หมอนรองให้นม คืออะไร ? จำเป็นแค่ไหน ? มีแล้วให้นมลูกได้ดีขึ้นจริงหรือ ?!

หมอนให้นม เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แม่และทารกรู้สึกสบายขณะให้นม มักจะมีรูปทรงคล้ายตัว C หรือ U ซึ่งช่วยรองรับทารก วัสดุส่วนใหญ่จะอ่อนโยน เพื่อไม่ผิวลูกเกิดอาการระคายเคือง ตัวหมอนหรือเบาะควรมีความนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift จะชวนแม่ๆ มารู้จักหมอนรองให้นมกันให้มากขึ้น พร้อมยี่ห้อดีๆ มาแนะนำกันค่ะ 

รู้จัก หมอนรองให้นม ตัวช่วยคุณแม่ให้นมลูกที่สะดวก สบายขึ้น ! 

หมอนที่ใช้รองให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การให้นมแม่สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแม่มือใหม่หรือแม่ที่ต้องให้นมบ่อยๆ เพราะช่วยรองรับน้ำหนักทารกขณะให้นม ลดความเมื่อยล้าของแขนและไหล่แม่ หมอนให้นมจะช่วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม ทำให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลัง และคอของแม่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกที่ไม่ว่าคุณแม่น้ำนมเยอะ หรือน้ำนมน้อยต้องมีติดบ้านไว้กันเลยหล่ะค่ะ (อ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนม เพิ่มเติมได้อีก BabyGift มีเขียนไว้แล้วค่ะ) 

ข้อดีของการใช้หมอนรองให้นม  

การใช้หมอนเพื่อให้นมนั้น มีข้อดีหลายประการ ซึ่งช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีข้อดีอะไรบ้าง 

  1. ช่วยรองรับน้ำหนักของทารก : ไม่ต้องใช้แขนและมือของคุณแม่ในการอุ้มลูกมากเท่าไหร่ ช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน
  2. ปรับท่าทางให้เหมาะสม : ช่วยให้อุ้มลูกให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับเต้านม ทำให้ลูกสามารถดูดนมแม่ได้ง่ายขึ้น เข้าเต้าได้ง่ายขึ้น ลดการเกร็งคอของลูก
  3. ช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและไหล่ของคุณแม่ : ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่สบายขึ้น ไม่ต้องก้มหรือเอียงตัวมากเกินไป ป้องกันอาการปวดหลังและไหล่จากการให้นมในท่าที่ไม่ถูกต้อง
  4. เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับคุณแม่หลังผ่าตัดคลอด : ป้องกันไม่ให้น้ำหนักของลูกกดทับบริเวณแผลผ่าตัด ช่วยให้คุณแม่สามารถให้นมได้สะดวกขึ้นในช่วงที่ยังมีอาการเจ็บแผล
  5. ปรับใช้ได้หลากหลายท่าทางการให้นม : สามารถใช้ได้กับหลายท่าการให้นม เช่น ท่าอุ้มฟุตบอล หรือท่านอนตะแคง
  6. ป้องกันการหลับในขณะให้นม : การมีหมอนรองรับจะช่วยลดความเสี่ยงที่คุณแม่จะหลับและทำลูกตกได้
  7. เพิ่มความมั่นใจในการให้นม : การมีอุปกรณ์ช่วยอาจทำให้คุณแม่มือใหม่รู้สึกมั่นใจในการให้นมมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมอนให้นมจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อไม่ใช้หมอน ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองและลูกที่สุดค่ะ 

วิธีเลือกหมอนรองให้นม 

การเลือกหมอนที่ใช้ช่วยคุณแม่สำหรับให้นมที่เหมาะกับการใช้งานนั้น สำคัญมากสำหรับความสะดวกสบายของทั้งตัวแม่และลูก ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่สบาย และผ่อนคลายมากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะ ว่าต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง 

  1. รูปทรงและขนาด : เลือกรูปทรงที่ถนัด และเหมาะกับสรีระของคุณแม่และลูก ส่วนขนาดควรพอดีกับรูปร่างของคุณแม่
  2. ความกระชับและการรองรับสรีระ : ต้องกระชับแนบตัวลูกและคุณแม่ เพราะการรองรับสรีระทารกได้ดี จะช่วยให้อุ้มได้ถูกท่า และสำหรับหมอนรูปตัวยูควรปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่
  3. วัสดุและคุณภาพ : เลือกวัสดุที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวทารก นุ่ม ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย ทนทานต่อการใช้งาน และการซักบ่อยๆ
  4. การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ : องศาของหมอนต้องเหมาะกับทารก การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์และกระดูกสันหลังของทารกจะช่วยให้ทารกนอนในท่าที่ถูกต้อง
  5. ราคาและคุณภาพ : เลือกโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าระหว่างราคาและคุณภาพ
  6. ความเอนกประสงค์ : สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น รองนั่ง รองนอนทารก
  7. ความปลอดภัย : ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนประกอบที่อาจเป็นอันตรายต่อทารก
  8. รีวิวและคำแนะนำ : ตัดสินใจโดยการอ่านรีวิวจากคุณแม่ที่มีประสบการณ์คนอื่นๆ หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง BabyGift ได้เลยนะคะ

แนะนำ ท่าอุ้มลูกให้นมที่ถูกต้อง มีอะไรบ้าง ? 

