เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? ชวนพ่อแม่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้วยการหัดให้ลูกนั่ง (พร้อมแนะนำเก้าอี้นั่งเด็กคุณภาพดี !)

การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 

เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ !

เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ

พัฒนาการของเด็ก

ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ

  • แรกเกิด – 3 เดือน : เริ่มควบคุมศีรษะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มยิ้มตอบสนองต่อใบหน้าคนที่คุ้นเคย ส่งเสียงอ้อแอ้ และทำเสียงในลำคอ มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว เริ่มสนใจมือของตัวเอง ตอบสนองต่อเสียงดังโดยการสะดุ้งหรือร้องไห้
  • 4-6 เดือน : เริ่มพลิกตัวได้ เริ่มนั่งได้เมื่อมีคนช่วยพยุง เริ่มหยิบจับของและนำเข้าปาก สามารถแยกแยะสีได้บ้าง ตอบสนองต่อชื่อตัวเอง เริ่มแสดงอารมณ์ชัดเจน เช่น ดีใจ โกรธ
  • 7-9 เดือน : นั่งได้โดยไม่ต้องพิงนานขึ้น อาจเริ่มคลานหรือถัดก้น ยืนเกาะเฟอร์นิเจอร์ได้ เล่นจ๊ะเอ๋และเกมง่ายๆ ได้ เริ่มเข้าใจคำว่า “ไม่” ใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือหยิบของชิ้นเล็กๆ เลียนแบบเสียง และท่าทางง่ายๆ ได้
  • 10-12 เดือน : เริ่มยืนได้เองโดยไม่ต้องเกาะ อาจก้าวเดินได้สองสามก้าว เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เช่น “มานี่” “ให้หน่อย” เริ่มพูดเป็นคำๆ ได้ (นอกจาก มามา ปาปา)  ชอบเล่นโยนของ แสดงความรักโดยการกอดหรือจูบ เริ่มช่วยเหลือตัวเองในการแต่งตัวบ้าง เช่น ยกแขนเวลาใส่เสื้อ

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ

เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ?

โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น ให้เริ่มจากการช่วยพยุงให้เด็กนั่งในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลา และลดการช่วยเหลือลงตามความสามารถของเด็ก ทั้งนี้บางคนอาจพร้อมนั่งได้เร็วกว่า 6 เดือน และเด็กบางคนอาจต้องใช้เวลาถึง 8-9 เดือนกว่าจะนั่งได้มั่นคง ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กค่ะ ดังนั้นจึงไม่เร่งพัฒนาการ ไม่ควรบังคับให้เด็กนั่งก่อนที่กล้ามเนื้อจะพร้อม ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้สอดคล้องกับความพร้อมของเด็ก ซึ่งหากไม่แน่ใจ หรือมีคำถามว่าลูกของเรามีพัฒนาการล่าช้า หรือผิดปกติหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ 

คำแนะนำในการฝึกให้เด็กหัดนั่ง

สิ่งที่สำคัญของการฝึกให้เด็กหัดนั่ง คือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับแรกค่ะ ให้เริ่มด้วยการฝึกที่ผ่อนคลายๆ สร้างความสนุกสนาน ไม่กดดัน ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง มาดูกันต่อค่ะ

  1. รอให้เด็กพร้อมโดยทั่วไปให้เริ่มฝึกเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-8 เดือน โดยสังเกตว่ากล้ามเนื้อคอ และหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้น
  2. เตรียมพื้นที่ปลอดภัย โดยเตรียมพื้นนุ่มๆ เช่น พรมหนาหรือเบาะ วางหมอนรอบๆ ตัวเด็กเพื่อรองรับหากเด็กเอนตัวล้ม
  3. ให้พยุงเด็กนั่งบนพื้น และอุ้มเด็กนั่งระหว่างขาของคุณ ใช้มือประคองลำตัวเด็กเบาๆ
  4. ค่อยๆ ลดการช่วยเหลือเมื่อเด็กเริ่มทรงตัวได้ดีขึ้นแล้ว ให้ค่อยๆ ลดการพยุงลงโดยคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองควรอยู่ใกล้ๆ เพื่อซัพพอร์ตหากเด็กเสียหลักล้ม
  5. ใช้ของเล่นกระตุ้น โดยวางของเล่นที่เด็กชอบไว้ด้านหน้าเพื่อให้เด็กสนใจและพยายามนั่งให้ตรง
  6. 6.ให้ฝึกสั้นๆ แต่บ่อยครั้ง โดยฝึกครั้งละประมาณ 5-10 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวันตามความสนใจของเด็ก
  7. ฝึกสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อของเด็กโดยให้เล่นเกมง่ายๆ เช่น โยกตัวเด็กเบาๆ ให้เด็กพยายามทรงตัว
  8. ไม่บังคับ หากว่าเด็กหงุดหงิด หรือเหนื่อย ให้หยุดพัก และเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นแทน แล้วค่อยลองใหม่อีกครั้งหลังจากนั้น
  9. ผู้ปกครองควรให้เวลา และมีความอดทน เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการไม่เท่ากัน เด็กบางคนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะนั่งได้มั่นคง ดังนั้นผู้ปกครองควรเข้าใจ และไม่หงุดหงิดนะคะ
  10. ระวังในการใช้อุปกรณ์ หากใช้เก้าอี้หัดนั่ง ควรใช้ในเวลาสั้นๆ และภายใต้การดูแล ไม่ควรพึ่งพาอุปกรณ์มากเกินไป 

