ล้างจมูกเด็ก 1 ขวบ ทำยังไงให้ปลอดภัย ? เลี่ยงป่วย ร่างกายแข็งแรง !

ในเด็กเล็กที่มักจะมีปัญหาสุขภาพาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะด้วยปัญหาฝุ่นควัน เชื้อโรค ไวรัส เป็นหวัดคัดจมูก หรือเป็นโรคประจำตัวอย่างหอบหืด เป็นภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ การล้างจมูกจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยและช่วยขจัดเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการล้างจมูกเด็ก 1 ขวบที่เด็กเล็กยังสั่งน้ำมูกไม่เป็น การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยขจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้ BabyGift จะมาแนะนำวิธีการล้างจมูกให้ลูกน้อย ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ 

แชร์วิธีการล้างจมูกเด็ก 1 ขวบ ขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรค ให้ลูกน้อยหายใจโล่งขึ้น

การล้างจมูกเป็นการทำความสะอาดโพรงจมูกด้วยการสวนล้างโดยใช้น้ำเกลือ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในโพรงจมูกอย่างน้ำมูกหรือสารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ให้หมดไป ซึ่งสามารถลดปัญหาน้ำมูกไหลลงคอ และอาการคัดจมูกได้ดี ทั้งยังช่วยให้โพรงจมูกมีความชุ่มชื้นมากขึ้นด้วย ทำให้หายใจได้โล่งขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ การล้างจมูกไม่ได้ทำเฉพาะในเด็กที่มีอาการป่วย หรือเป็นภูมิแพ้เท่านั้น แต่การล้างจมูกเด็ก 1 ขวบที่มีสุขภาพแข็งแรงดีก็สามารถทำได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝุ่นควันหรือมีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ ผู้ปกครองบางคนอาจพาลูกไปข้างนอกโดยใช้เป้อุ้มเด็ก ซึ่งทำให้เด็กได้สัมผัสกับอากาศนอกบ้านดังนั้นการล้างจมูกเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะหลังจากกลับมาบ้านแล้ว ก็จะช่วยขจัดเชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในโพรงจมูก ทำให้ลูกน้อยมีสุขภาวะที่ดีขึ้น จะทำได้อย่างไร มาดูวิธีกันเลยค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม  

  1. น้ำเกลือที่มีความเข้มข้น 0.9% สามารถหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านขายยาทั่วไป  
  2. ถ้วยสะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ  
  3. กระบอกฉีดยาพลาสติก (ไซริงค์) สำหรับเด็กเล็ก ขนาด 5 – 10 ซีซี 
  4. ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่ 
  5. จุกล้างจมูก 
  6. ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำมูก เสมหะ ( ล้างจมูกเด็ก 1 ขวบควรใช้เบอร์ 0 – 2) 
  7. ภาชนะรองน้ำมูก หรือถ้าไม่ใช้ภาชนะ สามารถพาลูกไปล้างจมูกที่อ่างล้างหน้าก็ได้ค่ะ 

ขั้นตอนวิธีล้างจมูกเด็ก 1 ขวบ ในกรณีที่เด็กไม่ให้ความร่วมมือ และสั่งน้ำมูกเองไม่ได้

สำหรับเด็ก 1 ขวบที่ให้ความร่วมมือ และสามารถสั่งน้ำมูกเองได้ สามารถล้างจมูกให้ลูกในท่ายืนหรือนั่งตรงบริเวณอ่างล้างหน้าหรือทำให้ห้องน้ำได้เลย เพื่อป้องกันความเลอะเทอะ หรือล้างจมูกก่อนไปอาบน้ำเพื่อที่จะได้ล้างตัวลูกทีเดียวค่ะ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้  

  1. ผู้ปกครองล้างมือถูสบู่ให้สะอาด 
  2. นำเอาจุกล้างจมูกต่อเข้ากับกระบอกฉีดยาพลาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้เข็มของกระบอกฉีดยากระแทกรูจมูกของลูก 
  3. เทน้ำเกลือใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นใช้กระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือประมาณ 0.5 ซีซี 
  4. จ่อปลายเข็มฉีดยาชิดรูจมูกของลูก 
  5. ค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในรูจมูกลูก โดยน้ำเกลือจะไหลออกมาจากรูจมูกอีกข้างโดยอัตโนมัติ จากนั้นให้ลูกสั่งน้ำมูกออกมา 
  6. ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่เช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมา 
  7. ทำซ้ำหลายๆ ครั้งในแต่ละข้าง จนกว่าจมูกจะสะอาดและไม่มีน้ำมูก 

วิธีทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก 

  • กระบอกฉีดยาและภาชนะใส่น้ำเกลือ : ให้ล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน และผึ่งให้แห้ง 
  • ลูกยางแดง : ล้างด้วยน้ำสบู่ทั้งภายนอกและภายใน จากนั้นล้างด้วยน้ำประปาจนสะอาด บีบน้ำที่ค้างในลูกยางออกจนหมด วางคว่ำในภาชนะที่สะอาด โดยคว่ำปลายลูกยางแดงลง ควรนำไปต้มในน้ำเดือดวันละ 1 ครั้ง โดยดูดน้ำเดือดเข้ามาในลูกยางแดง ต้มประมาณ 5 นาที จากนั้นบีบน้ำที่ค้างอยู่ในลูกยางแดงออกจนหมด วางคว่ำในภาชนะที่สะอาด โดยคว่ำปลายลูกยางแดงลง  

ข้อควรรู้ในการล้างจมูกลูกน้อย

  • การล้างจมูกไม่ควรใช้น้ำเปล่า เนื่องจากน้ำเปล่าไม่มีความสมดุลกับน้ำในเซลล์ร่างกาย หากใช้น้ำเปล่าอาจทำให้เกิดอาการสำลักและแสบในโพรงจมูกได้ รวมถึงมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มชึ้นด้วย  
  • การล้างจมูกเด็กสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงลูกโต โดยทั่วไปแล้วการล้างจมูกสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย 
  • การล้างจมูกนั้นสามารถล้างได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ช่วงตื่นนอนตอนเช้าและก่อนเข้านอน หรือเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำมูกมากหรือรู้สึกแน่นจมูก หรือก่อนใช้ยาพ่นจมูก  
  • น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่ล้างจมูกต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำเกลือไม่ควรใช้ขวดใหญ่ เพราะการเปิดฝาใช้บ่อยๆ อาจทำให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ได้ โดยทั่วไปควรใช้ขวดละ 100 ซีซี  
  • ห้ามนำน้ำเกลือที่เหลือในภาชนะเทกลับเข้าไปในขวดอย่างเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคและไม่ถูกสุขอนามัย 
  • แนะนำให้ล้างจมูกเด็กตอนท้องว่าง เพื่อป้องกันการอาเจียนที่อาจเกิดขึ้นได้   

ประโยชน์ของการล้างจมูกเด็ก มีอะไรบ้าง 

  • ช่วยกำจัดน้ำมูกเหนียวข้นที่ตกค้างอยู่ภายในโพรงจมูก ทำให้จมูกสะอาด 
  • ช่วยบรรเทาอาการหวัดเรื้อรัง 
  • ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคที่อยู่ภายในจมูกไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ 
  • ช่วยป้องกันการลุกลามของไซนัสไม่ให้ลงไปยังปอด 
  • ช่วยลดปริมาณเชื้อโรค ของเสีย และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ และบรรเทาอาการระคายเคืองที่เกิดขึ้นในโพรงจมูก 
  • เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุโพรงจมูก 
  • ช่วยบรรเทาอาการแน่นจมูก หายใจไม่ออก ทำให้หายใจโล่งขึ้น ลองสังเกตดูว่า ลูกร้องงอแงไม่ยอมนอน ตื่นกลางดึก อาจเป็นเพราะหายใจไม่สะดวกหรือรู้สึกคัดจมูกหรือเปล่า การล้างจมูกเด็ก 1 ขวบ รวมถึงเด็กวัยอื่นๆ ก่อนนอน อาจช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ค่ะ  
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาพ่นจมูก โดยยาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อจมูกโล่งสะอาด 

