รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า

คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว 

วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง

รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS

เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ

มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้

ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ

การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ

นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย เพราะมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ แถมเพิ่มความนุ่มสบายแบบไร้แรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เราลองเข็นทั้งที่เป็นพื้นขรุขะ และที่เป็นพื้นดิน พื้นหญ้าถึงพื้นจะหนึด ๆ ก็ยังเข็นง่าย ไม่โยกเยก

รถเข็นมีระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless

มาดูที่โครงรถเข็นกันบ้าง เห็นเบาๆ แบบนี้ เขาแอบแข็งแรงนะเพราะตัวรถเข็นมี ระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless ที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกเชื่อมต่อเป็นโครงชิ้นเดียวกัน ทำให้แข็งแรง ไม่โคลงเคลง แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

เข็มขัดสายล๊อคนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล

 ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทื่สำคัญใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าสายยาวเกินไป คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตัวลูก คล้ายเราปรับสายกระเป๋าเลยไม่ยาก  ขนาดเราใช้กับหลานเป็นครั้งแรก “เราทำได้ คุณแม่ก็ทำได้”

มีตะกร้าสำหรับเก็บสิ่งของขนาดใหญ่

และที่ชอบอีกอย่าง คือมีตะกร้าสำหรับใส่ของต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กซึ่งรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม (เลิศมากๆ) และนอกจากของลูกก็สามารถใส่ของคุณแม่ได้ด้วย แต่อย่าใส่จนน้ำหนักเกินที่กำหนดไว้นะเดียวงานจะเข้า เพราะรถเข็นอาจเสียสมดุลจนทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวลูกและตัวคุณแม่ได้

มีช่องระบายอากาศด้านหลัง และฉนวนกันความร้อน

เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก ร้อนที่สุด มีช่องระบายอากาศด้านหลังของรถเข็น ที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อนสีเงินสามารถสะท้อนความร้อนจากพื้นไม่ให้มาสะสมที่ตรงด้านหลังของลูกได้ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายในขณะหลับได้ดี และทำให้เจ้าตัวเล็กไม่หงุดหงิดแม้อากาศจะร้อนมาก

หลังคากันแดดเป็นพิเศษ เพราะสามารถป้องกัน UV ได้ถึง 99%

ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือหลังคาทั้งใหญ่ ปรับขนาดได้หลายระดับ และเนื้อผ้าหนามากสามารถคลุมได้มิดชิด โดยไม่ต้องกลัวลูกอึดอัด เพราะหลังคาเป็นทรงโดมโปร่งสบาย มีช่องหน้าต่างเปิด-ปิดได้ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก

Highseat 55 cm.

มันดีตรงที่เบาะนั่งจะสูงจากพื้น 55 cm. ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา ลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้อีก 10-20% สบายสุดๆไปเลย

วิธีการเก็บรถเข็นเด็ก aprica รุ่น Luxuna CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

ง่ายต่อการกางและเก็บด้วยมือเดียวด้วยนะ โดยเฉพาะในขณะอุ้มลูกและด้วยการพับแบบ One step ล้อทั้งสี่จึงติดกับพื้นช่วยให้คุณแม่ลากไปมาเมื่อต้องการเคลื่อนย้าย เมื่อพับแล้วยังสามารถตั้งวางไว้ได้โดยรถเข็นไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรกอีกด้วย

ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารก ประกอบด้วย หมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง

เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กทารก เพราะกระดูกสันหลังและคอของเจ้าตัวเล็กยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับตั้งแต่ศีรษะ คอ และหลัง เพื่อให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องไม่กดทับบริเวณทางเดินหายใจ

อ๋อเกือบลืม!!! เบาะรองนอนนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่นชื่อว่า Siky Air ผลิตจากเส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นที่สำคัญสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง หรือจะซักเครื่องก็ได้ พูดไปก็เหมือนอวย ต้องลองใช้ด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ

 ณ จุดนี้ใครจะมีความสุขเกินหลานเราคงไม่มีอีกแล้ว 555+

Carry Travel System (CTS)

ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักมีอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแต่อำนวยความสะดวกเป็นเสิศตามสไตล์เขา เรามาอึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ารถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS คันนี้เขามีเป้อุ้มเด็กรุ่น Colan CTS เป็นคู่หูที่สามารถใช้คู่กันสำหรับคุณแม่นักเดินทางได้อีกด้วย

  • เมื่อต้องการอุ้มลูกน้อยจากรถเข็นเด็ก Luxuna CTS เพียงนำสายสะพายของเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถเข็นออกมา แล้วล็อกติดกับตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างรถเข็น
  • เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาแล้ว ก็ใช้สายรัดเข็มขัดที่ตัวเป้อุ้ม ล็อคที่เอวคุณแม่ เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักได้ด้วย
  • สามารถพับเก็บรถเข็นได้ด้วยมือเดียว และหิ้วรถเข็นขึ้นบันไดได้ เพราะความเบาของรถเข็นเพียง 4.9 kg. เท่านั้น