BabyGift แนะนำสินค้าอุปกรณ์ช่วยเด็กหัดนั่ง

1. เก้าอี้หัดนั่ง รุ่น JoyNest​ – PRINCE & PRINCESS

เก้าอี้หัดนั่ง Baby Dining Chair & learning รุ่น JoyNest​ จาก PRINCE & PRINCESS น่ารักน่าใช้ด้วยสีสันที่สบายตาทั้งหมด 4 สี มาพร้อม 5 ฟังก์ชั่นใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ลากจูง, เก้าอี้กินข้าว, เก้าอี้อาบน้ำ, เก้าอี้ MUSIC และใช้ต่อบนเก้าอี้ปกติของผู้ใหญ่ก็ได้ วัสดุเป็น PU สัมผัสนุ่มสบาย รองรับการนั่งเป็นเวลานาน​ มีที่กันตกสัมผัสนุ่ม ลดการเสียดสี ไม่รัดต้นขา​ มีรูระบายอากาศใต้เบาะ ไม่อับชื้น และไม่สะสมความร้อน​ เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือน – 3 ปี รองรับน้ำหนักได้ถึง 30 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • เบาะซัพพอร์ตหนานุ่ม ทำจากผ้า Cotton 100% ไส้ในเป็น Polyester Fiber​ วัสดุล้อ TPE ลื่น หมุนได้ 360 องศา ไม่ขีดข่วนพื้น ยึดเกาะพื้นมั่นคง​
  • มีฐานและที่พักเท้า แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้เยอะ​ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัย ป้องกันการพลัดตกจากเก้าอี้ ​
  • เปิดเพลงเสริมพัฒนาการได้ เชื่อมต่อ Joynest​ ด้วย SD card หรือ Bluetooth 
  • สามารถทำความสะอาดได้ โดยหมอนและเบาะนั่ง แนะนำให้ซักทำความสะอาดด้วยมือ​ ส่วนเก้าอี้แนะนำให้ถอดฐานล้อออก แล้วล้างทำความสะอาด หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดได้​

2. Nai-B Inflatable Baby Chair เก้าอี้หัดนั่งเป่าลม

Nai-B Inflatable Baby Chair เป็นเก้าอี้หัดนั่ง เป่าลม ที่มีให้เลือก 2 สี มาพร้อมอุปกรณ์เติมลมที่ติดตั้งมาพร้อมไม่ต้องเป่าเอง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ช่วยให้เด็กทารกที่ยังนั่งได้ไม่แข็งแรง นั่งได้ด้วยท่านั่งเอนหลังได้ 15 องศา ใช้งานง่าย ใช้ได้จนถึงอายุ 2 ปี ปลอดภัยต่อลูกน้อย

จุดเด่น 

  • Ergonomic design Nai-B baby chair การออกแบบ เพื่อการใช้งานจริง สามารถเติมน้ำเข้าบริเวณด้านล่างของเก้าอี้เพื่อถ่วงน้ำหนัก หรือป้องกันการล้มขณะที่ลูกน้อยนั่งได้
  • ช่วยพยุงศรีษะเด็กในขณะที่นั่ง ช่วยให้เด็กทารกที่ยังนั่งได้ไม่แข็งแรง นั่งได้ด้วยท่านั่งเอนหลังได้ 15 องศา อย่างสะดวกสบาย
  • Nai-B baby chair ผ่านการตรวจสอบจาก SGS และ KATRI ใช้งานง่าย เปิดฝาและปั๊มลมเข้า ใช้เวลา 1-2 นาทีในการปั๊มลมเข้า (ประมาณ 70 ครั้ง)