BabyGift แนะนำสินค้าสำหรับเด็กเล็ก อำนวยความสะดวกให้ทั้งคุณแม่และคุณลูก 

1. Ailebebe คาร์ซีทแรกเกิด รุ่น Kurutto R The First

คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความปลอดภัยของลูกน้อยขณะนั่งรถยนต์ ในหลายๆ บ้านอาจต้องพาลูกน้อยนั่งรถออกไปข้างนอกบ่อยๆ จึงขอแนะนำเป็นคาร์ซีทของ Ailebebe รุ่น Kurutto R The First คาร์ซีทเพื่อเด็กแรกเกิดที่ได้การรับรองมาตรฐานใหม่ ECE R129 ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น มี Head Support ใหม่ที่หนาขึ้น 100 มิลลิเมตร ช่วยป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างมั่นใจ โครงสร้างออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของทารก ปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยอย่างรอบด้าน ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 4 ขวบเลยค่ะ  

จุดเด่น  

  • ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ECE R129 (i – Size) 
  • เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection เพื่อทารกแรกเกิดอย่างแท้จริง  
  • พนักพิงสามารถยุบตัวได้  จึงช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยปกป้องกระดูกสันหลังของลูกน้อย 
  • โครงคาร์ซีทเป็นไฟเบอร์กลาส มีความทนทาน แข็งแรง แตกหักยาก  
  • ผ้าที่บุคาร์ซีทสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ 99 เปอร์เซ็นต์ ด้วยพลัง Ion Silver เมื่อเจอแบคทีเรียจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำลายเซลล์แบคทีเรียและทำให้เชื้อแบคทีเรียตายลง 
  • ด้านหลังและด้านข้างของคาร์ซีทมีช่องระบายอากาศถึง 1695 ช่อง ช่วยระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ลดการสะสมความร้อน นั่งได้นานโดยไม่รู้สึกร้อนหลัง 
  • มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness  
  • สามารถหมุนได้ 360 องศา ช่วยให้อุ้มลูกขึ้นลงคาร์ซีทได้อย่างปลอดภัย  
  • หลังคาของคาร์ซีทสามารถคลุมได้มิดชิดถึงปลายเท้า ยาว 98 เซนติเมตรช่วยป้องกันรังสี UV และปกป้องดวงตาของลูกน้อย  

การใช้งาน : แรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนักไม่เกิน 18 กิโลกรัม หรือความสูงระหว่าง 40 – 105 เซนติเมตร  

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

2. PRINCE & PRINCESS เครื่องอบยูวี รุ่น Baby UV Smart Tech

การทำความสะอาดของใช้ลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เราสามารถฆ่าเชื้อโรคและไวรัสที่อาจปนเปื้อนอยู่ในอุปกรณ์ล้างจมูกเด็กด้วยเครื่องอบยูวี แนะนำเป็นแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Baby UV Smart Tech ที่มาด้วยดีไซน์เรียบหรูทันสมัย อบฆ่าเชื้อได้ทั้งขวดนม ของเล่น อุปกรณ์ปั๊มนม จานชาม แก้วน้ำ ช้อนส้อม และอุปกรณ์ของใช้อื่นๆ สำหรับเด็ก พิเศษด้วยการอบฆ่าเชื้อจากหลอดไฟ UV-C LED จำนวน 9 ดวง มีประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อสูง ไม่ก่อให้เกิดโอโซน​ ภายในเป็นวัสดุ Stainless พร้อมประตูกระจก ช่วยสะท้อนแสงยูวีรอบด้าน 360 องศา ฆ่าเชื้อทั่วถึงทุกชิ้น​ มั่นใจได้ว่าปลอดเชื้อและดีต่อสุขอนามัยของลูกน้อยอย่างแน่นอนค่ะ 