แต่ละท่ามีข้อดีแตกต่างกัน คุณแม่สามารถเลือกใช้ท่าที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสะดวกสบายของตนเองและลูกได้ อีกทั้งการสลับท่าให้นมก็อาจช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้อีกด้วย ลองมาดูวิธีการอุ้มให้นมในแต่ละท่ากันค่ะ 

  1. ท่าลูกนอนขวางบนตัก (Cradle hold) : ท่านี้เหมาะกับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยให้ลูกนอนตะแคงบนตักแม่ ให้หันหน้าเข้าหาตัวแม่ ให้ศีรษะลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ท้ายทอยวางบนแขนแม่ ส่วนมือและแขนแม่ประคองตัวลูกไว้ มืออีกข้างของแม่ประคองเต้านม ท่านี้ช่วยให้แม่ และลูกสบายตัว และมองหน้ากันได้ขณะให้นม
  2. ท่าลูกนอนขวางบนตักแบบประยุกต์ (Modified/cross cradle hold) : เหมาะสำหรับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ช่วยในการนำลูกเข้าอมหัวนมได้ดีขึ้น ท่านี้จะคล้ายกับท่าแรก แต่จะใช้มือข้างเดียวกับที่ประคองเต้านม ประคองลูกเอาไว้ และมืออีกข้างรองรับต้นคอและท้ายทอยของลูก จะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะลูกให้เข้าหาเต้านมได้ดีกว่า
  3. ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Clutch hold หรือ Football hold) : เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง, คุณแม่ที่มีเต้านมใหญ่หรือลูกตัวเล็ก หรือคุณแม่ที่คลอดลูกแฝด วิธีการก็คือ ให้ลูกอยู่ในท่ากึ่งตะแคงกึ่งนอนหงาย ขาชี้ไปทางด้านหลังของแม่โดยมือแม่จับที่ต้นคอและท้ายทอยของลูก กอดลูกให้กระชับกับสีข้าง ให้ลูกดูดนมจากเต้านมข้างเดียวกับมือที่จับลูกส่วนมืออีกข้างประคองเต้านม ท่านี้จะช่วยลดแรงกดทับบนแผลผ่าตัดหน้าท้อง และเหมาะกับแม่ที่มีเต้านมใหญ่หรือลูกตัวเล็ก และแม่ลูกแผดที่ให้ลูกดูดนมพร้อมกันได้
  4. ท่านอน (Side lying position) : เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องและต้องการพักผ่อน หรือให้นมลูกเวลากลางคืน วิธีการคือให้แม่และลูกนอนตะแคงเข้าหากัน โดยแม่นอนศีรษะสูงเล็กน้อย หลังและสะโพกตรง ให้ปากของลูกอยู่ตรงกับหัวนมของแม่ มือด้านล่างประคองตัวลูกให้ชิดลำตัวแม่ (อาจใช้ผ้าหรือหมอนช่วยหนุนหลังลูกแทนแขนของแม่ก็ได้) และใช้มือด้านบนประคองเต้านมในช่วงแรกที่เริ่มให้ลูกดูดจนกว่าลูกจะดูดได้ดีจึงเอามือออกก็ได้ค่ะ

BabyGift แนะนำ หมอนรองให้นม คุณภาพดี น่าใช้ ! 

1. MOTHERY หมอนรองให้นม เอียง 11 องศา 

หมอนให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณแม่มือใหม่ให้เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวก สบายมากขึ้น MOTHERY เป็นหมอนรองให้นมที่พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการออกแบบเอียง 11 องศา ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแม่  

จุดเด่น 

  • มีหลายสีให้เลือก สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ถูกใจคุณแม่ 
  • ดีไซน์แบบ U-curve ช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ด้วยองศาที่ดีที่สุด 
  • Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้กับคุณแม่ถึง 5 จุด 