3. GEKO คอกกั้นเด็ก ไซซ์ 6 ฟุต หนัง PU

คอกกั้นเด็กปลอดสาร จากแบรนด์ GEKO THAILAND ที่ผนังแต่ละแผ่นเชื่อมด้วยซิป YKK สำหรับเด็ก ไม่บาดผิว ไม่มีการใช้กาวสารระเหย, ตะปู, น็อต หรือชิ้นส่วนโลหะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รองรับน้ำหนักได้กว่า 120 กิโลกรัม ประหยัดพื้นที่ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการ ใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่เริ่มคลาน ตั้งไข่ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับฝึกนั่ง ฝึกเดิน 

จุดเด่น

  • วัสดุผลิตจากหนังพียู ปลอดสารอันตราย โดยได้รับการการันตีมาตรฐาน EN71-3 และมี Certifications จาก SGS ยืนยัน  ว่าปราศจากสารเคมีอันตราย (BPA, Phthalates, DMF, PVC, Formadehyde)
  • ออกแบบโดยวิศวกรสามารถมั่นใจในความแข็งแรงและปลอดภัยได้ 
  • ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บด้วยฟังก์ชันถอดแยกได้จึงสามารถปรับเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงให้เหมาะสมตามรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ

4. เก้าอี้ทานข้าวพกพา Portable Booster รุ่น Li’l Pengyu​ – PRINCE & PRINCESS

จุดเด่น

เก้าอี้เด็กพกพา เป็นอีกไอเท็มคู่ใจเจ้าตัวเล็ก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถหยิบใส่กระเป๋าไปใช้ที่ร้านอาหารได้อย่างคล่องตัว มีกระเป๋าใส่พกพาสะดวก ใช้งานง่าย นั่งได้ตั้งแต่ลูกน้อยวัย 6 เดือน – 3 ขวบ แข็งแรงปลอดภัยต่อลูกน้อย

  • พับได้เล็ก พกพาง่าย น้ำหนักเบาเพียง 2.1 kg. มีกระเป๋าใส่พกพาสะดวกสบาย
  • ฐานโค้ง ช่วยให้ติดตั้งกับเก้าอี้ได้ทุกรูปแบบ มาพร้อมโครงอลูมิเนียมแข็งแรง ปลอดภัย ผ่านการรับรองความปลอดภัยระดับสากล
  • ลูกนั่งสบาย ปรับได้หลายระดับ ตามสรีระเด็ก และยังสามารถปรับถาดอาหารเลื่อนได้ ช่วยให้ลูกมีพื้นที่นั่งสบายไม่อึดอัด

เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็คงได้คำตอบกันแล้วนะคะ เก้าอี้หัดนั่งเป็นเพียงเครื่องมือเสริมพัฒนาการของเด็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตและตอบสนองต่อความพร้อมของลูกน้อย และฝึกให้การนั่งเป็นไปตามธรรมชาติบนพื้นที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิดค่ะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังฝึกลูกให้นั่งกระโถนก่อนเข้าโรงเรียนอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้อีกนะคะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เก้าอี้หัดนั่ง อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อย อยากขอคำแนะนำเรื่องเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนเพิ่มเติม หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

พัฒนาการของเด็ก แบ่งได้หลายแบบ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ด้านใหญ่ๆ คือ เด็กปกติทั่วไปจะมีลำดับขั้นของพัฒนาการใกล้เคียงกัน ถ้าเด็กมีพัฒนาการล่าช้าเกิน 6 เดือนขึ้นไป ถือว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่ต้องรีบช่วยเหลือ และกระตุ้นพัฒนาการอย่างเร็วที่สุด พัฒนาการปกติในแต่ละช่วงวัยเป็นดังนี้ พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development) ช่วงวัย พัฒนาการ แรกเกิด  งอแขนขา, เคลื่อนไหวเท่ากัน 2 ด้าน  1 เดือน  หันหน้าซ้ายขวา  2 เดือน  ชันคอ  4 เดือน  ยกแขนดันตัวชูขึ้นในท่าคว่ำ  6 เดือน  คว่ำหงายได้เอง  9 เดือน  นั่งได้มั่นคง, คลาน, เกาะยืน  12 เดือน  เกาะเดิน  15 เดือน  เดินเองได้  18 เดือน  วิ่ง, ยืนก้มเก็บของ  2 ปี  เตะลูกบอล, กระโดด 2 เท้า  3 ปี  ขึ้นบันไดสลับเท้า, ถีบรถ 3 ล้อ  4 ปี  ลงบันไดสลับเท้า, กระโดดขาเดียว  5 […]