จุดเด่น  

  • เป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทย ที่มีผลวิจัยรับรองการฆ่าเชื้อ Human Coronavirus ได้ 99.9 เปอร์เซ็นต์ พร้อม​ผ่านการรับรองการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ได้ 99.9 เปอร์เซ็นต์ จากสถาบันวิจัยระดับสากล​ 
  • การันตีคุณภาพการฆ่าเชื้อและมาตรฐานความปลอดภัยของ สคบ. 
  • เครื่องขนาดใหญ่ความจุ 20 ลิตร วางขวดนมได้ถึง 20 ขวด ในครั้งเดียว​ 
  • มีโหมดทำความสะอาดหลายโหมด เช่น โหมด TURBO อบแห้งรวดเร็ว โหมด UV อบฆ่าเชื้อแสงยูวี โหมด STORAGE เก็บขวดนมพร้อมฆ่าเชื้อไว้ภายในตู้ โหมด CLEAN แจ้งเตือนทำความสะอาด และโหมด SMART อบฆ่าเชื้อทุกครั้งเมื่อเปิด-ปิดประตูเพื่อลดการปนเปื้อน 
  • ใช้เครื่องทำความร้อน PTC Heater แบบเดียวกันกับบนเครื่องบิน ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส 
  • มีพัดลมระบายอากาศ 2 ตัว ระบายอากาศ 2 ทิศทาง กำจัดกลิ่น แห้งไวกว่ารุ่นที่ใช้พัดลมตัวเดียว 
  • แจ้งเตือนด้วยแสง LED สุดคมชัด แสดงสถานะหลอด UV-C/เวลา/อุณหภูมิ พร้อม Touch Screen ระบบสัมผัสทำงานรวดเร็ว ใช้งานได้ง่าย​ 
  • ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดตามพื้นผิว​ 
  • รับประกันสินค้านาน 2 ปี พร้อมเครื่องสำรองใช้งาน 

ประเทศผู้ผลิต : ประเทศเกาหลี

การล้างจมูกเด็ก 1 ขวบไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป แต่ก็อาจจะไม่ง่ายนักสำหรับครั้งแรกเพราะเด็กๆ อาจจะงอแงหรือรู้สึกแสบจมูกจนไม่ยอมให้ล้างจมูกได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ บอกลูกว่าเป็นการทำความสะอาดร่างกายอย่างหนึ่ง ไม่มีอันตราย หรืออาจจะสาธิตโดยการล้างจมูกตัวเองให้ลูกดูก่อนก็ได้ เมื่อเด็กเห็นว่าเราสามารถทำได้และไม่มีอันตรายใดๆ ก็อาจจะรู้สึกกลัวน้อยลง เมื่อทำบ่อยๆ เด็กก็จะเกิดความชินและไม่งอแง เมื่อลูกโตขึ้นอีกหน่อยก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เป็นการเสริมสร้างนิสัยการทำความสะอาดโพรงจมูกเป็นประจำเพื่อการมีสุขภาวะที่ดีค่ะ 

ทั้งนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจสินค้าอื่นๆ สำหรับแม่และเด็ก สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการล้างจมูกให้ลูกๆ หรือสินค้าอื่น ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ  

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ลูกน้อยมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเวลานอน จนเสื้อเปียกหรือบริเวณศีรษะชื้นอยู่เสมอ จึงอดกังวลไม่ได้ว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรืออาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่าง ในความเป็นจริง เด็กแต่ละคนมีการขับเหงื่อไม่เท่ากัน และในหลายกรณีอาการเหงื่อออกมากอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือพัฒนาการตามวัย แต่หากมีอาการร่วมอื่น ๆ ก็ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจสาเหตุของอาการเหงื่อออกในเด็ก วิธีสังเกตอาการ และแนวทางดูแลลูกน้อยอย่างเหมาะสม ทำไมลูกถึงเหงื่อออกมาก? ร่างกายของเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ระบบควบคุมอุณหภูมิยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ จึงอาจทำให้เหงื่อออกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่นอนหลับ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ หากลูกยังร่าเริง กินนมได้ดี และเจริญเติบโตตามวัย อาการเหงื่อออกเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล ลูกเหงื่อออกตรงศีรษะตอนนอน ปกติหรือไม่? คุณพ่อคุณแม่หลายคนสังเกตว่า ลูกมักมีเหงื่อออกบริเวณศีรษะมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย สาเหตุหนึ่งคือ เด็กมีต่อมเหงื่อบริเวณศีรษะจำนวนมาก เมื่อหลับสนิท ร่างกายจะขับความร้อนผ่านบริเวณนี้ได้มากกว่าปกติ หากลูกไม่มีไข้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และยังดื่มนมได้ตามปกติ มักถือเป็นอาการที่พบได้ในเด็กหลายคน เมื่อไรที่ควรปรึกษาแพทย์? แม้เหงื่อออกมากอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการประเมิน อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะทางสุขภาพหลายสาเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ วิธีดูแลลูกเมื่อมีเหงื่อออกมาก แม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่การดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม จะช่วยให้ลูกนอนหลับสบายขึ้น เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ควรเลือกเนื้อผ้าที่โปร่ง สวมใส่สบาย และเหมาะกับอุณหภูมิห้อง ดูแลอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเปิดห้องร้อนหรือห่มผ้าหลายชั้นเกินไป เช็ดตัวเมื่อมีเหงื่อออกมาก ช่วยลดความอับชื้นและทำให้ลูกรู้สึกสบายตัวมากขึ้น […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