2. ERGOBABY หมอนรองให้นม Nursing Pillow Natural Curve

ERGOBABY เป็นหมอนให้นมที่มีความอ่อนนุ่มแต่ก็มีความแน่นกระชับในตัวด้วย ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการให้นม พกพาสะดวก หยิบใช้ง่าย เพราะมีหูจับ ใช้เป็นหมอนรองให้ลูกนอนช่วยย่อยก็ได้ คุณพ่อก็ใช้ได้ ใช้ง่าย เนื้อแน่นไม่ยุบตัว  

จุดเด่น  

  • หมอนรองให้นมที่ออกแบบมาให้โค้งรับตามหลักสรีรศาสตร์ 
  • ใช้ได้นานหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เป็นหมอนที่ช่วยให้นมช่วยให้เข้าเต้าในวัยแรกเกิด เป็นหมอนให้ลูกนอนช่วยให้ผู้ปกครองป้อนขวดนมได้ง่ายขึ้น และเป็นหมอนใช้ฝึกคว่ำตัวในวัย 6 เดือน เป็นต้น 
  • มีสายคาดตัว ล็อกได้แนบตัวไม่ไหลหลุด ทำความสะอาดได้ ถอดปลอกซักเครื่องได้

3. SANDESICA หมอนให้นม

SANDESICA เป็นหมอนคุชชั่นคุณภาพพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อวางเด็กทารกขณะให้นมโดยเฉพาะ มีร่องให้ลูกอยู่กับที่ได้ไม่เอียงไปมาขณะให้นม มาพร้อมเข็มขัดที่สามารถปรับให้กระชับกับลำตัวได้ ช่วยให้แม่ลดอาการปวดหลังได้ 

จุดเด่น  

  • ช่วยรับน้ำหนักบริเวณสะโพก ซัพพอร์ตการอุ้มลูกให้นมในหลายๆ ท่า สามารถอุ้มท่าอุ้มลูกฟุตบอลได้ 
  • หมอนนุ่ม รับน้ำหนักได้สบาย ใช้งานง่าย มีเข็มขัดล็อก 

หมอนให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยช่วยรองรับน้ำหนักของทารก ช่วยลดอาการปวดเมื่อย และช่วยปรับท่าทางให้ลูกเข้าเต้า เข้าดูดหัวนมแม่ได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับคุณแม่หลังผ่าตัดคลอด และสามารถปรับใช้ได้หลากหลายท่าการให้นม ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในการให้นมมากขึ้น สำหรับคุณแม่คนไหนที่สนใจเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแม่และเด็กเพิ่มเติม เช่น แม่เสริมหน้าอกให้นมได้มั้ย หรือบทความเรื่องแม่และเด็กอื่นๆ สามารถติดตาม BabyGift ได้ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์หมอนรองให้นม หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท อายุ ประเภทของคาร์ซีท คำแนะนำทั่วไป เด็กอ่อน คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง เด็กก่อนวัยเรียน เก้าอี้แบบหันหน้าออก เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป เด็กเล็กวัยเรียน เบาะรองนั่ง เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี เด็กโต เข็มขัดนิรภัย […]

การเลือกซื้อรถเข็นคันแรกให้ลูกน้อย อาจจะเป็นปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เพราะปัจจุบันรถเข็นเด็กมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกเยอะมากมาย จนหลายคนตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเลือกรถเข็นเด็กยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ให้เหมาะกับลูกน้อยในวัยแรกเกิด และตรงตามไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่ วันนี้ Baby Gift มีคำตอบ . . . “ เพราะ รถเข็นเด็ก ทุกคันไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน ” หลายคนยังเข้าใจผิดว่า รถเข็นเด็ก แต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย เลือกรถเข็นเด็ก ให้เหมาะกับช่วงวัยแรกเกิด นอกจากคาร์ซีทแล้ว รถเข็นเด็ก ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องคำนึงถึงเรื่องของอายุเด็กเป็นสำคัญ เพราะรถเข็นเด็กทุกคันไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคนโดยเฉพาะเด็กในช่วงวัยแรกเกิด หรือเด็กทารกที่ต้องการการดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ เราจึงควรเลือกรถเข็นเด็กที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้ จะช่วยให้เด็กนอนหลับในรถเข็นเด็กได้อย่างสบายและมีสุขภาพดี 1. มีชุดหมอน Newborn Support ที่บริเวณคอและสะโพก เด็กแรกเกิดช่วงคอและกระดูกสันหลังยังไม่แข็งแรง และต้องการได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ การมีชุดหมอน Newborn Support เสริมบริเวณคอและสะโพก จะช่วยประคองให้ศีรษะและหลังยืดเป็นเส้นตรง ให้ลูกนั่งรถเข็นได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำให้ลูกคอพับโงนเงน หรือเอนไปมา และยังช่วยให้ลูกน้อยหายใจได้สะดวก เติมออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองในขณะหลับได้อย่างเต็มที่ 2. เลือกเบาะรถเข็นที่ปรับนอนได้ […]