การตั้งชื่อลูกเป็นหนึ่งในความสุขและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพราะนอกจากจะต้องไพเราะทันสมัยแล้ว ยังต้องเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวมไอเดียตั้งชื่อมงคลตามวันเกิดมาให้คุณแล้ว พร้อมทั้งหลักการ ตั้งชื่อลูก ที่ถูกต้อง เพื่อให้การตั้งชื่อเป็นเรื่องที่ง่ายและเต็มไปด้วยความหมายที่สุด การตั้งชื่อลูกสำคัญอย่างไร ชื่อเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต และเชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อโชคชะตาและลักษณะนิสัยของบุคคลนั้น ๆ การตั้งชื่อมงคลที่ถูกต้องตามหลักการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันเกิดหรือหลักทักษา จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการส่งเสริมชีวิตของลูกให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน หลักการตั้งชื่อลูก หลักการ ตั้งชื่อลูก ที่เป็นที่นิยม คือการพิจารณาจากวันเกิดของลูก ซึ่งจะมีการกำหนดอักษรที่เป็น กาลกิณี หรืออักษรต้องห้ามในแต่ละวันเอาไว้ การตั้งชื่อโดยไม่ใช้อักษรต้องห้ามเหล่านี้จะช่วยเสริมชื่อมงคลให้แก่ลูกน้อยได้ ตั้งชื่อลูกชาย การ ตั้งชื่อลูกชาย มักจะเน้นที่ความหมายเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีพลัง มีอำนาจ และสามารถปกป้องดูแลครอบครัวได้ในอนาคต ตั้งชื่อลูกสาว สำหรับลูกสาว การ ตั้งชื่อลูกสาว ในยุคปัจจุบันมักจะเน้นความหมายที่ทันสมัย แต่ก็ยังคงความอ่อนหวาน สง่างาม และความฉลาดเฉลียวไว้ เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและมีความสุขในชีวิต ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอาทิตย์ สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดวันอาทิตย์ […]

ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่ด้วยนะคะ! กำลังกังวลกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่าตอนท้องอ่อนๆ จะสามารถทำอะไรได้บ้างทำอะไรไม่ได้บ้าง วันนี้เราเลยนำเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ ไม่แปลกใจที่คุณแม่บางท่านจะกังวลมากๆ ในช่วงท้องอ่อน เพราะในช่วงสามเดือนแรกนั้น อวัยวะต่างๆ ของลูกน้อยในท้องของคุณแม่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ค่ะ ดังนั้นในระยะนี้จึงมีความเสี่ยงต่อการแท้งมากกว่าในไตรมาสอื่นๆ ช่วงนี้คุณแม่ที่ท้องอ่อนๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว หรือการใช้ยาต่างๆ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ กังวลได้แต่อย่าเครียดนะ เพราะความเครียดก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องพึงระวังไว้ด้วย กำลังคิดจะไปทานแซลมอน ลาบก้อย หอยนางรมฉลองสมาชิกใหม่กันอยู่รึเปล่า ช่วงนี้คุณแม่อาจจะต้องงดไว้ก่อนนะ เพราะอาหารที่ปรุงไม่สุกส่วนใหญ่อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้คุณแม่ท้องเสียหรืออาเจียนได้ แถมยังอาจทำให้เป็นโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเจ้าโรคนี้เนี่ยมันเกิดจากเชื้อปรสิตทอกโซพลาสมา กอนดิไอ(Toxoplasma gondii) ที่สามารถแพร่ไปสู่ลูกน้อยในท้องของคุณแม่ได้ค่ะ เห็นชื่อน่ากลัวแบบนี้ มันก็น่ากลัวจริงๆ นะ เพราะหากติดโรคนี้ตอนท้องก็อาจจะทำให้แท้งไปเลย หรือไม่ก็ลูกอาจจะเสียชีวิตในท้อง ไม่ก็อาจมีอาการของโรคเมื่อคลอดออกมา สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าคุณแม่ที่ติดเชื้อนี้ตอนท้อง ลูกคลอดออกมาจะมีขนาดศีรษะที่ไม่ปกติ อาจจะเล็กหรือไม่ก็ใหญ่กว่าเด็กคนอื่นๆ แถมพอโตไปก็อาจจะตาบอดหรือสติปัญญาอาจจะด้อยกว่าเด็กอื่นๆ ด้วยนะ แต่แต่แต่ ถ้าคุณแม่เคยเป็นโรคนี้ก่อนท้องแล้วก็ชิวชิวค่า เพราะร่างกายคุณแม่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ไม่กลับมาเป็นอีกแล้วล่ะ คุณแม่ที่กำลังใช้ยาอยู่ หยุดก่อนค่ะ! ได้ถามคุณหมอรึยังว่ายาตัวนั้นคนท้องทานได้มั้ย คุณแม่อย่าชะล่าใจไปน้าเพราะยามีหลายประเภทแล้วก็ออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพราะงั้นยาบางตัวอาจมีผลต่อการสร้างอวัยวะของลูกน้อยได้ เช่นพวกยารักษาสิว Isotretinoin นี่ตัวดีเลยค่ะ เพราะมันเป็นยาที่รุนแรงมาก มากจนอาจทำให้ลูกพิการได้เลยนะ หรือพวกยาที่ใช้รักษาไมเกรน เช่น Cafergot เพราะมันทำให้มดลูกของพวกเราบีบตัวจึงอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ พอคุณแม่ทานยาเข้าไปปุ๊ป ลูกก็จะได้ยาพวกนี้ผ่านทางรกด้วยค่ะ แต่ผลกระทบต่อลูกก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่คุณแม่ทานเข้าไปนะ เพราะฉะนั้นหากจะทานยา […]