หมอเด็กเค้าเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ลูกตัวเอง….อยากรู้ต้องคลิ๊ก ก่อนซื้อคาร์ซีทให้ลูก ถ้าไปอ่านหนังสือ ก็จะรู้ว่าคาร์ซีท (carseat) มี 4 แบบ (ซึ่งเอาเข้าจริงรู้จริงๆ ตอนมีลูก 55555 ก่อนนั้นรู้แต่ทฤษฎี) คือ แน่นอนในตลาด มี option มากมายไว้หลอกลวงพ่อแม่ขาช้อป 5555 ทั้งแบบตระกร้าที่ยกเข้าออกได้เลย หรือ ประกอบลง stroller (รถเข็น) ได้เลย…. เอาที่สบายใจ 555 เอาหลักในการเลือกของพ่อหมอเลยแล้วกัน 555 ไม่ว่าอะไรก็ตาม เน้นใช้ได้ยาวๆ เป็นหลัก แน่นอน convertible เป็นแบบที่เลือกแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะใช้ได้นานดี อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ปี อีแบบตระกร้าเนี่ยใช้ได้ปีเดียวก็ต้องเปลี่ยนละ ไม่ไหว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ (ต้องเอาไปซื้อของไร้สาระอื่นๆ อีก 55555) ยังๆ ยังไม่จบ เลือกชนิดแล้ว ต้องมาเลือก options อีก ตัวเลือกเรามีดังนี้ เน้นหลัก 3 ข้อในการใช้คาร์ซีท carseat โดย […]

การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!

วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]

พูดถึง “ตะคริว” แม้จะไม่ใช่คุณแม่ท้องยังต้องส่ายหน้าเพราะไม่อยากเป็น ก็เป็นตะคริวทีไรปวดขา ปวดน่องจนขยับไม่ได้และทรมานสุดใจจริงๆ  ยิ่งเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญอาการปวดตะคริวนี้ ยิ่งแสนทรมาน ไหนจะท้องใหญ่ขยับตัวลำบาก เคลื่อนไหวยาก มาเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือดึกๆ อีก ทำให้นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร ฉะนั้นถ้าคุณแม่ท้องรู้ทันและป้องกันตะคริวได้ล่วงหน้า เชื่อว่าแม่ๆ จะต้องแฮปปิ้ยิ้มร่าแน่นอน ทำไม? แม่ท้อง ต้องเป็นตะคริว  จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ท้องเท่านั้นที่เป็นตะคริว  เพราะคนทั่วๆ ไปก็มักจะเป็นได้ ยิ่งคนในวัยทำงาน เพราะอาการ “ตะคริว” หรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดจากการขาดแคลเซียม และมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแสเลือด การยืน เดิน หรือต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง เลือดไหลเวียนไปส่วนล่างได้ไม่สะดวก ทำให้กล้ามมเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวได้  ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมถึงเป็นตะคริวบ่อยและเป็นเกือบทุกราย โดยมักจะมีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้นบ่อยในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะว่าในช่วงท้อง จะมีภาวะที่รวมเอาสาเหตุปัจจัยเกือบทุกอย่างที่ทำให้เป็นตะคริวไว้ด้วยกัน  ตั้งแต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณแม่แบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตบริเวณขาตึงแน่นเกินไป เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง อิริยาบถการยืน เดินหรือนั่งในท่าเดิมๆ นานๆ  และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดตะคริวได้นั่นเอง   4 เคล็ดลับ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event