สรุปคุณสมบัติ Aprica รุ่น Luxuna CTS เหมาะกับเป็นผู้ช่วยคุณแม่มากๆ

สรุป : เคยไม๊ล่ะที่เวลาจะเตรียมตัวออกจากบ้านกับลูกแล้วคิดไม่ตกว่าวันนี้เราจะใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นพาลูกน้อยไปตลุยนอกบ้านดี เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถสลับปรับเปลี่ยนเอาเป้อุ้มไปเป็นเบาะรองนอนในรถเข็นเด็ก หรือจะถอดออกมาใช้อุ้มลูกได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ดีเชียวล่ะ ใช้คู่กันได้แบบนี้ก็สบายไปอีกเนอะ สำหรับใครที่ลองใช้แล้วลองอย่าลืมมารีวิวให้เราดูบ้างนะ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยใช้เราว่า Aprica รุ่น LUXUNA CTS เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : เว็บไซด์ rakluke

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยคือความสุขที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานทางร่างกาย การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการติดเครื่องยนต์ให้ลูกน้อยพร้อมออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด ความสำคัญของพัฒนาการส่วนนี้มีหลายด้าน 8 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาการเป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงในทุกวัน เราได้รวบรวมกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 8 รูปแบบที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากดังนี้ 1. งอแขนขา เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วัยทารกด้วยการช่วยลูกฝึกยืดและงอแขนขาเบา ๆ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้เส้นเอ็นรวมถึงกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น การฝึกให้ร่างกายทั้งสองฝั่งขยับอย่างสมดุลจะช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงเริ่มต้นก่อนจะก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป 2. หันซ้ายขวา ชันคอ การชันคอเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมลำตัวส่วนบน กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาการมองเห็นและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ของเล่นที่มีสีสันสดใสหลอกล่อให้ลูกหันตาม เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ฝึกนั่ง คลาน เกาะ เมื่อลูกเริ่มมีแรงส่งจากกล้ามเนื้อหลังและลำตัว การฝึกให้นั่งเอง คลานไปหาของเล่น หรือเกาะเฟอร์นิเจอร์เพื่อทรงตัว จะเป็นการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทรงพลังมาก เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวได้ในอนาคต 4. เดิน วิ่ง ก้มเก็บของ สำหรับเด็กวัย 1 […]

เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีแต่สีสันสดใส เพื่อให้ดูเหมาะสมกับวัย คุณแม่จึงไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าเด็กสีดำติดบ้านกันสักเท่าไหร่ บางบ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลยด้วยซ้ำ จึงใส่ชุดให้ลูกไปตามที่มี ซึ่งก็เกิดประเด็นทำให้คุณแม่เป็นกังวลอย่างมาก บ้างโดนต่อว่าด้วยคำพูด บ้างโดนตำหนิด้วยสายตา “ทำไมไม่ใส่ชุดดำให้ลูก” พลอยทำให้คุณแม่ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลย แล้วอย่างนี้ เด็กเล็กแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี สำหรับชุดไว้ทุกข์ของเด็กๆ นั้น ไม่ได้เคร่งครัดอะไร คุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ ขอให้เป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นไปได้ก็คุมโทนเสียหน่อย ด้วยโทนดำ ขาว ไข่ไก่ ครีม เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ตัวอย่างแบบเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ไว้ทุกข์มาฝากให้คุณแม่ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ดูนะคะ การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้ชาย การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าลูกสีคุมโทนตามที่กล่าวมา การซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกเพื่อใส่ไว้ทุกข์อาจไม่ใช่คำตอบ ด้วยราคาเสื้อดำที่ตอนนี้ค่อนข้างแพง และเด็กๆ เขาก็โตเร็ว ใส่ไม่เท่าไหร่ก็คับต้องยกให้คนอื่น คำนวณแล้วอาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย อาจใช้วิธีย้อมผ้าสีดำ แทนก็ได้ เพียงซื้อสีย้อมผ้าราคาย่อมเยา ก็แปลงโฉมเสื้อผ้าสีสันเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ถวายอาลัยได้แล้ว ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : เว็ปไซด์ amarinbabyandkids

การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้ ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร? แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026 มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย […]

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]