รอยยิ้มของลูกน้อยคือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ แต่เมื่อใดที่เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะอาการระคายเคืองจากการแพ้แพมเพิส หัวใจคนเป็นแม่คงกระวนกระวายไม่น้อย ปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม หากปล่อยไว้และไม่รีบแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจลุกลามจนกลายเป็นผื่นแดงอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทำให้ลูกน้อยเจ็บปวดและเสียสุขภาพจิตได้ บทความนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อปกป้องผิวที่บอบบางของลูกรักให้กลับมาเนียนนุ่มและแข็งแรงดังเดิม ผื่นผ้าอ้อมคืออะไร และทำไมลูกถึงมีอาการแพ้แพมเพิส? ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Dermatitis) หรือที่เรียกกันติดปากว่าอาการแพ้แพมเพิส คือภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณก้น อวัยวะเพศ ขาหนีบ และหน้าท้อง ซึ่งสัมผัสกับผ้าอ้อมโดยตรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความอับชื้นและการเสียดสีเป็นเวลานาน ผิวที่อ่อนบางของทารกจะถูกกระตุ้นจนเกิดการระคายเคือง หากสะสมไว้นานวันเกราะป้องกันผิวจะเริ่มอ่อนแอลง นำมาสู่อาการลูกแพ้แพมเพิสที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งครอบครัว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณใต้ผ้าอ้อม การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาการแพ้แพมเพิสได้ตรงจุดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้ สังเกตอาการลูกแพ้แพมเพิส มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คุณแม่ควรหมั่นสังเกตบริเวณใต้ผ้าอ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการลูกแพ้แพมเพิสในแต่ละระยะดังนี้ วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี เมื่อพบว่าลูกมีอาการผื่นคัน วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสเบื้องต้นที่ได้ผลดีเยี่ยมและควรทำทันทีคือ แนวทางป้องกันผื่นผ้าอ้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกรัก การป้องกันคือวิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถดูแลผิวลูกให้ห่างไกลจากการแพ้แพมเพิสได้ด้วยแนวทางดังนี้ ดูแลผิวลูกให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวช่วยจาก BabyGift ผู้ช่วยที่เข้าใจแม่ รู้ใจลูก การดูแลผิวพรรณในจุดบอบบางต้องการความละเอียดอ่อนสูง BabyGift มุ่งมั่นคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดจากแบรนด์ดังระดับสากล โดยเฉพาะในโซน Clean & Care ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัยไร้สารเคมี คุณแม่สามารถเข้ามาทดลองสัมผัสเนื้อผ้าของแพมเพิส หรือปรึกษาเรื่องการเลือกของใช้เตรียมคลอดที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว หากกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ เช่น การเลือกคาร์ซีทมาตรฐานโลก หรือกำลังตัดสินใจว่า เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยพยุงน้ำหนักได้ดีและระบายอากาศเยื่ยมเพื่อลดความอับชื้นสะสมบริเวณขาหนีบของลูกน้อย […]

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event