Q: ขวดนมที่ไม่มี BPA ปลอดภัย ใช้ได้นานกว่า ? A :ขวดนม PP ไม่มี BPA อายุการใช้งานสั้นกว่า PC ที่มี BPA โดยทั่วไป พลาสติกแต่ละชนิด จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน ยิ่งต้ม ยิ่งนึ่ง ยิ่งขัด ก็ยิ่งเสื่อมสภาพเร็ว ทั้งนี้ คุณภาพและการผลิตพลาสติกของแต่ละโรงงานย่อมต่างกัน ขวด PP ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงไม่ผสมเศษงานมักจะใสกว่า คุณแม่อาจพิจารณาเปลี่ยนขวดนมเมื่อเห็นว่าเริ่มบุบเบี้ยว หรือ ขวดนมขุ่นมากขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานจะสิ้นสุดถ้าขวดนมเป็นรอยขูดข่วน จึงควรล้างขวดนมด้วยแปรงขนนิ่ม ฟองน้ำ หรือแปรงซิลิโคน ***ดังนั้น อย่ากังวลกับฉลากและ โฆษณา “BPA-Free” ให้มากนัก หันมาดูวัสดุ และการดูแลรักษาให้ปลอดภัยจะดีกว่า ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : SS Medical Clinic โดย พ.ญ.สิทธิ์ธีราห์ ชโรเต้อร์  หรือใช้การฆ่าเชื้อด้วยแสงรังสี UV (Prince&Princess Baby UV Sterilizer) นวัตกรรมใหม่สำหรับการดูแลลูกน้อยให้พ้นจากเชิ้อโรค ได้ถึง […]

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ 1. ดูแลการกินของทารก #นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน 2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ 3. สังเกตการขับถ่ายของลูก อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4. การนอนของทารก ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone […]

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะ “ผลไม้” เพราะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า… “ผลไม้ควรกินช่วงไหนถึงจะดีที่สุด?”“กินหลังอาหารทันทีได้ไหม?”“กินก่อนนอนจะหวานเกินไปหรือเปล่า?” ความจริงแล้ว ผลไม้เป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน แต่ “ช่วงเวลาที่กิน” ก็มีผลต่อการย่อย การดูดซึมสารอาหาร และระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน ทำไมคนท้องควรกินผลไม้ทุกวัน? ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในช่วงตั้งครรภ์ นอกจากช่วยเสริมสุขภาพของคุณแม่แล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ลดปัญหาท้องผูกที่พบได้บ่อยในคนท้อง และช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำจากธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกชนิดและช่วงเวลาที่รับประทานจึงสำคัญไม่แพ้กัน แล้วเวลาไหนดีที่สุด? ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ ช่วงเช้าหลังอาหารประมาณ 1–2 ชั่วโมง หรือช่วงของว่างระหว่างมื้อ ช่วงเวลานี้ร่างกายกำลังต้องการพลังงานเพิ่มเติม ผลไม้จะช่วยเติมวิตามินและใยอาหารได้ดี โดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วเหมือนการรับประทานผลไม้ตอนท้องว่างในบางคน หลายคนมักเลือกกินผลไม้เป็นของหวานทันทีหลังอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ แต่หากรับประทานอาหารจนอิ่มมากอยู่แล้ว การเว้นระยะประมาณ 30–60 นาที จะช่วยให้รู้สึกสบายท้องมากกว่า คนท้องกินผลไม้ตอนเช้า ดีไหม? ช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดช่วงหนึ่ง การเริ่มต้นวันด้วยผลไม้คู่กับมื้อเช้าหรือของว่าง จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและใยอาหารตั้งแต่ต้นวัน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรก อาจเลือกผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น […]

วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว ที่ไหนดี ?  คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาสถานที่ พาลูกเที่ยว วันหยุดนี้ห้ามพลาด กับ 4 พิกัดสวนสัตว์ ในเมืองไทย ซึ่งแต่ละที่มีไฮไลต์เด็ดๆที่แตกต่างกัน มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นในเมืองไทย สัตว์หายาก และสัตว์จากทวีปอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลก วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว เลือกเช็คอินได้เลย !! รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็ก แถมคุณพ่อคุณแม่ยังได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี ค่าบัตรผ่านประตู :ผู้ใหญ่ : 150 บาทเด็ก สูงไม่เกิน 135 ซม : 30 บาทผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ : 250 บาทเด็ก ชาวต่างชาติ : 100 บาทข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา : 70 บาทผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ : ฟรี เวลาทำการ : 8:00-18:00 […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event