เมื่อต้องพาเจ้าตัวน้อยเดินทางไกลขึ้นเครื่องบินครั้งแรก คุณแม่หลายท่านมักมีคำถามมากมาย เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวเดินทางได้อย่างสนุกสนานพร้อมรถเข็นคันโปรดคู่ใจ Baby Gift ได้รวบรวมทุกคำตอบไว้ในที่เดียวจบ 1.รถเข็นแบบไหนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้บ้าง จำเป็นต้องพับเล็กๆ หรือมีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของรถเข็นหรือไม่? ตอบ เมื่อมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กเดินทางไปพร้อมกัน รถเข็นเด็กทุกขนาด ไม่ว่าจะพับใหญ่พับเล็ก ทั้งหนักและเบา สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก แต่รถเข็นต้องสามารถพับได้ (ซึ่งรถเข็นทุกรุ่นทุกแบรนด์ที่จำหน่ายในปัจจุบันพับได้ทุกคัน) 2. ขั้นตอนการนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินแบบ Gate Check ? ตอบ เมื่อนำกระเป๋าขนาดใหญ่ Check in เพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่ามีรถเข็นเด็กมาด้วย และต้องการเข็นไปโหลดที่หน้าประตูเครื่องบิน (หรือเรียกว่า Gate Check) เจ้าหน้าที่จะนำ Tag (หรือป้ายติดกระเป๋า) ติดให้ที่รถเข็นเพื่อป้องกันการสูญหาย เราสามารถเข็นลูกน้อยผ่านพิธีการต่างๆ ไปจนถึงหน้าประตูเครื่องบินตรงจุดที่มีแอร์โฮสเตสยืนต้อนรับ ให้พับรถเข็นให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รอรับฝากรถเข็นเพื่อนำลงไปเก็บใต้เครื่อง (ในบางกรณีเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมให้อย่างดีเพื่อความสะอาดและปลอดภัย) ซึ่งเมื่อถึงที่หมายปลายทางเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นมาส่งคืนให้ที่หน้าประตูเครื่องบินเหมือนเดิม ในกรณีต่อเครื่อง (Transfer) ก็สามารถรับรถเข็นคืนได้ที่หน้าประตูเครื่องเช่นเดียวกัน 3. มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับนำรถเข็นเดินทางขึ้นเครื่องบินหรือไม่ ตอบ ทุกสายการบินอนุญาติให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4. ในกรณีที่รถเข็นมีขนาดเล็กและสามารถพับเก็บบนที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Cabin) ได้ จะสามารถนำรถเข็นติดตัวขึ้นไปเก็บบน cabin ในเครื่องบินได้หรือไม่ ? ตอบ รถเข็นบางรุ่นสามารถพับและนำขึ้นเก็บบน Cabinได้ มีความเป็นไปได้ที่ทางสายการบินจะอนุญาติหรืออาจจะปฎิเสธไม่อนุญาติให้นำขึ้นไปเก็บบน Cabin […]

การให้ลูกน้อยทารกนอนเปล เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับง่าย และนอนหลับนาน ถือเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา  ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ปู่ย่าก็ใช้เปลญวน เปลผ้าขาวม้า ผูกให้ลูกแล้วไกวนอน จนปัจจุบันการใช้เปลไกว ได้พัฒนาออกมามากมายหลายระบบ ทั้งระบบที่ต้องใช้แรงคนไกวหรือไกวมือ เปลไกวไฟฟ้า แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้ เปลลูกกรงตั้งอยู่กับที่ และเปลไกวอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลาและระดับการไกวได้อย่างแสนสะดวก แต่ก็เพราะการมีเปลไกวหลายระบบ หลายแบบให้คุณแม่เลือกในยุคนี้ ทำให้มีคำถามว่าควรจะเลือกเปลไกวแบบไหน แถมยังมีทั้งแบบที่ไกวไปด้านหน้า-หลัง และไกวแบบด้านข้างซ้าย-ขวา  จึงอยากจะรู้ว่าสองแบบนี้แตกต่างกันแค่ไหน อย่างไรบ้าง ?  เราลองมาอ่านข้อมูลกันค่ะ ให้ลูกนอนเปลดีไหมนะ? ดีแน่ค่ะ…การให้ลูกเล็กนอนเปลมีข้อดีมากมาย เพราะมีข้อมูลบอกไว้ว่าการแกว่งของเปล จะทำให้ลูกน้อยเบบี๋รู้สึกสบาย อบอุ่นและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่  เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนหลับ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยนานๆ ให้เมื่อยแขนหรือเดินจนเมื่อยขา  ช่วยทำให้ลูกนอนง่าย นอนหลับได้ยาวนาน  ลดอาการงอแงและไม่ทำให้ลูกน้อยเครียด  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่บอกว่า การให้ลูกนอนเปลไว สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ อาทิ ส่วนข้อเสียน่าจะมีเพียงแค่ลูกอาจจะติดการนอนเปล แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากคุณแม่มีเปลไกวที่เคลื่อนย้ายหรือพับเก็บได้  หรือบางท่านคิดว่าการให้ลูกนอนเปลจะทำให้ลูกหัวแบนอันนี้ก็แก้ได้ ด้วยการเมื่อลูกหลับอาจจะขยับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง และส่วนใหญ่การให้ลูกนอนเปลมักจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุไม่เกิน 5-6 เดือนเท่านั้น เพราะพอลูกโตขึ้น ก็มักจะพลิกคว่ำหงายและปีนป่ายเปล จนเป็นอันตรายได้ เลือกเปลต้องดูให้ละเอียดทุกด้าน การเลือกเปลให้ลูกน้อยคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งด้านวัสดุที่ใช้ การออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระเด็ก และการแกว่งไกวที่ปลอดภัย […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid