว่าตัวเองก้าวเข้าสู่สถานะคุณแม่ตั้งครรภ์เต็มตัวแล้ว สิ่งแรกที่บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายแอบกังวลอยู่ไม่น้อย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด เพราะจากประสบการณ์ตรงของการเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว บรรดาเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด มักจะวนเวียนมาถามว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอะไร หรือสามารถกินอะไรได้บ้าง ยิ่งถ้าไม่มีอาการแพ้ท้อง ถือว่าโชคดีสองชั้น อยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้าแน่นอน หรือแพ้ท้องแล้วก็ดันอยากจะกินอาหารที่ไม่ควรกินอีก เพราะโน้นก็อร่อย นี่ก็ของชอบ ไม่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วจะมีผลกระทบต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์รึเปล่า วันนี้คุณแม่เลยอยากจะแนะนำอาหารคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องใหม่ไม่ควรรับประทานให้ฟังว่า 1. อาหารที่มีรสจัดคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดมากๆ เพราะระบบย่อยอาหารจะผิดปกติไปจากเดิม การกินอาหารรสจัดๆ ไม่ว่าจะเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด จะทำให้มีโอกาสปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ นำไปสู่อาหารเป็นพิษได้ง่าย 2. อาหารที่ก่อโรคไหลย้อนในช่วงตั้งครรภ์ โอกาสที่คุณแม่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยเฉพาะ อาหารทอด, อาหารจำพวกแป้งที่ต้องอุ่นซ้ำ, อาหารที่มีรสจัด, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชีส รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม เป็นต้น 3. อาหารที่กินแล้วท้องผูกต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า อาการท้องผูกกลายเป็นของคู่กันของคุณแม่ตั้งครรภ์ไปแล้ว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงทวารได้ง่าย คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก หรือลดปริมาณการกินให้น้อยลง แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผักและผลไม้แทน […]

วันนี้ BabyGift จะมาแชร์วิธีการเลือกคาร์ซีทแรกเกิดในฉบับของคุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือ แม่ PRAEW จากเพจ PRAEW ให้ดูกันค่ะ เพื่อเป็นแนวทางให้แม่ๆทุกคน ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิดดีๆสักตัวให้เจ้าตัวน้อยอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องให้ความสำคัญตรงไหนเป็นพิเศษ วันนี้เราสรุปมาให้แล้วค่ะ 6 เทคนิคเลือกซื้อคาร์ซีทแรกเกิดในแบบของ แม่ PRAEW 1. วัสดุต้องดี แข็งแรง แม่ PRAEW ให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 โครงสร้างต้องมีมาตรฐาน วัสดุต้องดี แข็งแรงทนทาน ไม่ก๊อกแก๊ก และต้องเข้าใจด้วยค่ะว่าในแต่ละส่วนของร่างกายเด็ก หรือแรงที่เด็กจะได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุใช้วัสดุป้องกันที่แตกต่างกันในการปกป้องตัวเด็ก เช่น แรงกระแทกแรงๆ EPS Foam จะป้องกันได้ดีกว่า ส่วนแรงกระแทกเบาๆ แผ่นโพลี่ยูรีเทน จะช่วยป้องกันได้ดีกว่า คาร์ซีทที่เมอใช้อยู่ มีวัสดุที่หลากหลายมาก มีทั้ง EPS Foam ที่เป็นวัสดุโครงสร้างหลัก และแผ่นโพลี่ยูรีเทนที่เสริมเข้ามาบริเวณที่นั่ง ศีรษะและสะโพกทั้ง 2 ด้าน เรียกได้ว่าทุกส่วนออกแบบมาให้รองรับทุกส่วนอย่างดีที่สุดค่ะ  อีกสิ่งที่แพรวรู้มา คือเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ เด็กที่อยู่บนคาร์ซีทจะได้รับอันตรายจากแรงกระแทกซ้ำๆ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event